"ในลอนดอนยุควิกตอเรียที่ปกคลุมด้วยไอหมอก... กลิ่นน้ำหอมขวดใหม่ของเขากำลังเป็นที่เลื่องลือ แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า เบื้องหลังความหอมที่ปลุกสัญชาตญาณดิบนั้น แลกมาด้วยหยาดเหงื่อแห่งกามราคาสุดระทึก
เขาสกัด 'ชีวิต' ออกมาเป็น 'กลิ่น' ทุกครั้งที่เขามอบสัมผัสรัญจวนใจ ร่างกายของหญิงสาวเหล่านั้นจะค่อยๆ ซีดเซียว กลิ่นสาบสาวที่เคยยั่วยวนกลับมลายหายไป เหลือเพียงร่างที่ขยับได้แต่ไร้กลิ่นอายของสิ่งมีชีวิต—ราวกับศพที่ยังมีลมหายใจ
เมื่อความใคร่... กลายเป็นพิธีกรรมพรากวิญญาณ และความหอม... คือหลักฐานของการแตกสลาย"
=============================
บทนำ: หยดหนึ่งของความว่างเปล่า
เสียงแก้วเจียระไนกระทบกันเบาๆ ท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องแล็บใต้ดิน กลิ่นกำยานจางๆ ไม่อาจกลบกลิ่นคาวหวานที่ลอยอวลอยู่ในอากาศ เอ็ดเวิร์ด บรรจงประคองใบหน้าของหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ที่ตอนนี้นอนระทดระทวยอยู่บนเตียงกำมะหยี่สีแดงฉาน ผิวของเธอขาวซีดจนเห็นเส้นเลือดฝอย ราวกับตุ๊กตากระเบื้องที่กำลังจะแตกร้าว
เขากดจมูกลงบนซอกคอที่เคยหอมกรุ่น แต่ทว่า... บัดนี้มันกลับว่างเปล่า
"ช่างงดงามเหลือเกิน..." เขาพึมพำชิดผิวหนังที่เย็นชืด "เจ้ามอบกลิ่นสุดท้ายให้ข้าแล้ว"
เขายกขวดแก้วใบเล็กขึ้นมา ภายในมีของเหลวสีทองอำพันเพียงสามหยด แต่มันคือผลผลิตจากการร่วมรักที่ดุดันและบีบคั้นอารมณ์ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ในขณะที่เขายิ่งทวีความเร่าร้อน ร่างกายของเธอกลับยิ่งสูญเสียกลิ่นอายแห่งชีวิตไปทีละน้อย บัดนี้เธอยังลืมตา ยังหายใจ แต่หากใครเดินผ่านเธอไปในวันพรุ่งนี้ พวกเขาจะรู้สึกเพียงธาตุอากาศที่หนาวเหน็บ... เพราะเธอไม่มี 'กลิ่น' ของมนุษย์หลงเหลืออยู่อีกต่อไป
เขามองดูหยดเหงื่อที่กลั่นตัวเป็นน้ำหอมราคาแพง... น้ำหอมที่แลกมาด้วยการสาปแช่งให้เหยื่อกลายเป็นศพที่เดินได้ชั่วนิรันดร์
