มันคือจูบ…
ร่างเล็กสะดุ้ง อ่อนไหวแต่ไม่กล้าเผลอใจ สัมผัสประทับแน่น ขยี้บดราวจะฝังฝากสัมผัสให้แนบซ่านกลางดวงใจ กำปั้นเล็กจากผลักไสค่อยอ่อนแรงลง ขยุ้มอกเสื้อเชิ้ตยับย่น ริมฝีปากอ่อนนุ่มไร้แล้วซึ่งเสียงค้านเคือง มีเพียงเสียงครางกระเส่าเบา ๆ ในลำคอเรียวแผ่วมา
“อืม…อย่า”
ดวงตากลมโตหลับแน่น เรียวคิ้วนั้นขมวดเข้าหากัน คงจะทั้งกลัว การตอบโต้ที่ไม่สมดุลนี้ทำให้ชายหนุ่มใจอ่อนยวบ เพราะมันหมายถึงว่า ร่างเล็กในอ้อมกอดขณะนี้เพิ่งจะเคยถูกจูบ
“ปล่อยนะ!”
สุดท้ายแล้ว สาวเจ้ายังพยศและเอาชนะความสับสนที่โถมทับยิ่งกว่าพายุโหม ใบหน้าแดงซ่านลามลงไปถึงลำคอ ผิวเนียนละเอียดอมชมพูดูยั่วยวนใจ ชนินทร์หลงหนัก หลงในความอ่อนหวานละมุนลิ้นจนเกือบจะตามไปขย้ำซ้ำ
“บอกให้ถอยไปไงคะ”
น้ำเสียงตื่นกลัวพร้อมน้ำตาที่เริ่มจะร่วงหล่นเป็นเม็ดเล็กเรียกสติ ชนินทร์กลืนน้ำลายเหนียวลงคอ สับสนกับตัวเองไม่น้อย เพราะนี่มันไม่ใช่นิสัย ไม่เคยข่มเหงข่มขู่ใจใคร แต่ตอนนี้กลับทำมันลงไปแล้ว
คนตัวเล็กสั่นระริก รู้สึกได้ว่าหัวใจเต้นแรงจัด เป็นครั้งแรกที่ความลื่นชื้นจาบจ้วงหลอกลวงให้สติกระเจิงตาม กลิ่นโคโลญจน์ผู้ชายกับไออุ่นแผ่ซ่านราวทะลุออกมาจากเสื้อที่สวม
ยกมือบอบบางทั้งคู่ขึ้นประทับช่วงริมฝีปาก ถึงได้รู้ว่าเขาเน้นหนักจนริมฝีปากบวมเจ่อ
“เจ็บ…”
“ผมขอโทษ!” สรรพนามเปลี่ยนไปในทันที
มือหนาจะเอื้อม แต่ร่างเล็กหดตัวหนีพร้อมหลับตา ดันตัวเองเข้าหาประตูตัวลีบ อาการเหมือนลูกสุนัขตัวเล็ก ๆ ที่ตื่นตกใจกลัว
“ถอยออกไปนะคะ”
ชนินทร์ลนลานทำอะไรไม่ถูก กอปรกับเสียงจากแตรรถที่ดังมาจากทางด้านหลัง เนื่องจากมีการเคลียร์เส้นทางจราจรแล้วเสร็จ พารถยนต์ออกจากจุดนั้น เลี้ยวเข้าริมทางเท้า มือไม้สั่นไม่เบา แลบลิ้นเลียริมฝีปากแห้งบรรเทาความตื่นเต้น
ไม่อยากจะเชื่อว่าแค่จูบ แค่จูบที่มันเป็นเบสิกที่สุด มันกลับทำให้หัวใจเขาเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก มือทั้งสองข้างจับสัมผัสได้ว่าเรือนร่างนั้นเล็กนุ่มนิ่ม บอบบางเหมือนขนมอบที่เพิ่งออกจากเตา กลิ่นหอมที่ไม่ใช่แค่กลิ่นน้ำหอมทั่วไปของผู้หญิง มันยังมีกลิ่นหวานหอมของเนยซึ่งติดตัวมาหลังจากที่อบขนมไว้ให้คุณปู่วางขายหน้าร้าน
แนวท่านประธานคลั่งรัก ฝากคุณชนินทร์และเทียนหอมด้วยนะคะ
