ภูวินทร์จับจูงมือเหมือนแพรเดินตรงไปยังตึกที่พัก คนที่อาศัยอยู่แต่ในชุมชนที่แออัดกวาดสายตามองไปโดยรอบบริเวณ
“ที่นี่น่าอยู่กว่าในสลัมเยอะเลยค่ะ”
“พี่กำลังจะบอกบางอย่างกับแพรพอดีเลย แต่เราขึ้นไปคุยกันในห้องดีกว่า”
“บอกเรื่องอะไรเหรอคะ” เมื่อเขาเกริ่นออกมาแบบนั้น เหมือนแพรก็เกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา แต่ภูวินทร์ก็ทำแค่เพียงส่งยิ้มอบอุ่นมาให้
กระทั่งทั้งสองได้ก้าวเข้ามาภายในห้องพัก ในขณะที่เหมือนแพรกำลังสำรวจไปโดยรอบ ภูวินทร์จึงบอกในสิ่งที่เขาตั้งใจ
“แพรไม่มีแม่แล้ว แพรย้ายมาอยู่กับพี่ที่นี่ไหม”
เหมือนแพรนิ่งอึ้งยืนมองหน้าเขาอยู่เนิ่นนาน ภูวินทร์เดินเข้าไปชิดใกล้ กอบกุมฝ่ามือของคนตรงหน้าขึ้นมา
“ตอนนี้พี่อาจจะหาเงินมาช่วยส่งแพรเรียนต่อไม่ได้ แต่ในอนาคตถ้าพี่เรียนจบเมื่อไร พี่จะเป็นคนดูแลแพรเอง มาอยู่กับพี่ที่นี่ หางานพาร์ทไทม์ทำแล้วเก็บเงิน พร้อมเมื่อไรแพรก็ค่อยไปเรียนต่อ โอเคไหม”
คนที่เพิ่งสูญเสียไม่คิดอะไรให้มากความ ก่อนที่แม่จะจากกันไปเธอก็กลัวการอยู่อย่างอ้างว้างโดดเดี่ยวอยู่แล้ว แล้วจะคิดมากมายไปทำไมหากมีคนที่พร้อมให้อยู่เคียงข้าง
“ค่ะ แพรจะมาอยู่กับพี่วินทร์ที่นี่ แพรเองก็อยากพาตัวเองออกมาจากสลัมนั่นเหมือนกัน แพรดีใจที่สุดเลยที่แพรได้เจอพี่วินทร์ พี่วินทร์อย่าทิ้งแพรนะคะ ทั้งชีวิตของแพรมีแค่พี่วินทร์คนเดียวแล้ว”
ภูวินทร์ดึงคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมกอด มอบความอบอุ่นและความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับเธอ
“ถ้าอย่างนั้นก็เลิกเศร้าได้แล้ว คิดเสียว่าแม่ของแพรจะไม่เจ็บปวดทรมานอีกแล้ว หลังจากนี้ทางเดินของท่านจะมีแต่ความสุขสงบแล้วนะ”
“จริงด้วยค่ะ ป่านนี้แม่คงได้ไปเจอกับลุงเชษแล้ว”
“ลุงเชษงั้นเหรอ” ดวงตาของภูวินทร์เต็มไปด้วยความโกรธเมื่อได้ยินหญิงสาวในอ้อมกอดกล่าวถึงชื่อของบิดา
“ลุงเชษคือคนรักของแม่ค่ะ แต่ลุงเชษไม่ใช่พ่อของแพรหรอกนะคะ สองคนนั้นรักกันมาก ๆ เลยค่ะ ลุงเชษดีกับแพรแล้วก็แม่มาก ถ้าลุงเชษยังอยู่แพรก็คงได้เรียนต่อปริญญา และแพรกับแม่ก็คงได้ย้ายออกมาจากสลัมนั่น แต่ช่างมันเถอะค่ะ โชคชะตาคงลิขิตทุกอย่างไว้แล้ว”
“ใช่ โชคชะตาลิขิตทุกอย่างไว้แล้ว” โชคชะตาลิขิตให้เขาได้แก้แค้น และเมื่อถึงเวลาที่สมควร ผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาจะต้องเจ็บปวดและตรอมใจไม่ต่างไปจากแม่ของเขาอย่างแน่นอน
***ไม่มีเนื้อหานอกกายนอกใจ ชีวิตนางเอกน่าสงสารตามสไตล์นิยายของฝนเมษา
ฝากเอ็นดูภูวินทร์ เหมือนแพร และหนูพลอยใสด้วยนะคะ
