พ่ายเสน่หาท่านประธานตัวร้าย
สายของวันเสาร์ ทายาทคนเดียวของเจ้าของกิจการหมื่นล้านเพิ่งจะตื่นนอน
เพราะทุกคืนวันศุกร์เขาต้องกลับมานอนที่บ้าน แต่เมื่อหัสวีย์ เปิดประตูออกมา
ประตูห้องของบิดาก็เปิดออกพอดีเช่นกัน ภาพที่ปรากฏตรงหน้า ทำเอาหัสวีย์ถึงกับโมโหขบกรามจนขึ้นสันนูน
แต่ฝั่งตรงข้ามกลับตัวชาวาบเพราะคิดไม่ถึงว่าโลกมันจะกลมเช่นนี้
ร่างบอบบางสมส่วนที่อยู่ในสภาพราวกับถูกสุนัขพิทบูลฟัดมา ยืนอยู่ขางๆคุณเหมราชบิดาของเขา ที่ดูแล้ว
จะกระชุ่มกระชวยและอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
“เอาไอ้ลูกชาย ตื่นพอดี ลงไปทานมื้อเช้าด้วยกันสิ “
“คงไม่ละครับผมสะอิดสะเอียน ทานไม่ลง มันเหม็นกลิ่นกามคละคลุ้งไปหมด “
“หยุดพูดสามหาวกับฉันเสียที นี่โสริยาว่าที่แม่เลี้ยงของแก”
“สมกันดีนะครับ เหมือนหมาเน่ากับแมลงวัน”
ไอ้วี!!!.... “
“อย่าค่ะคุณเหมร์ เราลงไปข้างล้างกันเถอะค่ะ”
เธอกอดแขนและรั้งเขาให้ออกไปจากสถานการณ์
อันหน้าอึดอันนั้น…เหตุเพราะเธอคิดไม่ถึงว่าคนที่เธอคุยด้วยและกำลังจะถูกพัฒนาไปเป็นแฟน
กลับกลายเป็นลูกชายของเสี่ยเจ้าบุญทุ่มที่เสนอเงินให้เธอ ยี่สิบล้านกับการเป็นผู้หญิงของเขา
และมันไม่ง่ายเลยที่เธอจะต้องทนอยู่กับตาแก่ตัณหากลับ ที่เป็นพวก (มาโซคิส )
แค่คืนเดียวรามกับว่าเธอถูกรุมโทรมมาขนาดนี้
แต่เงินมันทำให้เธอมีความสุข ได้ซื้อของใช้แบรนด์เนมหรูหรา ทั้งที่สถานะทางบ้านก็ไม่ได้ลำบากเลย
บิดามารดาทิ้งมรดกไว้ให้คนละสิบกว่าล้านบาทเงินสดในบัญชี
และคอนโดมิเนี่ยมใจกลางกรุงสุดหรูอีกคนละห้อง ก่อนที่ทั้งสองจะไปพำนักที่สวีเดนเป็นการถาวร
เพราะที่นั่นก็มีบ้านและสวัสดิการต่างๆ โสริยา กับปนันชยาเป็นพี่น้องกัน แต่มีนิสัยที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว
น้องสาวยังคงรักษาศัพย์สินที่บิดาแบ่งให้ไว้ได้อย่างดี เพราะเธอใช้ชีวิตเรียบง่าย และมีการมีงานทำอย่างมั่นคง
ส่วนโสริยานั้น เธอไม่ได้ทำงานอะไรจริงๆจังๆ นอกจากชอบออกเที่ยวกลางคืน
และออกงานสังคมปาร์ตี้กับเพื่อนๆกลุ่มคนที่รู้จักที่แนะนำกันต่อๆไป
ด้านหัสวีย์นั้น ราวกับถูกทุบศีรษะด้วยไม้น่าสาม เขากลับเข้าไปในห้องนอนและชกผนังแรงๆ
เพื่อระบายอารมณ์กรุ่นโกรธที่ไม่รู้จะระบายมันออกมาได้ในทางใด บางที่ให้เลือดมันออกมาเสียบ้างก็ดี จะได้ตาสว่าง…
เอ๊ะ....ยังไงกันหรือว่าเขาจะได้อารมณ์รุนแรงมาจากบิดา
ชายหนุ่มหยิบกุญแจรถ แล้วก็ตรงไปยังซูเปอร์คาร์หรูของตัวเอง ก่อนที่จะทะยานมันออกไปจากคฤหาสน์บิดา
เสียงล้อรถบดถนนดังเอี๊ยดอ๊าดอย่างหน้าหวาดเสียวและเสียงกระหื่มของเครื่องยนต์ที่เหยียบและเร่งเครื่องอย่างเดือดดาน
เพียงไม่นานทุกอย่างก็กลับมาสู่ความปกติอีกครั้ง แต่คนที่ผลุนผันออกมาจากบ้านนี่สิ
ยิ่งคิดก็ยิ่งเดือด เพราะแบบนี้สินะแม่เขาจึงขอแยกทาง และกลับไปอยู่ภาคใต้ ทำธุรกิจโฮมสเตย์เล็กๆ
กับข้าเก่าเต่าเลี้ยงที่ขอตามกันไปอีกสองสามคน อยู่กันอย่างญาติ แม่เขาช่างมีความสุขกับชีวิตที่เรียบง่ายจริงๆ
เวลานี้ยังเช้าอยู่ สถานที่ ท่องเที่ยวก็ยังไม่เปิด เพื่อนที่สนิทและที่เขาสามารถคุยไดทุกเรื่องก็ไม่ใช่ใครที่ไหน
ปนันชยายอดเลขายาหยีของเขานั้นเอง แต่เขาไม่รู้เลยว่า ปนันชยากับโสริยาเป็นพี่น้องกัน
ด้วยนิสัยที่ต่างกันแล้ว โสริยาหน้าไทยและใช้นามสกุลมารดา ส่วนปนันชยาหน้าตาออกลูกครึ่งและใช้นามสกุลบิดา
และใช้มาตั้งแต่แรกเกิดทั้งคู่ ตะวันสายโด่งร่างสูงขาวซ่อนรูปอยู่ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้น
นอนอยู่ในห้องนอนที่เย็นฉ่ำด้วยอุณหภูมิ สิบแปดองศา ซุกตัวอยู่ในผ้านวมผืนใหญ่
หญิงสาวเพิ่งได้นอนเกือบสว่างเพราะนั่งดูท่านประทานจุนตามง้อเลขากว่าจะจบกระดาษทิชชูกองเกลื่อนทั้งน้ำหูน้ำตา
น้ำมูกไหลย้อยเพราะอินเหลือเกิน แต่สุดท้ายก็ Happy ending ทั้งความสนุกและความฟิน
แล้วยังได้ดวงตาบวมตุ่ยมาเป็นของแถมเพราะร้องไห้ราวกับญาติผู้ใหญ่เสียก็ไม่ปาน
เสียงสมาร์ทโฟนของเธอสั่นอย่างเอาเป็นเอาตายในตู้ข้างเตียง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีเสียงดังมารบกวน
ที่เธอเปิดสัญญาณเสียงเรียกเข้า แต่ไอ้เสียงอื๊ดๆๆๆนี่ใช่ว่ามันจะไม่น่ารำคาญ ในที่สุดปนันชยาก็ทนรำคานไม่ไหว
จึงต้องผงกหัวที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง ขึ้นมา มองหาที่มาของเสียง แล้วก็คว้ามันขึ้นมา หรี่ตามองด้วยดวงตาหยีเล็ก บอส!!!
“ ฮันโหล โอ้ยจะโทรมาทำไมแต่เช้า นี่มันวันหยุดฉันนะ “ แต่เสียงปรายสายอ้อแอ้ เหมือนกับคนเมา
“นัน!!!! ฉันอกหักมาดูแลฉันหน่อยสิ”
“ ห๊า!!!.. นายว่าไงนะ อกหักเหรอ ใครมันมากระตุกหนวดคาสโนว่าอย่างคุณเข้าละนี่?”
”ฉันไม่ขำ...ทำไมผู้หญิงแม่งมันหน้าเงินเหมือนกันทุกคนเลยหรือไง?”
เมื่อปรายสายได้ยินมาถึงตรงนี้ก็รู้ว่าเขามาได้โทรมาแกล้งอำเธอเหมือนทุกครั้ง
“ตอนนี้คุณอยู่ไหน? “
”อยู่ห้อง”
“ok เดี๋ยวฉันไป”
”เอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนด้วยนะ บางที่จะรบกวนเธอขับรถออกต่างจังหวัดกัน”
“ok เดี๋ยวฉันอาบน้ำแล้วออกไปเลย “
หัสวีย์ อกหัก นั่นมันต้องมาจากพี่สาวเธอเป็นแน่ คนอย่างพี่โส ถ้าไม่คิดจะบอกต่อให้ถามยังไงเธอก็จะไม่พูดอยู่ดี
ทางเดียวที่จะรู้ต้องไปนั่งเป็นกระโถนท้องพระโรงให้เจ้านายตัวดีเท่านั้นแหละ
ภายในครึ่งชั่วโมงเธอก็พร้อม ด้วยกระเป๋าเป้ที่ใส่เสื้อยืดตัวหนึ่ง กางเกงเลขาก๊วยหนึ่ง
ชุดชั้นในสอง เครื่องใช้ในห้องน้ำมีอยู่ในรถแล้ว เละเสื้อเชิ้ตอีกตัวที่แขวนในรถ
หยิบแว่นกันแดดมาสวมเพื่อปิดดวงตาที่บวมตุ่ยของเธอ กุญแจรถวีออสปี 2014
ที่ฝาครอบกระทะล้อคู่หน้าหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เธอขับออกจากคอนโด
และได้แวะร้านสะดวกซื้อที่หน้าปากซอย ซื้อขนมกรุบกรอบ น้ำดื่ม แซนวิชต์ และที่ไม่พลาดก็คือ ไก้ทอดหาดใหญ่
และส้มตำป่ารสจัดข้าวเหนียวสามห่อไปเผื่อคนอกหักด้วย ราวสิบห้านาที ก็มาถึงคอนโดหรู
ที่ไม่ได้ไกลไปกว่าที่เธอพักเท่าใดนัก เธอมีคีย์การ์ดที่จะเข้าออกที่นี่ได้อย่างสบาย เพราะเขาให้เธอไว้ชุดหนึ่ง
เพราะบางทีก็ถูกเจ้านายใช้ให้มาเอาเอกสารที่ลืมไว้บ้าง มาเอาเสื้อผ้าให้เขาบ้าง
หรือบางครั้งเอก็รับหน้าที่เลขาทาสที่ต้องมาดูแลทำความสะอาดห้องให้เขา
แต่อะไรก็ไม่ร้ายเท่ากับว่า หัสวีย์ยังต้องโทรตามเธอให้ซื้อถุงยางอนามัยมาส่งให้เวลาที่ต้องการใช้แล้วมันหมด
เธอจึงได้ซื้อกล่องใหญ่มาทิ้งไว้ให้ เพราะนอกจากจะเป็นลูกน้องที่สนิทแล้ว
เธอก็ยังได้ตำแหน่งเลขาทาสและเพื่อนซี้มาอีกสองตำแหน่ง และแต่ละตำแหน่งเธอก็มีเงินเดือนกินทุกตำแหน่งด้วย
กดรหัสเข้ามากลิ่นแรกที่กระแทกจมูกคือ บรั่นดีที่พร่องไปเกือบครึ่ง สภาพที่ไม่เห็นบ่อยนักคือ
ผมเป็นกระเซิงเหมือนผ่านการใช้มือสางมานับครั้งไม่ถ้วน ดวงตาแดงก่ำ
“ วีย์ เกิดอะไรขึ้น?
วางของแล้วก็เข้ามานั่งลงข้างๆเขา แต่คำตอบคือ เขาโผมากอดเธอ พร้อมกับกลั้นสะอื้น ที่แรกก็ตั้งใจจะผลัก
แต่เมื่อรู้สึกถึงความอุ่นร้อนและเปียกชุ่มตรงหัวไหล่ มันทำให้เธอต้องยกมือขึ้นกอดตอบเขาอย่าง
ปลอบโยน ทั้งที่ในหัวใจของเธอมันปวดแปลบขึ้นมาทั้งๆที่พยายามระงับมัน
ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้ว่ารู้สึกยังไงกับเขา แต่ก็บอกตัวเองตลอดมาว่าเขาคือผู้ชายของพี่ ถึงแม้จะรู้ว่าพี่ไม่ได้จริงจังอะไรมากนัก
สิ่งที่เธอพอจะทำได้ก็คือได้ดูแลเขาแทนพี่สาวของเธอ
แต่สาบานได้ว่ามันเป็นได้แค่นั้นจริงๆ กว่าจะกลั้นสะอื้นได้ และบอกเล่าให้คนที่ตนยึดไว้เป็นที่เช็ดน้ำตาในตอนนี้
เขาจึงเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เธอฟัง โน่นก็พี่ นี่ก็คนของหัวใจ
แต่ถ้าจะแยกตัวเองออกมาเป็นคนอื่นแล้วมองมัน ยังไงพี่สาวของเธอก็ผิดวันยังค่ำ ทำไมโลกตั้งกว้าง
คนแทบจะล้นโลก แต่มันกลับเหวี่ยงคนทั้งสามให้มายืนอยู่ในสถานการณ์ที่ยุ่งยากแบบนี้
สิ่งที่ทำได้คือฟังเงียบๆ และปลอบโยนด้วยภาษากาย คือลูบหลังไหล่ และกระชับอ้อมแขนเป็นบางครั้ง
ถ้าความเจ็บปวดมันแบ่งปันให้กันได้ละก็ เธอจะขอเป็นคนรับมันมาแต่เพียงผู้เดียว
รับแทนพี่สาว และปกป้องหัวใจอันบอบบางของคนตรงหน้า เป็นผนังให้เขาพิง
เพียงชั่วครู่เขาก็ค่อยๆปล่อยเธอ แล้วก็หันมาทางขวดเหล้า
“พ่อเถอะวีย์ เหล้ามันไม่ได้ช่วยอะไรหรอก คนเราถ้าเขาจะไม่รักต่อให้เราดีแค่ไหนมันก็ไม่อยู่ดี”
เธอบอกเขาแต่ส่วนลึกในหัวใจแล้วเธออยากจะย้ำให้ตัวเองฟังตากหากล่ะ
“วีย์ขอแค่วันนี้วันเดียวนะนัน ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป
วีย์จะทวงบัลลังคาสโนว่าหนุ่มของเมืองไทยกลับมา “
“ ได้ยินแล้วก็อยากจะเขกหัวนัก นี่ละเวรกรรม”
เธอบ่นพร้อมกับลุกขึ้น
“นายดื่มเหล้าอย่างเดียวเดี๋ยวก็ปวดท้องหรอก ฉันมีข้าวเหนียวไก่ทอดมาฝาก ส่วนส้มตำเดี๋ยวฉันจะไปกินตรงระเบียงนะ”
“เฮ้ย !!! ไม่ต้องๆวันนี้ฉันอนุญาตให้เธอกินในนี้ได้เลย
เธออุตส่าห์ มีน้ำใจมาดูแลฉัน เหม็นปลาร้าแค่นี้ฉันทนได้ “
“อื่ม!! ค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย ถ้ามันจะไม่มีประโยคหนึ่งตามหลังมา”
“กลิ่นส้มตำเธอมันก็ยังไม่น่าเกลียดเท่ากลิ่นหมาเน่าที่ฉันได้กลิ่นที่บ้านฉันหรอก”
ถึงจะรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร แต่ก็อดที่จะแหวใส่ไม่ได้ เธอจึงตัดสินใจที่จะเปลี่ยนเรื่องคุย
“ไหนบอกจะไปต่างจังหวัดไง จะไปไหนล่ะ ถ้าจะไปก็เลิกดื่ม เดี๋ยวฉันพาไป “
”ไม่แล้วละ ขึนไปตอนนี้มีหวังอ้วกคารถแน่”
“ OK ถ้างั้นก็กินไก่นี้แล้วกันจะได้ไม่ปวดท้องนะ ข้าวไม่ต้องกินเดี๋ยวจะเป็นข้าวหมากให้ฉันเก็บ
นายไม่ไปก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้ดูซีรี่ส์ต่อ เธอคว้าเป้เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำ
จัดแจงแก้ห่ออาหารและจัดใส่จาน แล้วยกมานั่งทานที่โซฟารับแขก เขานั่งบนโซฟา
แต่เธอนั่งขัดสมาธิกับพื้นตามความเคยชิน หัสวีย์เวลานี้เขาไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อยว่ามันจะกลิ่นปลาร้าหรือกลิ่นอะไร
ก็ยังคงกระดกเหล้าเข้าปาก ทีเดียวหมด “นี่วีย์ฉันว่านายอาจจะกระเพาะทะลุตายเสียก่อน
ที่จะได้กลับไปเป็นคาสโน่ว่าเหมือนเดิมแน่แล้วล่ะ”
“ ไม่มีทางฉันจะไม่ตายเพราะคนอย่างผู้หญิงคนนั้นหรอก มันไม่คู่ควร”
“อื่มนายคิดได้แล้วฉันก็สบายใจ เธอทานอย่างเอร็ดอร่อย “นี่กินส้มตำมะ จะได้สร่างเมา”
“ไม่อ่ะ”
“เอ้า....ถ้าไม่อยากตายก็เพราะกระเพาะทะลุก็กินไก่ เขาหยิบน่องไก่ชิ้นโตจากเธอมาเคี้ยว
แต่พอท้องอิ่มเขาก็ดื่มไม่ได้อีกต่อไป ถามว่าเมาไหม ต้องตอบเลยว่ายืนไม่ไหว
เมื่อปนันชยาทานเสร็จก็จัดการล้างจานชามแล้วก็เข้าไปแปรงฟันพอกลับออกมาหัสวีย์ก็นั่งหลับอยู่ตรงโซฟาคอตกอยู่ตรงนั้น
บอสๆๆตื่นค่ะไปนอนในห้องนะคะ กล่าวพร้อมกับยกแขนเขาพาดบ่า
พยายามพาเขาให้ยืนขึ้นขึ้น แต่ก็ไม่ค่อยได้รับความร่วมมือเท่าควร ปากก็เพ้อหาแต่พี่สาวเธอ
“โส ทำไม ทำไมต้องเป็นพ่อผมด้วย ผู้ชายมีทั้งโลกทำไม ผมอุตส่าห์ทะนุถนอมไม่เกินเลยกับคุณเพราะให้เกียรติ
“โอย ฉันไม่ใช่พี่โสและนายเงียบไปได้แล้ว กรุณาให้ความร่วมมือฉันด้วย อีกเพียงสองก้าวเองก็จะถึงเตียงแล้ว”
ทั้งลากทั้งดันมาถึงเตียงจนได้แบบทุลักทุเล เธอตั้งใจจะเหวี่ยงเขาให้ขึ้นไปนอนให้เรียบร้อย
ตัวเองจะได้ออกไปนอนดูซีรี่ส์ให้สบายใจ แต่เหวี่ยงคนที่ตัวใหญ่และสูงกว่าเธอจึงถูกคนตัวโตล้มทับลงมาทั้งตัว
คนเหนือร่างพยายามลืมตาขึ้นด้วยความยากลำบาก
“หึ.... โสริยาเธอมันผู้หญิงหน้าเงิน ใครมีเงินให้
เธอก็ยอมลีร่างกายให้สินะ ไม่เป็นไรเธอต้องการคืนละเท่าไหร่ละว่ามา”
“โอ๊ย...วีย์ปล่อยฉันนะฉันไม่ใช่พี่ เอ้ย ฉันไม่ใช่คุณโสริยา ปล่อยฉันสิ”
แต่คนที่เมาไม่ยอมลืมหูลืมตา ก็ซุกไซ้คนใต้ร่างด้วยสัญชาตญาณของความเป็นชาย
ปนันชยาดิ้นรนขัดขืนเพียงไร ร่างหนาก็ไม่ได้สนใจจะฟัง ยังไม่พอบดขยี่ริมฝีปากเธออย่างรุนแรงตามอารมณ์แค้นและไฟปรารถนา
“อื้อ เสียงอู้อี้ พร้อมกับมือที่ตบอกแกร่งแบบรัวๆเพราะตอนนี้เธอกำลังจะถูกสูบวิญญาณ หายใจหายคอไม่ทัน “
เขาละปากมามืออีกข้างถลกเสื้อยืดตัวโคร่งของเธอขึ้นกระชากเสื้อชั้นในออกจากกายอย่างอยากลำบาก
เมื่อตะขอหลุดยังคงติดสายเขาจึงเขาจึงเลิกมันขึ้นไป
แล้วครอบครองดอกบัวงามทันที ปนันชยาถูกกดสองแขนไว้เหนือศีรษะ ตอนนี้สิ่งที่เป็นอิสสระก็เพียงแค่ศีรษะ
ที่สะบัดไปมา น้ำตาไหลราวกับทำนพแตก เธอตั้งใจเหลือเกินว่า เธอจะมอบความบริสุทธิ์นี้ให้เจ้าบ่าวในคืนแต่งงานเท่านั้น
แต่เขาไม่แม้แต่จะรัก แต่ใช้กำลังกับเธอ ร่างกายถูกปลุกสัมผัส ไฟแห่งธรรมชาติถาโถมเข้าใส่หญิงสาวผู้ไม่เคย ร่างกายกับสมอง
มันกำลังดีกัน ในที่สุดเธอก็ยอมแพ้ หัสวีย์ พยายามผลักดันตัวตนไปสำรวจทางสายเล็กแคบนั้นด้วยความอยากลำบาก
เขาเจ็บ แต่สำหรับเธอแล้ว มันเกินคำว่าเจ็บไปมาก ความเจ็บที่แทบจะปริแตกสำหรับเขา ทำให้สติกลับมาอีกครั้ง
แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างที่กำลังนอน
น้ำตาไหลพรากอยู่ตรงนี้มันคือยอดเลขายาหยีของเขาต่างหาก แต่จะให้หยุดนะเหรอไม่มีทาง
เขาแค่ชะลอเพื่อสร้างความคุ้นเคยให้กับปนันชยาเท่านั้น ถึงแม้เขาจะผ่านสังเวียนรักมานับร้อย แต่พูดได้เต็มปากเลยว่า ปนัน
ชยาเป็นคนแรกที่ยังคงเวอร์จิ้นอยู่ เขาพยายามตั้งสติเพื่อจะดื่มด่ำกับความหอมหวานในครั้งนี้
มันชั่งให้ความรู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“นันผมขอโทษ แต่ถึงยังไงผมก็ต้องการคุณ คุณทำใจให้สบายนะ เจ็บแค่นิดเดียว”
“ปล่อยฉันเถอะวีย์ ฉันไม่ใช่ตัวแทนของใคร คุณได้สติแล้วอย่าให้มันเลยเถิดไปมากกว่านี้เลย”
“นันผมรู้นะว่าคุณชอบผม คุณรักผม “
“ ใช่ แต่นั่นมันไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องยอมเป็นตัวแทนของคนอื่นให้คุณย่ำยี”
เขาไม่ได้พูดอะไรอีกแล้ว ความต้องการ ความเห็นแก่ตัวเข้าครอบงำ และเขาขยับตัวอีกครั้ง
จนผ่านเยื่อบางๆแต่มีความเหนียว ไม่ใช่น้อยนั้นไปได้จนสุดทาง ปนันชยากรี๊ดออกมาด้วยความเจ็บปวด
หัสวียังคงรุกรานเธอต่อไปจนสุขสม ก่อนที่จะจูบซับน้ำตาให้ แล้วก็ล้มตัวนอนกอดเธอหลับไปในที่สุด
โสริยา เมื่อออกมาจากคฤหาสน์ของเหมราชแล้วก็ร้อน อกร้อนใจพยายามโทรหาน้องสาวเพื่อที่จะถามถึงหัสวีย์
แต่โทรเท่าไหร่ก็ไม่รับ สงสัยจะไปดูหนังอีกแล้ว คงทิ้งโทรศัพท์ไว้ที่รถตามเคยสินะ
จะไปหาก็ไม่กล้าเพราะกลัวว่าน้องจะเห็นเธอในสภาพนี้ จึงได้ตัดสินใจกลับคอนโดของตัวเอง
เธอสวมกางเกงขายาวและเสื้อเชิ้ตปิดถึงคอ ใส่แมสและแว่นตาสีดำอันโตดวงตาที่เขียวช้ำไว้
เมื่อเข้าห้องมาแล้วก็แทบจะทรุดตัวลงหน้าประตู
เพราะความร้าวระบม
“ไอ้แก่ตัณหากลับนี่ รอถึง ยี่สิบครั้งคงจะไม่ไหว มีหวังถูกมันซ้อมตับแตกตายเสียก่อนแน่”
เธอเข้าไปเปิดน้ำอุ่นจนเต็มอ่าง เข้าไปนอนแช่ด้วยความร้าวระบม นี่ขนาดว่าเธอก็เจนสนามไม่แพ้ผู้ชาย
และรู้จักป้องกันตัวมาตลอด ครั้งนี้ถือว่าหนักหนาสาหัสที่สุดในชีวิต หวนคิดถึงปฏิกิริยาที่ชายหนุ่มแสดงต่อบิดานั้น
มันทำให้เธอแน่ใจไม่น้อยว่าหัสวีย์รักเธอ แต่มันพลาดตรงที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าสองคนนั่นเป็นพ่อลูกกัน
คงหมดหนทางที่จะกลับไปหาชายหนุ่มได้อีก
ในห้องนอนที่มีสองกายเปลือยเปล่านอนอยู่ในความมืด
หัสวีย์นอนหลับสนิทเพราะความเมา ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอ กลื่นแอลกอฮอล์อ่อนๆปนออกมากับลมหายใจ
นี่นะหรือคือคนที่เธอคิดจะรัก ไม่ใช่สิ หัวใจไม่รักดี
นี่ต่างหากที่มันไม่ยอมเชื่อฟัง ทั้งที่เธอก็รู้ว่าเขาเป็นคนยังไง ความรับผิดชอบอย่างนั้นนะหรือ
มันคงจะเป็นคนละมุมมองกัน คนอย่างหัสวีย์มักจะใช้เงินซื้อ ความรับผิดชอบของเขาคือเงิน
และมันจะตอบแทนเธอเป็นราคา แต่สำหรับเธอแล้วมันคือคุณค่า ถ้าเขาคิดจะรับผิดชอบละก็ คือการแต่งงานเท่านั้น
หญิงสาวค่อยๆก้าวขาลงเตียงด้วยความยากลำบาก เธอเข้าไปล้างตัวแต่แล้วก็ต้องใส่กางเกงเลตัวเดิม
ถ้าขืนใส่กางเกงยืนส์คงไม่ไหว เพราะเจ้าหนอนน้อยของเขามันไม่น้อยเลยบวกกับความเมาและความไม่พร้อมของเธอ
ขนาดว่าเขาพยายามที่จะนุ่มนวลกับเธอแล้ว เขาไม่ได้นิสัยที่ชอบความรุนแรงมาจากบิดาหรอก
แต่เขาเมาจนไม่สามารถครองสติได้เท่าเดิมแค่นั้น กลับมาถึงห้องต้องรีบหายาแก้ปวดไข้รับประทาน
สภาพเธอดีกว่าโสริยาเล็กน้อยเพราะไม่ได้บอบช้ำภายนอก แต่ก็ทำเอาเธอป่วย ราวตีหนึ่ง
หัสวีย์ตื่นขึ้นมาด้วยอาการกระหายน้ำ และหนาวด้วย เพราะเปิดเครื่องปรับอากาศไว้
แต่กลับนอนทับผ้านวมที่ใช้คุมอยู่ด้านบนเสียนี่ เขาลุกขึ้นเปิดไฟ ถึงได้รู้ว่าเสื้อผ้าของตนกระจัดกระจายรอบเตียง
และที่สำคัญบนเตียงนอนของเขาเปรอะไปด้วยเลือดผสมกับน้ำรักของตัวเอง
ไม่มีใครแน่ นอกจากปนันชยาเท่านั้นที่จะเข้าห้องเขาได้โดยที่เขาไม่ต้องลงไปรับ หยิบโทรศัพท์ออกมาดู
ใช่เบอร์สุดท้ายเขาโทรหาเธอจริงๆ เพราะเป็นเบอร์เดียวที่เขาโทรออกในวันนี้ เขาเดินไปหยิบขวดน้ำในห้องครัว
เปิดดูถังขยะ มีถุงใส่ส้มตำที่เธอมัดมันไว้อย่างดีกันกลิ่นออก มีเศษกระดูกไก่ทอด
ไม่ต้องสงสัยอะไรอีกแล้ว เขาเดินมานั่งที่โซฟาตัวเดิม เปิดขวดน้ำขนาด 600 ml แล้วก็ดื่มมันไปจนหมดขวด
นั่งคิดถึงคำพูดของหญิงสาวเวลาที่คุยกันยามปลอดงานหรือไปทานอาหารกัน
นี่ยัยเฉิ่ม ถามจริงเถอะฉันหนีบเธอไปด้วยทุกที่แบบนี้ ฉันว่าเธอจะหาแฟนไม่ได้แน่เลย
“ ถ้านันหาแฟนไม่ได้ วีย์ก็ต้องรับผิดชอบสิ โทษฐานใช้งานเยี่ยงทาส”
“แต่คงไม่ถึงกับต้องยกขันหมากไปหรอกมั๊ง”
“ได้ก็ดีนะสิ”
เธอพูดหน้าตาเฉยจนเขาก็คิดว่าเธอพูดเล่น เขาจึงได้แหย่เธอต่อ เพราะสนิทกันจนบางครั้งเขาลืมไปด้วยซ้ำว่าเธอเป็นผู้หญิง
เพราะเวลางานเธอแต่งตัวราวกับมนุษย์ป้า ใส่เสื้อตัวในปิดจนถึงคอ กระโปรงยาวครึ่งแข้ง
เสื้อสูตรคลุมปิดสะโพก ไม่เหลือมุมมองให้เจริญหูเจริญตาเลยสักนิด
แต่ตอนนี้เขาได้เปลี่ยนความคิดไปโดยสิ้นเชิง เพราะเธอมีทุกอย่างที่ผู้หญิงมีและสวยสะพรั่ง
ทำไมนะที่ผ่านมาเขาไม่ได้มองเห็นความงามของเธอเลย เขาพยายามโทรหาเธอ
แต่ว่าหญิงสาวปิดเครื่อง ยิ่งตอนนี้เธอกำลังนอนซมไข้อยู่ด้วย สายของวันเธอโทรลงไปยังห้องอาหาร
สั่งข้าวต้มกุ้งขึ้นมาเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง สาวน้อยเมียนมาน่าตาน่ารัก
ก็ได้หิ้วถุงอาหารมาส่งให้ที่ห้อง เธอจัดการมันโดยที่ไม่รู้รสชาติของความอร่อยเลยสักนิดเพราะลิ้นตอนนี้เสียการรับรดไป
“หรือว่าเธอจะติดโควิดนะ เออ จริงสิ โควิด”
เธอต้องลางานเพื่อคิดอะไรบางอย่าง วันนี้ก็ยังคงเป็นวันอาทิตย์เธอพยายามหาที่เทสโควิด
สองขีดที่จะไม่โบ๊ะให้ถูกจับได้ง่ายๆ หัสวีย์ก็กระสับกระส่ายเมื่อติดต่อเธอไม่ได้
จะตามหาก็ไม่รู้ว่าเธอพักอยู่ที่ไหน เคยถามๆอยู่เหมือนกัน เธอบอกว่าเช่าอพาร์ทเม้นท์เล็กๆอยู่
แถวพัฒนาการ เธอได้บอกเขาไปแบบนั้น รอจนกระทั่งเช้าวันจันทร์เธอจึงส่งผล ATK ให้ฝ่ายบุคคล
พร้อมกับลายาวสิบวัน แผนกบุคคลต่อสายขึ้นไปยังโต๊ะทำงานของท่านรอง
“ ปนันชยา”
“สวัสดีค่ะท่านรอง ดิฉันสมรเองค่ะ จากฝ่ายบุคคล “
“อ้อคุณสมรมีอะไรครับว่าไปได้เลย”
“คือว่าน้องปนันชยาโทรมาลาค่ะพร้อมกับส่งผล ATK มา
ขึ้นสองขีดจึงขอแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้ร่วมงานจึงได้ขอลายาวสิบถึงสิบห้าวันค่ะ
และให้เรียนท่านรองว่าควรจะตรวจด้วยค่ะ”
“ OK ถ้างั้นคุณจัดการเบิกมาให้ผมที สามอันเลยนะและช่วงนี้ขึ้นมาทำหน้าที่เลขาแทนปนันชยาด้วย “
“ ค่ะท่านรอง”
เพียงสิบนาทีเขาก้ได้ที่เทส ATk มาทั้งเทสน้ำลายและแหย่โพรงจมูกโดยมีเลขาทดแทนวัยป้าเป็นผู้ตรวจให้
กว่าจะเรียบร้อยก็จามโขมงโฉงเฉงกันอยู่ในห้อง ผลเป็นลบทั้งหมด ท่านรองจะต้องตรวจสามวันติดกันนะคะ อีก
”สองวันฉันขอแบบน้ำลายอย่างเดียวก็พอ”
วันหยุดยาวของเธอช่างผ่านไปเชื่องช้าในแต่ละวัน
นึกห่วงงานนี่นั่นว่าพี่สมรจะทำได้ไหม จะเข้าใจงาน
หรือเปล่า บางครั้งก็ปล่อยใจให้เผลอไผล่เตลิดไปหาท่านรองจนได้เสียนี่นอนดูซีรี่ส์ได้สองวัน
พอเข้าวันที่สามก็ชักจะไม่ไหวจึงได้โทรหาพี่สาว
“ เจ๊....ทำอะไรอยู่ค่ะ”
“นอนตายอยู่ห้องนี่แหละจ๊ะ ไม่ได้ไปไหนรอห้างเปิดว่าจะไปช้อปปิ้งหน่อย แล้วนันละไม่ทำงานเหรอถึงได้โทรมาเวลานี้ได้ “
“ค่ะ ขี้เกียจก็เลยแกล้งหลอกที่ทำงานว่าติดโควิด ก็เลยได้พักยาวเลย นี่ก็ได้พักเข้าวันที่สามนี่ละค่ะ
วันทีนี้ก็คว้างสิค่ะไม่รู้จะไปไหน ดูหนังจนเบื่อแล้ว”
“งั้นดีเลยจ๊ะ เดี๋ยวพี่ไปหานะจะได้ออกไปทานข้าว ช้อปปิ้งกัน ไม่ได้เจอกันเป็นเดือนแล้วนี่ พี่อาบน้ำก่อนเดี๋ยวพี่ออกไปจ๊ะ “
“ขอบใจมากยัยนัน พี่ก็จะใช้วิธีแกเหมือนกันว่าแล้วก็จัดการส่งแบบเทสโควิดที่ไปเก็บมาจาก Facebook
เพราะเวลาใครติดก็จะโพสต์ลงโซเชี่ยลราวกับว่าเป็นเทรนของคนยุคใหม่
ก่อนเที่ยงเพียงเล็กน้อยสองพี่น้องก็ออกไปยังศูนย์การค้าดัง เวลาที่เธออยู่บ้านหรือไปไหนๆที่ไม่ใช่ที่ทำงาน
เธอก็มักจะแต่งตัวสวยสมวัย ไม่ได้เป็นป้าเหมือนเวลาไปทำงาน
เพราะ ถ้าไม่แต่งเป็นป้า เกรงว่าเจ้านายของเธอจะจ้องขย่ำ
แต่เมื่อถูกขย้ำไปแล้วก็ไม่มีอะไรต้องคอยซ่อนเขาอีต่อไป
สมรทำงานแทนแบบงกๆเงิ้นๆมาสี่ห้าวัน ทำอะไรก็ไม่ถูกใจท่านรองเลยแม้แต่การชงกาแฟ
“คุณสมร โทรหาปนันชยาทีครับว่าเธอหายหรือยัง “
“ เมื่อเช้าส่งผลมาอยู่นะคะไม่ขึ้นสองขีดแล้ว แต่พักดูอาการค่ะ”
“โทรไปบอกำเธอว่าไม่ต้องดูแล้วอาการ เพราะพรุ่งนี้คุณออสตินกับบุตรสาวจะมาเจรจาร่วมทุนและนำเข้าสินค้าบางตัวกับเรา
ผมจำเป็นจะต้องให้เธอมาจัดการเรื่องเอกสารให้”
ปนันชยาก็หาที่ลงเหมือนกันแค่สัปดาห์เดียวก็เบื่อจะแย่ เมื่อรับปากสมรว่าจะมา
วันนี้เธอจึงคิดจะเปิดเผยตัวตน เปิดความสวยที่ซ่อนมาหลายปี แต่ไม่ใช่เพื่อเขาหรอกนะ
แต่เพื่อที่จะเอาคืนเขาต่างหากละ ในเมื่อไม่คิดจริงจังก็อย่ามาเสียดายก็แล้วกัน
ราวสิบเอ็ดนาฬิกา สาวสวยในชุดเดรสตัวปล่อยไม่เน้นรูปร่างสีฟ้าน้ำทะเลสั้นเหนือเข่า
กระเป๋าถือและรองเท้าสีขาวครีม รวบผมหางม้ายกสูงแต่งหน้าด้วนโทนสีส้มพีชบางเบา
สะกดทุกสายตายามที่เดินเข้ามา บางคนก็ถึงกับตะลึง บางคนก็แอบซุบซิบว่าเธอหายไปทำศัลกรรมมาหรือเปล่า
เธอเดินสับเข้าลิฟต์ไปด้วยความมั่นใจ เมื่อตัวเลขเลื่อนมาถึงชั้นที่ ยี่สิบห้า ประตูลิฟต์ก็เปิดออก
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเดินเข้ามายังโต๊ะทำงานของตัวเองที่มีสมรนั่งทำอะไรแบบงกๆเงิ้นๆอยู่
“สวัสดีค่ะพี่สมร “
“สวัสดีค่ะคุณคือ ต๊ายน้องปนันชยา”
“ค่ะนันเองค่ะ”
“น้องนันหายไปไม่กี่วันไปทำศัลยกรรมมาหรือค่ะถึงได้สวยเฉียบขนาดนี้”
“เปล่าหรอกค่ะ ศัลอะไรจะหายไวแบบนี้ละคะ”
“เออนั่งสิคะ ไปเถอะค่ะเข้าไปหาท่านรองกัน พี่จะได้ลงไปแผนกพี่ซะทีงานเลขานี่มันสมกับเงินเดือนที่สูงลิ่วเลยจริงๆค่ะ
ใช่ว่าจะให้ใครทำก็ได้ พี่ล่ะยอมเลวย”
สมรเดินนำปนันชยาไปเคาะประตูก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าไป
“มีอะไรหรือครับพี่สมร”
เขาเอ่ยถามทั้งที่ยังไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสาร
“คือว่าหมอนจะขอท่านรองลงไปยังแผนกเหมือนเดิมค่ะ เพราะเลขาตัวจริงมาแล้ว”
“ครับ”
กล่าวก่อนที่จะ รู้สึกตัวจึงได้เงยหน้าขึ้นมาจากเอกสาร
พวกนั้น แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือหญิงสาวสวยใสชุดทันสมัย ไม่มีแว่นตาหนาเตอะบนใบหน้า
ขาเรียวสวยขาวเนียนตัดกับชุดที่เธอสวมทำให้เธอดูโดดเด่นสดุดตา
“ นัน ผมแทบจะไม่เชื่อสายตาว่าเป็นคุณ”
“ดิฉันจะถือว่าเป็นคำชมค่ะ ท่านรองมีอะไรจะให้ฉันจัดการด่วนหรือค่ะ”
“อ้อ เรื่อง เอกสารที่จะไปคุยเรื่องอาหารเสริม
ที่มิสเตอร์จัสตินจะมาร่วมทุนด้วยนะ คุณเตรียมเอกสารเรื่องนี้ด้วย”
“ได้ค่ะท่านรอง”
“ไม่เอาสินันคุณโกรธผมใช่ไหม คำว่าขอโทษมันยังคงน้อยไป”
“ขอโทษนะคะ ที่นี่คือที่ทำงานและเป็นเวลางานดิฉันไม่คุยเรื่องส่วนตัวค่ะ”
กล่าวจบก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไปด้วยรอยยิ้มอย่างผู้ชนะ
“ฉันยอมและรอคุณมานานเกินไปแล้ววีย์ ถึงเวลาที่ฉันต้องเอาคืนบ้างแล้ว”
เธอจัดการเอกสารอย่างคล่องแคล่วก่อนที่จะปริ้นออกมาจัดเข้าแฟ้มแล้วจึงเอาไปให้เขา
เธอยังคงเคาะห้องสามครั้งเบาๆเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ เมื่อเขาอนุญาตเธอก็เปิดเข้าไป
นี่ค่ะเอกสารที่ท่านรองต้องการ อ่านและศึกษารายละเอียดดูนะคะ พรุ่งนี้เที่ยงที่ร้านโอมากาเสะค่ะ
“ เดี๋ยวนัน คุณดูห่างเหินจัง ราวกับว่าคุณไม่รู้จักและสนิทผมเหมือนเดิมเลย ผมทำตัวไม่ถูก “
“ ต่อไปนี้สถานะของฉันกับท่านรองคือ เจ้านายกับลูกน้องเท่านั้นค่ะ จะไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น”
“แม้แต่ความเป็นเพื่อนคุณก็ไม่มีให้ผมแล้วอย่างนั้นเหรอ”
“ แล้วเพื่อนกันเค้าทำกันแบบนั้นหรือค่ะ ทั้งๆที่ฉันขอร้อง คุณ “
“ผมขอโทษผมมันเลวเอง “
“ ฉันไม่ได้โกรธค่ะ แต่ก้ไม่เหมือนเดิมถ้าคุณสมบัติเลขาของฉันมันขาดตกบกพร่องฉันยินดีพิจารณาตัวเองค่ะ”
“ผมยินดีรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นนะ”
“โดยการที่เอาเงินฟาดหัวฉันแล้วให้ฉันฉันเป็นผู้หญิงของคุณแล้วจ่ายเงินเดือนให้เหมือนกับท่านประธานทำอย่างนั้นหรือค่ะ
ฉันไม่ใช่โสริยา ความรับผิดชอบต่อฉันคือการแต่งงานเท่านั้น ถ้าคุณทำไม่ได้ ฉันก็ไม่เคยคิดจะเรียกร้องมัน
ให้ทุกอย่างมันผ่านไป คนอย่างฉันมีค่าในตัวเองเสมอ มีคนอีกตั้งมากที่อยากเข้ามาในชีวิตฉัน ที่ฉันไม่มี
เพียงเพราะว่าฉันยังไม่คิดที่จะมี อย่างน้อยๆที่คุณรู้ก็ผู้
กองคเชนซ์”
“ใช่สิเป็นอย่างที่เธอพูดจริงๆ เขาเองยังแปลกใจว่าไอ้ผู้กองเชนมันตาถั่วหรือไง
ถึงได้มาจีบยัยเลขาเฉิ่มของเขาที่แท้ กลับเป็นเขาเองที่ไม่เคยมีตาไว้มองเพชรที่อยู่ใกล้ตัว
แต่กลับไปแสวงหาแต่ก้อนกวดมาหลงชื่นชม
“ ยัยนัน พี่ว่าจะไปอยู่กับคุณพ่อคุณแม่สักพัก เรื่องวีซ่าก็ไม่ต้องห่วงพี่มีวีซ่าเซ็งเก้นแล้ว
ทำไมละคะพี่จะไปอยู่นานแค่ไหน ก็ยังไม่รู้ คงอยู่ไปเรื่อยๆแหละจนกว่าจะเบื่อ อีกอย่างพี่อยากจะหนีไอ้แก่ตัญหากลับนั่น”
“หมายถึงคุณเหมราชหรือค่ะ”
“อื้ม พี่ผิดพลาดเองแหละ ที่เห็นแก่เงิน แต่ครั้งเดียวก็เกินพอ”
“ค่ะคริสต์มาร์สจะตามไปนะคะ”
“OK วันนี้พี่หาตั๋วก่อน ได้แล้วจะบอก นันจะไปหาของฝากไปให้แม่กับแด๊ดก่อนค่ะ
อาหารไม่ต้องนะ ที่โน่นมี่ไทยมาร์เก็ตมาเปิดไม่ไกลจากบ้านแม่เท่าไหร่ ของราคาไม่แพง เมียฝรั่งเขาเพิ่งเปิด ผักแม่ก็ปลูกเองเหมือนเดิม”
“คงจะเป็นขนมไทยนะคะที่เก็บไว้หลายวันได้ พวกฝอยทอง เม็ดขนุน ขนมชั้นอะไรพวกนี้อะค่ะ”
“อ้อได้เลย คืนนี้ราวสองทุ่ม หัสวีย์โทรมาหาปนันชยา “นัน”
“มีอะไรค่ะท่านรอง ตอนนี้ดิฉันทำงานเฉพาะเวลาปกติเท่านั้น ไม่รับเงินพิเศษในการเป็นเลขาทาสอีก
เพราะฉะนั้นนอกเวลางานไม่ต้องโทรมาค่ะ พรุ่งนี้เจอกันที่บริษัทสวัสดีค่ะ”
กล่าวจบก็กดวางสาย ทำเอาชายหนุ่มถึงกับงง
รุ่งเช้าเธอแต่งตัวสวยทันสมัย ในชุดสูทสีขาวกระโปรงสั้นเหนือเข่า เสื้อด้านในคอฮาวายสีกาแฟนม
ลอนผมมาแบบมีวอลลุ่ม รองเท้าคัดชูส้นเปิดโทนสีเดียวกันกับ เสื้อตัวใน
และกระเป๋าสีเข้มขึ้นมานิดแต่ก็จัดว่าคุมโทน เธอเข้ามาเอาเอกสารและก็ออกไปพร้อมกันกับเขา
แต่เธอเปิดประตูไปนั่งคู่กับคนขับและไม่พูดไม่จากัน จนกระทั่งโสริยาโทรเข้ามา
“ ค่ะพี่โส กำลังไปประชุมค่ะ ได้ตั๋ววันไหนค่ะ พรุ่งนี้ดึก ได้ค่ะเดี๋ยวเย็นเลิกงานวันพรุ่งนี้จะเอาไปให้ที่คอนโดนะคะ เคค่ะบาย”
ส่วนคนที่นั่งอยู่ทางด้านหลังกลับขบกรามแน่น
“ที่แท้เธอสองคนเป็นพี่น้องกันอย่างนั้นเหรอ สนุกมากใช่ไหมที่มาหลอกปั่นหัวฉันสองคนพ่อลูกเนี้ย”
“ท่านรองพูดเรื่องอะไรค่ะ ฉันหลอกอะไรไม่ทราบ”
“เธอเป็นน้องโสริยาแต่เธอไม่บอกฉัน”
“ในกฎระเบียบของบริษัทตอนที่ฉันมาสมัครงาน ระบุมีพี่น้องกี่คน แต่ไม่ได้บอกว่าเพศไหนชื่ออะไรอายุเท่าไหร่
ถ้าท่านรองเห็นว่าเป็นการหลอกลวง หรือไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ดิฉันก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นเลขาของท่านต่อไป
ลุงค่ะจอดรถให้ฉันด้วยค่ะ ชิดซ้ายข้างหน้านี่เลย “
“สมานไม่ต้องจอด”
เธอนิ่งเงียบไม่ได้พูดอะไร รอจังวะรถติดไฟแดงเธอก็ปลดล็อกแล้วก็เดินลงจากรถไปโดยที่ทิ้งเอกสารของเขาไว้บนรถ
“ นันท์ๆเดี๋ยวสิ เธอวื่งขึ้นไปยังฟุตบาดเรียบร้อย สัญญาณไปเขียวพอดี ทำให้สมานต้องรีบออกรถไป
วันนี้เขาต้องยกเลิกนัด ยอมเสียผลประโยชน์ แล้วรีบกลับไปยังบริษัทด้วยความฉุนเฉียว
ปนันชยามาถึงก็ขับรถออกไปทันที โดยที่ไม่รอฟังอะไร เพราะหัสวีย์ไม่มีเหตุผล
เมื่อเข้ามาในห้องทำงานก็พยายามอย่างเหลือเกินที่จะโทรหาเธอ แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้
สมาร์ทโฟนราคาเรือนแสนถูกปาลงกับพื้นแตกกระจายไม่มีชิ้นดี นั่งเอามือกุมขมับพยายามปรับลมหายใจของตัวเองลง
ใช้เวลาไม่นานเขาก็ปรับมันจนเป็นปกติ ก่อนที่จะค่อยๆคิดถึงคำพูดและเหตุผลของเธอ
ใช่เธอพูดถูกทุกอย่าง เธอไม่เคยหลอกอะไรเขา แต่กลับทำหน้านาที่ได้อย่างดีเยี่ยม
ถึงแม้เขาจะไว้เนื้อเชื่อใจ แต่เธอก็ไม่เคยฉวยโอกาสในฐานะคนสนิทหาผลประโยชน์ใส่ตัวที่นี้จะไปตามเธอที่ไหนละ
จะให้โทรหาโสริยาเขาก็ยังทำใจที่จะคุยกับหล่อนไม่ได้ในตอนนี้
เขายอมเสียงานเที่ยวตามหาเธอจากวันเป็นเดือน
สลับกับการเข้าบริษัท โชคยังดีที่บิดายังนั่งตำแหน่งบริหาร จนกระทั่งถึงวันที่ต้องประชุมผู้ถือหุ้น
ทุกคนรอแต่ท่านรองเพียงผู้เดียว แต่จนป่านนี้ยังไม่เห็นหรือแม้แต่จะโทรเข้ามา เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่สมรจะเปิดเข้ามา
“ มีอะไรสมร ท่านรองโทรมาแจ้งว่าให้ประชุมกันได้เลยค่ะเพราะท่านไม่สบาย ติดโควิดค่ะ จึงมาร่วมประชุมไม่ได้
ให้สมรเข้ามานั่งบันทึกเทปการประชุมส่งให้ค่ะ”
“อ้อ งั้นเริ่มประชุมได้”
การประชุมผ่านไปได้ด้วยดี แต่อีกคนกลับขัรถตระเวนหาปนันชยา สิ่งที่เขาคิดมาตลอดว่าเขาไม่อยากแต่งงาน
ไม่อยากเสียความเป็นส่วนตัวให้ผู้หญิงคนไหน แม้แต่โสริยา ถึงเขาจะชอบโสริยามากแค่ไหน
ก็ยังตีค่าเธอเป็นเงินเหมือนบิดาของตัวเองไม่มีพิษ แต่กับปนันชยาแล้ว เขาไม่เคยมีความรู้สึกอะไรกับเธอเลย
นั่นเป็นการเข้าใจผิดอย่างมหันต์ ที่เขาไม่รู้สึกอะไรเพราะว่าเขากับเธอแทบจะตัวติดกันตลอด
จะห่างกันก็แค่เวลาแยกกันไปนอนเท่านั้นเอง แต่มาวันนี้เมื่อเธอหายไปจากชีวิต
เขาเพิ่งจะรู้ความจริงของหัวใจก็ตอนนี้ว่า ปนันชยาได้ฉกเอาหัวใจของเขาไปหมดแล้วทั้งดวง
ขณะที่คิดอะไรฟุ้งซ่านอยู่นั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นรถของเธอเปิดไฟเลี้ยวซ้ายจะเข้าไปโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังย่านสุขุมวิท
เขาค่อยๆเลี้ยวตามไปแบบทิ้งระยะห่าง เธอไม่สบายเป็นอะไรกันแน่ เธอมาแผนกสูตินรีอย่างนั้นเหรอ
ใช่ปนันชยา รอบเดือนไม่มาตามกำหนดและเธอมีอาการคลื่นเหียนจึงคิดว่าตัวเองคงจะตั้งครรภ์
จึงได้มาตรวจ จะให้ร้องไห้ฟูมฟายนั่นนะหรือ มันไม่ใช่นิสัยของเธอ
ถ้าท้องก็ถือว่าเป็นของขวัญอันมีค่ะ เธอมีเงินทั้งมรดกที่พ่อแม่ให้สิบกว่าล้านเกือบๆยี่สิบ
และเงินสะสมจากการทำงานของเธอหลายๆปีผ่านมาที่แทบจะไม่ได้ใช้เพราะชีวิตผูกติดอยู่กับเจ้านาย
ไปไหนไปกัน กินอะไรก็กินด้วยกันทำให้เธอมีเงินเก็บเดือนละหลายหมื่นเป็นเวลาสี่ปีที่มาเป็นเลขา
ให้หัสวีย์ เธอออกมาจากห้องตรวรแล้วพยาบาลนำเธอไปยังแผนกจ่ายยา
เขายืนรอเพียงไม่นาน พยาบาลคนเดิมก็กลับมา คุณพยาบาลครับ ขอโทษนะครับคุณปนันชยา ภรรยาผมเธอกำลังตั้งครรภ์ใช่ไหมครับ”
พยาบาลสาวหันมายิ้มให้ ก่อนที่จะแสดงความยินดีกับเขา “ใช่ค่ะ ยินดีด้วยนะคะ ตอนนี้เธอไปรอรับยาค่ะ”
กล่าวจบเธอก็ขอตัวอย่างสุภาพ
“ ได้ยาแก้แพ้แล้ว อีกสองวันก็เดินทางแล้ว เราจะไปหาคุณตาคุณยายและคุณป้ากันนะลูก”
เธอเดินออกมาขึ้นรถแล้วก็ขับออกไปยังห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อของกินและนม
“หัสวีย์ ยังคงเดินตามหาที่โรงพยาบาล แต่ก็ไม่พบคิดว่าเธออาจจะเข้าห้องน้ำ แต่รออยู่เป็นนาน
ก็ไม่เห็นจึงได้ไปดูยังที่ ที่เธอจอดไว้ ปรากฏว่ารถหายไปจากตรงนี้แล้ว
“ปนันชยา...ฉันคราดกับเธออีกจนได้นะ”
เมื่อคืนที่ต้องเดินทางมาถึง ปนันชยาเอาของไปไม่มาก เพราะเธอรู้ดีว่าเดี๋ยวเธอก็ต้องเปลี่ยนการแต่งตัว
แล้วยังไงก็ต้องซื้อใหม่อยู่ดี โสริยามารับน้องสาวที่สนามบิน เธอขับรถมาเอง ระหว่างสนามบินกับบ้านห่างกันราวยี่สิบกิโล
ใช้เวลาเพียงไม่นานทั้งหมดก็ได้มาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาในคืนวันคริสมาสอีฟ
คุณแม่และพี่สาวของเธอเตรียมของและจัดฉลองในครอบครัวเป็นการดินเนอร์ที่อบอุ่นในรอบปี
โสริยาโพสต์คลิปการฉลองคริสต์มาร์สที่แสนจะอบอุ่น และแน่นอนว่า หัสวีย์เขาเฝ้าสังเกตทั้งเฟซเธอและน้องสาว
เพื่อจะดูว่าเธอไปไหนและพักอยู่ที่ใดและแล้วเขาก็รู้
เสียงโทรศัพท์ของโสริยาดังขึ้น เธอมีอาการตกใจเล็กน้อย จึงได้ขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์เพื่อไม่เป็นการเสียมารยาท
“ไฮ วีย์ “
“ เมอรี่คริสมาร์สโส “
“เช่นกันค่ะ คุณโทรมามีอะไรหรือเปล่าคะ เรื่องฉันกับคุณเหมฉันรับผิดทั้งหมด แต่ฉันก็ทนไม่ไหวจึงได้ย้ายตามแม่มาอยู่ที่สวีเดน”
“ผมเข้าใจ”
“ขอบคุณค่ะ”
“แต่ที่ผมโทรมานี่คือ ผมมีเรื่องจะขอร้องให้คุณช่วย”
“หืม... เรื่องอะไรค่ะ”
“คือเรื่องผมกับนัน”
“ อย่าบอกนะคะว่าคุณจะหลอกกินน้องสาวฉัน”
“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะโส “
แล้วเขาก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้โสริยาฟัง
“ แต่ผมรักเธอและต้องการจะแต่งงานกับเธอ “
“คุณพูดจริงใช่ไหม “
“แน่นอนสิ หลานคุณอยู่ในท้องของเธอ”
ได้ยินเพียงเท่านั้น โสริยาก็กรี๊ดขึ้นพร้อมกับกระโลดเต้นด้วยความดีใจ
“เป็นอะไรหน่ะยัยโส”
คุณอย่าเสียงดังสิ เดี๋ยวนันก็หนีไปหรอก
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะแม่ โสแค่ดีใจที่เพื่อนของโสกำลังจะมีลูกนะค่ะ เขาดีใจมากเลยนะคะ
และเขารักภรรยาของเขามากด้วยละคะ โสก็เลยอดที่จะดีใจกับเขาด้วยไม่ได้ “
“ OK นะหาตั๋วมาให้ได้ แล้วคุยกัน
ทั้งคู่วางสายจากกันแต่ความรู้สึกดีใจไม่ต่างกัน
“ เอาค่ะ ขอให้ครอบครัวของเรามีความสุข ขอให้คุณพ่อ คุณแม่และน้องสาวที่พี่รักมีความสุข”
หลังจากรับประทานอาหารแล้ว ปนันชยาก็เก็บของไปล้างเป็นโอกาสดีที่พี่สาวจะได้เล่าความจริงให้พ่อกับแม่ฟัง
ทุกคนต่างก็ช่วยกันเล่นตามแผน อีกสองวันให้หลัง หัสวีย์ก็มาเหยียบสวีเดน เขารอโสริยามารับ
ปนันชยาไปช่วยแม่เตรียมอาหาร ต้อนรับเพื่อนของพี่สาว “ใครกันหรือค่ะแม่ที่จะมาวันนี้ “
“ เพื่อนของพี่โสเขานะลูก เห็นว่าไม่ได้เจอกันนาน”
“ อ้อค่ะ “
อาหารทั้งหมดขึ้นโต๊ะก่อนเวลานัดราวสิบนาที
“ไปล้างหน้าล้างตาในห้องก่อนเถอะลูก”
“ค่ะแม่”
เมื่อปนันชยาเข้าห้องไปแล้ว หัสวีย์ก็เข้ามาคุยกับผู้ใหญ่
โสริยาจึงเข้าไปหาน้องสาว
“ มานี่เราหน้าตาซีดเซียวแบบนี้มันไม่มีสีสันถ่ายรูปออกมามันซีดเหมือนคนไม่สบายเลย”
เธอจัดการแต่งหน้าให้น้องสาว และเลือกเสื้อผ้าของตัวเองมาให้ใส่
“โอ้โห้ จะไม่เวอร์วังไปหรือค่ะพี่โส”
“ไม่หรอก กำลังดี”
เธอสวมชุดเสื้อกระโปรงสีโรสโกล์ซึ้งมันเป็นชุดผ้าลูกไม้ช่วงอกแต่ก็มีซับในสีเดีอวกันปิด
แต่ช่วงแขนจะเป็นซีทรู ช่วงกระโปรงจะเป็นอัดพีซ เธอหยิบรองเท้ามาให้น้องสาวสวม
ภาพที่สะท้อนในกระจกตรงหน้าเธอปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆว่าสวย
“เอาละทีนี้พี่ต้องปิดตาเราก่อน”
“ทำไมถึงต้องปิดตาด้วยละคะ”
“เพราะพี่มีของจะเซอร์ไพรส์เราไง”
“ว้าว นันตื่นเต้นจังเลยค่ะ เมื่อผูกตาแล้วก็จูงน้องสาวออกมา เอาละยืนตรงนี้ก่อนนะ”
หัสวีย์ลงมานั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอพร้อมด้วยดอกไม้ช่อโต เอาละนะ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ 1-2-3 ผ้าถูกเปิด
แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำเอาเธอตกใจไม่น้อย ด้วยคิดไม่ถึงว่าเขาจะมา และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ พี่สาวของเธอเป็นตัวตั้งตัวตีในเรื่องนี้
“ นันครับ ที่ผมตามมาที่นี่ก็เพื่อมาตามหาหัวใจตัวเอง ตลอดเวลาที่เกิดเรื่องราวต่างๆมากมายสำหรับเร
า ผมพยายามเหลือเกินว่าจะสะกดใจไม่ให้รักนันได้ วันนี้ผมมาตามลูก ตามเมียผมกลับบ้าน
เราแต่งงานกันนะครับ ผมไม่ได้ทำเพื่อความรับผิดชอบ แต่ผมทำตามหัวใจเรียกร้อง
เขายื่นดอกไม้ให้เธอ ปนันชยารับมันมาด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตา เขาล้วงเข้าไปในอกเสื้อ
แล้วล้วงเอาแหวนเพชรเม็ดเป้งออกมา เพราะมันมีน้ำหนักถึงแปดจุดเก้ากะรัต เธอหันไปมองหน้าทุกคนและสุดตรงพี่สาว
โสริยา เดินเข้ามากระชิบเธอเบาๆ สบายใจได้น้องรัก เราไม่ได้มีผัวคนเดียวกันแน่
เพราะมันไม่เคยแม้จะแตะพี่ กล่าวจบสองพี่น้องก็หัวเราะให้กัน ก่อนที่ปนันชยาจะส่งมือให้หัสวีย์
เขาสวมแหวนเพรชเม็ดงามนั้นเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายให้แม่ของลูก ก่อนที่จะลุกขึ้นประกบปากจูบเรียวปากเล็กอย่างแสนรัก
ก่อนที่ทั้งคู่จะก้มลงกราบผู้ใหญ่ทั้งสองเพื่อรับพร
หลังจากนั้นปาร์ตี้ครอบครัวและต้อนรับสมาชิกใหม่จึงเริ่มขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นท่ามกลางหิมะและความหนาวของด้านนอกผ่านหน้าต่าง
หิมะกระทบแสงไฟคริสมาร์ส
ดูชางงดงามราวกับดวงตาหวานใสที่อยู่ในอ้อกอดเขาในขณะนี้
จบบริบูรณ์
