เกิดใหม่ในนิยายนับว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่ไม่มีใครคาดคิด แต่นั้นยังไม่อัศจรรย์เท่ากับที่นางได้เกิดใหม่ในร่างคนเสียสติ
กริ๊ดดดด!!!
ทำไมสวรรค์ถึงใจร้ายแบบนี้เนี่ยะ!
แต่ก็ช่างเถอะ อยู่ในร่างนี้ก็ดี อย่างน้อยก็ไม่มีกฏเกณฑ์บังคับ โดยเฉพาะเรื่องแต่งงานแบบคลุมถุงชนที่คนสมัยนี้ชอบทำกัน
ทว่า!!
ทำไมข้าต้องมาอยู่ใกล้ชิดกับพระเอกธงแดงที่แสนร้ายกาจผู้นี้ด้วยเล่า ขนาดแกล้งบ้า เขายังจับทางได้ ตัวประกอบที่ควรตายไปแล้ว จะรอดไปได้อีกสักกี่ตอนกันล่ะเนี่ยะ
เรื่องย่อ...
“เหมยเหมย เจ้ามาทำอะไรอยู่ตรงนี้คนเดียวฮึ อย่าบอกนะว่าแอบหนีมาเล่นน้ำ มันอันตรายไม่รู้หรือ” น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้กลับทุ้มต่ำและนุ่มนวลอย่างที่ไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อน
ซือหลินสะดุ้งสุดตัว พลางรีบซ่อนสมุนไพรไว้ในแขนเสื้อก่อนจะหันมาทำหน้าซื่อตาใส ดวงตากลมโตเบิกกว้างพลางเอียงคอไปมาตามบทบาทคนเสียสติที่นางได้รับ
“พี่ใหญ่จอมมาร ท่านมาช่วยข้าจับปลาหรือ ทว่าปลานั้นมุดหายไปแล้ว ข้าอุตส่าห์เฝ้ารอมันตั้งนาน แต่มันไม่ขึ้นมาหาข้าเลย” นางพูดพลางทำหน้าบึ้งและชี้นิ้วลงไปในน้ำอย่างไร้เดียงสา
หรงอวี้ยิ้มละไม ทว่ายิ้มองเขากลับที่ไปไม่ถึงดวงตา เพราะมันดูน่ากลัวมากกว่าหากคนที่รู้จักตัวตนเขาดี เมื่อเดินเข้ามาใกล้ เขาก็ยอบตัวลงนั่งข้างนาง พลางแสร้งมองตามนิ้วเรียวขาว
“เช่นนั้นหรือ ช่างน่าเสียดายนัก” เอ่ยจบเขาก็หันมาเอื้อมมือปัดเศษหญ้าที่ติดอยู่บนผมของนางอย่างแผ่วเบา
สัมผัสที่ดูอบอุ่นนั้นทำให้ซือหลินเผลอชะงักไปครู่หนึ่ง พลางลอบกลืนน้ำลายลงคอและมองเขานิ่ง
“พี่ใหญ่ว่าอากาศเริ่มเย็นแล้ว เรากลับเรือนกันดีกว่านะ ประเดี๋ยวเจ้าเจ็บป่วยไป ท่านพ่อจะตำหนิพี่ใหญ่เอาได้”
ซือหลินเผลอจ้องหน้าเขาอย่างลืมตัว ในใจก็ก่นว่าไปด้วย
‘มาไม้ไหนเนี่ย? ปกติเห็นแต่ทำหน้ายักษ์ วันนี้มาเป็นพี่ชายแสนดี ดูสยองกว่าเดิมอีก’ นางลอบกลืนน้ำลายอีกหน
“ทำไมจ้องหน้าพี่ใหญ่เช่นนี้เล่า หรือพี่ใหญ่มีสิ่งใดผิดปกติ”
ซือหลินชะงักไปอีกรอบ ‘เอาไงดี แกล้งบ้ายังไงดี แล้วทำไมอีตาพระเอกนี่จะต้องมาวุ่นวายกับเราด้วย ทำไมไม่ต่างคนต่างอยู่ ปกติเขาก็ไม่ไยดีน้องสาวต่างสายเลือดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมช่วงนี้ถึงมายุ่มย่ามกับเรานักนะ’ นางครุ่นคิดอย่างคนจนตรอก
“น้องสี่ ปกติเจ้าไม่นิ่งเช่นนี้นี่ หรือว่าเจ้าหายดีแล้ว ถึง…” เสียงที่กำลังเปล่งออกมา สะดุดลงในทันทีเมื่อมือขาวของน้องสาวยื่นออกมาประกบแก้มของเขาไว้จนสัมผัสเย็นนั้นแทรกซึมเข้าผิว
“หน้าพี่ใหญ่ เหมือนกบตัวนั้นเลย ข้าพบมันเมื่อวาน มันทำตาโตใส่ข้า เหมือนที่พี่ใหญ่ทำตอนนี้เลย” ดวงตาคู่สวยกะพริบถี่ ไม่ต่างไปจากใจดวงน้อยที่เต้นเร้าอยู่ในยามนี้ ระยะใบหน้าของเขากับนางนั้นอยู่ใกล้กันมาก จนรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดกันได้
‘ยัยซือหลินบ้า! แกทำอะไรของแกเนี่ย’ นางนึกตำหนิตนเองที่คิดหาวิธีโง่เขลาเช่นนี้มาดึงความสนใจเขา
บรรยากาศโดยรอบพลันเงียบงันในทันที เหลือเพียงเสียงลมเสียงน้ำที่ไหลเอื่อยและเสียงหัวใจที่กำลังเต้นระทึกของทั้งคู่
“พี่ใหญ่เหมือนกบมากนักหรือ” เป็นหรงอวี้ที่เอ่ยขึ้นมาทำลายความเงียบเสียก่อน ซ้ำเขายังยกแขนขึ้นมาโอบเอวคอดไว้ด้วย และยังรั้งจนร่างอรชรที่นั่งยองเสียหลักเข้ามาชิดใกล้
ทำให้มือที่ประกบแก้มอยู่นั้นถลาหลุดออก นางจึงไม่มีอะไรค้ำยันตนเอง ไม่ให้ใบหน้าพุ่งเข้าหาเขา ซึ่งมันก็พอเหมาะพอเจาะนัก ริมฝีปากทั้งคู่แนบประกบกันอย่างไม่ตั้งใจทันที
ซือหลินตาโตเท่าไข่ห่าน ก่อนจะรีบเบี่ยงหน้าลงมาซุกที่ไหล่แกร่ง เพื่อปิดบังอาการประหม่าและแก้มเนียนที่เห่อร้อนขึ้นมา
ทว่าพี่ชายบุญธรรมนั้นกลับยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเอ่ยว่า
“กลับกันเถอะ ประเดี๋ยวจะป่วยเข้าจริง ๆ นะ” เขากล่าวพลางจับไหล่นางดันออกมา ซึ่งคนที่เสียสติกลับเอียงหน้าหนี
‘หึ เจ้าไม่ได้เสียสติแล้วสินะ ถึงได้มีท่าทีเขินอายเช่นนี้ คนเสียสติจริง ไม่มีทางเข้าใจหรอกว่าเรื่องเมื่อครู่มันไม่ควรเกิดขึ้น’ หรงอวี้นึกในใจ ก่อนจะทำทีรั้งตัวนางขึ้นโดยไม่กล่าวอะไรที่ส่อให้นางอายไปมากกว่านี้ เขาอยากให้นางแสร้งเสียสติต่อไป
‘เจ้าแกล้งบ้า ข้าก็จะแกล้งโง่ทำเป็นไม่รู้ แล้วมาดูว่าใครจะอดทนได้นานกว่ากัน'
ฝากนิยายเรื่อง "เกิดใหม่เป็นคุณหนูเสียสติในนิยายธงแดง"
นิยายเรื่องนี้เป็นแนว ตลก กลั่นแกล้ง ทันกันมาก แต่ก็ได้ต้มมาม่าซดพอให้กรุบกริบอยู่นะ เหมาะสำหรับอ่านไปอยากหยุมไป
พระเอกคิดว่าตัวเองคือแมวป่าที่น่ากลัว แต่ความเป็นจริง อีพี่เป็นแค่สุนัขเชื่อง ๆ ที่รอหอนก็เท่านั้นเอง
เรื่องนี้ไม่เครียดนะคะ แม้จะมีดราม่ามาผสม แต่ก็เป็นอรรถรสเพิ่มความเข้มข้นให้เนื้อหาเท่านั้น นิยายเน้นสนุก ตลก อบอุ่นมากกว่า
รับรองว่าไม่ผิดหวังค่ะ
