ภรรยาอ้วนผู้นี้ไม่ใช่ฮูหยินท่านแล้ว

จีน

ภรรยาอ้วนผู้นี้ไม่ใช่ฮูหยินท่านแล้ว

ภรรยาอ้วนผู้นี้ไม่ใช่ฮูหยินท่านแล้ว

หลินซี

จีน

7
ตอน
349
เข้าชม
0
ถูกใจ
0
ความคิดเห็น
13
เพิ่มลงคลัง
คำเตือนเนื้อหา
คำเตือนเกี่ยวกับเนื้อหาในเรื่องอาจมีการสปอยล์ถึงเนื้อเรื่องหลัก
หลิงมู่อันคือสตรีที่มีรูปร่างอวบอ้วน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่สามีนางนึกรังเกียจ สิ่งที่ทำให้เขาตีตัวออกห่าง คือนิสัยดุร้าย ใจคอโหดเหี้ยมของนางต่างหาก

หลิงมู่อันคือสตรีที่มีรูปร่างอวบอ้วน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่สามีนางนึกรังเกียจ สิ่งที่ทำให้เขาตีตัวออกห่าง คือนิสัยดุร้าย ใจคอโหดเหี้ยมของนางต่างหาก คนที่เกิดใหม่ในร่างนี้ จึงต้องพยายามเปลี่ยนชะตาที่เจ้าของร่างเคยกระทำไว ทว่านางมิได้เปลี่ยนมันเพื่อใคร 

 

....หลิงมู่อันผู้นี้ทำไป เพื่อตัวของนางเองต่างหาก....

 

แนะนำตัวละคร

 

หลิงมู่อัน อายุสิบแปดปี ในอดีตนางคือสตรีที่มีนิสัยเอาแต่ใจ ชอบกดขี่ผู้อื่น รูปร่างอวบอ้วน ไม่เป็นที่ชื่นชอบของคนรอบข้าง ได้ออกเรือนเพราะใช้อำนาจของบิดาขอพระราชทานสมรส สุดท้ายก็ไม่ได้เสวยสุข เพราะทำประชดจนตัวตาย

 

แม่ทัพโจวเสิ่นหลาง อายุยี่สิบแปดปี บุรุษรูปงาม สุขุมรอบคอบ เย็นชาดั่งก้อนหิน ในใจนึกเกลียดภรรยาที่ตนแต่งเข้ามา มิใช่เพราะนางอวบอ้วน ทว่านิสัยของหลิงมู่อันเป็นที่น่ารังเกียจเกินไป เขาเคยเห็นนางตบตีบ่าว เอาน้ำร้อนราดเพราะอีกฝ่ายงามกว่า นับแต่แต่งเข้ามา เขาจึงไม่เคยแยแสนางเลย

 

อีเจาตี้ วัยยี่สิบปี สาวงามจากเมืองเจียง หญิงสาวผู้ช่วยชีวิตแม่ทัพโจว นางจึงได้โอกาสเข้ามาอยู่ในชายคาของเขา

 

เจาอ๋อง หมิงเจาเต๋อ อายุยี่สิบเก้าปี เขาคือท่านอ๋องผู้เรืองอำนาจรูปงาม ทว่าเจ้าชู้ เสเพล ปากร้าย วัน ๆ เอาแต่ท่องเที่ยวเสวยสุข  

 

เรื่องย่อ...

 

แม่ทัพหนุ่มหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าประตูห้องยาที่เปิดแง้มไว้ สายตาเขาก็ปะทะเข้ากับร่างอวบอ้วนของภรรยา นางกำลังง่วนกับการคุมไฟหม้อต้มยา แม้จะอยู่ไกลระยะสายตา ทว่ามันยังพอมองเห็นหยาดเหงื่อที่สะท้อนกับแสงที่สาดส่องจากด้านนอก ทำให้คนมองได้เห็นถึงท่าทางมุมานะของคนไม่เอาไหนอย่างชัดเจน

 

เมื่อเขาก้าวเข้ามาด้านใน ภาพใบหน้าที่อาบไปด้วยเหงื่อและแก้มที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากไอความร้อนก็ยิ่งเด่นชัด

 

มือขาวอวบกำลังขยับพัดโบกควันยาอย่างเป็นจังหวะ นางไม่ได้มีท่าทีเหนื่อยหน่ายหรือรังเกียจความร้อนระอุเลยสักนิด

 

โจวเสิ่นหลางยืนนิ่งด้วยความประหลาดใจ เขากำลังมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายได้ สตรีที่เคยวิ่งไล่ตามตนอย่างไม่ลดละ หญิงอ้วนที่ไม่เคยแยแสทุกข์สุขของผู้อื่น และมักจะทอดทิ้งบิดาไว้ข้างหลังเพื่อไปเฝ้าเขาที่หน้าจวน

 

ทว่าบัดนี้นางกลับไม่แยแสที่จะขัดขวางเขากับสตรีอีกคนที่มาอาศัยอยู่ในจวน แต่กลับมานั่งเฝ้าหม้อต้มยา ยอมทนร้อนทนกลิ่นควันยาที่ลอยระอุ เพื่อดูแลบิดาที่นางเคยเมินเฉยกระนั้นหรือ

 

‘เกิดอะไรขึ้นกับนางกันแน่?’ เสิ่นหลางตั้งคำถามในใจ แผ่นหลังอวบอ้วนที่เขาเคยรังเกียจนักหนา แม้จะดูโดดเดี่ยว ทว่ามันกลับแฝงความเข้มแข็งเอาไว้อย่างน่าประหลาด

 

ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง กระทั่งมู่อันสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง นางค่อยๆ หันใบหน้าที่ชุ่มเหงื่อไปทางประตู ดวงตาที่เคยโง่งมเพราะรัก บัดนี้กลับสงบนิ่งราวกับมองคนแปลกหน้า

 

“ท่านแม่ทัพ...” นางเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นเต้นอย่างที่เคยเป็นและมันยังดูห่างเหินมากด้วย “ดูท่าลมคงจะพัดแรงมากกระมัง ถึงพัดท่านมายืนอยู่ที่นี่ได้”

 

เสิ่นหลางขมวดคิ้วเล็กน้อย ความรู้สึกหนึ่งพลันวูบเกิดขึ้นมาในใจ มันกำลังบอกเขาว่า...มู่อันคนเดิมที่เขาเคยรู้จัก ได้จากไปพร้อมกับสายน้ำในบึงบัววันนั้นแล้ว เพราะท่าทางนางต่างไปจากเดิมมาก จนเขามิอาจมองข้ามได้อีกต่อไป

 

เมื่อถูกทักทาย โจวเสิ่นหลางก็ก้าวเท้าเข้ามาในห้องยาที่อบอวลไปด้วยกลิ่นขม สายตาคมกริบจ้องมองร่างอวบที่ดูสงบนิ่งผิดตา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยั่งเชิงแฝงความขัดเคืองลึกๆ

 

“ดูท่า...เจ้าคงจะถูกวิญญาณผู้อื่นสิงสู่จริง ๆ ถึงได้ดูต่างออกไปเช่นนี้” เขากล่าวพลางเลิกคิ้วมองอย่างจับผิด หวังจะเห็นท่าทีสั่นคลอนหรือการตัดพ้ออย่างที่เคยได้รับ

 

มู่อันเพียงปรายตามองสามีเล็กน้อย นางยกยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ดูเยือกเย็นและห่างเหินเสียจนคนมองชาวาบไปถึงหัวใจไม่นานนางก็หันกลับไปสนใจหม้อต้มยาอย่างไม่ยี่หระ

 

“หรือท่านแม่ทัพอยากให้ข้ากลับไปเป็นหลิงมู่อันคนเดิม? สตรีโง่เง่าที่คอยวิ่งไล่ตามบุรุษหูเบาที่ไม่เคยรักตน”

 

“หึ! ทำตัวชั่วช้า แต่คิดจะกลบเกลื่อนความเลวของตนโดยการโยนความผิดให้ผู้อื่น แล้วกล่าวหาว่าข้า หูเบา กระนั้นหรือ” เสิ่นหลางตอกกลับทันควัน น้ำเสียงเขากระด้างขึ้น “เจ้าคงจะตกน้ำนานจนลืมการกระทำที่ผ่านมาของตนไปแล้วกระมังหลิงมู่อัน จำไม่ได้เลยหรือว่าเจ้าเคยทำเลวอันใดไว้บ้าง”

 

คำพูดทิ่มแทงนั้นทำให้มู่อันนิ่งไปชั่วครู่ พลางกลืนน้ำลายเพราะไม่อาจโต้เถียงเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่เขาเอ่ยได้ ความทรงจำเจ้าของร่างเดิมจึงไหลย้อนเข้ามาอีกครา  

 

“แล้วนี่ท่านต้องการอะไร จะมาที่นี่เพื่อด่าว่าข้าให้สาแก่ใจอย่างนั้นหรือ” เอ่ยถามเสียงเรียบ

 

แม่ทัพหนุ่มเผยยิ้มหยัน “ข้าได้ยินว่าเจ้าปรุงยารักษาท่านพ่อตา ข้าเกรงว่าเจ้าจะทำเขาตายจึงต้องมาดู” เสิ่นหลางเอ่ยอย่างไม่เกรงใจ ความระแวงที่มีต่อภรรยามันฝังลึกเกินที่เขาจะเชื่อมั่น

 

มู่อันสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะยันกายลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าที่คล่องแคล่วและมั่นคงกว่าแต่ก่อนนัก นางก้าวเข้าไปหาสามีเจ้าของร่างจนระยะห่างที่มีลดน้อยลง ใบหน้าอวบอ้วนแหงนขึ้นมองเขา สบตาบุรุษที่สูงกว่าด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว

 

“ข้าไม่โง่พอจะสังหาร ที่พึ่งเดียว ของตนหรอกนะท่านแม่ทัพ” นางเอ่ยเสียงเรียบทว่าหนักแน่น “แม้แต่ก่อนข้าไม่เคยสนใจบิดา ทว่านั่นมันก็เป็นเรื่องของ เมื่อก่อน แต่นับจากนี้ไป ท่านพ่อจะเป็นบุรุษเพียงคนเดียวที่ข้าจะใส่ใจและคอยปกป้อง” นางเงียบเสียงลงราวกับต้องการเว้นระยะให้เขา แววตาที่มองคนตรงหน้ายังคงเย็นชาแต่มันไม่เท่าคำพูดที่เอ่ยออกมา

 

“นับแต่นี้ไป...ความรักที่ข้าเคยมีให้ท่าน ข้าจะนำมันกลับมามอบให้บิดาของข้าแทน ส่วนท่าน...ไม่มีค่าอันใดให้ข้าต้องวิ่งตามอีกแล้วโจวเสิ่นหลาง ข้าจะปล่อยท่านเป็นอิสระ อยากรับสตรีอีกสักกี่คนก็ตามใจท่านเลย” จากนั้นนางก็ใช้มืออวบผลักเขาออกห่างอย่างไม่ไยดี และยังหันมาสนใจหม้อต้มยาโดยไม่มองเขาอีก

 

โจวเสิ่นหลางที่ไม่ทันตั้งหลักถึงกับเซถลาถอยหลังออกไปหลายก้าว ร่างสูงเสียหลักจนคนสนิทต้องรีบเข้ามาประคอง

 

เสิ่นหลางยังคงตกอยู่ในภวังค์อย่างไม่เข้าใจ สตรีที่เคยอ้อนวอนขอความรักจากตน มาบัดนี้กลับกล้าผลักไสกันอย่างไม่ไยดีกระนั้นหรือ ทำแล้วก็ไม่คิดจะหันมามองกันด้วยซ้ำ

 

ความสับสนมึนงงเริ่มตีตื้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ทว่าน่าแปลกนัก เขากลับไม่ได้มีโทสะอย่างที่ควรจะเป็น

 

นี่มันคือสิ่งที่เขาต้องการมาตลอดมิใช่หรือ

 

ด้านมู่อันนางไม่ได้เอ่ยปากขับไล่เขาอีก ยามนี้นางทำเหมือนอยู่คนเดียวในห้อง เดินไปยกหม้อต้มยาวางใส่ถาดแล้วก็ถือขึ้นมา จากนั้นก็หมุนตัวก้าวเดินผ่านหน้าผู้เป็นสามีตรงไปที่ประตู โดยไม่ได้เหลือบมองผู้ที่ตนเคยวิ่งไล่ตามเลยสักนิด

 

นางทำราวกับเขาเป็นเพียงอากาศเท่านั้น

 

แน่นอนว่าแม่ทัพผู้มีทิฐิสูงเทียมฟ้าย่อมไม่อาจปล่อยให้นางสร้างความงงงวยให้ตนมากกว่านี้ เขาจึงก้าวเท้าตามไปในทันที

 

************

 

เจาอ๋องชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นสตรีอวบอ้วนยืนอยู่ข้างเตียงคนป่วย เขาเลิกคิ้วขึ้นสูงพลางคลี่ยิ้มยั่วโทสะคนมอง

 

“โอ้...ข้านึกว่าตนตาฝาดเสียอีก ที่แท้ก็เป็นฮูหยินของท่านแม่ทัพผู้ลือชื่อจริง ๆ ข้าได้ข่าวว่าเจ้าไปเยือนยมโลกมามิใช่หรือ แล้วเหตุใดเจ้าถึงได้กลับมาไวนักเล่า หรือทางโน้นไม่มีอาหารเพียงพอจะเลี้ยงดูเจ้า” เจาอ๋องเผยยิ้มอย่างยียวน

 

คนถูกค่อนแคะมองเขาด้วยสายตาเรียบนิ่งพลางยกยิ้ม นางจำได้ดีว่ามู่อันคนก่อนเกลียดคนผู้นี้เพียงใด แต่สำหรับนางในยามนี้ หมิงเจาเต๋อกลับเป็นเพียงบุรุษปากเสียคนหนึ่งเท่านั้น

 

“ยมโลกคงเกรงว่าคน ‘ไร้สาระ’ อย่างท่านอ๋องจะเงียบเหงากระมัง จึงได้ส่งข้ากลับมาเพื่อชมเรื่องตลกขบขันที่ท่านทำต่อไป”

 

คำตอกกลับของหลิงมู่อัน ทำให้เจาอ๋องถึงกับชะงัก ดวงตาที่เคยฉายแววขี้เล่นกลับเปลี่ยนเป็นประหลาดใจในฉับพลัน ปกติหลิงมู่อันจะกรีดร้องโวยวายแล้วยกย่องโจวเสิ่นหลางขึ้นมาข่มเขา แต่นางในวันนี้กลับดูสงบนิ่งทว่าวาจาเชือดเฉือนกว่าเดิมมาก

 

**********

 

ฝากนิยายเรื่องแนวน่ารัก ปากร้าย ตลก อบอุ่น 

 

นิยายไม่ดราม่านะคะ มีพอกรุบกริบ ออกแนวตลก แก้แค้นเอาคืนมากกว่า  

 

พระเอกคลั่งรักเมียมาก นางเอกก็น่ารักมีเหตุผล จบสุขนิยมค่ะ 

 

 

 

แสดงเพิ่มเติม

รีวิว (2)

5.0