แนะนำตัวละครหลัก
แพม พัศมน ธนานุรักษ์ อายุ 28 ปี อาชีพดารานักแสดง
รัญ รัญชิตา บูรภักดิ์กมลวาณิชย์ อายุ 26 ปี อาชีพดารานักแสดง ธุรกิจส่วนตัว
********************
โปรยน้ำจิ้ม
“มีอะไรตลกเหรอคะ ถึงต้องแอบขำ”
แคกๆ เสียงไอแคกเพราะสำลักน้ำซุปเกาเหลา รัญชิตารีบคว้าทิชชูมาเช็ดปากแล้วดื่มน้ำตามรู้สึกแสบคอขึ้นมาทันที และรอยยิ้มคล้ายสะใจของคนตรงหน้านั่นก็ทำให้เธอยิ้มออกมาบ้าง
“ไม่มีอะไรตลกค่ะ แค่ยิ้มเฉยๆ เหมือนที่พี่ยิ้มนั่นแหละ”
หืม พัศมนชะงักมองอีกฝ่ายที่ยิ้มยักคิ้วยียวนมาอีกต่างหาก แม้จะคุยกันไม่ดังมากแต่โต๊ะกินข้าวที่ตั้งไม่ได้ห่างกันนักมีหรือจะไม่ได้ยินบทสนทนา
‘สงครามนางฟ้าหรือเปล่าเนี่ย’
บรรยากาศแปลกๆ แผ่คลุมรอบบริเวณความเงียบเกิดขึ้นกะทันหัน อินทิรามองเพื่อนมองรุ่นน้องก็แอบถอนหายใจ ปกติหากเป็นคนอื่นหรือรุ่นพี่รุ่นน้องต่างอยากเข้ามาทักทายกับเพื่อนเธอทั้งนั้น แต่จีรภัทรและรัญชิตาไม่ใช่ ทั้งที่บอกว่าเป็นติ่งเพื่อนเธอ
จะมีก็เพียงแววตาและรอยยิ้มคล้ายกวนประสาทที่อีกคนแสดงออกมาให้เห็น หรือนี่คือสิ่งที่รัญชิตาพูดทิ้งท้ายเอาไว้วันนั้น (หากว่าเห็นฉันทำตัวแปลกก็อย่าเพิ่งตัดสินอะไรไป) ดูท่าเพื่อนเธอจะถูกก่อกวนแบบหน้าซื่อตาใสเข้าแล้วละมั้ง ความเงียบเกิดขึ้นต่างคนต่างกินแต่ก็ยังมีปรายตามองคนตรงข้ามไปด้วย
“กินได้นะคะ ไม่ได้หวง”
รัญชิตาเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นคนตรงข้ามมองชามเกาเหลาซึ่งเธอสั่งพิเศษมาเผื่อเพื่อนด้วยนั่นแหละ พัศมนมองคนพูดที่ยิ้มชักชวนแล้วมองชามที่มีน้ำซุปสีเข้มบ่งบอกถึงสีสันและรสชาติมันคงจัดจ้านไม่น้อย
“แค่เห็นก็แสบลำไส้แล้ว”
หญิงสาวกล่าวเพราะปกติไม่ใช่คนกินอาหารรสจัดแต่ก็ไม่ถึงกับจืด รัญชิตาอมยิ้มพอใจ อืม ถือว่าได้รู้ข้อมูลเพิ่มอีกว่าพี่เขาไม่กินอาหารรสจัดจีรภัทรเหล่ตามองเพื่อนก็แอบส่ายหัวก่อนตักเอาน้ำเกาเหลานั้นมาราดข้าวในจานตัวเอง ทำให้คนนั่งตรงข้ามมองแล้วทำหน้าแหยงไปด้วย ไม่ใช่มันไม่น่ากินแต่พริกที่ปนกับน้ำสีมันน่ากลัวอย่างเพื่อนเธอบอก
คนมาก่อนตอนนี้ข้าวหมดจานแล้วแต่ยังคงซดน้ำเกาเหลาอย่างเอร็ดอร่อย พัศมนวางช้อนตัวเองลงทั้งที่กับข้าวยังเหลือเกือบครึ่งจานทำให้คนที่นั่งตรงข้ามมองแล้วถามขึ้นมา
“อิ่มแล้วเหรอคะ”
พัศมนมองอีกฝ่ายก็พยักหน้าวันนี้เธอไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ หรืออาจเพราะมีคนแปลกหน้ามานั่งด้วยหรือเปล่าไม่รู้ ถึงจะไม่ได้พูดอะไรมากแต่สายตาอีกฝ่ายที่แอบมองกันมันทำให้เธอไม่ชอบใจ
“เดี๋ยว จะทำอะไร!”
น้ำเสียงหวานเอ่ยขึ้นดังกว่าปกติเมื่อจานข้าวของเธอถูกอีกฝ่ายคว้าไป รัญชิตามองคนที่เอื้อมจะมาคว้าจานกลับก็กล่าวออกมา
“กินเหลือเยอะขนาดนี้นึกถึงคนที่เขาไม่มีกินบ้างสิคะ”
จึก! คำพูดนั้นยิ่งกว่าถูกตบพัศมนใบหน้าชาความรู้สึกกรุ่นโกรธกำลังจู่โจม แต่ก็ต้องอึ้งงันไปอีกพร้อมใบหน้าร้อนผ่าวเพราะคนที่เอาจานข้าวเธอไปกินต่อไม่พอแค่นั้นช้อนที่เธอใช้อีกฝ่ายก็ยังใช้ต่อได้หน้าตาเฉย
โอ้ว! เสียงอุทานดังแว่วมาจากโต๊ะไม่ไกลและก็เป็นกลุ่มรุ่นน้องผู้ชายปีสอง เหตุการณ์นั้นไม่เพียงแค่พัศมนที่ตกใจการกระทำของรุ่นน้อง อทิตยากับอินทิราและปาณิศาก็อึ้งไม่ต่างกัน ให้ตาย นี่มันจูบกันผ่านช้อนเลยนะ จีรภัทรมองเพื่อนตัวเองไม่รู้จะทำหน้ายังไงระหว่างอึ้งกับหมั่นไส้มัน
คนไม่สนโลกยังคงตักน้ำเกาเหลาราดข้าวกินอย่างไม่สนใครจะมอง ว่านั่นคือจานข้าวพี่และช้อนที่พี่ใช้แล้ว ฮึ คนจะเป็นแฟนกันในวันข้างหน้าจะมารังเกียจอะไรเล่า พัศมนทั้งโกรธทั้งอายจนแยกไม่ถูกว่าความรู้สึกไหนมากกว่ากัน
“เราไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”
ว่าแค่นั้นหญิงสาวก็ลุกออกไปจากโต๊ะพยายามไม่สนใจเสียงพูดแซวที่แว่วเข้าหูมา บ้าที่สุดยัยนี่ต้องเป็นโรคจิตแน่ๆ
รัญชิตาอมยิ้มไม่พูดอะไรจัดการข้าวจนเกลี้ยงพร้อมน้ำซุปในถ้วย อทิตยามองหน้าอีกฝ่ายและมองจานข้าวตัวเองซึ่งแน่นอนว่าหลายครั้งกินไม่ค่อยหมดหรอก และตอนนี้เธอก็ชักจะอิ่มแล้วด้วยแต่คำพูดของรัญชิตาเมื่อครู่มันเรียกสายตาคนโต๊ะอื่นไม่น้อยนะ แล้วคนส่วนมากรู้จักเธอกับพัศมนดี
ไม่ใช่แค่เป็นรุ่นพี่ปีสามและเธอเคยเป็นดาวคณะมาก่อน แต่การที่กำลังจะกลายเป็นนักแสดงเต็มตัวอีกไม่นานนั่นต่างหาก ที่ต้องรักษาภาพลักษณ์ต่อหน้าคนอื่นบ้าง สาวสวยมองจานข้าวคนตรงข้ามซึ่งเหลือไม่กี่คำจะหมดแล้ว ความคิดไวแล่นเข้ามาในหัวทันที
“เมื่อครู่บอกว่าเป็นเพื่อนกันใช่ไหม”
จีรภัทรเงยหน้ามองคนถามด้วยสีหน้างงแต่ก็พยักหน้า
ฟึบ! เฮ่ย! เสียงอุทานเมื่อจานข้าวตัวเองถูกรุ่นพี่ดึงไปและอีกฝ่ายก็เทอาหารซึ่งเหลืออยู่ใส่ลงมาแทน นั่นทำเอาคนอีกสามคนมองด้วยความแปลกใจ อทิตยายกยิ้มออกมายังกับนางร้ายในละครจานข้าวถูกยกมาวางตรงหน้าจีรภัทรอีกครั้ง
“โทษฐานที่เพื่อนเธอทำเพื่อนฉันอับอายเมื่อครู่ จัดการให้หมดค่ะ อิน ฝากดูด้วยนะเราไปซื้อผลไม้ก่อนเจอกันหน้าตึก”
อินทิรามองเพื่อนแม้ยังไม่เข้าใจการกระทำแต่ก็ส่งเสียงอือกลับไป นี่มันวันวิปโยคอะไรกันเนี่ย ส่วนคนที่โดนลงโทษให้กินข้าวเพิ่มก็หันมามองไอ้ตัวดีที่ยิ้มขำด้วยสายตาเคือง มันใช่เรื่องของเธอไหมนี่
“แก ไอ้รัญฉันจะกินหมดไหม แกเอาไปกินเลยนะ”
รัญชิตาโบกมือก่อนเย้าออกมาไม่ดังมาก
“แกควรดีใจไหม นั่นว่าที่นางเอกนะพี่เขาอุตส่าห์แบ่งข้าวให้กินน่ะ ใครจะมีวาสนาเหมือนแกไอ้จีน”
‘ฮึ่ย ไอ้บ้า ฉันไม่ได้บ้าดารานะเว้ย’ คำบ่นพร่ำในใจแต่สุดท้ายก็ยอมกินข้าวที่อีกคนยกให้ ดีนะที่เป็นเมนูเดียวกันน่ะถ้าเป็นเมนูที่เธอไม่ชอบก็อย่าหวังว่าจะรับผิดชอบให้ ปาณิศามองเพื่อนทั้งสองก่อนหันมามองรุ่นพี่ที่นั่งตรงข้ามกัน
“ไม่ต้องเลียนแบบกันก็ได้ค่ะ พี่กินหมดแน่”
หึๆ เสียงหัวเราะออกมาอย่างขบขัน นี่พี่เขาอ่านความคิดได้หรือไงกันเนี่ย
“รัญ พี่ว่าเราต้องคุยกันหน่อยแล้วล่ะ”
น้ำเสียงเรียบนิ่งของรุ่นพี่ทำให้คนทำอะไรคล้ายโรคจิตยิ้มตอบ
“ยินดีค่ะ พี่อินจะรู้ทุกคำตอบ”
**********************
คำเตือน: นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการของคนเขียน ชื่อ-สกุล ตัวละครเป็นเพียงนามสมมุติที่ตั้งขึ้นมาหากว่าไปตรงกับบุคคลใด ผู้เขียนก็กราบขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ เนื้อหาการกระทำของตัวละครบางตัวไม่ควรเลียนแบบ จงเสพเนื้อหาอย่างมีวิจารณญาณเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่อนุญาตให้คัดลอกดัดแปลงตัดทอนเนื้อหาไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดของผลงาน โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของผลงาน หากพบเจอจะถือว่าบุคคลนั้นมีความผิดตามกฏหมาย
ผลงานเรื่องนี้มีอีบุ๊กที่ขายกับทางเมพอยู่นะคะ จะมีเล่ม1,2 ผู้เขียนนำมาลงรายตอนที่ธัญวลัยสำหรับใครอยากใช้กุญแจปลดล็อค
