#วิศวะร้อนในอ้อมกอดคนสวยขา #มลูคัสมิก #คนสวยขา #ดุจัดระบบรวน #FriendsWithBenefits #อ่านฟรีจนจบมีติดเหรียญล้วงหน้า
"คิดว่าจะได้กินคนสวย... แต่ดันโดนคนสวยจับกินจนไปไม่เป็น!"
เมื่อ ‘มิก’ วิศวะสายนักรบผู้รักสนุกแบบไม่ผูกมัด ดันซ่าไปท้าทายระบบ โดนความสวยสร้างเรื่องตกเข้าเต็มเปา กะจะงับคนสวยไปกินนิ่มๆ แต่พลิกโผพังทลาย แทนที่จะได้กินคนสวย มิกกลับโดน ‘ลูคัส’ คนสวยขาที่หล่อและสวยในคนเดียวกัน จับ ‘กิน’ ซะเองจนระบบร่างกายรวนไปหมด!
เรื่องราวยิ่งเตลิดเมื่อร่างกายดันเสพติดรสรักของลูคัสจนกู่ไม่กลับ พอจะออกรบกับคนอื่น ร่างกายมันกลับประท้วงว่าไม่พอ... มีเพียงคนสวยขาคนเดียวเท่านั้นที่เติมเต็มเขาได้! จากเสือร้ายสายลุย จะกลายเป็นแมวเชื่องในอ้อมกอดคนสวยได้อย่างไร? ต้องไปตามอ่านกันครับ!
📌 คุยกับนักเขียน & แนะนำจักรวาล
สวัสดีครับทุกคน ผม KiriRain ครับ นิยายเรื่องนี้เป็นจักรวาลเดียวกับเรื่อง "กฎข้อที่หนึ่ง ห้ามจีบบรรณารักษ์" (คู่ธันวา-พี่กานต์) นะครับ โดยเรื่องนี้จะเป็นเรื่องราวของ 'มิก' เพื่อนในกลุ่มของธันวาเองครับ
ฝากนักอ่านทุกท่านติดตามผลงานเรื่องนี้ และผลงานต่อๆ ไปของผมด้วยนะครับ หากชอบผลงานนี้ ฝากรีวิวและกดหัวใจ เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ! ทุกคอมเมนต์และรีวิวมีความหมายต่อผมมากครับ
แนะนำตัวละคร
มิก (วิศวะ ปี 3) : หนุ่มวิศวะสุดฮอต เสือร้ายสาย 'นักรบ' ผู้รักสนุก รักเซ็กส์แบบไม่ผูกมัด มั่นใจในฟอร์มรุกตัวพ่อของตัวเองมาตลอด คลั่งไคล้คนสวยๆ และคิดว่าตัวเองคุมเกมได้... จนกระทั่งมาเจอคนสวยขา
ลูคัส (บริหารฯปี 4) : เดือนคณะบริหารสุดลึกลับ ดีกรีอดีตตัวท็อปจากเยอรมัน ใบหน้าหล่อเหลาผสมความสวยระดับทำลายล้าง แต่อย่าให้ความสวยหลอกตา เพราะภายในคือ 'คิง' สายรุกตัวจริงที่โคตรดุ โดนเด็กวิศวะท้าทายด้วยสายตาเลยจัดบทเรียนชุดใหญ่ให้จำไปจนตาย
“ไหน...เด็กวิศวะเก่งแค่ไหนกันเชียว” เสียงของเขาในตอนนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูด ผมจำได้ว่าตัวเองตอบอะไรกลับไปไม่ได้เลย ได้แต่ครางเสียงสั่นตอนที่ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาประทับลงมา
จูบของพี่ลูคัสไม่ใช่จูบที่อ่อนหวาน มันคือการช่วงชิง คือการประกาศอาณาเขต ลิ้นร้อนร้ายกาจสอดแทรกเข้ามาในโพรงปากผมอย่างเอาแต่ใจ กวาดต้อนทุกอย่างจนผมแทบสิ้นสติ ผมที่คิดว่าตัวเองแน่มาตลอดกลับกลายเป็นลูกแมวในกำมือของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
เขาไม่ได้ปล่อยให้ผมได้พักหายใจนานนัก ริมฝีปากนั้นผละออกจากปากผม เลื่อนลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอ ขบเม้มสร้างรอยสีกุหลาบไว้เป็นเครื่องยืนยันความเป็นเจ้าของ มือของเขาก็ไม่ได้หยุดนิ่ง มันรูดรั้งแก่นกายของผมจนแข็งขืนสู้มือ ก่อนจะเปลี่ยนไปใช้นิ้วเรียวยาวเบิกทางด้านหลังให้ผมอย่างใจเย็น
“อ๊ะ...พี่...เบาๆ” ผมร้องประท้วง แต่เสียงที่ออกมากลับฟังดูเหมือนเสียงออดอ้อนมากกว่าห้ามปราม
“หืม...เมื่อกี้ยังท้าทายอยู่เลยไม่ใช่เหรอ” เขาหัวเราะในลำคอ ก่อนจะกระซิบชิดใบหู “เรียกชื่อกูสิ”
“พี่...ลูคัส...”
แค่ชื่อเดียวก็เหมือนเป็นสวิตช์ชั้นดี เขาไม่รอช้าที่จะกดแก่นกายใหญ่โตของเขาเข้ามาในตัวผมจนสุด ความรู้สึกเจ็บปนจุกแล่นริ้วขึ้นมาจนน้ำตาผมแทบเล็ด แต่มันก็อยู่แค่ชั่วครู่เดียว ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแน่นตึงและคับแน่นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
ไอ้เชี่ย...นี่มันไซส์อะไรวะเนี่ย
