
“ลานเกียร์คณะวิศวกรรมศาสตร์” ไม่ใช่สถานที่สำหรับคนขวัญอ่อน...
เสียงตะโกนสั่งการของรุ่นพี่ปีสูงดังก้องไปทั่วบริเวณ ผสมปนเปไปกับเสียงฝีเท้าของนักศึกษาใหม่นับร้อยชีวิตที่กำลังลุกนั่งตามคำสั่ง บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นเหงื่อ กลิ่นน้ำมันเครื่อง และรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากกลุ่มผู้ชายในเสื้อช็อปสีกรมท่าเข้ม
ที่นี่คือศูนย์รวมของความดิบ เถื่อน และกฎระเบียบที่ไร้ความปรานี
ทว่า... ท่ามกลางฝูงหมาป่าที่กำลังแยกเขี้ยวเคี้ยวฟัน กลับมีร่างเล็กของ ‘เด็กหนุ่ม’ คนหนึ่งยืนก้มหน้าหลบสายตาอยู่ท้ายแถว
‘แพรวา’ ในคราบของ ‘ไอ้แพรว’ พยายามสูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ เธอขยับไหล่ไล่ความอึดอัดจากผ้าพันอกที่รัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก เสื้อช็อปไซส์ใหญ่โคร่งที่จงใจเลือกมาสวมช่วยพรางทรวดทรงความเป็นผู้หญิงได้ดี แต่มันก็ไม่อาจลดทอนความตื่นตระหนกในดวงตาคู่สวยลงได้เลย
‘อดทนไว้แพรวา... เธอมาที่นี่เพื่อหาความจริงเรื่องพี่ชาย’ เธอย้ำเตือนตัวเองในใจ
พี่ชายคนเดียวของเธอหายตัวไปหลังจากก้าวเข้ามาเรียนที่คณะนี้ได้ไม่ถึงปี เบาะแสเดียวที่มีคือสมุดบันทึกเล่มเล็กที่พูดถึง ‘กลุ่มผู้ทรงอิทธิพลสีเทา’ ภายในคณะวิศวะฯ เครื่องกล และวิธีเดียวที่จะเข้าถึงความจริงได้ คือเธอต้องกลายเป็นหนึ่งในพวกมัน!
“เฮ้ย! ไอ้ปีหนึ่งตรงนั้นน่ะ มัวแต่ยืนเหม่ออะไรวะ! ลุกนั่งอีกร้อยรอบ ปฏิบัติ!”
เสียงว้ากเฉียบขาดของรุ่นพี่คนหนึ่งดึงสติเธอให้กลับมา แพรวารีบก้มหน้าลงต่ำ ย่อตัวทำตามคำสั่งทันที ผิวขาวจัดที่โผล่พ้นปกเสื้อช็อปเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะความร้อนและแดดเมืองไทยที่แผดเผา เม็ดเหงื่อผุดซึมตามไรผมสั้นเกรียน (ที่เกิดจากการใส่วิกอย่างแนบเนียน) ยิ่งส่งให้ใบหน้าจิ้มลิ้มดูหวานหยาดเยิ้มจนผิดแปลกจากผู้ชายคนอื่นในแถว
โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยว่า... ความผิดแปลกนั้น ได้ดึงดูดสายตาของ ‘พยัคฆ์ร้าย’ เข้าให้แล้ว
บนม้านั่งหินอ่อนถัดจากลานกิจกรรม ร่างสูงใหญ่กำยำเกือบ 190 เซนติเมตรของใครบางคนกำลังนั่งไขว่ห้างอย่างนึกรำคาญใจ ‘เลโอ’ รองเฮดว้ากปี 4 เจ้าของใบหน้าหล่อร้ายราวกับพระเจ้าตั้งใจปั้น นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขาไม่ได้มองความวุ่นวายตรงหน้า แต่มันกำลังจับจ้องตรงไปยัง ‘ไอ้หน้าหวาน’ ที่กำลังลุกนั่งอย่างทุลักทุเล
คิ้วหนากระตุกเข้าหากันเล็กน้อย เลโอเป็นคนประเภทที่สัมผัสไวต่อสิ่งผิดปกติเสมอ และเด็กปีหนึ่งคนนั้น... มีบางอย่างที่ขัดหูขัดตาเขาอย่างบอกไม่ถูก
ทั้งท่าทางการขยับตัวที่ดูนุ่มนิ่มเกินไป
ทั้งแผ่นหลังที่พยายามทำเป็นตั้งตรงแต่กลับดูบอบบาง...
และที่สำคัญที่สุดคือ ‘กลิ่น’... กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ลอยตามลมมาปะทะจมูกท่ามกลางกลิ่นเหงื่อไคลของผู้ชายนับร้อย มันไม่ใช่กลิ่นโคโลญจน์ผู้ชาย แต่มันคือกลิ่นกายหอมละมุนเหมือนดอกไม้แรกแย้ม
เลโอกระตุกยิ้มเหี้ยม นัยน์ตาฉายแววราคะและกรุ่นโกรธผสมปนเป เขาหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แผงอกแกร่งใต้เสื้อช็อปตัวตึงเปรี๊ยะขยับตามจังหวะการก้าวเท้า รังสีความคุกคามอันตรายแผ่ซ่านจนนักศึกษาปีหนึ่งที่เดินผ่านต้องรีบหลบตากันเป็นแถว
จุดหมายของพยัคฆ์ร้ายมีเพียงหนึ่งเดียว... คือเหยื่อตัวน้อยที่กำลังยืนหอบหายใจอยู่ท้ายแถว
“หึ... ปลอมตัวมาเล่นสนุกในรังเสืออย่างนั้นเหรอ?” เลโอพึมพำในลำคอ น้ำเสียงแหบต่ำเต็มไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว “กูจะรอดู... ว่ามึงจะซ่อนความลับนี้ไว้ใต้เสื้อช็อปได้นานแค่ไหน... ไอ้หน้าหวาน!”
