ผมมองตามแผ่นหลังของครูฝนไปจนสุดสายตา ก่อนจะรู้สึกถึงแรงตบที่หัวไหล่เบา ๆ ของไอ้วุฒิที่หัวเราะหึหึในลำคอ แววตาของมันเต็มไปด้วยการล้อเลียน
“แหม่...พี่ชัย มองตามตาเยิ้มเชียวนะพี่ หูตานี่แพรวพราวขึ้นมาเชียวพอเจอสาวเหนือขาว ๆ แบบนี้”
“ไร้สาระน่ะ ไอ้วุฒิ ครูฝนเขาแค่มาแจ้งให้พี่ซ่อมหลอดไฟ” ผมตอบเสียงเรียบ พยายามรักษามาดเอาไว้ แต่ข้างในใจกลับรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่โดนเด็กมันรู้ทัน
ไอ้วุฒิหัวเราะร่วนชอบใจแล้วเดินเข้าไปในห้องเก็บของ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้แล้วยกขาไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์พลางหยิบมือถือขึ้นมาดูเล่น ส่วนผมหันไปจัดเตรียมบันไดและหยิบกล่องหลอดไฟออกมาเตรียมตัวจะไปเปลี่ยนที่ห้องเรียนของครูฝน
“พี่ชัยหาเมียไม่ได้จนเดี๋ยวนี้ต้องมาเล็งซิงเกิลมัมแล้วเหรอครับ” ไอ้วุฒิเปรยถาม ผมชะงักมือเล็กน้อย
“เอ็งพูดอะไรของเอ็งวะ ไอ้วุฒิ” ผมถามกลับเสียงเรียบ ขณะที่มือยังคงเช็กขั้วหลอดไฟแอลอีดีในมือเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่เสียเที่ยวเมื่อไปถึงห้องเรียน
เด็กหนุ่มหัวเราะร่าชอบใจที่เห็นผมทำท่าเหมือนไม่รู้เรื่องรู้ราวความเป็นไปของบุคลากรในรั้วโรงเรียนแห่งนี้
“อ้าว พี่ชัย พี่ไปอยู่ที่ไหนมาเนี่ย พี่ทำงานที่นี่มานานกว่าผมตั้งหลายปี พี่ดูไม่ออกจริง ๆ เหรอว่าในโรงเรียนเอกชนไฮโซแบบนี้เนี่ย ขุมทรัพย์ซิงเกิลมัมทั้งนั้นนะพี่”
มันพูดพลางเว้นจังหวะพลางยักคิ้วให้ผมอย่างกวนประสาท ผมหันไปมองหน้ามันแวบหนึ่งแล้วนับจำนวนหลอดสำหรับเผื่อไปเปลี่ยนด้วย
“ยังไงวะ” ผมถาม
“พวกครูสาว ๆ หลายคนในเนี้ย ที่พี่เห็นแต่งตัวดี ๆ หน้าสวย ๆ ดูเรียบร้อยและสุภาพ ส่วนใหญ่เขามีลูกกันหมดแล้วพี่ แต่ก็นั่นแหละ ส่วนใหญ่ก็เลิกกับผัวกันทั้งนั้น จะด้วยเหตุผลผัวมีเมียน้อย ผัวทิ้ง หรืออยู่กันไม่ได้ก็เถอะ สุดท้ายก็ต้องมานั่งปั้นหน้ายิ้มสอนเด็ก แบกรับภาระส่งเสียลูกคนเดียว กลายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวหรือซิงเกิลมัมกันถ้วนหน้า” ไอ้วุฒิพูดยาวเหยียด
ผมขมวดคิ้ว ลางสังหรณ์บางอย่างทำให้ผมฉุกคิดถึงรอยยิ้มที่ดูเหนื่อยล้าของคุณแม่คนสวยเมื่อเช้า รวมถึงแววตาที่ดูเด็ดเดี่ยวแต่ก็แฝงด้วยความทดท้อของครูฝนเมื่อครู่
