“พ่อครับ! คืนมันให้ผมเถอะขอร้อง!” ผมในวัยสิบสองขวบร้องไห้จ้า คุกเข่ากอดขาพ่อไว้แน่น
“แกเอาเศษไม้ชั้นต่ำพวกนี้เข้าบ้านฉันได้ยังไง!” พ่อตวาดลั่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธจัด ในมือของพ่อถือกีตาร์โปร่งตัวโปรดของผมไว้แน่น
“ผมแค่อยากเล่นกีต้าร์เหมือนเพื่อน พ่อครับ ผมสัญญาว่าจะซ้อมดนตรีไทยไม่ให้ขาดเลย แต่ขอผมเล่นกีตาร์เถอะนะครับ...”
“แกเป็นทายาทคีตบรรเลง! มือของแกมีไว้เพื่อเล่นดนตรีไทยที่เป็นของสูงเท่านั้น! ไม่ใช่เอามาดีดเครื่องดนตรีเต้นกินรำกินของพวกฝรั่ง!”
โครมมมม!!!
พ่อฟาดกีตาร์ตัวนั้นลงกับพื้นอย่างแรง
แรงจนคอกีตาร์หักสะบั้น เศษไม้แตกกระจายบาดเข้าที่แก้มของผม สายกีตาร์ขาดผึงส่งเสียงบาดหูที่ยังคงหลอกหลอนผมมาจนถึงทุกวันนี้ พ่อเหยียบซ้ำลงไปบนกล่องเสียงจนมันแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี
“จำไว้! ถ้าฉันเห็นแกเล่นดนตรีขยะพวกนี้อีก ฉันจะหักนิ้วแกทิ้งซะ”
ภาพกีตาร์ที่แหลกสลายไปต่อหน้าต่อตา มันได้พรากเอาจิตวิญญาณ และ‘ความรักในเสียงดนตรีของผมไปจนหมดสิ้นตั้งแต่วันนั้น...
