“เล่าต่อสิ…” เขาพูดเบา ๆ ข้างหู ลมหายใจอุ่น ๆ ของสามีทำให้แนนหลับตาลงโดยไม่รู้ตัว
“แนนไม่รู้จะเล่าอะไร” แนนพูดเสียงกระซิบ
“ตอนอยู่หอ…ฟลุคมาหาแนนบ่อยแค่ไหน” พี่แทนถาม
คำถามยังคงตรงไปตรงมา ไม่ต้องอ้อมค้อม แต่โทนเสียงกลับเหมือนคนกำลังถามเรื่องอาหารการกิน มากกว่าจะสอบสวนคาดคั้น
แนนเม้มปากแน่น ใจเต้นแรงจนอกกระเพื่อมขึ้นลงชัดเจน มือหนึ่งเผลอกำผ้าปูที่นอนแน่น ขณะที่อีกมือแตะที่แขนของสามีเหมือนจะห้าม…แต่กลับไม่ได้ผล เขายังเขี่ยจนมันเปียกแล้วเปียกอีก แนนก็สะดุ้งเบา ๆ หลายครั้งหลายครา
“ก็…ก็มีบ้างค่ะ” เสียงของเธอเบาแทบจะกลืนหายไปในอากาศ พี่แทนเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเขาก็สอดข้อนิ้วเข้ามาเล็กน้อยจนแนนต้องกัดปากตัวเอง
“มีบ้างเหรอ” เขาทวนคำช้า ๆ
แนนกลืนน้ำลายเอื๊อก ฝืนเปิดตาขึ้นมองเพดาน แต่ก็เจอกันแววตาเป็นประกายของเขาที่จ้องมองเราอยู่ นิ้วกร้านของพี่แทนยังคงทำหน้าที่ บดคลึงเน้นย้ำอยู่บนจุดอ่อนไหวจนแนนต้องแอ่นกายรับสัมผัสอย่างลืมตัว
เสียงเฉอะแฉะแจ๊ะแจ๊ะที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่เขาขยับนิ้วกลายเป็นท่วงทำนองที่น่าอายทว่าปลุกเร้าอารมณ์จนถึงขีดสุด
“ก็…หลังเลิกเรียนน่ะค่ะ” แนนตอบ พี่แทนพยักหน้าเบา ๆ เหมือนกำลังต่อภาพจิ๊กซอร์อดีตของแนนในหัวของเขา
“อยู่กันสองคนตลอดเลยเหรอ” เขาถาม
คำถามนั้นทำให้แนนเงียบไปทันที ห้องทั้งห้องเหมือนถูกหยุดเวลาอีกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศกับเสียงหัวใจของแนนเองที่ดังชัดเกินไปแล้ว
“อืมม” แนนตอบ พี่แทนยิ้มมุมปากเล็กน้อย แววตาในความมืดเริ่มมีประกายบางอย่าง—ไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความหึง แต่มันคือความสนใจใคร่รู้
