PART1 เชียงราย 2554
บอล กับ บีม เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แต่คนทั้งสองไม่ค่อยจะสนิทกันมากนัก บีม คนน้องเป็นเด็กกิจกรรม เขามีเพื่อนหลายคน และเป็นคนที่หน้าตาดีพอสมควร ส่วน บอล คนพี่เขาเป็นคนเงียบขรึม ชอบเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านไม่ชอบเข้าสังคม และมีหน้าตาที่ไม่ได้หล่อเท่ากับบีม คนทั้งสองอาศัยอยู่กับ ปู่ ที่ต่างจังหวัดเพราะพ่อกับแม่ของพวกเขาต้องเดินทางไปทำงานที่กรุงเทพ
มีอยู่วันหนึ่ง ขณะที่บีมอายุได้ 9 ขวบ เขาและเพื่อนได้ชวนกันไปเที่ยวเล่นซ่อนแอบกัน แต่ ต้น เพื่อนในกลุ่มได้เสนอให้ทุกคนลองไปเล่นซ่อนแอบในวัดประจำหมู่บ้าน เพื่อนบางคนต่างพากันเงียบ แต่ บีม กลับหัวเราะชอบใจและรีบพาเพื่อนๆไปเล่นกันทันที
ภายในวัดบรรยากาศดูเงียบสงบ ร่มรื่น และดูไม่มีความวังเวงเลยซักนิด ในตอนนั้น บีม เป็นคนที่ต้องหา ในขณะที่เขากำลังยืนนับ 1 - 10 อยู่ใต้ต้นไม้ ทันใดนั้นเอง เท้าของเขาก็ดันไปเหยียบเข้ากับ "โทรศัพท์เครื่องหนึ่ง" เขาเห็นก็ตกใจมาก แต่ก็รู้สึกอยากลองใช้ เมื่อนับเสร็จ เขาค่อยๆก้มลงไปหยิบเอาโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมาดู เด็กชายลองกดเปิดดู ปรากฎว่ามันใช้ได้ เขาลองส่องดูด้านในโทรศัพท์ ก็รู้สึกตื่นเต้น เพราะข้างในนั้นเต็มไปด้วยเกมดังๆมากมาย บีม รู้สึกชอบมือถือเครื่องนี้มาก และตัดสินใจแอบหนีเพื่อนๆไปเล่นเกมคนเดียว
พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน แต่เพื่อนๆทุกคนก็ยังคงหลบในที่ซ่อนอยู่เพราะคิดว่าเกมยังไม่จบ
ต้น กับ เติ้ล พวกเขาซ่อนอยู่ใต้ถุนบ้านร้างของ ยายคำ ที่อยู่ตรงข้ามกับวัด ยายคำเสียชีวิตไปเมื่อปีที่แล้ว แต่ลูกหลานกลับหายหน้าหายตาไปทุกคน ชาวบ้านจึงตัดสินใจทำศพให้ ส่วนบ้านของยายก็กลายเป็นบ้านร้างไปโดยปริยาย ต้น ด้วยความที่เป็นคนอยากรู้อยากลอง จึงชวน เติ้ล ให้ลองขึ้นไปบนบ้านด้วยกัน แต่ เติ้ล เป็นคนขี้กลัวจึงไม่กล้าขึ้น และขอกลับบ้านไปก่อน เพราะใกล้จะมืด ต้น จึงตัดสินใจขึ้นไปคนเดียว
ข้างบนบ้านดูสะอาด ผิดวิสัยบ้านร้างปกติมาก ด้วยความห้าว เด็กหนุ่มเดินเข้าไปสอดส่องดูแต่ละห้องภายในบ้าน กระทั่งไปสะดุดกับห้องๆหนึ่ง ด้านในเต็มไปชุดสไบเก่าๆ แต่ดูสะอาดเหมือนเก็บรักษามาอย่างดี สายตาของเขาก็ไปเห็นเข้ากับ กล่องไม้เล็กๆขนาดหนึ่งไม้บรรทัด ด้วยความอยากรู้ ต้น จึงได้หยิบมันขึ้นมาดู และก็ได้พบว่าด้านในว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย ต้น รู้สึกเสียเวลามากจึงได้ปากล่องไม้ลงพื้นจนมันแตกหัก เด็กหนุ่มตกใจ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรและเดินออกจากห้องทันที
ตกดึกพ่อกับแม่ของ ต้น ออกตามหาลูกชายที่ไม่ยอมกลับบ้าน และเมื่อ เติ้ล ได้พาคนทั้งคู่มาหาลูกชายที่บ้านของยายคำ ทันทีที่พ่อของ ต้น กำลังจะก้าวขึ้นไปบนบ้าน ทันใดนั้นเอง ตุบ !!! ก็มีอะไรบางอย่างกระเด็นออกมาจากริมหน้าต่างด้านบนบ้าน ทุกคนรีบวิ่งไปดูก็ต้องตกใจอย่างสุดขีดเมื่อพบกับ ศรีษะของต้น ที่โชกไปด้วยเลือดสดๆ ผู้เป็นแม่ถึงกับร้องไห้จนเป็นลมล้มลงไป ส่วนพ่อโมโหมากรีบวิ่งขึ้นไปบนบ้าน เพื่อตามหาร่างของลูกชาย
เมื่อไปถึงก็พบกับร่างของต้นที่ไร้หัว และมือข้างหนึ่งกำมีดอีโต้ไว้อย่างแน่น ผู้เป็นพ่อเมื่อเห็นดังนั้นก็สติหลุดทันที เขาตวาดด่ายายคำลั่นบ้าน เมื่อหมดคำจะด่าเขาทำการพังข้าวของภายในบ้านทั้งหมด เช่น เอามีดในมือลูกชายมาฟันเสาต่างๆรอบบ้าน ถีบตู้เย็น และ ทีวีของยายจนพังเละเทะ แต่ทว่า ในขณะที่เขากำลังขาดสติไล่ฟันและทำลายของใช้ต่างๆอยู่นั้นเอง พื้นบ้านมันก็ทรุด และ ไม้พื้นบ้านก็พังลงมา ทำให้พ่อของต้นร่วงลงตามด้วย ชายหนุ่มถูกคราดที่อยู่ใต้ถุนบ้านแทงตรงหลังจนทะลุไปถึงหัวใจด้านหน้า สิ้นใจตายทันที เติ้ล ที่ยืนเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ก็ได้แต่ยืนช๊อคเพราะทำอะไรไม่ถูก ส่วนแม่ของต้นก็นอนหมดสติอยู่ข้างหัวของลูกชาย
PART2 10 ปีต่อมา กรุงเทพ 2564
บีม วางแผนเดินทางกลับมาเยี่ยม ปู่ ที่เชียงรายเพราะได้ข่าวว่าป่วย เขาโทรหาพี่ชายอย่าง บอล เพื่อถามไถ่ถึงสารทุกข์ แต่เมื่อเขาโทรไปก็ได้ยินเสียงของผู้หญิงเป็นคนรับ เธอแนะนำตัวว่าชื่อ เฟิร์น เป็นแฟนสาวของบอล บีมรีบกล่าวสวัสดีทันทีและถามถึงพี่ชายตัวเองว่าสบายดีไหม แต่เขาก็ต้องตกใจกับคำตอบของพี่สะใภ้ที่บอกว่า " บอลฆ่าตัวตายไปเมื่อวานนี้เอง " บีม ถึงกับช๊อค เขาค่อยๆพูดเสียงสั่นๆถึงที่มาที่ไป แต่ เฟิร์น กลับเอาแต่ร้องไห้พูดไม่ไม่รู้เรื่องและรีบตัดสายทันที
ด้วยความเศร้า บีม มานั่งดื่มเบียร์กระป๋อง หยิบโทรศัพท์มาเลื่อนดูรูปของทั้งคู่ที่ถ่ายด้วยกันตอนเป็นเด็ก และเขาก็ค่อยๆรำลึกถึงพี่ชายในตอนเป็นเด็ก.............
.
.
.
เชียราย 2558 1 เดือนก่อนที่ บีม จะย้ายไปเรียนต่อ ม.1 ที่กรุงเทพกับพ่อแม่ พ่อกับแม่ของบีมก็ได้นำข่าวร้ายมาบอกกับ บอล ว่าพ่อแม่ของเขาทะเลาะกันหนักจนพลั้งมือฆ่าอีกฝ่ายตาย โดยที่พ่อของบอลเป็นคนฆ่าแม่ก่อน จากนั้นก็จะฆ่าตัวตายตาม แต่ไม่สำเร็จและถูกตำรวจจับติดคุก 20 ปี แบบไม่รอลงอาญา บอล เมื่อได้ยินก็ได้แต่นิ่งเงียบ และหลังจากวันนั้นมา ปู่ก็ไม่เคยได้ยินเสียงของบอลอีกเลย ปู่เองก็เอาแต่เศร้าโศกเสียใจ และกลายเป็นคนติดเหล้าอย่างหนัก ปู่ไม่ยอมสนใจบอลอีกเลย ไม่สนแม้กระทั่งตอนบอลไม่ยอมไปโรงเรียนเป็นอาทิตย์ จนโดนไล่ออก และบอลก็ขังตัวเองอยู่แต่ในห้องนอนตั่งแต่นั้นมา
.
.
.
บีม หวนคิดก็ได้แต่เศร้าใจกับชะตากรรมของพี่ชาย ว่าแล้วก็ถือโอกาศที่มหาลัยปิดเทอมรีบเดินทางกลับต่างจังหวัดทันที เขาได้โทรไปชวน อาร์ม เพื่อนสนิทในมหาลัย กับ แนน แฟนสาวของเขาให้เดินทางไปด้วยกัน ทั้งสองก็ตอบตกลงทันที
เมื่อไปถึงเชียงราย บีม ก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่างานศพของบอลพี่ชายของเขาแทบไม่มีใครมาเลย ภายในงานมีแต่คนแก่ๆ และเป็นคนที่ บีม ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เฟิร์น พี่สะใภ้ของบีมได้เดินมาหาพวกเขา และพาพวกเขาไปนอนค้างที่บ้านของเธอก่อน บีม แปลกใจว่าทำไมถึงไม่นอนที่บ้านของปู่ แต่เฟิร์นกลับทำตาดุและพูดกับพวกเขาไปว่า "ตาอ่ำ มันบ้าสติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว ถ้าอยากจะอยู่กับมันก็อยู่ไป แต่พี่ไม่อยู่ด้วยละ 1 " บีม ตกใจกับคำพูดของพี่สะใภ้มาก จึงไม่ยอมไปนอนบ้านของเธอ และขออยู่ที่บ้านของปู่ต่อไป
ทั้งสามเดินขึ้นไปบนบ้าน ก็เห็นกับโลงศพของบอลตั่งอยู่ที่ห้องรับแขก บีมพาคนทั้งสองมา กราบลาพี่ชายเป็นครั้งสุดท้าย แต่ในขณะที่จะจุดธูปไหว้อยู่นั้นเอง อยู่ๆก้านธูปมันก็หักครึ่งออกมาจนปลายไฟธูปไปลนมือของเขา บีมตกใจด้วยความร้อนจนสะบัดมือไปโดนตะเกียงน้ำมันจนหล่นลงกับพื้น และเทียนที่ตั่งอยู่บนหิ้งพระก็ดันล่วงตกลงไปตาม มันจึงทำให้ไฟลุกลามไปทั่วบริเวณบ้านทันที
ด้วยความตกใจทั้งสามรีบวิ่งไปหาน้ำมาดับไฟ อาร์ม ไปเปิดตรงก๊อกน้ำก็ดันไม่มีน้ำไหล และเมื่อ แนน ไปเปิดดูตรงโอ่งน้ำก็ต้องตกใจเมื่อพบว่า ด้านในโอ่งเต็มไปด้วยซากไก่กับซากสุนัขที่เน่าตายจนมีหนอนชอนไชอยู่เต็มโอ่ง เธอกรี๊ดเสียงดังลั่นบ้าน บีมต้องรีบเข้ามาปลอบแฟน อาร์ม เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ด้านในโอ่งก็ถึงกับอาเจียนออกมา บีม เมื่อได้สติก็รีบตามหาปู่ตามห้องต่างๆแต่ก็ไม่เจอ เมื่อเห็นดังนั้นจึงชวนคนทั้งสองไปนอนค้างที่บ้านของ เติ้ล เพื่อนวัยเด็กของเขาทันที
PART3 เชียงราย 2564 บ้านของเติ้ล
ทั้งสามไปถึงบ้านของเติ้ล เติ้ล ยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง เขาสูงนิดหน่อย แต่ยังคงผอมแห้งเหมือนตอนเป็นเด็ก และดูจะโทรมกว่าแต่ก่อนอีก ด้วยความตกใจ บีม จึงถามเพื่อนว่าทำไมถึงดูโทรมอย่างนี้ เติ้ล เล่าให้ฟังว่า นับตั่งแต่วันที่ ต้นกับพ่อตาย และเขาเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด หลังจากวันนั้นไม่กี่วัน แม่ของต้นก็ผูกคอตัวเองตายที่บ้านตามลูกกับสามี แต่เรื่องที่พีคกว่านั้นคือ หลังจากที่คนทั้งสามตายไป ดวงวิณญาณของ ต้น ก็ตามมาหลอกหลอนเขาอยู่ทุกคืน และได้แต่บอกให้เขารีบเอาของไปคืน แต่เขาก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรเพราะไม่ได้หยิบเอาอะไรไปเลย บีมได้แต่ปลอบใจเพื่อน และขอนอนค้างที่บ้านของเขา โดยที่เล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟัง เติ้ลก็ตอบตกลง
คืนนั้นขณะที่ แนน กำลังอาบน้ำอยู่นั้น จู่ๆเธอก็รู้สึกเหมือนมีใครมาแอบมองเธออยู่ เธอจึงค่อยๆชะโงกหน้าไปส่องดูตรงรูเล็กๆที่ประตู เธอกวาดสายตาดูไปเรื่อยๆ ก็ไม่พบกับอะไร จากนั้นจึงหันมาอาบต่อ แต่เมื่อเธอก้มลงไปในโอ่งน้ำก็ต้องร้องกรี๊ดเมื่อเห็นเข้ากับเงาของเด็กผู้ชายที่สะท้อนจากด้านใน เธอรีบหันมามองแต่ก็ต้องพบกับความว่างเปล่าอีกครั้ง หญิงสาวรีบสวมผ้าเช็ดตัวและวิ่งออกจากห้องน้ำทันที
แนน รีบวิ่งมาที่วงเหล้าของเหล่าชายหนุ่ม เธอรีบเล่าเรื่องทั้งหมดให้ทั้งสามคนฟัง เติ้ล เมื่อได้ยินก็ถอนหายใจดังเฮือก และรีบเดินเข้าไปในห้องนอน ระหว่างรอแนนรีบบอกให้ทั้งสองหนี เพราะเธอไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว บีมก็ได้แต่ปลอบใจและบอกให้ใจเย็นๆ เติ้ล เดินออกมาพร้อมกับมีดหมอเล่มหนึ่ง เขาใช้มันกรีดไปที่ข้อมือของตัวเอง เลือดสดๆไหลออกมาจากแขนของเขา เขาค่อยๆเอามือที่เปื้อนเลือดละเลงทาไปบนพื้นดิน จากนั้นก็ท่องมนต์พึมพำ ทันใดนั้นเองจู่ๆลมก็พัดแรง จนทำให้กิ่งไม้หน้าบ้านหักลงมา
และแล้วเสียงของเติ้ลก็เปลี่ยนไปเป็นเสียงเด็ก มันเป็นเสียงของ ต้น เพื่อนที่ตายไปตั่งแต่ตอนที่พวกเขายังเด็ก เติ้ลที่โดนวิณญาณของเพื่อนเขาสิงก็ค่อยๆเดินมานั่งตรงหน้าบีม จากนั้นก็ร้องไห้อย่างหนัก ปากก็บอกว่าเติ้ลได้ขโมยของๆเขาไป บีมก็ถามว่ามันคืออะไร วิณญาณของต้นก็ได้เล่าว่า " หลังจากที่ตัวเองตายไปแล้วก็รู้สึกเหงา จึงได้แอบมาหา เติ้ล บ่อยๆเพราะสนิทที่สุด แต่เพราะความกลัวเติ้ลจึงไปบอกให้ พ่อของเขาซึ่งเป็นหมอผีมาปราบ พ่อของเติ้ลทำการตัดติ่งหูของเขาไปทำพิธีสะกดวิณญาณ เขาบอกว่ายอมแล้วแต่เติ้ลก็ไม่สนใจ ทุกวันนี้เขาไปไหนไม่ได้เพราะติ่งหูเขายังอยู่กับเติ้ล " เมื่อพูดจบต้นในร่างของเติ้ลก็ได้ทำการใช้มีดหมอปาดคอตัวเอง และเติ้ลก็ดิ้นทุรนทุรายอย่างทรมาน ก่อนที่จะขาดใจตายต่อหน้าคนทั้งสาม
บีม ได้สติก็รีบวิ่งขึ้นไปบนห้องนอนของเติ้ล และได้พบว่า ภายในห้องของเติ้ลเต็มไปด้วย เครื่องรางไสยศาสตร์ต่างๆ ดูเหมือนอาศรมหมอผีในหนังยังไงยังงั้น บีมรีบหาติ่งหูของต้นจนไปพบกับกล่องไม้ใบหนึ่งที่ด้านในมีติ่งหูของเด็กพันด้วยสายสิญน์เอาไว้ บีมแน่ใจว่าเป็นของเพื่อนแน่นอนจึงรีบเอาออกมาทันที ทั้งสามตกลงกันว่าคืนนี้จะไปค้างที่บ้านของพี่สะใภ้อย่าง เฟิร์น
PART4 เชียงราย 2564 บ้านพี่สะใภ้
ที่บ้านของพี่สะใภ้มีแต่คนแก่อยู่เต็มไปหมด มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง ทั้งหมดแต่งกายด้วยชุดสีขาวเหมือนกันหมด เฟิร์น เมื่อเห็นคนทั้งสามมาถึงก็ยิ้มให้ และบอกให้บีมเข้ามาคุยด้วยกันแบบส่วนตัว บีมลังเลอยู่ชั่วขณะก่อนที่จะยอมไป ระหว่างที่คนทั้งสองไปคุยกัน หญิงชราคนหนึ่งก็ยิ้มและจ้องหน้า อาร์ม อยู่ไม่ขาด จน อาร์ม ต้องถามว่ามีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า แต่หญิงชรายังคงยิ้มอยู่อย่างนั้น ก่อนที่ชายชราอีกคนจะกระชากคอเสื้อของเธอแล้วรีบรากมือเธอเข้าไปในห้องทันที อาร์ม ตกใจมากก่อนจะรีบเข้าไปช่วย แต่ก็ได้ แนน ที่รั้งมือไว้ไม่ให้ไป
ข้างในห้องมืดสนิท เฟิร์น จุดเพียงเทียน 1 ดวง เธอค่อยๆเล่าความจริงทั้งหมดให้บีมฟังว่า " คนแก่ด้านนอกทั้งหมดเป็นคนที่โดนพ่อของ เติ้ล ทำของใส่ เธอคือพี่สาวต่างแม่ของ เติ้ล แม่ของเธอโดนพ่อขืนใจจนตั่งท้อง แต่ตอนนั้นพ่อไม่รู้ว่าแม่ท้อง แม่เสียใจมากแต่ก็ไม่คิดทำแท้ง แม่เลี้ยงเธอจนโตเป็นสาว หลายปีต่อมาเธอโตเป็นสาวและแอบรักกับน้องชายตัวเองก็คือ เติ้ล จนตั่งท้อง และเมื่อเธอได้รู้ความจริงก็เสียใจมากจึงจะคิดฆ่าตัวตาย แต่ก็ได้ บอล มาช่วยไว้ได้ทัน และช่วยดูแลเธอจนเธอใกล้คลอด แต่น่าเสียดายที่เธอกลับแท้ง เด็กเสียชีวิต เธอเสียใจมาก บอลเองก็เศร้า เศร้าจนถึงขั้นฆ่าตัวตาย เติ้ลรู้สึกผิดจึงได้ตั่งอาศรมไว้ช่วยคนที่โดนพ่อเขาทำของใส่ และได้บอกให้เธอช่วยออกตามหาคนที่โดนพ่อทำของใส่ให้มาแก้คูณไสย์ รวมถึงปู่ของบีมด้วย "
บีมได้ยินก็ตกใจมาก และรีบถามถึงที่มาทันที เฟิร์น ก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่จะเอามือไปลูบหัวของบีมเบาๆ จากนั้นเธอก็เล่าต่อว่า " แท้จริงแล้วปู่ของบีมกับบอลโดนพ่อของเธอทำของใส่มาเป็น 10 ปีแล้ว โดยสาเหตุมาจากตอนที่ปู่ของสองพี่น้องใช้ปืนยิงหมาของพ่อเธอจนเสียชีวิต เพราะปู่โมโหที่หมาของพ่อชอบมากินไก่ที่ปู่เลี้ยงบ่อยๆ พ่อของเธอเมื่อรู้ข่าวก็แค้นมากจึงแอบทำของใส่ปู่ ในตอนนั้นพ่อของบอลเพิ่งจะแต่งเมียเข้าบ้าน ด้วยความหน้ามืดปู่จึงไปขืนใจแม่ของบอล และเมื่อพ่อของบอลจับได้มันก็สายไปเสียแล้ว แม่ของบอลกลายเป็นเมียปู่ไปแล้ว พ่อบอลเสียใจหนักมากจึงรีบพาเมียหนีออกจากบ้านไป และเมื่อบอลครอดออกมา พ่อก็ได้พาบอลมาให้ปู่เลี้ยงส่วนตนก็ย้ายไปอยู่กรุงเทพและไม่กลับมาอีกเลย "
บีมเมื่อฟังจบก็ยิ้มและหัวเราะออกมา และหาว่าเธอโกหก เธอจึงบอกให้เขาไปถามปู่ที่ตอนนี้นอนอยู่ในวัดว่าได้ฝังร่างของพ่อเธอไว้ที่ไหนก็จะรู้เอง บีมเมื่อได้ยินก็รีบวิ่งออกจากห้องและวิ่งตรงไปที่วัดทันที แนนกับอาร์มก็รีบวิ่งตามไปด้วย
ภายในวัดมีแต่ความเงียบสงบ มีสายลมพัดมาเบาๆ ค่ำคืนอันเงียบสงัด ท่ามกลางความมืดมิดปรากฎเงาร่างหนึ่งเดินออกมาจากความมืด เงานั้นคือปู่ของเขาเอง บีมรีบวิ่งไปกอดปู่ แต่แล้ว !!! ฉึก !!! ปู่กระหน่ำมีดแทงไปที่ท้องของบีมอยู่หลายครั้ง บีมร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด อาร์ม เห็นเข้าก็รีบวิ่งเข้าไปช่วยเพื่อนทันที เขาวิ่งไปแย่งมีดกับปู่และผลักปู่จนล้มลง ปู่ตะเกียกตะกายลุกขึ้นแต่ก็โดนอาร์มเตะเสยไปที่ปลายคางจนหมดสติไป
เช้าวันต่อมา บีมตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาลโดยมี แนน นั่งอยู่ข้างๆ บีมนึกถึงเรื่องเมื่อคืนจึงรีบไปหาปู่ แต่แนนบอกว่า ปู่ถูกตำรวจจับแล้วในข้อหา ฆ่าไก่กับหมาของชาวบ้าน และพยายามสังหารคนในครอบครัว บีมจึงถามถึงอาร์ม แนน บอกว่า อาร์ม รีบตีตั๋วกลับกรุงเทพด่วนเมื่อรู้ว่าพ่อของเขาล้มในห้องน้ำและต้องเข้าโรงพยาบาลด่วน
.
.
.
.
1 ปีต่อมา ที่กรุงเทพ บีม ได้รับข้อความจากพี่เฟิร์นว่า " ปู่ของเขาฆ่าตัวตายในคุกแล้ว " แต่เขายังกลับไปงานศพไม่ได้เพราะติดสอบ พี่เฟิร์นจึงส่งรูปจดหมายของปู่ที่เขียนไว้ก่อนตาย เนื้อในจดหมายเขียนว่า
" ขอโทษ ช่วงนี้ปู่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว บีมคงรู้ความจริงเกี่ยวกับพี่บอลแล้ว ปู่อยากบอกว่าปู่เสียใจมาก ตอนนี้มันกวนปู่ตลอด มันคงแค้นปู่มาก ปู่คงต้องจบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ขอบใจหลานมากนะ ด้วยรักจากปู่ "
บีมอ่านจบก็ได้แต่ถอนหายใจและบอกให้ปู่ไปดี เขากำลังจะข่มตานอนเพราะนาฬิกาชี้เวลาตีหนึ่งแล้ว แต่แล้ว !
ตึ๊ด !!!! เสียงโทรศัพท์ของเขามันก็ดังขึ้น ปลายสายเป็นเสียงของพี่เฟิร์น เธอบอกกับเขาว่า
"บีมมาบ้านเราได้วันไหนบอกด้วยนะ ตอนนี้ที่หมู่บ้านเรามีฆาตรกรต่อเนื่องชอบไล่ตัดคอเด็ก พี่อยากให้เราช่วยมาเป็นหูเป็นตาให้หน่อย"
.
.
.
.
. ( จบ )