หลิวชิงหลีเป็นบุตรสาวของขุนนางชั้นผู้น้อย ครั้งหนึ่งเคยมีพระชราพเนจรทำนายดวงชะตาให้ กล่าวว่านางมีวาสนาหงส์ ชาติกำเนิดสูงศักดิ์ วันหนึ่งจักรุ่งเรืองเหนือผู้คน
นางเพียงยิ้มรับ ฟังแล้วก็ปล่อยผ่าน เพราะชายในดวงใจของนาง เป็นเพียงทหารชั้นผู้น้อยใต้บังคับบัญชาของบิดา
กระทั่งแผ่นดินปั่นป่วน ไฟศึกโหมทั่วหล้า ชายผู้นั้นกลับเรืองอำนาจ ครอบครองดินแดนหนึ่งฟาก และตัวตนที่แท้จริง อดีตองค์รัชทายาทที่ถูกปลดก็ถูกเปิดเผย
หลิวชิงหลีเก็บงำอารมณ์ วางตนอย่างสุขุม นางเคียงข้างเขาฟันฝ่าเส้นทางยากลำบาก ร่วมทวงคืนบ้านเมือง ปลอบขวัญราษฎร ดูแลหลังเรือน เลี้ยงดูลูกหลาน หน้าที่ของภรรยาผู้ค้ำจุนสามี นางทำได้ไม่ขาดตกบกพร่อง
ผู้คนทั้งหลายต่างยกย่องว่านางคือภรรยาผู้ทรงคุณธรรม ต่างคาดหมายว่าเมื่อวันหนึ่งเขาขึ้นครองบัลลังก์ นางย่อมได้โผบินขึ้นกิ่งไม้ กลายเป็นหงส์สูงศักดิ์
แต่ในวันที่เขาขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุด สิ่งที่หลิวชิงหลีรอคอยกลับเป็นเพียงราชโองการแต่งตั้งเป็นพระสนมเท่านั้น
ประตูวังเปิดกว้าง เกี้ยวหนึ่งถูกหามเข้าสู่ตำหนักไท่เฉียน ข่าวลือเล่าขานว่านั่นคือสตรีในดวงใจ ผู้ที่เขาใฝ่ฝันถึงมาแสนนาน แสงจันทร์ขาวในหัวใจ
ครึ่งชีวิตที่ทุ่มเท สุดท้ายกลับเป็นเพียงความฝันฝ่ายเดียวของนาง
เขาเย็นชา พูดน้อย นางเคยคิดว่านั่นคือสันดานโดยกำเนิด กระทั่งวันหนึ่ง…ภาพที่เขาโอบกอดหญิงอื่นด้วยแววตาอ่อนโยนกลับปรากฏต่อสายตานางอย่างชัดเจน
ตั้งแต่นั้นสุขภาพของนางก็ค่อยๆ ร่วงโรย โรคภัยกัดกินร่างกาย จนไม่อาจลุกจากเตียงได้อีก
ในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนสิ้นลม ภาพพร่าเลือนปรากฏตรงหน้า ชายผู้นั้นคุกเข่าลงข้างเตียงนางอย่างร้อนรน ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความตระหนก ซึ่งนางไม่เคยเห็นมาก่อน
หลิวชิงหลีเพียงหัวเราะเยาะตนเอง สิบปีฝ่าลมฝน นางยังยืนหยัดได้ เหตุใดพอเข้าวังไม่ถึงครึ่งปี กลับต้องจบชีวิตเช่นนี้
นางตายไป…มิใช่ยิ่งสมใจเขาหรือ?
ช่างเสแสร้งสิ้นดี!
แต่เมื่อเปิดตาขึ้นอีกครั้ง หลิวชิงหลีกลับมายังช่วงเวลาก่อนออกเรือน นางมองเสื้อที่เย็บค้างอยู่ในมือ ก่อนจะหยิบกรรไกรมาตัดมันเป็นชิ้นๆ โดยไม่ลังเล
คนใจหมาป่าเช่นนั้น ย่อมไม่คู่ควรให้นางสละชีวิตอีกครั้ง
