ก็แต่งกันแล้วทำไมต้องเลิก
โดย...ช่อดอกเข็ม
คำโปรย
คู่อื่นอาจจะแต่งงานกันเพราะความรัก ทว่าอคินน์กับพรพระจันทร์จำเป็นต้องแต่งงานกันเพราะเหตุผลบางอย่าง
อคินน์ยอมแต่งงานเพราะต้องการรักษาภาพลักษณ์ของบริษัทและชื่อเสียงของวงตระกูล
ส่วนพรพระจันทร์ยอมแต่งงานเพราะต้องการทดแทนบุญคุณของมารดาชายหนุ่มที่ช่วยเหลือครอบครัวของเธอมาตลอด
สามปีที่อยู่ด้วยกันมาพรพระจันทร์เข้าใจมาตลอดว่าสามีไม่รักและคิดว่าเขายังรักแฟนเก่าอยู่ จึงพยายามห้ามหัวใจไม่ให้รัก
ทว่าใครจะห้ามหัวใจได้...
“ถ้ายังไม่ได้เซ็นใบหย่าก็ควรให้เกียรติกันบ้าง อย่าลืมว่าแจนยังเป็นเมียคุณอยู่”
“เคยนอนกับผมแล้วเหรอ ถึงบอกว่าเป็นเมีย?”
ตัวอย่าง
“คุณคินน์แน่ใจใช่ไหมคะว่าไม่เห็นจริง?”
“เธอว่าผมเอาไป?” อคินน์เลิกคิ้วมอง และท่าทางของเขาก็ทำให้พรพระจันทร์ร้อนตัวที่ปากไวถามออกไปแบบนั้น
“เปล่าค่ะ แจนไม่ได้หมายความอย่างนั้น แจนแค่กลัวว่าคุณคินน์อาจจะหยิบผิด” พรพระจันทร์ตาโต ปฏิเสธเสียงรัวลิ้นแทบพันกัน ใครจะกล้าคิดว่าเขาเอาไปในเมื่อรถเขาแต่ละคันราคาไม่ต่ำกว่าเจ็ดหลักส่วนรถเธอก็แค่ล้านนิดๆ ทว่าที่ถามก็อย่างที่บอก เผื่อว่าเขาจะหยิบผิด ก็แค่นั้น
แล้วทำไมต้องมองเธอด้วยสายตาดุแบบนั้นด้วย ไม่ได้เอาไปก็ไม่ได้เอาไปสิ เธอก็แค่ถามหรือเปล่า
“ถ้าหาไม่เจอก็ใช้คันใหม่ หรือว่าคันที่ใช้อยู่ก็เสีย?”
“เปล่าค่ะ รถไม่ได้เป็นอะไร” รถอาวดี้ที่อคินน์ให้เธอใช้ไม่ได้มีปัญหาอะไร ยังสามารถได้ปกติ เธอแค่อยากกลับมาใช้รถคันเดิม
“ถ้ารถไม่ได้มีปัญหาก็ใช้คันนั้น หรือว่าอยากเปลี่ยนคันใหม่?”
“คะ? คันใหม่? หมายถึงคันไหนคะ?”
“ก็คันอื่นที่เหลือ อยากขับคันไหนก็ไปหยิบกุญแจในตู้ แต่ถ้ายังไม่ชอบก็ค่อยหาเวลาไปดูที่โชว์รูม”
พรพระจันทร์ตาโต ส่ายหน้ารัวเพื่อบอกว่าคนพูดกำลังแปลความหมายของเธอผิดไปไกล “คันที่ใช้อยู่ไม่ได้มีปัญหาอะไรค่ะ แจนไม่ได้อยากเปลี่ยนคันใหม่”
“อือ งั้นก็ใช้คันเดิม”
“ค่ะ ใช้คันเดิม” ก็คงต้องเป็นแบบนั้นไหมในเมื่อรถเธอไม่มีกุญแจต่อให้อยากขับแค่ไหนก็คงขับไม่ได้
“มีอะไรอีกหรือเปล่า?”
“คะ?” พรพระจันทร์เลิกคิ้วมอง ก่อนยิ้มเจื่อนเมื่อรู้ตัวว่ากำลังรบกวนเวลาออกกำลังกายของสามี นอกจากรบกวนเวลาออกกำลังกายของเขาเธอเองก็กำลังจะออกจากห้องช้ากว่าเวลาปกติ “ไม่มีแล้วค่ะ ถ้างั้นแจนไปทำงานก่อนนะคะ”
พูดจบก็หันหลังเดินออกจากห้องฟิตเนสไปทันที
ถ้าพรพระจันทร์หันหน้ากลับมาและมองตามสายตาคมกริบของอคินน์ก็อาจจะมีโอกาสเห็นรีโมตรถที่กำลังตามหา เพราะมันไม่ได้หายไปไหน แค่มีคนตั้งใจหยิบมันติดมือมาด้วย
“จะเอาเสื้อผ้าไปไหนแจน?”
คำถามเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อเป้าหมายของพรพระจันทร์ไม่ใช่ห้องน้ำที่อยู่ด้านในแต่เป็นประตูห้องนอนที่ถูกปิดเงียบเมื่อไม่นาน
“แจนจะไปนอนกับน้องนีน”
“ไม่ต้องไป”
“แต่แจนรับปากน้องนีนเอาไว้แล้วว่าวันนี้จะไปนอนด้วย” น้องนีนอยู่ร่วมงานวันเกิดคุณทวดถึงสองทุ่มครึ่งก็ถูกพี่เลี้ยงพากลับบ้านมานอน ตอนนี้ก็คงหลับปุ๋ยไปแล้ว
“วันนี้น้องนีนนอนกับยัยอินน์ เธออยากไปเป็นส่วนเกินของแม่ลูกหรือไง?”
คำว่าส่วนเกินที่หลุดออกมาจากปากของสามีทำให้พรพระจันทร์สะอึก มองสบตาเขาด้วยสายตาเจ็บปวด
“เป็นส่วนเกินของน้องนีนกับแม่ก็คงไม่เจ็บเท่าการเป็นส่วนเกินของสามีกับคนรักเก่าหรอกมั้งคะ”
“แจน!”
คินน์ อคินน์ อนันต์วนิชย์กุล
อายุ 35 ปี (75/186)
หล่อ รวย เก่ง ฉลาด เย็นชา
รองประธานกรรมการบริษัทไนดาเบฟเวอเรจ หรือเรียกสั้นๆว่าไนดาเบฟ บริษัทผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มรายใหญ่ของประเทศ
และอีกตำแหน่งเขาคือ...สามีของเธอ
แจน พรพระจันทร์ อนันต์วนิชย์กุล
อายุ 27 ปี (50/165)
สวย เก่ง ขยัน
รองผู้จัดการฝ่ายบัญชีไนดาเบฟ และอีกตำแหน่งเธอคือ...ภรรยาของเขา
น้องชามา เด็กหญิงอคิรินทร์ อนันต์วนิชย์กุล
ชามา แปลว่า ลูกสาว
หนูคือลูกสาวคนจ๋วยของพ่อคินน์สุดหล่อและแม่แม่แจนคนจ๋วย
.....................................................................
ฝากนิยายเรื่องใหม่ด้วยนะคะ
ด้วยรัก...ช่อดอกเข็ม
