“จูบผม!” โจวเซี่ยงหยางตาเป็นประกาย เหมือนลูกหมาที่แย่งกระดูกมาได้ แถมยังพูดต่ออีกว่า “วันละสามครั้ง เช้า กลางวัน เย็น ห้ามจูบแบบแตะๆ ห้ามต่ำกว่าสามนาที ผมต้องการจูบแบบดูดดื่ม แบบฝรั่งเศส ลิ้นพันกัน ปากประกบกัน ถ้าเป็นไปได้ ผมหวังว่าสถานที่จะเป็นบนเตียง...”
หลี่จื่อซินที่นานๆ จะหน้าแดงสักที ถูก ‘การชดเชย’ ที่ยาวเหยียดของเขาทำให้หน้าแดงหูคอก็แดงไปหมด อดไม่ได้ที่จะกระซิบเสียงต่ำ “พอแล้ว อย่าพูดอีกเลย!”
ผู้ชายคนนี้พูดคำพูดแบบนี้ออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย เขาไม่รู้จักคำว่าอายหรือไง?
ใบหน้าของหลี่จื่อซินแดงก่ำราวกับจะคั้นออกมาเป็นหยดเลือดได้
เขาไม่ได้พูดอะไรอีก แต่กลับแลบลิ้นเลียฝ่ามือเธอเบาๆ

เขาชื่อโจวเซี่ยงหยาง เป็นนักเขียนชื่อดังก้องโลก พ่อแม่คงรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาจะโตมาเป็นหนุ่มหล่อ รูปร่างหน้าตาดี และมีรอยยิ้มสดใส จึงตั้งชื่อที่ไม่ว่าใครได้ยินก็นิยมชมชอบ และแน่นอนว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่ชอบเขา จนกระทั่งได้เจอกับสองแม่ลูกข้างบ้าน ทำให้หนุ่มฮอตอย่างเขาถูกเข้าใจผิด
เพราะหิวจนตาลายจากการปั่นต้นฉบับ จึงถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนจรจัดบุกรุกบ้านคนอื่น ทำให้เด็กหญิงตัวน้อยตกใจกลัว
พอเคลียร์เรื่องเข้าใจผิดได้ เขาก็กลับมาเป็นคนหล่อเหลาเหมือนเดิม กำลังจะไปสร้างสัมพันธไมตรีกับเพื่อนบ้าน จู่ๆ ลมก็พัดผ้าเช็ดตัวที่พันเอวเหลุด จนถูกมองว่าเป็นไอ้โรคจิต ที่ทำให้แม่ของเด็กหญิงตัวน้อยตกใจกลัว…
ถึงแม้จะกลายเป็นบุคคลที่ไม่พึงปรารถนา แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ เพราะผู้หญิงคนนี้ตรงสเป็กเขาเป๊ะๆ เธอที่ภายนอกดูเย็นชาแต่ภายในแสนจะอบอุ่น รอยยิ้มอ่อนโยนที่นานๆ จะได้เห็นสักครั้งเป็นเหมือนลูกศรพุ่งทะลุเข้าไปในหัวใจของเขา
โจวเซี่ยงหยางตกหลุมรักเธอเข้าเต็มเปา!
แต่ตอนนี้มีแค่เขาคนเดียวที่กำลังจมอยู่ในทะเลรัก เขาต้องหาวิธีดึงเธอลงมาจมด้วยกันให้ได้
แผนเจ็บตัวถึงจะเก่าแต่ก็ได้ผล การขอข้าวฟรีถึงจะหน้าด้านแต่ก็อิ่มท้องและอิ่มใจ
ลูกของเธอถูกรังแกที่โรงเรียน เขายินดีออกหน้าเป็นผู้ปกครอง สุภาษิตที่ว่า ‘ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก’ มีอยู่จริง ในที่สุดเธอก็ตกลงแต่งงานกับเขา
ในขณะที่กำลังเตรียมงานแต่งงานอย่างมีความสุข พ่อของเด็กที่หายตัวไปนานแล้ว กลับปรากฏตัวออกมาป่วนงานแต่งซะงั้น?!