แสงไฟสว่างวาบสะท้อนผ่านกระจกเจียระไน เสียงปรบมือดังก้องกังวานไปทั่วห้องโถงโอ่อ่าของโรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร งานแฟชั่นโชว์ระดับนานาชาติที่ถูกจับตามองมากที่สุดในรอบปี กำลังเดินทางมาถึงจุดไคลแมกซ์
และผู้ที่อยู่เบื้องหลังความงดงามตระการตาบนรันเวย์ครั้งนี้ คือหญิงสาวนามว่า ไพลินนภา ศิริเวช หรือที่คนในวงการเรียกติดปากว่า เพลิน—ดีไซเนอร์สาวผู้ก้าวขึ้นมาอย่างสง่างามในแวดวงแฟชั่น ด้วยความกล้าที่จะนำวัสดุที่คนมักมองข้าม มาร้อยเรียงเป็นผลงานศิลป์ที่มีเอกลักษณ์
เพลินยืนอยู่หลังม่านเวทีในชุดเดรสสีกรมลึกเข้ารูป มือเธอกำแน่นเมื่อได้ยินเสียงพิธีกรประกาศชื่อคอลเลกชันใหม่—
“Sapphire Whisper : เสียงกระซิบแห่งไพลิน”
เหล่านางแบบก้าวออกมาพร้อมชุดราตรีเรียบหรู เครื่องประดับประดับพลอยสีน้ำเงินแวววาวสะท้อนกับแสงไฟละลานตา แต่สายตาผู้ชมกลับจับจ้องไปยังเครื่องประดับชิ้นหนึ่งเป็นพิเศษ—จี้ไพลินเม็ดเดี่ยว สีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำ หากมองลึกเข้าไปจะเห็นประกายสีฟ้าสว่างวูบวาบในเนื้อราวกับแสงมหาสมุทรกำลังเคลื่อนไหว
นั่นคือ “ศิขรไพลิน” พลอยหายากที่เพลินได้มาจากแหล่งซึ่งไม่มีใครคาดคิด และเธอตัดสินใจนำมาเป็นหัวใจของคอลเลกชันนี้
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที—
“เหมือนมันมีแสงในตัวเองเลย”
“สวยจนขนลุก แบบนี้เรียกไพลินจริงเหรอ?”
เพลินยิ้มบาง แต่ยังไม่ทันถอนหายใจด้วยความโล่งอก แสงไฟบนเวทีกลับกระพริบวูบพร้อมเสียงปะทุเบา ๆ จากระบบไฟฟ้า ผู้ชมบางส่วนสะดุ้ง นางแบบที่สวมจี้ไพลินหยุดเดินกลางรันเวย์ ดวงตาเบิกกว้างราวกับกำลังได้ยินเสียงกระซิบจากที่ไหนสักแห่ง
หัวใจเพลินเต้นแรงผิดปกติ เธอรีบวิ่งออกไปหลังเวที ส่งสัญญาณให้ทีมงานแก้ปัญหาไฟโดยเร็ว ขณะเดียวกัน ความรู้สึกประหลาดก็แล่นวาบในอก—
—หรือว่านี่คือ “คำเตือน” ของอัญมณีเม็ดนั้น?