“ปีที่แล้วหนูแต้วให้กิโลละตั้งห้าร้อย ปีนี้ลุงอุตส่าห์เอามาขายให้พ่อพฤกษ์ ถ้ากดราคากันขนาดนี้ลุงเอากลับไปขายให้หนูแต้วเหมือนเดิมดีกว่า”
“ปีนี้อินทผาลัมสดล้นตลาด ผมให้ราคานี้ก็ถือว่าสูงมากแล้วครับลุง สวนนั้นเขาให้ราคาต่ำกว่าผมอีก ไม่งั้นลุงคงไม่เอามาขายให้ผมหรอกจริงมั้ย?”
“มันไม่คุ้มค่าปุ๋ยค่ายาเลย เพิ่มให้ลุงอีกสักหน่อยได้มั้ย สักสองร้อยห้าสิบก็ยังดี”
“สองร้อยบาทถ้วนครับลุง ผมให้ได้แค่นี้จริง ๆ”
เมื่อพฤกษ์ยืนยันว่าจะให้ราคานั้น ลุงผลก็อ้างว่าขอปรึกษาภรรยาและลูกก่อน แต่แอบโทรไปขอต่อรองกับชลิตาว่าถ้าเพิ่มให้เป็นสองร้อยห้าสิบบาทเขาจะขายให้ทันที ตอนนี้เขาโดนพฤกษ์กดราคาอย่างหน้าเลือด
ชลิตาบอกว่าจะช่วยซื้อในราคาสองร้อยห้าสิบบาทเพราะเห็นใจชาวไร่ชาวสวนที่โดนคนบ้านนั้นเอารัดเอาเปรียบ แต่ก่อนจะซื้อเธอขอด่าพฤกษ์ก่อนสักสองสามคำให้หายโมโห ลุงผลจึงยื่นโทรศัพท์ให้พฤกษ์คุย
“ถ้าพฤกษ์ให้ราคาตามที่ลุงผลขอ บางทีแต้วอาจจะพิจารณาเรื่องที่พฤกษ์ขอเพิ่มจากอาทิตย์ละครั้งเป็นสองสามครั้งก็ได้นะ”
หลังจากวางสาย พฤกษ์ก็เดินหน้ายุ่งเข้าไปบอกลุงผล
“ผมให้ลุงกิโลละสามร้อยเลย” แล้วเขาก็ทำเป็นบ่น “แสบแก้วหูชะมัด วันหลังอย่ายื่นโทรศัพท์ยัยบ้านี่มาให้ผมคุยนะ ก็รู้อยู่ว่าบ้านเราไม่ถูกกัน!”
ลุงผลถามย้ำอย่างตกใจว่าพฤกษ์จะให้ราคาถึงกิโลกรัมละสามร้อยบาทจริง ๆ หรือ เมื่อพฤกษ์ยืนยันว่าใช่ ลุงผลก็กระโดดร้องตะโกนอย่างดีใจ
“นังหนูแต้วนี่มันเจ๋งจริง ๆ ด่าว่าอะไรนะคนเคี่ยว ๆ อย่างพ่อพฤกษ์ถึงได้ยอมขึ้นราคาให้ตั้งกิโลละร้อยแหนะ!”
