บทนำ
‘เจ้าแก้วของพี่...’
เสียงทุ้มนุ่มอบอุ่น ที่กระซิบข้างหูในยามราตรีดึกสงัดทำให้ร่างบางสะดุ้งตัวตื่น ‘ดวงแก้ว’ กระถดตัวขึ้นกุมผ้าห่มผืนบางไว้กลางหน้าอก ดวงหน้าหวานมีเค้าตื่นตระหนกชัดเจน ต่อเมื่อปรับอารมณ์และตั้งสติได้ก็ถอดหายใจออกมาเฮือกใหญ่
ดวงตาคู่หวานเหลือบมองไปยังมุ้งหลังข้างๆ เห็นเงาตะคุ่มของพ่อกับแม่ยังนอนหลับอยู่ เธอจึงเลิกมุ้งหลังเล็กของตัวเองที่กางนอนอยู่ออกมาก่อนจะค่อยๆ คลานออกมาแล้วลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ไม่ให้เกิดเสียงรบกวน
ร่างบางที่อยู่ในเสื้อผ้าฝ้ายสีขาวคอกระเช้า สวมซิ่นสีพื้นน้ำเงินเข้มค่อยๆ ยกประตูบ้านออกช้าๆ ดวงตาเธอชินกับความมืดนี้ดี ดวงแก้วพาตัวเองมาทิ้งตัวลงที่แคร่ไม้หน้าบ้าน พลางยกสองขาขึ้นนั่งกอดเข่าแล้วซบหน้าลง
คืนนี้ยังคงเป็นเช่นหลายๆ คืนที่ผ่านมา หลายครั้งที่ถูกปลุกให้ตื่นเพราะเสียงปริศนาเธอมักจะข่มตานอนอีกไม่ได้
ครั้งแรกๆ ที่ได้ยินยังพอข่มตาหลับเพราะคิดว่าตัวเองหูแว่ว พอนำเรื่องไปเล่าให้พ่อและแม่ฟัง พวกท่านกับมองหน้ากันด้วยความทุกข์ใจ แต่ก็มักจะหันมาปลอบไม่ให้เธอคิดมาก
แต่พอนานวันเข้าดวงแก้วกลับไม่คิดเช่นนั้น เพราะเธอสัมผัสได้ถึงความเศร้าสร้อยปนโหยหา ทุกครั้งที่ได้ยินเธอมักจะจิตตกจนต้องออกมานั่งตากน้ำค้างด้านนอก เพื่อให้ความเย็นของอากาศช่วยปลอบประโลมใจและให้มันเป็นเครื่องยืนยันว่าเธอไม่ได้คิดไปเอง...แต่ความเย็นกลับไม่อาจจะแทรกผ่านถึงผิวหนังเธอได้ กลับกันดวงแก้วสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นบางอย่างที่โอบอุ้มเธอไว้
ปากบางเม้มเข้าหากันนึกถึงคำทำนายที่ผู้เฒ่าผู้แก่เคยทายทักแล้วก็ให้หนักใจ ลำพังเธอคงไม่เท่าไหร่ แต่กับบุพการีทั้งสองแล้วเธอไม่อาจทนเห็นความทุกข์ทนเมื่อรู้ว่าลูกสาวอย่างเธอจะต้องถูกพรากจากอก...