ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ตอนที่ 1

น้ำทะเลสีฟ้าคราม เสียงเกลียวคลื่นที่ถูกสายลมซัดเข้ามากระทบฝั่งพร้อมกับเม็ดทราย ทำให้คนฟังสามารถผ่อนคลายได้ ยิ่งมีแสงแดดรำไร และผู้คนมากมายนอนแผ่หลาอาบแดด เพิ่มความครึกครื้น ทำให้ชายหาดแห่งนี้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ทั้งชุดว่ายน้ำแสนวาบหวิว ซิกแพคแน่น ๆ พุงที่แสนจะเต่งตึง หล่อ สวย มองเห็นได้ง่ายมากจากที่แห่งนี้ คนท้องถิ่นอาจเห็นจนชินตาแต่คนที่พึ่งเคยมาเป็นครั้งแรกและนาน ๆ ได้เที่ยวทะเล จึงรู้สึกตื่นตาตื่นใจไปหมด 

โดยเฉพาะ ซิกแพคแน่น ๆ ของหนุ่มฝรั่งตาน้ำข้าว 

“สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ กันตา กล้า ๆ หน่อย” กันตาบอกตัวเองอย่างหมายมั่น สูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนจะค่อย ๆ ดึงสายชุดคลุมออกสลัดทิ้งอย่างไม่ไยดี 

เธอทำมันไวมาก เพราะถ้ามัวแต่อ้อยอิ่งความใจกล้าที่เตรียมมาจะหายไปหมด 

พอร่างกายเหลือเพียงชุดว่ายน้ำสองชิ้นบนล่าง จึงหันไปมองรอบตัว แล้วถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก 

ไม่มีใครมองนี่นา เธอจะอายอะไร 

ทำให้กันตามั่นใจขึ้น นั่งลงบนผ้าที่ปูไว้พื้นทราย หยิบครีมกันแดดขึ้นมาทาลงบนผิวสีน้ำผึ้ง 

การมาที่นี่ของกันตาไม่ได้มีอะไรมาก เธอเพียงแค่อยากหลีกหนีความวุ่นวาย ทิ้งทุกอย่างที่เธอแบกรับไว้ข้างหลัง อยากกระโดดออกจากกรอบของตัวเองและครอบครัว 

เกือบครึ่งชีวิตที่ผ่านมากันตาอยู่ในต้องทำในสิ่งที่แม่เลือกให้ตลอด ไม่ว่าจะเรื่องเรียนหรือแม้กระทั่งเรื่องครอบครัว 

เพราะเชื่อว่าสิ่งที่พ่อแม่เลือกให้ย่อมดีที่สุด แต่ผลปรากฏว่า เธอไม่มีความสุขเลย หลายอย่างผิดพลาดไปหมด 

เธออยากไปในที่ที่ไกลแสนไกล ไม่มีคนที่รู้จัก ไม่มีใครสามารถบังคับเธอได้ 

แต่ทำได้แค่คิด เพราะยังไม่มีความกล้าพอ ถึงมาได้แค่นี้ ชายหาดที่คับคั่งไปด้วยต่างชาติ 

ตอนสมัยเรียนกันตาคลั่งไคล้ฝรั่งมาก เพราะดูหนังหรือซีรีส์ฝรั่งเยอะ ยิ่งเพื่อนพูดว่าสีผิวแบบเธอนี่แหละที่ฝรั่งชอบ ความคิดมันก็โลดแล่นไปไกล 

ตอนนั้นได้แค่เพียงเก็บไว้ในใจ 

กันตาไม่ใช่คนเรียบร้อยอย่างที่ครอบครัวอยากให้เป็น เธอมีตัวตนเป็นของตัวเอง ทุกคนรอบข้างรู้ว่าเธอเป็นคนยังไง แต่แม่มักจะพูดกรอกหูเธอทุกครั้งที่เริ่มสั่งสอนว่า เป็นผู้หญิงไม่ควรแต่งตัวโชว์เนื้อหนัง 

พอได้มาอยู่ตรงนี้ กันตาจึงรวบรวมความกล้า ที่จะใส่บิกินี่ ตอนนี้เธออายุสามสิบสองปีแล้ว เธออยากใส่มันสักครั้งก่อนที่ผิวจะเหี่ยวยาน 

ขอแค่หนึ่งอาทิตย์ ให้เธอได้ใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง ก่อนจะกลับไปสู้กับปัญหา 

มาที่นี่เธอมาเพื่อจะปลดปล่อยตัวตน ไม่ใช่ประชดชีวิต 

การที่มานั่งอาบแดดใส่ชุดบิกินี่สองชิ้นบนล่างนี้ก็เหมือนกัน เธอคิดว่าคงไม่มีวันทำมันแน่ ๆ แต่ตอนนี้ เวลานี้ เธอกลับได้ทำมัน 

มันคือความท้าทายอีกอย่างที่อยากลอง ไม่มีคนที่เธอรู้จักที่นี่ ไม่มีสายตาหลากหลายคู่ที่มองมาให้เสียความมั่นใจ ไม่มีใครมานั่งจับผิดรูปร่างหน้าตา ก้นลาย หน้าท้องลาย เพราะมันเป็นเรื่องปกติของร่างกายมนุษย์ 

ทำให้กันตารู้สึกมั่นใจขึ้น สมกับที่ตั้งใจโกนขนในส่วนลี้ลับออกจนหมด กลับไปเธอคงต้องเข้าคอร์สทำเลเซอร์แล้วล่ะ แค่คิดริมฝีปากบางก็ฉีกยิ้มออกมา เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นเบา ๆ 

ตอนแรกเธอมีความกังวลมากมายแต่พอได้ทำ มันกลับทำให้เธอมีความสุข รู้สึกเป็นตัวของตัวเอง 

ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่เธอจะทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังและหาความสุขใส่ตัว 

พอทาครีมกันแดดเสร็จ รู้สึกว่าแดดเริ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะดวงอาทิตย์ขึ้นตรงมาที่หัว เธอจึงหันไปหยิบแว่นกันแดดที่เตรียมไว้มาใส่ เอนตัวลงนอน ให้ร่างกายได้รับวิตามินอย่างเต็มที่ ลองทำอย่างที่คนอื่นเขาทำกัน 

“อืม รู้สึกดีเหมือนแฮะ” ริมฝีปากบางพึมพำ หลับตา ซึมซับกลิ่นอายของทะเล 

แต่นอนไปสักพัก เธอก็รู้สึกแสบที่ผิว จึงลุกขึ้น ผิวสีน้ำผึ้งแดงระรื่นอย่างเห็นได้ชัด มองซ้าย ขวา ก่อนจะเก็บของเข้าไปนั่งในร่ม 

“ไม่ไหว ๆ” พอแค่นี้แล้วกันสำหรับครั้งแรกของการใส่บิกินี่อาบแดด 

“เฮ้ เบบี้ คุณเป็นผู้หญิงที่ผิวสวยมาก” 

พอเข้ามานั่งในร่มซึ่งเป็นเตียงผ้าใบสำหรับเช่า จ่ายเงินเสร็จ สั่งน้ำแตงโมปั่นเย็น ๆ ก็มีเสียงทุ้มเข้มสำเนียงอเมริกันเอ่ยทักขึ้นจากด้านหลัง ตอนแรกกันตาไม่มั่นใจว่าฝรั่งคนนั้นพูดกับเธอรึเปล่า เธอจึงหันไปมองเขาแล้วชี้มือเข้าหาตัวเอง ฝรั่งตัวโตพยักหน้าพร้อมกับยกขวดเบียร์ในมือขึ้นทำท่าชนกับเธอ ฉีกยิ้มเห็นฟันเรียงตัวสวย 

หล่อเลยละ แถมสายตาของเขายังทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ แอบขยับตัวเล็กน้อยเลื่อนเสื้อคลุมมาปิดขาอย่างไม่มั่นใจ 

กันตากลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ ความท้าทายที่สองกำลังจะเริ่มขึ้น เธอไม่ได้พูดภาษาอังกฤษเก่งเหมือนเจ้าของภาษา แต่สามารถฟังออกพูดได้ในสำเนียงของตัวเอง เป็นเพราะตั้งใจเรียนและฝึกฝนมาตลอด คราวนี้แหละจะได้ใช้จริง ก่อนมาก็ซ้อมพูดคนเดียวอยู่หลายวัน 

“ขอบคุณ” น้ำลายในปากเหนียวหนืดทำให้เสียงที่เปล่งออกมาแหบพร่าเล็กน้อย จนต้องชะเง้อไปทางร้านน้ำปั่นที่เธอพึ่งสั่งไป แอบคิดในใจว่า เมื่อไหร่จะมาเสิร์ฟสักที 

“ผมถามชื่อคุณได้ไหม” เขายังพูดกับเธอต่อ 

กันตารู้สึกว่าเธอต้องพยายามเรียบเรียงคำพูดเป็นครั้งแรก ทั้งที่เธอฟังออกหมดทุกคำ หัวใจเต้นรัวแทบกระเด็นออกมาให้แดดเผา 

“กันตา คุณละ” ถึงจะไม่มีสติแต่มันก็ไม่ยากเกินไป 

“แจ็ค” 

ในขณะที่เธอแนะตัวพูดคุยกับชายหนุ่มต่างชาติ เด็กก็นำน้ำแตงโมมาเสิร์ฟ ทำให้เธอได้ยกขึ้นดื่มเพื่อหลบหลีกความเก้อเขิน 

“ยินดีที่ได้รู้จักแจ็ค” 

“เช่นกัน กันตา” ชื่อของเธอที่ออกมาจากปากเขาถึงแม้จะแปลก ๆ แต่ก็ชัดพอสมควร 

การแนะนำตัวจบไปทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ แม่สาวใจกล้าได้แต่นั่งลุ้นว่าเขาจะพูดอะไรต่ออีกรึเปล่า เพราะถ้าจะให้เธอเป็นคนเริ่มเธอก็คิดไม่ออกเหมือนกัน 

นี่เป็นอีกเรื่องที่กันตาอยากทำ จากที่คลั่งไคล้มานาน ตอนนี้เธอจะได้เจอของจริง 

อุตส่าห์มาขนาดนี้แล้วไม่ลองก็ไม่รู้ ตัดคำว่ากุลสตรีออกไปจากหัวของเธอได้เลยตอนนี้ 

เธอจะกลายเป็นสาวสุดแซ่บ โดยเริ่มจากชายหนุ่มคนนี้ที่เข้ามาคุยด้วยเป็นคนแรก 

แจ็คเป็นผู้ชายที่ดูดีในแบบชาวต่างชาติทั่วไป จมูกโด่ง ผมสีทอง ดวงตาสีฟ้า เขาไม่ได้มีซิกแพคหกแพคแต่ก็ไม่ได้มีพุงจนน่าเกลียด หน้าอกมีเส้นขนประปรายยาวลงไปถึงสะดือ หายเข้าไปในกางเกงขาสั้นสีแดง 

“ดูเหมือนคุณจะมาที่นี่คนเดียว ใช่รึเปล่าคนสวย” 

กันตายิ้มบางให้คนตรงหน้า แอบสังเกตเขาไปด้วยว่าสายตาจาบจ้วงนั้นอันตรายต่อเธอแค่ไหน 

ถึงจะมาแบบนี้ เธอก็เตรียมตัวมาเหมือนกัน ไม่ใช่เห็นอะไรพุ่งชนหมด ถึงจะกล้าเสี่ยงแต่ชีวิตตัวเองสำคัญยิ่งกว่า สติต้องมาปัญญาต้องเกิด 

“คุณลองเดาสิ” 

“คนสวย ๆ แบบคุณต้องมีคนมาด้วยอยู่แล้ว แค่คิดก็ทำให้ผมรู้สึกผิดหวัง” แจ็คทำสีหน้าเศร้าสร้อย 

ท่าทางของเขาทำให้กันตาเรียกความมั่นใจของตัวเองขึ้นมา ไม่แก้ตัวกับสิ่งที่เขาพูด 

“แล้วคุณละแจ็คมาเที่ยวที่นี่กับใคร” 

“เฮ้ เบบี้นั่นใคร” ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะได้ตอบ ก็มีเสียงตะโกนมาจากผู้หญิงผมทองร่างอวบอิ่ม 

กันตากลืนน้ำลายลงคอ 

“ไม่มีอะไร เราไปตรงโน้นกันเถอะ” แจ็คลุกขึ้นดึงหญิงสาวที่เดินเข้ามาออกไป 

กันตามองอย่างงงๆ พวกเขาสองคนคงจะเป็นแฟนกัน และผู้ชายคงไม่อยากให้ผู้หญิงวีนเลยเลือกที่จะไม่สนใจเธออีก 

คนแรกก็เจอตอเสียแล้ว 

กันตาถอนหายใจ ยกน้ำแตงโมปั่นขึ้นดูดเลิกสนใจพวกเขา 

เธอขยับตัวนอนลง ดึงเสื้อคลุมขึ้นมาปิดร่างกายเพราะยังไม่ชินเท่าไหร่ รู้สึกหวิว ๆ ก่อนจะหลับตาลงพักผ่อน 

นอนในร่มสบายกว่าตากแดดเป็นไหน ๆ ไม่รู้พวกเขานอนตากแดดแรง ๆ แบบนั้นได้ยังไง 

“ผมมากับแฟน ขอโทษด้วย” 

“ไหนละแฟนคุณ ฉันเห็นคุณมาคนเดียวชัด ๆ” 

“สาวสวยที่นอนอยู่ตรงนี้ไงแฟนผม ถ้าเธอตื่นขึ้นมาเธอต้องไม่พอใจแน่ที่มีผู้หญิงเดินตามผมแบบนี้” 

“ไม่อยากจะเชื่อ” 

“อะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อ ผู้หญิงประเทศนี้พูดไม่รู้เรื่องรึไง” น้ำเสียงคนพูดเหมือนหัวเสียเต็มประดา คำสบถด่าประโยคสุดท้ายเขาพูดเสียงเบาราวกับพูดคนเดียว แต่คนที่อยู่ใกล้ได้ยินชัดเจน 

ฝากเรื่องใหม่ด้วยนะคะ รับประกันความแซ่บของพระนาง คอมเม้นให้กำลังใจกันด้วยน๊าาาาา
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น