ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 33

คำค้น : #Justkeep#เก็บรัก#ยู#ปรินทร์#ปั้นหยา#อัญญา

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.พ. 2565 23:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 33
แบบอักษร

 

คำเตือนก่อนอ่าน >> เนื้อหาในตอนมีความรุนแรงและอาจกระทบกับความรู้สึกของรี้ด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ หากไม่สามารถรับไหวโปรดผ่านไปตอนถัดไป 

 

 

Just keep this (love) between us เก็บรักนี้ไว้ระหว่างเรา บทที่ 33 

 

 

ดวงตาหลายคู่หันมาที่ปั้นหยาราวกับสปอร์ตไลท์ที่สาดแสงมายังเธอเป็นจุดเดียว แม้จะถูกจ้องมองขนาดนั้นปั้นหยาก็ไม่มีทีท่าว่าจะหวั่น ศิริพจน์ที่ยืนอยู่ข้างๆสบถอยู่ในลำคอที่ปั้นหยาจับใจความไม่ได้ 

คนถูกปั้นหยาถามไปแบบนั้นยกคิ้วขึ้นมองมา สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนไปแต่กลับมีความฉงนอยู่เนืองๆ เขามองมาที่ปั้นหยา" คุณถามเหรอครับ "  

" ใช่ค่ะ! ดิฉันเอง " ปั้นหยาเดินฉับๆก้าวไปหานายตำรวจยศใหญ่ " อัญญาจากซีเอ็นเอ็กซ์นิวส์ขอถามค่ะว่าคนร้ายที่ตำรวจจับมาเป็นคนร้ายจริงๆใช่มั้ยคะ -- คนร้ายเป็นใคร มูลเหตุจูงใจในการฆ่าคืออะไร ฆ่าด้วยวิธีไหน ทำคนเดียวหรือมีผู้ร่วมกระทำคะ หลักฐานอะไรคะที่ทำให้ตำรวจจับคนร้ายได้และรู้ว่าเป็นเขาคนนี้ " อัญญาเลื่อนสายตามองไปที่ชายผู้ต้องหาที่เอาแต่ก้มหน้างุดไม่สบตาปั้นหยา เธอเลยต้องหันมามองวสุแทน 

" ซีเอ็นเอ็กซ์นิวส์!? " วสุยกคิ้วขึ้นอีกเล็กน้อย " คุ้นๆชื่อนะ "  

" ท่านวสุนี่ขี้ลืมจังนะครับ " ศิริพจน์เดินตามมายืนข้างๆปั้นหยา ในสายตาของศิริพจน์นั้นมีแต่ความชิงชัง วสุเห็นศิริพจน์แล้วก็ร้องอ่อเสียงยาวออกมา 

" อ่อ คุณนี่เอง ยังทำข่าวอยู่อีกเหรอครับ นึกว่าปิดสำนักข่าวไปซะแล้ว " วสุว่า นักข่าวที่อยู่ตรงนั้นมีบ้างที่หลุดขำออกมากับบางส่วนที่มองหน้ากันไปมา  

" ยังปิดไม่ได้หรอกครับ เพราะยังไม่ได้ทำหน้าที่ตีแผ่ความจริงให้ทุกคนได้รู้ " ศิริพจน์ตอบ " คำถามที่เด็กคนนี้ถามรบกวนท่านช่วยตอบทุกข้อด้วยนะครับ -- พวกน้องๆนักข่าวเองก็อยากรู้เหมือนกันใช่มั้ย " ศิริพจน์หันไปขอแรงสนับสนุนจากเพื่อนร่วมอาชีพที่พยักหน้าแล้วเริ่มยิงคำถามใส่อีกรอบจนเสียงดังอื้ออึง วสุมองอย่างไม่พอใจ 

" ผู้ชายคนนี้เป็นคนร้ายตัวจริง " เสียงของวสุดังขึ้น " มีพยานเห็นว่าในวันเกิดเหตุผู้ตายถูกผู้ชายคนนี้ลวนลามก่อนจะเดินหายไปที่ลานจอดรถพร้อมกันในวันเกิดเหตุ ก่อนผู้ตายจะหายตัวไปจนมาพบเป็นศพ! "  

" หลักฐานแค่นี้เองเหรอคะที่ทำให้คิดว่าเขาเป็นคนร้าย " ปั้นหยาถามกลับ " ก่อนหน้านี้ตำรวจเจอภาพผู้ตายออกจากผับไปพร้อมกับผู้ชายที่เห็นแค่ข้างหลังเท่านั้นเองไม่ใช่เหรอคะ เห็นแค่หลังทำไมถึงคิดว่าเป็นผู้ชายคนนี้คะ " ปั้นหยาหันไปมองผู้ต้องหาที่กำลังอ้าปากน้อยๆ  

" จริงด้วยครับท่าน ตอนนั้นเห็นแค่หลังเท่านั้นท่านยังกล่าวหาผิดคน แล้วท่านไปเจอพยานที่เห็นได้ยังไงครับ ผู้ชายคนนี้เป็นคนเดียวกับในภาพวงจรปิดจริงๆเหรอครับ " ศิริพจน์เป็นคนสำทับคำถามของปั้นหยา " ช่วยให้ความกระจ่างกับพวกเราหน่อยสิครับ "  

" ใช่ค่ะท่าน ตอบพวกเราหน่อยสิคะ "  

" ท่านวสุครับ หลักฐานนี้มีมานานแล้วเหรอครับหรือว่าพึ่งมี "  

" เราพึ่งเจอพยานปากสำคัญจนนำมาสู่การจับกุม ที่ก่อนหน้านี้ไม่เจอพยานคนนี้เพราะเกิดจากการทำงานที่ล่าช้าของทีมงานชุดเก่า ผมเลยต้องลงมาดูคดีนี้ด้วยตัวเอง " วสุตอบยกหางตัวเอง 

" จากการชันสูตรศพพบสารเสพติดและร่องรอยการถูกล่วงละเมิดจากหลายคน คนร้ายทำคนเดียวเหรอคะ " ปั้นหยายิงคำถามต่อเนื่องพลางมองสีหน้าขึงตึงของวสุ 

" เรากำลังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนว่ามีคนอื่นร่วมอีกหรือไม่ "  

" ผู้ตายถูกล่วงละเมิดแล้วถูกทิ้งเป็นศพอยู่ในน้ำนานหลายวันแบบนี้จะเอาดีเอ็นเอที่ไหนมาพิสูจน์คะว่าเขาคือคนร้าย " ปั้นหยาจี้ถาม 

วสุไม่ทนกับคำถามของปั้นหยาอีกต่อไปเลยเสียงดังจนเกือบตวาด " เป็นแค่นักข่าวอย่ามาทำเป็นรู้ดีกว่าตำรวจ หลักฐานถ้าตำรวจบอกว่ามีก็คือมี ดีเอ็นเออะไรนั่นมันต้องมีอยู่แล้วไม่งั้นจะจับมาได้ยังไง! " 

" ดีเอ็นเออะไรคะท่าน ได้มายังไงคะ " นักข่าวคนอื่นๆถามบ้าง 

" ตอนหมวดธรินทร์ดูแลคดีนี้ไม่เห็นมีแจ้งข้อมูลนี้เลยนะครับ " ใครอีกคนจากในกลุ่มถาม " เป็นข้อมูลลับเหรอครับท่าน "  

" ใช่! มันเป็นความลับ!? " วสุตอบส่งๆ " ผมเป็นคนสั่งให้เก็บเรื่องนี้ไว้เอง "  

" แล้วทำไมถึงเปลี่ยนตัวคนดูแลคดีครับ " ศิริพจน์ถามสีหน้ากวนอารมณ์แบบที่ปั้นหยาเห็นประจำ ตอนนี้คนสองคนจากซีเอ็นเอ็กซ์นิวส์กำลังไล่บี้ถามคำถามใส่อีกฝ่ายอย่างไม่กลัวเกรง 

" การเปลี่ยนตัวคนดูแลคดีนี้มาเป็นท่านมีความเกี่ยวข้องอะไรกับทาวน์โฮมหรูในหมู่บ้านเชียงใหม่ ปาร์ค วิลล์หรือเปล่าคะ " ปั้นหยาถามคำถามที่ทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองหนักกว่าเดิม " ได้ยินว่าเจ้าของบ้านหลังนั้นเป็นของลูกชายผู้บังคับการตำรวจ เรื่องนี้จริงเท็จยังไงคะ " สิ้นคำถามของปั้นหยาก็เกิดเสียงอื้ออึงในหมู่นักข่าวแล้วแต่ละคนก็ยิงคำถามรัวใส่ 

" ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลอะไรตอนนี้ตำรวจจับคนร้ายได้แล้ว! " วสุกระชากเสียงใส่กลบคำถามของเหล่านักข่าว " เรื่องทาวน์โฮมหรูนั่นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคดีนี้ เป็นเรื่องของความเข้าใจผิด "  

" เข้าใจผิดยังไงคะท่าน!? ตกลงแล้วทำคนเดียวหรือเปล่าคะ หรือมีคนอื่นด้วย แล้วจะจับคนอื่นได้หรือเปล่าคะ " ปั้นหยาไม่สนใจสีหน้าเกรี้ยวกราดของนายตำรวจยศสูงยังคงจี้คำถามย้ำๆ ยิงคำถามรัวๆ ทำตัวเหมือนพวกนักข่าวที่น่ารำคาญจนอีกฝ่ายจ้องตาเขียวใส่ปั้นหยาก่อนจะเดินหนีกลับเข้าไปในสถานีตำรวจด้วยอาการฉุนเฉียวท่ามกลางความงุนงงของนักข่าว ปั้นหยาเดินตามไปถามผู้ต้องหา 

" บอกได้มั้ยคะว่าทำไมต้องทำร้ายเหยื่อ มีเหตุจูงใจอะไรคะ " 

คนอื่นๆเองก็เดินตามปั้นหยากรูกันเข้าไปในสถานีตำรวจ ส่งเสียงถามผู้ต้องหาที่ถูกตำรวจรีบนำเข้าไปด้านในทันที 

" หนีเข้าไปข้างในซะแล้ว " หนึ่งในนักข่าวบ่นอุบ  

" เด็กพี่พจน์ถามอะไรอะ ดูดิผู้กำกับเดินหน้าตูมกลับเข้าข้างในไปเลย แล้วนี่จะได้ทำข่าวมั้ยเนี่ย " คนพูดมองมาที่ปั้นหยาอย่างหงุดหงิด 

" ถามในสิ่งที่เค้าควรจะตอบสังคมไงคะ " ปั้นหยาตอบ " หรือพวกคุณไม่อยากรู้ "  

" คิดว่ารู้แล้วจะมีคนอ่านข่าวของซีเอ็นเอ็กซ์นิวส์เหรอ!? " คนถามทำน้ำเสียงหยัน " อ่อ! ไม่ใช่สิ คงมาทำข่าวให้บีอีซีนิวส์มากกว่า แย่หน่อยนะพี่พจน์ ดันให้มือใหม่ลงสนามสอบยากขนาดนี้ สงสัยได้สอบตกแบบไม่ต้องเกิดเลย "  

" สอบตกไม่สอบตก แกก็ไม่ได้เป็นคนให้คะแนนมันป่าววะ " ศิริพจน์ตอกกลับทำเอารอยยิ้มหยันของอีกฝ่ายวูบหายไปศิริพจน์หันมาที่ปั้นหยา " รอทำข่าวอยู่นี่ฉันจะออกไปสูบบุหรี่หน่อย " ปั้นหยาพยักหน้า ในระหว่างที่ทุกคนรอคอยการสอบปากคำผู้ต้องหาอยู่นั้น ปั้นหยาก็มีโอกาสได้เจอกับหมวดโชนที่พึ่งออกไปปฏิบัติภารกิจข้างนอกกลับมา 

" หมวดโชน "  

" มาทำข่าวเหรอครับปั้นหยา " หมวดโชนมองไปรอ 

" ค่ะคดีขวัญตา เรื่องจับคนร้ายได้แล้ว " ปั้นหยาเห็นสีหน้าขุ่นมัวของหมวดโชนแล้วก็เข้าใจได้ก่อนจะดึงแขนหมวดโชนออกไปคุยที่ด้านนอกสถานีตำรวจ เธอมองไปรอบแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง " ขอถามตรงๆนะคะ ผู้ชายคนนั้นคือคนร้ายจริงๆเหรอคะ " สายตามองหมวดโชนราวกับจะหาคำตอบในดวงตาของเขา 

หมวดโชนเอาลิ้นดุนแก้มตัวเองอย่างใช้ความคิดก่อนจะเอ่ยออกมา " ในฐานะเป็นคนที่ทำคดีนี้มาก่อน ผมไม่เคยเห็นผู้ชายคนนี้มาก่อนแต่ลูกน้องผมที่ยังอยู่ในทีมบอกว่าจู่ๆก็มีพยานใหม่เกิดขึ้นที่เห็นว่าผู้ชายคนนี้เดินตามขวัญตาไปที่ลานจอดรถด้วยกัน "  

" พยานใหม่!? "  

" เขาว่าเป็นหนึ่งในนักเที่ยวที่บังเอิญเห็นพวกเขาสองคน "  

" พยานคนที่ว่า ก่อนหน้านี้ไม่มีเหรอคะ "  

" ผมทำคดีนี้ด้วยความรอบคอบอย่างที่สุด แต่ไม่มีใครสักคนที่เห็นว่าผู้ชายคนนี้อยู่กับขวัญตา แล้วกล้องวงจรปิดที่ลานจอดรถของทางร้านก็อยู่ระหว่างซ่อม " ปั้นหยาเผลอถอนหายใจออกมาอย่างผิดหวังต่อหน้าหมวดโชน เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเวลาเกิดเรื่องสำคัญแบบนี้หลักฐานสำคัญอย่างกล้องวงจรปิดถึงได้มีอันเป็นไปทุกครั้ง หมวดโชนไม่ถือสาอาการนั้นของปั้นหยา 

" ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อวานมีพยานใหม่ วันนี้จับคนร้ายได้ ฮึ! อย่างกับเล่นมายากล! " หมวดโชนแค่นน้ำเสียงอย่างดูถูก ปั้นหยามีสีหน้าคิดหนัก  

" แล้วไม่มีใครสนใจผู้ชายคนที่พาขวัญตาออกมาจากผับเลยเหรอคะว่าเขาเป็นใคร คนในผับเองก็ไม่มีใครให้ข้อมูลได้เลยเหรอคะหมวดโชน "  

" เวลานั้นทุกคนต่างก็ใช้เวลาความสุขของตัวเองกัน มีไม่กี่คนที่เห็นว่าขวัญตาอยู่กับผู้ชายปริศนาคนนั้นแต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก นอกเหนือจากรูปพรรณสัณฐานที่ได้มาแค่หน้าตาดี สูงร้อยแปดสิบกว่าแล้วอย่างอื่นก็ไม่มีข้อมูลเพิ่ม " 

" ตอนแรกยูถูกสงสัย ทำไมถึงเป็นแบบนั้นคะเพราะความสนิทสนมของทั้งคู่เหรอคะ "  

" ยูเล่าเรื่องขวัญตาให้คุณฟังแล้ว!? " หมวดโชนย้อนถามเพื่อความแน่ใจ ปั้นหยาพยักหน้า " มันเป็นเรื่องปกติครับที่ต้องสอบสวนมันด้วย แต่ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ที่ดูสนิทสนมกัน มันมีลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการในผับวันนั้นเห็นคนคล้ายๆไอ้ยูซึ่งก็คือผู้ชายปริศนาที่เราตามหาตัวอยู่ -- ลูกค้าในผับคนนั้นเป็นลูกค้าที่เมดิคอล เพ็ทด้วยครับ เขาเลยคิดว่าเป็นยู "  

คิ้วของปั้นหยาขมวดเข้าหากันไล่เรียงข้อมูลที่ได้มาจากหมวดโชนอย่างละเอียดอีกครั้ง " เท่ากับว่าคนที่เห็นผู้ชายปริศนาคนนั้นเป็นยูเพราะเข้าใจผิด "  

" ครับ เจ้าตัวบอกว่าเห็นแค่ข้างหลังก็เลยนึกว่าใช่ ยิ่งมากับขวัญตาก็เลยเข้าใจว่าอย่างนั้นเพราะตอนพาสุนัขของตัวเองไปที่เมดิคอล เพ็ทก็เจอยูอยู่กับขวัญตา "  

ปั้นหยาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ -- ยูถูกต้องสงสัยว่าเกี่ยวพันกับคดีขวัญตาเพราะความใกล้ชิดเป็นเหตุ ซ้ำรอยยังมีลูกค้าเมดิคอล เพ็ทที่ไปใช้บริการในผับวันเกิดเหตุนั้นเข้าใจผิดคิดว่าเป็นยูอีกทั้งๆที่เห็นแค่ข้างหลัง แต่ว่าทุกอย่างก็คลี่คลายเมื่อในวันเกิดเหตุนั้นเป็นวันเดียวกับที่น้องชายฝาแฝดของเขาแต่งงานและตัวยูเองก็พักผ่อนอยู่มนไร่จิรประชาภาตลอดเวลา  

" คนที่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นยูได้พูดอะไรอีกมั้ยคะ "  

หมวดโชนนิ่งคิดไปก่อนจะตอบ " เจ้าตัวบอกมาว่าปกติเขาเคยทักคนผิดคิดว่าเป็นหมอยูที่เมดิคอล เพ็ทครั้งนึงด้วย " ปั้นหยายกคิ้วขึ้นมองอย่างสนใจ  

" เหรอคะ!? "  

" ครับ " จู่ๆทั้งปั้นหยาและหมวดโชนต่างก็ตกอยู่ในห้วงความคิด " ถ้ายังตามหาผู้ชายปริศนานั่นไม่ได้ คดีนี้ก็คงจบเท่านี้ " หมวดโชนเป็นฝ่ายพูดออกมา " อ่อ อีกเรื่องนึงผมฝากคุณไปบอกเพื่อนคุณด้วยเรื่องคดีของเด็กสาวมิ้น "  

" เจออะไรเพิ่มเติมคะ "  

" เมื่อคืนผมกับลูกน้องจับแก๊งปาร์ตี้มั่วสุมยาได้ที่คอนโดนึง ที่นั่นมีครบทุกอย่างเหล้า ยา ผู้หญิงและในงานก็ฉายคลิปหนึ่งด้วยครับ "  

" คลิปอะไรคะ " ปั้นหยาหลุดถามออกไปใจหวังว่าจะไม่ใช่สิ่งที่เธอคิด  

" คลิปโป๊ที่มีเด็กสาวมิ้นอยู่ในนั้น คนที่เอามาเปิดคือคนที่มาร่วมงานปาร์ตี้และเจ้าตัวเองก็อยู่ในคลิปนั้นด้วย เจ้าตัวรับสารภาพว่าตัวเองเป็นสมาชิกกลุ่มลับและสมาชิกกลุ่มนี้จะมีการจ่ายเงินเพื่อเข้าไปทำเรื่องอย่างว่ากับผู้หญิงต่อหน้าคนที่เข้าไปดูในเวปดั้นเจี้ยนอีกที "  

ปั้นหยาอ้าปากค้างน้อยๆกับข้อมูลของหมวดโชน " สมาชิกกลุ่มลับเป็นกลุ่มสมาชิกดั้นเจี้ยนเหรอคะ "  

" น่าจะเรียกว่าเป็นเครือข่ายของคนที่ก่อตั้งเวปดั้นเจี้ยนมากกว่า เป็นกลุ่มลับที่ต้องการหาคนมาร่วมทำคอนเท้นต์อย่างว่านี่บนเวป เจ้าตัวสารภาพเพิ่มว่ากลุ่มลับนั่นจะลงรายละเอียดของการเข้าร่วม รวมถึงรายละเอียดของงาน " หมวดโชนเล่าด้วยสีหน้าอ่านยากว่าเขารู้สึกยังไงระหว่างแย่ กระอักกระอ่วน สะอิดสะเอียน รังเกียจหรือโกรธ  

" งาน!? หมายถึง " ปั้นหยาไม่กล้าพูดต่อ จู่ๆก็รู้สึกหนาวเยือกขึ้นมา หมวดโชนพยักหน้า 

" รายละเอียดของผู้หญิง เจ้าของกลุ่มลับจะลงรายละเอียดของผู้หญิงและรูปภาพของพวกเธอไว้ถ้าสนใจก็ให้โอนเงินจากนั้นก็จะมีการแจ้งสถานที่ "  

" ทำแบบนี้ก็ไม่ต่างจากการค้าประเวณีน่ะสิ "  

" ใช่ครับ แล้วข้อห้ามของการเข้าร่วมครั้งนี้คือการไม่ให้สมาชิกนำคลิปออกไปเผยแพร่ข้างนอกต้องเป็นคนที่จ่ายเงินเข้าสู่เวปดั้นเจี้ยนเท่านั้นที่ได้ดู แต่ไอ้เบื้อกนี่กลับจ่ายใต้โต๊ะให้กับคนอัดคลิปเพื่อเอาคลิปนี้ออกมาเลยทำให้เราสามารถตามสืบได้และคิดว่าคงจะสาวถึงต้นตอได้ในไม่ช้าแน่ "  

" ไม่ว่าจะเป็นใครก็ขอให้จับมาลงโทษให้ได้ เรื่องนี้ฉันจะไปอัปเดตกับลูกโม่ให้นะคะ " ปั้นหยาบอกกับหมวดโชน เขาพยักหน้าจากนั้นหมวดโชนอยู่คุยกับปั้นหยาอีกไม่นานก็ขอตัวเดินกลับไปทำงานของตัวเองต่อ 

การสอบสวนผู้ต้องหาใช้เวลารวมเกือบสามชั่วโมงก่อนที่วสุกับลูกน้องของเขาจะเดินออกจากห้องสอบสวนมาบอกกับนักข่าวว่าคดีของขวัญตานั้นมาถึงชั้นสอบสวนโดยผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนที่พาขวัญตาขึ้นรถไปจริงเพราะชอบขวัญตา เขาพยายามตื้อขวัญตาตั้งแต่อยู่ในผับแต่ว่าขวัญตาไม่เล่นด้วยเลยตามไปดักฉุดเธอขึ้นรถก่อนจะพาไปที่บ้านพักของตัวเองบังคับให้เธอใช้สารเสพติดก่อนจะให้เพื่อนตัวเองรุมโทรมขวัญตา และตอนนี้ตำรวจก็ได้เร่งกำลังตามจับผู้ร่วมก่อเหตุคนอื่นๆอยู่ 

พ่อแม่ของขวัญตาที่รู้ข่าวว่าตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายที่ฆ่าลูกสาวของพวกเขาได้แล้ว ก็รีบตรงมาที่สถานีตำรวจทันที พวกเขาร้องไห้โฮออกมาอย่างดีใจและกล่าวขอบคุณวสุนายตำรวจยกใหญ่  

ปั้นหยาได้แต่ยืนมองด้วยความกังขา ถ้อยแถลงของผู้กำกับการตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่เอาแต่พูดฝ่ายเดียวไม่ยอมคำถามของเธอ  

" ไม่รู้เวทนาใครดีก่อน คนตายหรือคนเป็น " ศิริพจน์แค่นเสียงมองภาพวสุปลอบประโลมพ่อแม่ขวัญตาอย่างดูถูก " กลับกันได้แล้ว คดีจบแล้ว "  

" ลุงศิริคิดอย่างนั้นจริงๆเหรอคะ!? " ปั้นหยาหันกลับมาถามสีหน้าจริงจัง 

" ถ้าไม่คิดแบบนี้แล้วจะคิดอะไรได้อีก คดีถูกบังคับให้จบก็ต้องจบ " น้ำเสียงของศิริพจน์ในตอนท้ายฟังดูทั้งเศร้าและเจ็บปวด ไม่มีใครพูดอะไรอีกจนกลับมาถึงที่ออฟฟิศซีเอ็นเอ็กซ์นิวส์ ปั้นหยาตั้งใจว่าจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้ลูกโม่ฟังแต่กลายเป็นว่าลูกโม่ต้องออกไปข้างนอกเพราะมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการหายตัวไปของมะเฟืองพี่สาวของมะขาม 

" มีคนแจ้งเข้ามาน่ะว่าเขาเคยเห็นผู้หญิงที่หน้าตาคล้ายกับมะเฟืองแถวๆช้างเผือก เราเลยออกมาดูพร้อมกับมะขามเผื่อจะได้ข้อมูลอะไรเพิ่ม "  

" อ่อ งั้นฝากด้วยถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกเรามานะ ส่วนเรื่องมิ้นก็เป็นอย่างที่หมวดโชนฝากมา คิดว่าถ้ามีความคืบหน้าเขาก็คงบอกมาอีกที " ปั้นหยาบอกกับลูกโม่ 

" เข้าใจแล้วล่ะ ไอ้พวกที่ทำเรื่องนี้มันน่าจับมาแห่ประจานให้คนเข้าปาหินใส่ทั้งจังหวัดจริงๆ ชั่วมาก!! " ลูกโม่คำรามอย่างโมโหหลังจากที่ได้รับฟังเรื่องที่หมวดโชนฝากกับปั้นหยามาแล้ว ปั้นหยารับคำในคอเห็นด้วยกับลูกโม่คุกคงไม่เหมาะสำหรับคนพวกนี้ ไม่ว่าจะเป็นใครเธอก็หวังว่าจะไม่มีใครโชคร้ายเป็นเหยื่อของคนพวกนี้อีก  

" นี่! " ปั้นหยาหันกลับไปมองที่ด้านหลังตัวเองเพราะถูกศิริพจน์เรียก " ฝากสรุปคดีส่งให้บีอีซีนิวส์หน่อย " ปั้นหยายกคิ้วชี้กลับมาที่ตัวเอง ศิริพจน์พยักหน้า " ทางนั้นส่งมาตามยิกๆล่ะ "  

" ทางนั้นให้ลุงศิริทำไม่ใช่เหรอคะ " ปั้นหยาย้อน 

" จะใครทำก็เหมือนกันนั่นแหละ เมื่อกี้แกก็ทำได้ดีนิเพราะงั้นก็ช่วยสรุปข่าวส่งให้ทางนั้นหน่อยแล้วกัน " ศิริพจน์ว่า " ฉันจะไปทำงานอื่นต่อ " ว่าแล้วคนพูดก็เดินกลับออกไปขึ้นรถแล้วขับออกไปทิ้งให้ปั้นหยาหันมามองหน้ากับบรรจง 

" แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอคะ หัวหน้า " ปั้นหยาถามเสียงฉุน บรรจงได้แต่ยิ้มแห้งตอบกลับมา ปั้นหยาถอนหายใจเฮือกแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะเปิดแล็ปท็อปของตัวเองอย่างจำใจ เรื่องทำสรุปข่าวเธอไม่ได้มีปัญหาอะไรแต่การต้องส่งงานให้กับเพชรหัวหน้าฝ่ายข่าวอาชญกรรมที่บีอีซีนิวส์นั่นต่างหากที่ทำให้เธอรู้สึกลำบากใจ 

ตั้งแต่ปั้นหยาย้ายตัวเองมาที่เชียงใหม่เธอก็ไม่ได้สนใจเรื่องราวที่บีอีซีนิวส์อีก ไม่ว่ากับใคร เพื่อนร่วมงาน หัวหน้าล้อมบุญ คู่แข่งของเธออย่างเกรซหรือแม้แต่เพชรผู้ชายที่เธอแอบชอบ ปั้นหยาก็ขอไม่รับรู้เรื่องราวของพวกเขา มีแค่แทนกับต๊อบเท่านั้นที่ปั้นหยายังคุยด้วยอยู่ 

ปั้นหยาผ่อนลมหายใจออกมาก่อนจะเริ่มสรุปสกู๊ปข่าวคดีของขวัญตาส่งให้เพชรทางอีเมลพร้อมกับคลิปแถลงข่าวของผู้กำกับวสุแล้วทันทีที่ปั้นหยากดส่งเมลออกไป สายเรียกเข้าจากผู้รับเมลปลายทางก็เข้ามา ปั้นหยาจ้องมองชื่อที่อยู่บนมือถือลังเลเล็กน้อยก่อนจะหยิบขึ้นมารับ 

" หยาเหรอ!? "  

" ค่ะ พี่เพชร "  

" ตอนนี้ปั้นหยาอยู่ไหนเหรอพอดีพี่พึ่งบินด่วนมาเชียงใหม่เรื่องข่าว มาเจอกันหน่อยได้มั้ย "  

 

 

 

 

********************* 

สวัสดีค่า รี้ดที่น่ารักทุกคน 

ยังรอคอยไรท์อยู่มั้ยค่า กราบขออภัยหลายรอบที่ช่วงนี้มาอัปไม่ทันใจไรท์น้า วันนี้เอามาลงให้หนึ่งอีพีก่อนนะคะ เรื่องราวของพี่ยูกับปั้นหยาจะค่อนข้างแปลกและหนักกว่าเรื่องที่ผ่านมาเพราะมีคดีเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นแล้วแต่ละอีพีมีความสำคัญเกี่ยวพันอย่างต่อเนื่อง ไรท์เลยไม่อยากให้พลาดแม้แต่อีพีเดียว (เดี๋ยวตามไม่ทันนะ อิอิ)  

อีพีนี้อิพี่เพชรบินมาเชียงใหม่แบบนี้ พี่ยูจะเป็นยังไงต่อ รอติดตามชมกันน้า 


ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกการติดตาม ทุกการรอคอย ทุกการสนับสนุน และทุกข้อความของทุกคนมากนะคะ ขอให้สนุกและมีความสุขกับการอ่านค่ะ แล้วเจอกัน
ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว