ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 25

คำค้น : #Justkeep#เก็บรัก#ยู#ปรินทร์#ปั้นหยา#อัญญา

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.พ. 2565 19:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 25
แบบอักษร

 

 

Just keep this (love) between us เก็บรักนี้ไว้ระหว่างเรา บทที่ 25 

 

 

 

 

" อ้าว! หมอยู " ป่านหันกลับไปมองร่างสูงที่มายืนข้างๆ ปั้นหยายกคิ้วเล็กน้อยกับสายตาของยู " ไม่มีคนไข้แล้วเหรอ"  

" อืม " ยูรับคำในคอ 

" ถ้างั้นเดี๋ยวฉันกลับไปทำงาน นายอยู่คุยต่อเลย " ป่านว่าลุกออกจากเก้าอี้ก่อนที่เขาจะเดินไปก็กันไปพูดกับปั้นหยา " ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยก็บอกได้เลยนะครับปั้นหยา ผมยินดี "  

" ขอบคุณค่ะ หมอป่าน " ปั้นหยารับคำพร้อมรอยยิ้ม ยูกระแอมเบาๆเรียกสายตาของปั้นหยาให้กลับมามองเขา  

" คุณสดศรีคะ นี่หมอยูเป็นหมอที่ดูแลเจ้ามิดไนท์ เออไม่ใช่เจ้าตัวเล็กค่ะ -- คุณ นี่คุณสดศรีเป็นเจ้าของเจ้าตัวเล็ก คนที่ฉันบอกคุณไงว่าจะพามาที่นี่ "  

ยูยกมือไหว้หญิงชราก่อนเลื่อนเก้าอี้นั่งลง " แล้วเจ้าตัวเล็กนี่คือ -- " เขาถามปั้นหยา 

" มิดไนท์น่ะ คุณสดศรีเค้าเลี้ยงพ่อแม่ของมิดไนท์น่ะ แล้วชื่อเดิมมันก็คือตัวเล็ก พ่อของตัวเล็กเป็นเมนคูน ส่วนแม่เป็นเปอร์เซีย มันมีพี่น้องด้วยนะคุณ " ปั้นหยาเล่าให้ยูฟังด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น " เมื่อกี้ก็พิสูจน์กันไปแล้วด้วยล่ะ คุณสดศรีบอกว่าเจ้าตัวเล็กมันมีปานที่เท้าซ้ายหน้าของมันและมันก็มีจริงๆด้วย "  

" อ่อ ตรงนั้น ผมเห็นแล้วเหมือนกัน " ยูว่า " ตอนแรกก็สงสัยอยู่นึกว่าเป็นแผลแต่ไม่ใช่ "  

" นั่นแหละ แล้วก็นะ ก่อนคุณมา ฉันเล่าเรื่องสองผัวเมียนั่นให้คุณสดศรีฟัง เรากำลังคิดกันว่าสองผัวเมียนั่นเป็นคนที่เอาเจ้ามิดเออตัวเล็กจากคุณสดศรีไปแล้วไปทำร้ายมัน " ปั้นหยาเล่าให้ยูฟังด้วยสีหน้าจริงจัง " เมื่อวานคุณสดศรีก็พึ่งไปหาพวกนั้นมาด้วยนะ เพื่อตามดูเจ้า -- "  

" ถ้าหนูปั้นหยาจะเรียกมิดไนท์ฉันก็ไม่ติดอะไรนะ " สดศรีบอกอย่างใจดี ปั้นหยายิ้มเขิน  

" ค่ะ "  

" ไปแล้วไม่เจอใช่มั้ยครับ " ยูถามพลางมองไปทางสดศรี อีกฝ่ายพยักหน้า 

" พวกนั้นบอกว่ายกเจ้ามิดไนท์ให้หลานชายตัวเองไปแล้ว ฉันเลยขอเบอร์โทรติดต่อตั้งใจว่าจะขอรับกลับมาเลี้ยงเองแต่เบอร์ที่ให้มาโทรไม่ติดสักที " สดศรีเล่าให้ยูฟัง " พอมาเจอหนูปั้นหยาแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเลยเริ่มรู้สึกเรื่องมันไม่ชอบมาพากล "  

" ใช่ พวกนั้นร้ายจริงๆ " ปั้นหยาเข่นเขี้ยว " ถ้าไม่รีบจัดการพวกนั้นก็ไม่รู้ว่าจะไปทำกับใครอีก " สดศรีพยักหน้าเห็นด้วย จู่ๆทั้งสองคนก็นิ่งไป ยูมองสีหน้าตื่นๆของปั้นหยา 

" เป็นอะไรหรือเปล่า ปั้นหยา "  

" ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ฉันคิดว่าพวกนั้นอาจจะกำลังทำเรื่องไม่ดีอีกแล้วล่ะ " ปั้นหยาตอบมองไปที่สดศรี " คุณสดศรีคะลองโทรหาคุณเพชราได้มั้ยคะ " สดศรีพยักหน้าแล้วหยิบมือถือออกกดโทรออกทันที ระหว่างนั้นปั้นหยาก็หันมาพูดกับยู " คุณเพชราบอกว่าจะมีคนมารับแมวไปเลี้ยงสามตัว และคนที่ว่านี่ก็เป็นสองสามีภรรยาด้วย ฉันสงสัยว่าอาจจะเป็นพวกนั้นก็เลยจะให้คุณสดศรีช่วยเช็คกับคุณเพชราอีกรอบ "  

ปั้นหยากับยูหันไปมองสดศรี " ฮัลโหล เพชรา คนที่ว่าจะมารับแมวน่ะพวกเขามารับแมวเธอไปหรือยัง "  

--  

" พึ่งมารับไปเหรอ " สดศรีตกใจมองหน้าปั้นหยากับยูทันที 

" ถามลักษณะ รูปร่างของคนที่มารับไปได้มั้ยคะ "  

" นี่เพชรา สองสามีภรรยาที่มารับแมวไปเลี้ยงหน้าตายังไง อายุประมาณเท่าไหร่ " 

--  

" บอกมาเถอะ เรื่องนี้สำคัญ สองสามีภรรยาที่มารับนั่นอายุราวๆสามสิบกว่าๆ ผู้หญิงตัวเล็กๆผิวขาวมีไฝใต้ตาชื่อขิมส่วนผู้ชายผิวคล้ำจะมีเคราและสวมต่างหูแค่ข้างเดียวชื่อโทนใช่มั้ย " รูปพรรณสัณฐานตามที่สดศรีพูดมาตรงตามที่ปั้นหยาเคยเห็นมาทั้งหมด 

" คุณพี่สดศรี! " เสียงของเพชราดังผ่านลำโพงที่สดศรีเปิดให้ปั้นหยาและยูฟัง " ทำไมพี่สดศรีพูดอย่างกับตาเห็นแบบนี้ล่ะคะ ที่คุณพี่พูดมาตรงกันทุกอย่างเลยคะ ยกเว้นชื่อ "  

" ชื่ออะไร! " สดศรีถามเสียงเครียด  

" เปี๊ยกกับกุ๊กค่ะ " คำตอบของเพชราทำให้ปั้นหยาหันไปมองยูทันที " ว่าแต่ทำไมถึงถามเรื่องนี้ มีอะไรหรือเปล่าคะ "  

" มี! คนพวกนั้นเป็นคนไม่ดี " สดศรีตอบ " สองผัวเมียนั่นรับหมาแมวไปเลี้ยงแล้วเอาไปทรมาน พวกนั้นออกมานานหรือยัง "  

" ก็สักครึ่งชั่วโมงได้แล้วค่ะ ตายจริง สองคนนั้นเป็นพวกทารุณกรรมสัตว์ " เสียงของเพชราสั่น " แล้วเด็กๆจะเป็นยังไงคะเนี่ย "  

" ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันจะช่วยพวกมันจากคนใจร้ายพวกนั้นให้ได้! " ปั้นหยาถือวิสาสะบอกกับเพชราไป ในตอนนั้นเองที่ยูไวกว่าทุกคนเขาหยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์โทรหาหมวดโชนทันที  

" เข้าเวรอยู่ป่ะ นายพาลูกน้องนายไปที่บ้านหลังนั้นเย็นนี้ทีดิ พวกนั้นน่าจะไลฟ์คืนนี้อีกครั้งว่ะ "  

" มึงรู้ได้ไง "  

" ปั้นหยาบอกกูเมื่อกี้เองว่าสองผัวเมียนั่นพึ่งไปเอาแมวมาใหม่อีกสามตัว คิดว่าพวกนั้นต้องทำอะไรสักอย่างแน่ " 

" เออได้ เดี๋ยวกูขอหมายศาลแล้วไปที่บ้านหลังนั้นเลย "  

" โอเค งั้นเดี๋ยวกูตามไป " 

" เพื่อนคุณว่ายังไงบ้าง " ปั้นหยาถาม 

" หมวดโชนกำลังขอหมายศาลและจะพาลูกน้องไปจับสองผัวเมียนั่น " ยูตอบ 

" ขอบคุณคุณพระคุณเจ้า " เสียงเพชราดังผ่านลำโพงออกมา 

" เอาล่ะ เพชรา เธอนั่งลงและใจเย็นๆก่อน เรื่องของสองผัวเมียกับแมวของเธอไม่ต้องห่วง เดี๋ยวปล่อยให้ตำรวจจัดการ " สดศรีว่า " ถ้ามีอะไรฉันจะส่งข่าวบอกเธอแล้วกัน " สดศรีตัดบทไปและกดวางสายไป  

" ผมจะไปลางานแล้วตามหมวดโชนไป " ยูลุกออกจากเก้าอี้ ปั้นหยาลุกตาม 

" ขอฉันไปด้วยคนได้มั้ย "  

ยูพยักหน้ารับแล้วก็เดินหายไปอีกทาง ปั้นหยาหันกลับมาบอกกับสดศรี " คุณสดศรีกลับไปรอที่บ้านก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูจะส่งข่าวบอกอีกทีค่ะ "  

" ได้สิ ยังไงส่งข่าวมาบอกนะ หนูปั้นหยา "  

" ค่ะ " ปั้นหยาเดินออกไปพร้อมกับยูที่กลับมารับเธอ  

" ไปรถผมนะ รถคุณจอดไว้ที่นี่ก่อนเสร็จเรื่องแล้วค่อยขับกลับ " ยูบอกกับปั้นหยาที่ไม่ได้ขัดอะไร เธอขึ้นไปนั่งบนรถของยูจากนั้นทั้งคู่ก็ขับรถมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านทองเอกสถานที่ตั้งของบ้านเจ้าปัญหา เมื่อยูและปั้นหยามาถึงบ้านของสองผัวเมียก็ไล่เลี่ยกับที่รถตำรวจของหมวดโชนมาถึง ชาวบ้านในละแวกนั้นต่างพากันมายืนดูด้วยความสนใจ 

" โทษที หมายพึ่งได้เลยมาช้า " หมวดโชนบอกกับยูด้วยสีหน้าเคร่งขรึมก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องเดินตามไปที่หน้าประตู นายตำรวจหนุ่มกดกริ่งสองสามทีก็มีคนออกมาเป็นหญิงเจ้าของบ้านที่ดูหน้าตาตื่น 

" พี่เปี๊ยก! ตำรวจมา!! "  

ปั้นหยาไม่ใช่นักจับสัญญาณอะไรแต่ก็พอเข้าใจได้ว่าสถานการณ์แบบนี้มันไม่ชอบมาพากล ภาษากายของคนเป็นภรรยายิ่งลุกลี้ลุกลนเมื่อหมวดโชนตะโกนเข้าไป 

" ขอโทษครับ คุณเป็นเจ้าของบ้านใช่มั้ย "  

" ชะ ใช่ " หญิงเจ้าของบ้านเดินลงมาที่หน้าประตูบ้าน " คุณตำรวจมีอะไร "  

" ช่วยเปิดประตูให้หน่อยครับ " หมวดโชนใช้น้ำเสียงเกือบสั่งทำให้หญิงเจ้าของบ้านเลื่อนกลอนประตูเปิดออกด้วยมือที่สั่นเทา สายตาของหญิงเจ้าของบ้านมองคนนั้นทีคนนี้ที 

" ตกลงมีอะไรคะ "  

" คุณคือนางสาวรัตนา แซ่จิวใช่มั้ยครับ สามีคุณคือนายสมัคร แซ่จิว " หมวดโชนยื่นหมายศาลให้อีกฝ่าย " พวกผมได้รับแจ้งว่าที่บ้านหลังนี้การกระทำผิดกฎหมายทารุณกรรมสัตว์พร้อมกันนี้ยังทำผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ว่าด้วยการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของราชอาณาจักร หรือก่อการร้ายเข้าสู่ระบบ -- นี่ครับหมายศาลทางเราขออนุญาตตรวจค้นบ้านคุณนะครับ " หมวดโชนสั่งลูกน้องให้เข้าไปในบ้านโดยที่หญิงเจ้าของบ้านได้แต่ยืนถือหมายศาลด้วยอาการงุนงง หมวดโชนหันไปบอกยูและปั้นหยา " หน้าที่ฉันพวกนายรออยู่ตรงนี้ "  

" หมวดครับ! มีคนปีนหลังบ้านหนีครับ!! "  

" ไอ้บ้าเอ้ย!! " หมวดโชนคำราม เร็วกว่านายตำรวจหนุ่มก็สัตวแพทย์หนุ่มที่สั่งปั้นหยาให้รอที่นี่ก่อนจะวิ่งไปทางป่ากล้วยทันทีมีหมวดโชนตะโกนสั่งลูกน้อง " จ่า! คุมตัวผู้หญิงไว้ สั่งทุกคนค้นทุกซอกทุกมุม!! " จากนั้นก็ไล่ตามหลังยูไปปั้นหยาลังเลทั้งๆที่อยากจะตามไปแต่สุดท้ายก็ต้องรออยู่ที่นี่  

ขณะเดียวกันอดีตแชมป์วิ่งสองร้อยเมตรสมัยมัธยมต้นอย่างหมวดโชนไล่ตามหลังรองแชมป์อย่างยูเข้าไปในป่ากล้วย" โอ๊ย! ในนี้เหม็นชิบหาย อย่างกับมีอะไรเน่าตายอยู่ในนี้ " หมวดโชนคำรามออกมาอ้าปากหอบหายใจได้ไม่เต็มที่เพราะกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง ยูเองยังต้องยกท่อนแขนขึ้นมาปิดแล้วบุ้ยใบ้เข้าไปด้านใน ทั้งสองต่างก็เห็นแผ่นหลังของคนที่วิ่งหนีออกมาวิ่งเข้าไป  

" โถ่เว้ย กูนึกว่างานนี้จะง่าย เสือกวิ่งหนีเข้ามาในนี้อีก " หมวดโชนหยิบปืนออกมาจากซองปืนหันไปพยักหน้าให้ยูที่ค่อยๆเดินตามชายเจ้าของบ้านลึกเข้าไปด้านในที่ทั้งสองไม่รู้ภูมิศาสตร์ของป่ากล้วยนี่เลยว่ามันลึกและมีอาณาเขตไปสิ้นสุดลงที่ไหน หมวดโชนวิทยุเรียกให้ลูกน้องตัวเองสอบถามกับคนแถวนั้นว่าป่ากล้วยนี่ไปสิ้นสุดตรงไหนแต่ยังไม่ทันได้คำตอบ ชายเจ้าของบ้านก็ปรี่ตรงเข้ามาหายูพร้อมกับท่อนไม้ 

" ไอ้ยู ระวัง!! "  

ยูอาศัยความว่องไวจากการเป็นนักกีฬาแต่เด็กและโตมาก็ยังไปเป็นคู่ชกให้กับพวกไฟท์เตอร์เลยทำให้ยูหลบท่อนไม้ที่มีตะปูเหล็กฝังอยู่ไปได้ท่อนไม้นั้นปักลงบนต้นกล้วยเต็มแรงจนดังฉึกก่อนที่ยูจะเตะเข้าที่สีข้างจนอีกฝ่ายล้มหน้าคว่ำไปกับพื้น  

" ยกมือขึ้น!! " หมวดโชนสั่งเสียงเหี้ยมประทับปืนขึ้นพร้อม คนถูกสั่งนอนแผ่หราสิ้นฤทธิ์จากนั้นหมวดโชนก็วิทยุเรียกลูกน้องตัวเองเข้ามาช่วยกันคุมตัวนายเปี๊ยกหรือนายสมัคร แซ่จิวออกไปข้างนอก  

และจากการบุกตรวจค้นภายในบ้านก็เจอเรื่องเลวร้ายกว่าที่ปั้นหยาคิดไว้ สุนัขห้าตัวถูกขังรวมกันอยู่ในกรงเดียวกันพวกมันต่างมีบาดแผลเหวอะหวะจากการกัดกันเองไม่พอยังมีบาดแผลจากการถูกตีและแผลโดนน้ำร้อนลวก ขณะที่แมวมากกว่าสิบตัว ต่างนอนซมอยู่ที่พื้นในสภาพอิดโรยร่างกายของพวกมันก็ไม่ต่างอะไรจากสุนัขห้าตัวนั้นและซ้ำร้ายกว่านั้นบางตัวถึงขั้นพิการไม่ขาหักก็ตาบอด แววตาแต่ละตัวดูเศร้าหมองและหวาดกลัวเมื่อคนเข้ามาใกล้นอกจากนี้เมื่อตำรวจค้นทุกส่วนของบ้านแล้วก็ยังพบคอมพิวเตอร์ที่พวกนั้นใช้เก็บคลิปทารุณกรรมสัตว์เอาไว้อีกมากมาย  

สองสามีภรรยาเป็นเจ้าของแอคเค้าท์แอนนิมอล ฟาร์มในเวปดั้นเจี้ยนหรือเวปคุกใต้ดินที่มียอดวิวผู้เข้าชมมากกว่าสองหมื่นคนต่อสัปดาห์และสิ่งที่พวกเขาเข้ามาดูกันคือดูโชว์ทารุณสัตว์ทุกรูปแบบจากสองคนนี้ และนอกจากในบ้านแล้วพื้นที่หลังบ้านที่เป็นป่ากล้วยตำรวจก็ได้ทำการตรวจสอบและขุดเจอซากศพสุนัขและแมวมากกว่าสามสิบซากที่ถูกฝังเอาไว้สร้างความเวทนาแก่ผู้ที่พบเห็น สองผัวเมียสารภาพว่าพวกเขาแสร้งทำเป็นรักสัตว์เพื่อติดต่อขอรับเลี้ยงสัตวฺ์ที่บางคนอาจจะไม่สะดวกเลี้ยงเพราะต้องย้ายบ้านหรือสัตว์เลี้ยงออกลูกมาคลอกใหม่ต้องการคนรับเลี้ยงหรือบางครั้งก็ไปเก็บพวกสุนัขจรแมวจรมาสร้างคอนเท้นต์ให้ตัวเองเรียกยอดคนดู ถ้าตำรวจมาช้ากว่านี้แมวสามตัวที่พึ่งรับมาจากเพชราเองก็กำลังจะเป็นโชว์ต่อไป 

" เรื่องสารเลวแบบนี้พวกมันทำได้ยังไง! หมาแมวก็มีชีวิตจิตใจเหมือนกันนะ " ลูกหินเกรี้ยวกราดหลังจากที่ปั้นหยาเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้ทุกคนฟังในวันต่อมา " เลวยิ่งกว่าเดรัจฉาน พวกมันน่าจะโดนแบบเดียวกับที่มันทำกับหมาแมวนะ ใจคอโหดเหี้ยม โชว์เอาน้ำร้อนลวกใส่หมาแมวงี้ เอาน้ำใส่พริกป่นราดตาแมวเพราะอยากรู้ว่าแมวจะรู้สึกยังไงแล้วยัง-- "  

" พอแล้วเจ๊ " ลูกโม่ร้องเตือนน้ำตาปริ่ม " ฟังแล้วสงสารมันอะ จะอ้วกด้วย คนทำก็เลวคนเข้าไปดูยิ่งเลวกว่าทนดูได้ยังไงกัน " ลูกโม่สูดน้ำมูก ปั้นหยาหยิบทิชชู่ส่งให้พลางลูบแขนปลอบลูกโม่ เธอเข้าใจความรู้สึกของสองพี่น้องนี้ดีเพราะต่างก็เป็นเจ้าคาเฟ่ที่มีสุนัขแสนน่ารักอยู่สี่ตัว ปั้นหยาหันไปมององครักษ์พิทักษ์เธออย่างเจ้าไซบีเรียนที่ชื่อเฉาก๊วย มันจะคอยตามปั้นหยาตลอดเวลาที่มาคาเฟ่อย่างตอนนี้มันก็มานั่งเฝ้าอยู่ข้างตัวเธอ 

" เออๆ ไม่พูดแล้วก็ได้ ฉันพูดเองยังจะอ้วกเลย ขยะแขยงชะมัด! " ลูกหินว่า " ดีแล้วนะที่จับได้ แล้วสัตว์พวกนั้นทำยังไงต่อ "  

" ส่งต่อมูลนิธิเพื่อนสัตว์และก็ยังมีชมรมแมวที่จะรับช่วงดูแลต่อให้ค่ะ อาการบาดเจ็บแต่ละตัวเองก็ได้รับการดูแลจากสัตวแพทย์แล้ว หมอยูเองก็เข้าไปช่วยดูเรื่องนี้ด้วยค่ะ " ปั้นหยาตอบพยายามซ่อนสีหน้าของตัวเองไม่ให้สองพี่น้องเห็น 

" ต๊าย! พ่อเทพบุตรของฉัน หล่อแล้วยังรักสัตว์อีก -- แต่เดี๋ยวก่อน! ตอบฉันซิปั้นหยาเธอเป็นแฟนหมอยูแล้วเหรอ!? " ลูกหินจ้องปั้นหยาเขม็ง ปั้นหยาหันไปมองลูกโม่ที่ยิ้มเผล่ทันที 

" ขอโทษ ตอนปั้นหยาโทรมาบอกว่าจะไปอยู่กับหมอยู เจ๊เค้าอยู่ข้างๆเราพอดีอะ "  

ปั้นหยาไม่รู้ว่าควรจะโกรธลูกโม่ดีหรือเปล่าเพราะที่จริงเรื่องนี้ก็ต้องมีคนรู้เข้าสักวัน เธอหันไปทางลูกหิน " ยังเป็นขั้นตอนดูๆกันอยู่น่ะค่ะ " ปั้นหยาเม้มปากเข้าออกไม่กล้าสบตากับลูกหินตรงๆ แต่ลูกหินกลับหรี่ตา 

" แต่ย้ายไปอยู่คอนโดเดียวกันแล้วใช่มั้ย "  

ปั้นหยาพยักหน้ารับ ลูกหินยิ้มกริ่ม " ร้ายนะยะ ไปสปาร์คกันตอนไหน "  

" คือ -- " ในขณะที่ปั้นหยากำลังอึกอัก สายเรียกเข้ามาที่มือถือของปั้นหยาพอดีและเป็นสายของคนที่กำลังถูกพูดถึงอยู่พอดี " ขอตัวรับสายนะคะ " ปั้นหยาลุกออกจากเก้าอี้ไปรับสายของยู 

" ฮัลโหล " 

" คุณจะออกจากคาเฟ่กี่โมงเหรอ " ยูส่งเสียงมาตามสาย น้ำเสียงฟังดูเหนื่อยๆ  

" เดี๋ยวอีกประมาณครึ่งชั่วโมงน่ะ คุณมีอะไรหรือเปล่า แล้วทำไมเสียงเป็นแบบนั้น "  

" รู้สึกปวดหัวหน่อยๆน่ะ ผมเลยว่าจะกลับคอนโด " ยูตอบ ปั้นหยามองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังคาเฟ่ที่บอกเวลาบ่ายสองโมงกว่ายังตั้งอีกสี่ชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาเลิกงานของยู  

" ไม่สบายเหรอ " ปั้นหยาถามน้ำเสียงตกใจรีบหันไปมองสองพี่น้องที่ส่งยิ้มล้อเลียนมาทางเธอ ปั้นหยาเลยเดินออกไปคุยนอกร้านแทน " เป็นอะไรมากหรือเปล่า "  

" ไม่มากหรอก ยังไงคุณออกจากที่นั่นแล้วโทรบอกผมหน่อย ผมจะได้ขับรถออกจากโรงพยาบาล "  

" ได้สิ " ปั้นหยารับคำยูแล้ววางสายจะว่าไปเมื่อเช้ายูเองก็ดูซึมๆไปเหมือนกันไม่คิดว่าเขาจะถึงขั้นลางาน ปั้นหยาเดินกลับเข้ามาในคาเฟ่อีกครั้งมีเฉาก๊วยที่ยังคงเดินตามปั้นหยาไม่ห่าง " หยากลับก่อนนะคะ พี่ลูกหิน ไปก่อนนะลูกโม่ " ปั้นหยาหยิบกระเป๋าสะพายของตัวเองขึ้นมาสะพายบนไหล่  

" มีอะไรหรือเปล่า ปั้นหยา "  

" ไม่มีอะไร โทษที ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ " ปั้นหยายิ้มให้ลูกโม่ก่อนจะเข้าไปลูบหัวเฉาก๊วย " เฉาก๊วย ปั้นยากลับก่อนนะ " บอกลาทั้งคนทั้งหมาเรียบร้อยปั้นหยาก็รีบออกจากคาเฟ่กลับขึ้นรถของตัวเองทันที 

" ทำไมปั้นหยารีบร้อนขนาดนั้น " ลูกโม่ถาม 

" ถ้าแกอยากรู้ก็ลองหาผู้ชายสักคนสิยะจะได้รู้ " ลูกหินตอบยิ้มๆแล้วลุกไปเคาน์เตอร์พอดีกับที่เสียงกระดิ่งที่หน้าประตูร้านดังพร้อมกับลูกค้าชายหญิงที่เข้ามาด้วยกัน  

" ยินดี -- " ลูกโม่กำลังจะกล่าวต้อนรับลูกค้าแต่พอเห็นหน้าของฝ่ายชาย ลูกโม่ส่ายหัวแล้วหนีไปเข้าไปช่วยลูกหินที่เคาน์เตอร์แทน  

" คาเฟ่ที่นี่น่ารักจริงๆด้วยค่ะ พี่โชน "  

ขณะเดียวกันปั้นหยาก็รีบขับรถกลับมาที่คอนโดและระหว่างทางเธอก็ไม่ลืมที่จะโทรบอกยูด้วย เหตุที่ปั้นหยาบอกกับตัวเองว่าเธอต้องรีบกลับคอนโดแบบนี้ก็เพราะคีย์การ์ดของยูอยู่กับเธอไม่ใช่เพราะห่วงยูหรอกแม้ใจจะรู้สึกอย่างนั้นก็ตาม 

ความจริงถ้าไม่เกินเรื่องผัวเมียที่ทารุณกรรมสัตว์เมื่อวานยูจะต้องยูเวรจนถึงเช้าวันนี้แล้วเขาก็จะกลับบ้านไร่ และยูจะกลับคอนโดอีกทีคือเย็นวันจันทร์ 

แต่เพราะเมื่อวานเกิดเรื่องนั้นซะก่อนยูเลยลางานเพื่อไปเป็นเพื่อนปั้นหยา และระหว่างนั้นเขาก็ตามไปช่วยหมวดโชนจับหนึ่งในผู้ต้องหาที่หนีเข้าป่ากล้วยกว่าจะจบเรื่องก็กินเวลาไปหลายชั่วโมง จนมาเช้าวันนี้เขาก็ยังไปทำงานต่ออีกแถมบอกปั้นหยาว่าเขาจะกลับบ้านไร่แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าเจ้าตัวกลับไม่สบายเสียอย่างนั้น 

ปั้นหยาเปิดประตูเข้าไปด้านในก็เห็นยูนั่งรออยู่ที่โซฟาหน้าเคาน์เตอร์ต้อนรับอยู่ก่อนแล้ว " คุณ " ปั้นหยาเรียกเบาๆแต่ยูกลับนั่งหลับและยังไม่รู้สึกตัว ปั้นหยาขยับเข้าไปใกล้เอียงหน้ามองใบหน้าที่หลับนิ่ง 'สงสัยจะเหนื่อยมาก' ปั้นหยาคิดอมยิ้มน้อยๆเธอยื่นมือไปจับแขนของยู " ยู " ปั้นหยาเรียกชื่อ ยูสะดุ้งตื่นสีหน้าดูอิดโรย  

" มาแล้วเหรอ " ยูขยับตัวลุกขึ้น  

" คุณโอเคหรือเปล่า " ปั้นหยาถามแววตาดูเป็นกังวล  

" ไม่เป็นไรหรอก เราขึ้นห้องเถอะ " ยูขยับเท้าจะเดินออกแต่กลับถูกปั้นหยารั้งแขนไว้แล้วใช้มืออีกข้างแตะมาที่หน้าผากของเขา  

" โห! ตัวร้อนขนาดนี้ยังว่าไม่เป็นไรอีกเหรอคุณ " ปั้นหยาทำหน้าดุใส่ ขณะที่สายตาของยูกลับดูตื่นๆไปพร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นแรงของตัวเอง 

 

 

 

***************** 

ไปดูกันเลยค่า ว่าพี่ยูไม่สบายแบบนี้จะออกลูกอ้อนยังไง อิอิ  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว