ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่6 พระยาพินิจ

ชื่อตอน : ตอนที่6 พระยาพินิจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 24

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ต.ค. 2564 23:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่6 พระยาพินิจ
แบบอักษร

หลังจากที่ออกจากบ้านริมน้ำคุณวันชัยก็ให้ป้าจวนและบ่าวคนอื่นๆกลับบ้านไปก่อนส่วนตนกับภรรยาและลูกๆจะไปบ้านพระยาพินิจหลังจากนั้นทุกคนก็ตรงไปยังบ้านของพระยาพินิจผู้ซึ่งเป็นบิดาของคุณชบาและมีศักดิ์เป็นตาของพุดเเละเทพ ถึงแม้เทพจะไม่ใคร่ชอบความเผด็จการของคุณตามากนักแต่ก็รักและเคารพท่าน ส่วนพุดนั้นเป็นหลานรักเลยก็ว่าได้ เพราะเมื่อครั้งยังเด็กพุดมีร่างกายอ่อนแอจึงมักจะป่วยบ่อยคุณตาจึงเป็นห่วงมาก ทุกคนหาหมอที่มีคนบอกว่าเก่งว่าดีมารักษาแต่ก็ไม่ดีขึ้นจนสุดท้ายไม่ทราบว่าพระยาพินิจไปได้สูตรยาจากที่ใดมาต้มให้พุดกิน แค่สามมื้อพุดก็ดีขึ้นราวปาฏิหาริย์ เนื่องเพราะเหตุนี้พุดจึงทั้งรักทั้งเคารพและเชื่อฟังท่านมาก เรื่องย้ายบ้านครานี้ก็เช่นกันใจจริงพุดไม่อยากย้ายหรอกแต่ด้วยเป็นความประสงค์ของคุณตาที่รักพุดจึงแบ่งรับแบ่งสู้ ว่าขอไปดูบ้านก่อนหากชอบใจก็จะย้ายมาอยู่ทันทีแต่หากดูแล้วไม่ใคร่จะถูกใจก็จะเก็บไว้ก่อนแล้วจะย้ายมาอยู่เมื่อเรียนจบแล้ว กาลปรากฏว่าเมื่อไปดูแล้วพุดชอบมากจนต้องมาเร่งให้คุณชบาหาช่างมาซ่อมแซมให้โดยเร็วเพื่อที่จะได้ย้ายเข้าไปอยู่ก่อนโรงเรียนเปิดจะได้คุ้นเคยกับบ้าน พระยาพินิจได้ฟังเช่นนั้นก็หัวเราะชอบอกชอบใจยกใหญ่ยังสั่งให้คนมากำชับว่าก่อนย้ายเข้าไปอยู่ให้แวะมาหาท่านก่อน เมื่อมาถึงประตูใหญ่ก็มีบ่าววิ่งมาเปิดประตูให้ทันที เทพขับรถเข้าไปจอดหน้าบันไดบ้าน มีแม่บ้านสูงวัยมายืนรับอยู่เมื่อเห็นทุกคนลงจากรถก็ยิ้มต้อนรับทันที พุดรีบเดินเข้าไปกอดแม่บ้านชรา"แม่บัวจ๋าพุดมาเยี่ยมคุณตาจ๊ะ แม่พุดยังตัวหอมเหมือนเดิมเลย พุดคิดถึงจัง" แม่บัวยิ้มพลางพูด"ตัวหอมกระไรกันเจ้าคะกลิ่นคนแก่ทั้งนั้น"เทพมองน้องชายกับหญิงชราแล้วเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอาจเพราะตนไม่ค่อยได้มาที่นี่บ่อยเท่าน้องชายก็เลยไม่ค่อยสนิทกับคนบ้านคุณตาคุณยายเท่าไหร่นักหลังจากกอดหอมกันเสร็จแม่บัวก็หันมายิ้มและชักชวนทุกคนเข้าบ้าน"มาเถอะค่ะคุณพระกับคุณหญิงรออยู่แล้ว"หญิงชราพูดจบก็เดินนำทุกคนเข้าไปยังโถงกว้างซึ่งมีโซฟาชุดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลางมีคู่สามีภรรยานั่งรอลูกหลานอยู่ พระยาพินิจในวัย52ปียังคงดูหนุ่มและแข็งแรงใบหน้าคมเข้มตามแบบชาวสยามเหนือริมฝีปากมีหนวดเรียงสวยดวงตาคมดุส่วนคุณหญิงมณีก็ยังคงดูสาวและสวยใบหน้าผุดผ่องดูใจดี เมื่อเดินมาถึงตรงหน้าทุกคนก็ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม"สวัสดีครับ/ค่ะ คุณพ่อ คุณแม่" "สวัสดีครับคุณตา คุณยาย" คุณหญิงมณีลุกขึ้นมาหาลูกหลานพลางพูด"ไหว้พระเถอะจ๊ะ มา มานั่งกันก่อน สบายดีกันหรือเปล่า กินข้าวกินปลากันรึยัง"คุณหญิงมณีถามเป็นชุดขณะที่จับจูงคุณชบามานั่งโซฟาข้างตัว"ลูกสบายดีค่ะคุณแม่ "คุณชบาตอบพลางลูบมือเหี่ยวย่นของมารดาเบาๆ" พุดก็สบายดีครับคุณยาย ส่วนข้าวว่าจะมาฝากท้องที่บ้านคุณตาคุณยายนี่แหละครับ"พุดตอบเสียงหวาน "ดูพูดเข้า เจ้าหลานคนนี้นี่จริงๆเลยเชียว"พระยาพินิจพูดขึ้นคล้ายจะดุแต่ริมฝีปากกลับยกขึ้นยิ้มอย่างเอ็นดู"แล้วเจ้าเทพล่ะข่าวว่าเพิ่งกลับจากราชการ เป็นอย่างไรบ้าง"พระยาพินิจหันมาถามหลานชายคนโตที่นั่งเงียบอยู่บ้าง"ก็ดีครับ ไม่มีปัญหากระไร"เทพตอบเรียบๆ พระยาพินิจพยักหน้าน้อยๆ"ดีแล้ว ไม่มีกระไรก็ดี เอาล่ะไปกินข้าวกันก่อนเถอะ มีกระไรประเดี๋ยวค่อยคุยกัน ยายพวกเอ็งลงครัวเองตั้งแต่เช้าเชียวนะ"พุดได้ยินก็ทำตาวาวทันทีด้วยรสมือของคุณหญิงมณีนั้นดียิ่งนักแต่ก็ยังหันมาพูดกับคุณตา"คุณตาครับหากกินข้าวเสร็จแล้วพุดอยากทราบประวัติบ้านหลังนั้นได้หรือไม่ครับ"พระยาพินิจเพียงเลิกคิ้วขึ้นก่อนตอบ"ได้ซี ประเดี๋ยวกินข้าวกินปลาเรียบร้อยแล้วตาจะเล่าให้ฟังพุดยิ้มรับหลังจากนั้นทุกคนก็ไปยังห้องอาหารวันนี้บนโต๊ะอาหารล้วนมีแต่ของโปรดของทุกคนไม่ว่าจะเป็น แกงเขียวหวานไก่อาหารโปรดของพระยาพินิจ น้ำพริกปลาทูและปลาทูทอดของคุณชบา พะแนงเนื้อของคุณวันชัย ต้มยำกุ้งของเทพ ผัดผักรวมมิตรของพุดและยังมีต้มจืดหมูสับอีกด้วยเมื่อทุกคนนั่งเรียบร้อยก็มีข้าวสวยร้อนๆมาวางตรงหน้า มื้ออาหารผ่านไปอย่างชื่นมื่นด้วยทุกคนล้วนเจริญอาหารและยังมีผลไม้ล้างปากอีกด้วย เมื่อจบมื้ออาหารพระยาพินิจก็นำทุกคนไปยังศาลากลางสวน บนโต๊ะมีชาและน้ำมะตูม มีขนมทองหยอดและขนมชั้นวางอยู่เมื่อทุกคนนั่งเรียบร้อยแล้วพระยาพินิจก็เริ่มเล่า "อันที่จริงตาเองก็ไม่รู้ประวัติบ้านหลังนั้นสักเท่าใดหรอก เพราะตาเองก็ซื้อมาจากเพื่อนสนิทอีกทีนึงแต่เท่าที่ถามมาก็ได้ความว่าบ้านหลังนั้นแต่เดิมเป็นของพระยาท่านหนึ่งแต่คืนนึงเกิดมีโจรบุกขึ้นเรือน ทุกคนบนเรือนถูกฆ่าตายหมดแม้แต่บ่าวไพร่ลูกเล็กเด็กแดงก็ไม่เหลือสักคน ทางการก็ไม่สามารถจับโจรเหี้ยมกลุ่มนั้นมาลงโทษได้ชาวบ้านละแวกนั้นก็นอนผวาทุกคืน ยังดีที่หลวงท่านจัดให้มีทหารลาดตระเวนคอยตรวจตรา แต่ที่น่าแปลกก็คือหลังจากนั้นก็ไม่เคยมีใครถูกปล้นอีกเลย"พระยาพินิจพูดจบก็ยกชาขึ้นจิบ เทพที่นั่งฟังอยู่กลับขมวดคิ้วและพูดขึ้นมา"ประหลาด"คุณวันชัยจึงถามขึ้น"ประหลาดอย่างไรรึพ่อเทพ"เทพผินหน้าไปตอบบิดา"ก็ประหลาดที่ปล้นแค่เรือนเดียวแลหายเข้ากลีบเมฆไปไม่ทำการปล้นฆ่าอีก ราวกับว่าการปล้นเรือนนั้นเป็นเพียงเจตนากลบเกลื่อนแต่ความจริงคือต้องการฆ่าคนบนเรือนต่างหากนะสิครับ"เทพพูดขึ้นพาให้พุดรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจจนต้องยกมือขึ้นมากุมอกซ้ายไว้ "เป็นกระไรไปพ่อพุด"คุณชบาถามขึ้นเมื่อเห็นบุตรชายหน้าตาซีดเซียวคนอื่นๆก็หันมองตามด้วยความเป็นห่วงทันที พุดรีบยิ้มแหยก่อนตอบ"ไม่เป็นกระไรขอรับสงสัยเมื่อครู่ลูกคงกินเยอะไปหน่อยเท่านั้นเอง"คุณมณีได้ฟังก็รีบหันไปบอกให้แม่บัวต้มน้ำขิงให้พุดทันที พุดอยากจะห้ามก็ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อเห็นว่าพุดไม่เป็นกระไรมากคุณชบาก็ถามบิดาถึงสิ่งที่คาใจทันที"แล้วที่ชาวบ้านร่ำลือว่าบ้านหลังนั้นมีผีล่ะคะคุณพ่อ เป็นเรื่องจริงหรือไม่คะ"พระยาพินิจผินหน้ามองบุตรสาวแลหลานชายทั้งสองก่อนเอ่ย"ชาวบ้านก็ลือกันไปเรื่อยเปื่อยหรือต่อให้มีจริงป่านนี้ก็คงไปเกิดแล้วกระมังเรื่องราวมันก็ตั้ง60-70ปีมาแล้ว พ่อไปก็ไม่เคยพบเห็นผีสางสักตน อย่าได้หวาดกลัวไปเลยแม่ชบา" "เจ้าค่ะคุณพ่อ" คุณชบารับคำ ด้วยความสงสัยพุดจึงถามผู้เป็นตาอีกครั้ง"คุณตาทราบหรือไม่ครับว่าพระยาผู้นั้นชื่อกระไร"พระยาพินิจนั่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตอบ"หากจำไม่ผิดรู้สึกจักชื่อ วงศ์ราชภักดี หากไปถามคนเก่าคนแก่ละแวกนั้นทุกคนก็คงมิมีใครไม่รู้จักดอก ด้วยว่าตอนมีชีวิตท่านเป็นขุนนางที่ดีคนหนึ่งทีเดียว" หลังจากนั่งคุยกันต่ออีกครู่หนึ่งทุกคนก็ขอตัวลากลับ ก่อนกลับบ้านเทพก็ขอบิดามารดาพาพุดไปปล่อยนกปล่อยปลาซึ่งบิดามารดาก็ไม่ได้ขัดแต่อย่างใด เมื่อกลับถึงบ้านก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวเมื่อถึงเวลาอาหารเย็นก็ลงมาทานกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาเสร็จแล้วนั่งคุยกันครู่หนึ่งก็แยกย้ายกันเข้านอน ก่อนนอนคืนนี้พุดก็ยังคงสวดมนต์ไหว้พระแผ่ส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร คุณวงศ์ครับบุญกุศลที่ผมทำในวันนี้ผมขออุทิศให้กับคุณนะครับ"พุดพูดก่อนจะเอนตัวลงนอนและหลับไป เมื่อพุดหลับก็ปรากฏร่างชายหนุ่มรูปโฉมหล่อเหลาคมคายในชุดราชปะแตนยืนอยู่ใกล้หัวเตียงจ้องมองร่างบางทีนอนหลับใหลด้วยแววตาอ่านยาก"ทำไมเจ้าต้องทำร้ายพี่ด้วยเจ้าแก้ว หากมิใช่เพราะเจ้าทุรยศหักหลัง พี่แลอ้ายอีพวกนั้นคงมิต้องตายอย่างอนาถแลอยู่อย่างทุกข์ทรมานเช่นนี้ บุญที่เจ้าอุทิศ จักชดเชยความเลวร้ายที่เจ้าทำไว้ได้อย่างไร"เมื่อพูดจบก็ยืนมองร่างบางอีกครู่หนึ่งก่อนจะหายวับไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของร่างบางบนเตียง

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว