email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : DARK VILLAIN 31 l HOPES

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 305

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ส.ค. 2564 21:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
DARK VILLAIN 31 l HOPES
แบบอักษร

DARK VILLAIN 31  

 

 

ก้าวแรกของการเหยียบฝรั่งเศสในรอบหลายปี... 

ที่ท่าอากาศยานปารีส ชาร์ลเดอโกล หรือรู้จักกันในชื่อ สนามบินปารีส ซีดีจี... บรรยากาศผู้คนเดินขวักไขว่ สวนกันไปมา 

การันต์เดินตามแผ่นหลังกว้าง ๆ ของรุ่นพี่ตัวโตมาทันจนได้ในเวลาเกือบสิบนาที ปลายรองเท้าของผู้ชายผิวขาวหยุดยืนนิ่งที่เดิม ใบหน้าหล่อจัดแต่สายตาเขาเรียบและนิ่งราวกับเจ้าชายน้ำแข็งยังไงยังงั้น 

‘นิคโคลัส โฮปส์’ หรือ นิค เป็นทายาทคนเดียวของตระกูลโฮปส์ ถึงแม้ว่าจะเป็นตระกูลที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่เป็นที่รู้จักเท่าสามตระกูลหลัก ๆ ที่เมืองปารีสนี้แต่ก็ใช่ว่าตระกูลโฮปส์จะไร้น้ำยาไปเสียทีเดียว โฮปส์เป็นตระกูลเกี่ยวกับสังหาและอสังหาริมทรัพย์มากมายและถึงแม้เบื้องหน้าจะถูกจัดฉากไว้สวยงามอย่างนั้น พวกเขาต่างก็รู้กันดีว่าไม่มีมีตระกูลไหนที่ใสสะอาดบริสุทธิ์... 

“ตามพี่ชายสุดที่รักมึงมาหรือยัง” 

“…” 

“กูถามทำไมไม่ตอบ เป็นใบ้เหรอ…” 

“เอางี้ใช่ไหมนิค มึงสัญญาแล้วนะว่าจะคุยกันดี ๆ เท่านั้น” ใบหน้าขาวใสเริ่มขึ้นสีแดงเล็กน้อยในยามโกรธ ‘การันต์’ เป็นเด็กผู้ชายผิวขาว ใบหน้าออกแนวจิ้มลิ้มเพราะได้เชื้อคุณแม่มาเต็ม ๆ ส่วนสูงก็มาตรฐานผู้ชายทั่วไปคือหนึ่งร้อยเจ็ดสิบกว่า แต่ถึงอย่างนั้นเด็กคนนี้ก็เตี้ยไปสำหรับนิคโคลัสอยู่ดี 

“คุยดี ๆ?” 

“…” 

“พูดง่าย... ลองให้กูฆ่าพี่ชายมึงแล้วมานั่งจับมือคุยกับมึงไหมล่ะ?” ดวงตาเรียวคมจดจ้องไปที่ใบหน้าเรียวเล็กการันต์ขมวดคิ้วแต่บทจะเอ่ยปากตอบโต้ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นเสียก่อน 

“พี่กราฟ” 

‘อยู่ตรงไหน!? พี่รออยู่ทางออกแปดนะ’  

“จะเดินไปเดี๋ยวนี้แหละครับ” 

พี่ชายสายเลือดเดียวกันวางสายไปแล้วความหนักอึ้งก็มารวมตัวกันที่การันต์ ก่อนหน้านี้สามวัน ที่ประเทศไทยหลังจากที่กลับไปถึงบ้านหลังเลิกเรียนตามปกติ พบว่าบ้านเขาพังเละแทบไม่มีชิ้นดีด้วยฝีมือนิคโคลัส ตามปกติต่อให้โมโหแค่ไหน นิคโคลัสก็ไม่เคยทำลายข้าวของในบ้านการันต์เลย ข่าวที่มิกซ์เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุทำให้นิคโคลัสเสียสติไปพักใหญ่ การันต์ไม่อยากจะเชื่อว่าสาเหตุการตายของลูกพี่ลูกน้องนิคโคลัสจะเป็นเพราะกราฟิก... พี่ชายแท้ ๆ ของตัวเอง 

นิคโคลัสบังคับให้การันต์มาที่นี่ แถมยังพูดจาเหมือนจะเกิดเรื่องไม่ดีต่อกราฟิกอีกด้วย ในฐานะน้องชายการันต์ไม่ควรพานิคโคลัสมาเจอหน้ากราฟิกด้วยซ้ำ... ถึงจะปฏิเสธไม่ทำให้ตายยังไง ถ้าคนอย่างนิคโคลัสอยากได้ ไม่ว่าจะเป็นอะไรเขาก็หามาได้ทั้งนั้น 

“เดี๋ยว...” ปลายนิ้วเล็กดึงแขนเสื้อนิคโคลัสเอาไว้ ร่างสูงถอดแว่นตากันแดดแบรนด์ดังเหน็บไว้กับคอเสื้อเชิ้ตแล้วหันมาหาไร้คำพูดจา อันที่จริงหลังจากที่รู้ข่าวการตายของมิกซ์ รุ่นพี่คนนี้ก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนกันเลย การันต์อยากแก้ตัวให้กราฟิก แต่เขาไม่มีหลักฐาน ความจริงคืออะไรก็ไม่รู้สักอย่าง 

“...” 

“นิค... อึก สมมุติ ถ้าพี่กราฟเป็นทำจริง ๆ มึงสัญญากับกูอย่างหนึ่งได้ไหม...” 

 

นายแบบหนุ่มชื่อดังสองคนยืนอยู่ที่เดียวกันก็ไม่แปลกที่คนทั้งสนามบินจะหันมามองและให้ความสนใจเป็นอย่างมาก กราฟิกสวมหมวกแก๊ปพร้อมกับสวมแมสก์เพื่อปกปิดใบหน้าแต่ทว่าออร่าที่ออกมาก็ยังเด่นอยู่ดี ส่วนเคลวินรายนั้นไม่ปกปิดอะไรเลย เขาออกมาจากบ้านด้วยสภาพไหนตอนนี้ก็อยู่สภาพนั้น ไม่แยแสว่าใครจะทำอะไรนั้น สิ่งที่สนใจคือหน้าตาของน้องชายกราฟิกต่างหาก 

ไม่นานนักคนที่เดินออกมาพร้อมกระเป๋าเดินทางก็ทำให้กราฟิกดูตื่นเต้น เคลวินปลายหางตาไปมองตามสายตากราฟิก ร่างสูงชะงักเล็กน้อยที่เห็นว่าเดินมาทางนี้พร้อมกันสองคน นิคโคลัสใช้มือโอบไหล่การันต์แล้วจ้องหน้าเคลวินอย่างไม่เกรงกลัว 

“พี่กราฟ” การันต์ขยับตัวออกห่างจากวงแขนนิคโคลัสเพราะเห็นพี่กำลังเดินเข้ามา สายตาคู่สวยมองผ่านตัวพี่ชายไปเจอผู้ชายอีกคนที่คุ้นหน้าดีเพราะตอนนี้ใบหน้าเคลวินฉายอยู่ตามหน้าจอมอนิเตอร์โฆษณาของสนามบิน และรอบตัวมีแต่ใบหน้าของเคลวินกับลี เลออน 

“อึก ผะ ผอมไปไหมเนี่ย...!” กราฟิกไม่ได้สนใจใครเลยยกเว้นน้องชายที่เดินน้ำตาซึมออกมา ได้แต่รีบเดินไปกอดน้องด้วยความคิดถึง ไม่เจอกันหลายปี เปลี่ยนไปแค่ส่วนสูงนอกนั้นยังเหมือนเดิมทุกอย่างเลย! 

“เกรทสูงเท่าพี่แล้วเถอะ” 

“น้อย ๆ หน่อย แล้วดูสิทำไมแผลเต็มตัวแบบนี้” 

“อะ อ๋อ... หลังเลิกเรียนเกรทชอบไปเล่นกับพวกพี่ที่สนามบอลน่ะ... เอ่อ นี่ไง... นิค รุ่นพี่ของเกรทเอง” 

“คนที่เคยเล่าให้ฟังใช่ไหม? ...สวัสดีครับ” กราฟิกหันไปทักทาย แต่นิคโคลัสกลับใช้แค่หางตามองลงมาเท่านั้น ถ้าคิดว่ากราฟิกมนุษยสัมพันธ์แย่แล้วมาเจอหนุ่มตาฟ้าคนนี้กราฟิกก็ต้องชิดซ้ายไปบ้าง 

“…” เคลวินเห็นนิคโคลัสเอาแต่มองหน้ากราฟิก ก็เลยเบี่ยงความสนใจสายตาไอ้เด็กนั่นมาที่เขาแทนด้วยการดึงคอเสื้อด้านหลังของกราฟิกออกมาจากการันต์แล้วใช้แขนข้างหนึ่งโอบไหล่เล็กเอาไว้บ้าง นิคโคลัสเห็นแบบนั้นก็แสยะยิ้มแค่นเสียงหัวเราะ โดยที่ไม่มีใครแนะนำตัวกับใครก่อนทั้งนั้น เอาแต่มองหน้ากันไปมาจนบรรยากาศมันเริ่มมึนตึง 

“เอ่อ เกรท... นี่ เคลวิน... เพื่อนพี่เอง” 

“สวัสดีครับ... เกรทต้องเรียกว่าพี่เคลสินะครับ” การันต์พูดภาษาอังกฤษคล่องเพราะเคยมาอยู่ที่นี่กับกราฟิกบ่อย ๆ เคลวินพยักหน้ารับหนึ่งครั้งแล้วเลือกที่จะระบายยิ้มให้น้องชายกราฟิกเท่านั้น 

“แล้วนิคจะมาพักกับพวกเราด้วยเหรอเกรท...คือห้องที่พี่อยู่มันค่อนข้าง-” 

“ไม่ล่ะ” นิคโคลัสปฏิเสธเสียงแข็ง ถึงมันจะไม่มีคำหยาบคายเลยแต่ก็ทำให้กราฟิกชะงักไปทันที รู้สึกได้ว่ากำลังโดนข่ม ทั้งสายตาและน้ำเสียงที่เด็กคนนี้ใช้กับเขา 

“นิคมีครอบครัวอยู่ที่นี่เลยมาพร้อมกันน่ะพี่กราฟ... งะ งั้นแยกกันเลยนะ มึงก็กลับดี ๆ ล่ะ” ทุกอย่างที่กำลังสงสัยจบลงที่การันต์ลากกราฟิกออกไปจากตรงนั้นพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ กลายเป็นว่าตอนนี้เหลือแค่หนุ่มตัวโตสองคนที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ พวกเขายังจ้องหน้ากันไม่หยุด... สายตาของนิคโคลัสก็ออกแนวเฉย ๆ เสียมากกว่าแต่ไม่รู้ทำไมเคลวินมองแล้วเส้นเลือดตรงฝ่าเท้ากระตุกยิก ๆ 

“มึงเป็นใครกูไม่รู้หรอก แต่อย่าล้ำเส้น” เคลวินพูด ใบหน้าหล่อเหลานิ่งเรียบหลังพูดจบเขาก็ระบายยิ้มให้ปกติ ในจังหวะที่กำลังจะก้าวตามสองพี่น้องนั้นไปเสียงทุ้มต่ำสำเนียงฝรั่งเศสก็ดังขึ้น 

“ขีดเอาไว้สิ ตรงไหนบ้างล่ะที่ล้ำไม่ได้” 

“…” 

“แต่ดู ๆ แล้วก็คงจะยังขีดไม่ได้สินะ อะไรที่ไม่ชัดเจนจำเป็นต้องมีเส้นกั้นด้วยเหรอวะ...” ปลายรองเท้าหนังราคาแพงกระดิกเคาะกระทบพื้นไปมา เสียงกระดิกปลายเท้าตุบ ๆ แบบนั้นเล่นเอาคนฟังอย่างเคลวินขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด เขารู้ว่านิคโคลัสจงใจกวนประสาทเขา... ตรงนี้เป็นพื้นที่สาธารณะ ถ้าหุนหันทำอะไรลงไปก็คงกลายเป็นเรื่องใหญ่วุ่นวาย บางอย่างบอกเคลวิน เหมือนนิคโคลัสจะรู้ว่าทำไมเขาถึงยังนิ่งเฉย แถมเด็กตาสีฟ้ายังเอาแต่ยั่วโทสะกันไม่เลิก 

“...” 

“กราฟิก...พี่ชายไอ้เกรทน่ะของรักของหวงเลยสินะ...ฮ่า ๆ งั้นก็ดูแลให้ดี ๆ ล่ะ” ลูกชายตระกูลโฮปส์หัวเราะในลำคอเหมือนพอใจแล้วเดินออกไปได้สบาย ๆ หลังจากที่พูดใส่หน้าเขาจนจบ... เคลวินกัดกรามจนขึ้นเป็นสันนูน เขายังยืนอยู่ที่เดิม นานเท่าไหร่ไม่รู้จนกระทั่งปลายนิ้วชี้ที่สะกิดไหล่ยุกยิกไปมาทำให้เขาได้สติ 

“มึงเป็นอะไรเนี่ย...” กราฟิกหน้ามุ่ยเล็กน้อย เพราะระยะทางจากรถยนต์เดินกลับมาถึงตรงนี้มันไม่ใกล้เลย พอเห็นเคลวินไม่มาสักทีเลยตัดสินใจเดินกลับมาตาม ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องทำแบบนี้... 

“เปล่า” 

“…” 

“ไม่ได้เป็นอะไร... ไปกันเถอะ” เคลวินยิ้มให้คนตัวเล็กตรงหน้าก่อนจะขยี้เส้นผมกราฟิกจนยุ่งเหยิง เสียงหวานบ่นใส่เขาไม่วายแอบทุบไหล่หนาด้วยกำปั้นเล็ก ๆ หนึ่งครั้ง เคลวินจับฝ่ามือข้างนั้นเอาไว้ก่อนจะดินกลับไปที่ทางออกหน้าสนามบินใหญ่ยักษ์นี่... 

 

 

การันต์ยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่นในเพนท์เฮ้าส์หรูหราที่เพิ่งสัมผัสเป็นครั้งแรก...! นี่มันใหญ่กว่าบ้านในหมู่บ้านที่การันต์เคยอยู่ประมาณสี่เท่าเลย ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้ใช้ชีวิตอยู่ในที่แบบนี้ 

“เดี๋ยวนะ... จำได้ว่าหลายปีก่อนมันไม่ใช่ที่นี่” 

“เอ่อ กะ ก็มันหลายปีแล้วไง... พี่ซื้อใหม่น่ะ!” 

“...” เคลวินส่ายหัวไปมาเมื่อได้ยินคำแก้ตัวต่าง ๆ นานาที่หลุดออกจากริมฝีปากบาง เขาถอดโอเวอร์โค้ทออกแล้วเดินออกไปที่ราวระเบียงกระจกบนเพนท์เฮ้าส์ไม่ลืมกระดิกนิ้วเรียกลีโอให้ตามออกไปคุยกันด้วย 

“ซื้อใหม่? ซื้อเองเลยเหรอ... เป็นดารามันดีแบบนี้นี่เอง แล้วพี่กราฟนอนห้องไหน?” 

“ก็นอนห้อง...! ก็นอนตรงนี้แหละ คือแบบว่าทำงานมาดึก ๆ ง่วงตรงไหนก็นอนตรงนั้นเลย” 

“อ้าว แล้วเกรทจะนอนตรงไหน อย่าบอกนะว่าพี่จะให้เกรทนอนตรงนี้” ใบหน้าสวยไม่แพ้กันเริ่มทำปากยื่นใส่พี่ชาย กราฟิกยิ้มเจื่อน เรื่องนี้เขายังไม่ได้ตกลงกับเคลวินเลย ก่อนหน้านี้บอกจะกลับไปที่คอนโดตัวเองแต่หมอนั่นคือคนที่แสนเอาแต่ใจตัวเองอันดับหนึ่ง กราฟิกไม่รู้ว่าต้องทำยังไงเลยได้แต่เลยตามเลย... 

“อันดับแรก พี่ว่าเกรทวางของไว้ตรงนี้แล้วไปอาบน้ำดีกว่า... นอนบนเครื่องไม่ได้สบายขนาดนั้น ถ้าเจ็ตแล็กพรุ่งนี้ไม่ได้ออกเที่ยวเล่นแน่” 

“ครับ เกรทจะไปอาบน้ำแล้วออกมานอนให้เต็มอิ่มเลย” 

“...” กราฟิกยิ้มให้การันต์ก่อนจะมองดูเด็กคนนั้นทำนู่นทำนี่ไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่รู้สึกว่าเบื่อเลย... นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่เจอหน้าน้องแล้วก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ แค่เห็นว่าการันต์โตมาอย่างดี ขนาดนี้ก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ถึงจะไม่ได้ดูแลอย่างใกล้ชิดเหมือนครอบครัวอื่น ๆ แต่กราฟิกก็รักการันต์จากใจจริง 

 

เจ้าของแผ่นหลังแน่นกล้ามเนื้อกวาดสายตามองออกไปข้างหน้า อุณหภูมิข้างนอกหนาวจนมีควันลอยคลุ้งออกมาจากริมฝีปากเคลวิน น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาดังขึ้นอีกครั้งหลังจากเงียบมานาน... 

“ลูกชายตระกูลโฮปส์... เหอะ มันไม่รู้หรือไงว่ากำลังท้าทายกับใครอยู่” เพราะรู้สึกเตะตา เคลวินเลยให้ลีโอไล่สืบประวัตินิคโคลัสเดี๋ยวนี้ และมันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับลีโอ ไม่นานนักข้อมูลของนิคโคลัสก็ร่ายยาวอยู่บนโทรศัพท์มือถือของคนสนิท... 

“จะให้จัดการเลยไหมครับ นายน้อย” 

“…ลากคอมันมาให้กู ลี” เสียงเข้มออกคำสั่ง สายตาเคลวินเริ่มน่ากลัวเข้าไปทุกที 

“คืนนี้ ที่ท่าเรือนะครับ?” 

“อืม” ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดขาดออกมา... รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่นิคโคลัสทิ้งไว้ยังกวนใจเคลวินไม่หาย เด็กนั่นคงไม่รู้สินะว่าเขานี่แหละเรียกได้ว่าบ้าของจริง รอยยิ้มที่เด็กคนนั้นใช้ เขาคนนี้ก็เคยใช้มาก่อน ไอ้ยิ้มเสแสร้ง ยิ้มแค่เปลือกนอกน่ะมันงานถนัดของคนอย่างเขาเชียวนะ... 

“แล้วคุณกราฟกับคุณเกรทล่ะครับ?” 

“ให้คนมาเฝ้าไว้เงียบ ๆ” 

“ครับ นายน้อย” ลีโอโค้งให้เคลวินก่อนจะเดินออกไปทำตามคำสั่งในทันที เคลวินยังยืนมองบรรยากาศของเมืองด้านล่าง ผสมกับบรรยากาศด้านบนที่ดูเหมือนยิ่งสูงก็ยิ่งหนาว เขาคงไม่โกรธขนาดนี้ถ้าคนที่นิคโคลัสเล็งไว้ไม่ใช่กราฟิก... 

กล้าดียังไงถึงมาพูดชื่อกราฟิกต่อหน้าคนอย่างเขา... 

 

 

 

--- 

ไม่นะ ไม่จิง T-T 

 

 

#ขออ่านเม้นดี ๆ หน่อยได้มั้ยคุ้บ T_T 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว