ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 14 : แมวเป็นสัตว์ชอบเล่น 100%

ชื่อตอน : บทที่ 14 : แมวเป็นสัตว์ชอบเล่น 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 44.3k

ความคิดเห็น : 233

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ม.ค. 2560 16:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 14 : แมวเป็นสัตว์ชอบเล่น 100%
แบบอักษร

 

THE CAT 

 

บทที่ 14

 

แมวเป็นสัตว์ชอบเล่น

 

 

 

 

 

            ผมรู้สึกตัวอีกครั้งเพราะอาการแน่นหน้าอกและหายใจไม่ออก มันแสบจมูกไปหมดจนลืมตาไม่ขึ้น ลำคอผมขย้อนเอาน้ำกลิ่นประหลาดออกทางปาก มันรสชาติขมปร่าและชวนให้สติพร่าเบลอ สัมผัสนุ่มหยุ่นกดลงที่ริมฝีปากอีกครั้งพร้อมแรงอัดที่กดแน่นตรงหน้าอกทำให้ร่างผมแทบช้ำ

            “จิเวล!! ตื่น!! ตื่นสิวะแมว!!!

            ได้ยินเสียงกร กรกำลังเรียกผม...?

            “จิเวล!!! มึงห้ามหลับ ตื่นเดี๋ยวนี้!! จิเวล!!!” กรส่งเสียงเกรี้ยวกราด ผมค่อยๆ ขยับเปลือกตา แต่มันลำบากมากจนแทบไม่ไหว สุดท้ายเพราะผมอยากมองหน้ากร จึงฝืนลืมตาขึ้น...

            “จิเวล!!!” กดรกอดร่างผมแน่น เขาตัวสั่นจนผมตกใจ น้ำเสียงทุ้มเครือในลำคอ ผมพยายามยกมือ อยากจับตัวกรแต่ไม่มีแรงเลย ผมกลัว...

            เมื่อกี้มันน่ากลัวมาก... ผมคิดว่าตัวเองจะตายแน่ แต่สุดท้ายผมก็เห็นหน้ากรอีก...

            กรช่วยผมไว้ ขอบคุณนะครับกร...

            “จิเวล...”

            “ก... ก... กร...” ผมเค้นเสียงที่มีอยู่น้อยนิดเรียกชื่ออีกฝ่าย เพื่อนๆ ของกรยืนล้อมรอบผมและมองมาด้วยสายตาเป็นห่วง เพราะผมผิดเองที่เดินไม่ทันระวัง ถึงได้ตกน้ำไปแบบนี้ เป็นความผิดของผมเอง

            “ไอ้กร มึงพาจิเวลขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไป ใช้ห้องกูได้เลย เสื้อผ้าก็ยืมของน้องสาวกูไปก่อน เดี๋ยวกูเอาไปให้” พี่มิลล์พูดสีหน้าเครียด กรพยักหน้าและช้อนตัวให้ลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปในตัวบ้านตามที่พี่มิลล์บอก

แต่ทำไมกรถึงได้ต้องทำหน้าเหมือนกับโกรธมากขนาดนี้ด้วย

ผมรู้ว่าผมทำให้กรต้องมาตัวเปียกด้วย แต่ว่าผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะครับ

"กร... ผมเจ็บ..." มือหนาบีบข้อมือของผมแน่น สองขาเดินตามร่างสูงที่ก้าวนำไปบนบันไดสวย น้ำหยดลงพื้นตลอดทาง กรไม่ตอบ เขาเดินจนมาถึงประตูบานใหญ่แล้วผลักมันออก

ในนี้คือห้องของพี่มิลล์ เป็นห้องนอนที่ใหญ่มาก มีเตียง มีโซฟา มีทีวีเครื่องใหญ่ แล้วก็ของตกแต่งเยอะแยะ แต่ไม่มีของที่น่าสนใจเหมือนในห้องนอนของกรอย่างกระถางต้นไม้เล็กๆ ที่ผมชอบ สีของห้องนี้ดูทึบและทำให้ผมต้องมองไปรอบๆ อย่างสำรวจ กลิ่นน้ำหอมไม่คุ้นเคยแตะจมูก มันฉุนจนผมจามออกมาสองครั้งติดกัน

"มานี่..."

เขาพาผมไปที่ห้องน้ำด้านใน

"ถอดเสื้อผ้าซะ"

            “ครับ” ผมทำตามที่กรบอกโดยดี ถอดเสื้อผ้าออกจนหมดและรอคอยว่าต้องทำยังไงต่อ กรกวาดสายตามองตัวผมตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาแสดงแววตาบางอย่างที่ทำให้ผมเสียวสันหลังวาบ มือหนาดึงผมเข้าไปใกล้ รั้งเอวผมไว้แล้วกดปลายจมูกลงกับแก้มของผม

            “ทำไมต้องทำให้กูกลัวขนาดนี้ด้วยวะแมว”

            “...”

            “มึงรู้ไหม ตอนที่กูเห็นมึงจมน้ำกูกลัวแค่ไหน แล้วพอไปช่วยมึงขึ้นมาได้มึงก็ไม่ได้สติ”

            ผมกอดกรตอบ กอดแน่นจนรู้สึกได้ว่าเล็บคมๆ ของผมฝังเข้าไปในผิวกร้าน ผมซบหน้าลงกับอกกว้างและร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา เขาโกรธเพราะว่าเขาเป็นห่วงผม กรใจดี ใจดีที่สุดเลย...

            “ฮึกก... ขอบคุณครับ... ผม... ผมก็กลัว...”

            ผมไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น ที่ผมกลัวคือ... ผมกลัวจะไม่ได้เห็นหน้ากรอีก...

            เสียงเคาะประตูทำให้เราผละออกจากกัน กรเดินไปเปิดก็พบว่าเป็นพี่มิลล์เข้ามาพร้อมชุดใหม่

            “น้องจิเวลล่ะ อ้อ...” ผมชะโงกหน้าออกไป พี่มิลล์ยิ้มให้แล้วส่งชุดที่ถืออยู่ให้ผม ผมไหว้ขอบคุณแล้วเรามาเปลี่ยน กรกับพี่มิลล์ยืนคุยกันข้างนอกจนผมเปลี่ยนชุดเสร็จ ออกไปก็เห็นกรใส่ชุดใหม่แล้ว

            “มิลล์ เดี๋ยวกูกลับเลยแล้วกัน โทษเว้ยเพื่อนที่ทำให้งานกร่อย”

            “ไม่เป็นไร แค่มึงเอาหน้าหวานๆ ของน้องจิเวลมาให้พวกกูได้ยลก็ดีใจตายห่าแล้ว วันหลังพามาอีกนะ” พี่มิลล์เอาปลายนิ้วโป้งไล้แก้มของผมไปมา นั่นทำให้กรรีบปัดมือพี่เขาทิ้งอย่างแรงทันที

            “ไอ้สัดมิลล์”

            “หวงๆๆๆ หวงเว้ยเฮ้ย จิเวล เราอย่าไปยอมไอ้กรมากนะ เดี๋ยวมันได้ใจ ฮ่าๆๆ”

            ผมยิ้มหวานให้พี่มิลล์ พี่มิลล์ก็ใจดีเหมือนกัน

            “จิเวล กลับกันเถอะ” กรหันมาบอกผมหลังพี่มิลล์ออกไปแล้ว ผมพยักหน้าแล้วเดินตามกรลงไปข้างล่าง เพื่อนของกรนั่งกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่นหรู มันหรูมากๆ เลยล่ะครับ ทั้งใหญ่ทั้งสวย ในห้องเต็มไปด้วยของประดับบ้านวิบวับ พวกเขากำลังดื่มเหล้าและเล่นไพ่กัน

            “กลับแล้วใช่ไหม” พี่แบงค์ถามขึ้น ผมกับกรพยักหน้าพร้อมกัน ส่วนคนที่เหลือก็หันมามองและโบกมือให้ทั้งๆ ที่ในมือกำลังถือการ์ดสี่เหลี่ยมอยู่ พี่มิลล์เลยเดินออกไปส่งพวกเราที่หน้าบ้าน ผมกับกรขึ้นรถกลับบ้านกันโดยใช้เวลาไม่นานก็มาถึง

 

            ผมรู้สึกเหนื่อยเลยเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนทันที ผมอาบน้ำมาจากบ้านพี่มิลล์แล้วเมื่อกี้ เลยไม่ต้องอาบซ้ำ ส่วนกรเขาต้องอาบ ผมเลยนอนกลิ้งไปมาอยู่บนเตียงเพื่อรอกรออกมา

 “ดึกแล้วนะแมว ยังไม่นอนอีกเหรอ”

            “ผมรอกร...”

            “หึ... รอทำไม ง่วงแล้วก็นอนไปเลย” เขาลูบหัวผมเบาๆ ผมยิ้มหวานให้ เพราถ้ากรไม่มากอด ไม่มาบอกฝันดี ผมจะนอนไม่หลับ แล้วยิ่งตอนนี้ผมกับกรก็นอนเตียงเดียวกันด้วย ผมจะหลับก่อนกรได้ยังไงล่ะครับ

            “กร...” ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ เหมือนกรจะรู้ว่าผมอยากให้ทำอะไร ร่างหนาถึงได้ก้มลงจูบริมฝีปากของผมเบาๆ เสียงดังจุ๊บ ผมหน้าแดง พวงแก้มมันร้อนไปหมด

            “ที่แท้ก็เป็นแมวขี้อ้อน... ขี้ยั่ว...”

            “คืออะไรเหรอครับ” ผมถามด้วยความไม่รู้ กรไม่ตอบ แต่ทำเพียงแค่ยิ้มบางๆ แล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างให้ผมไปพร้อมๆ กับเขา

            “ก็แบบมึงไง แมวขี้อ่อย”

            ขี้อ่อย?

ศัพท์แปลกๆ มาอีกแล้ว... ผมทำหน้างง ถึงจะได้ยินคำพูดมากมายมาตลอดตั้งแต่เกิด แต่ผมก็ไม่ได้เข้าใจทุกคำหรอกนะครับ ถึงอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรเพราะว่าแค่กรยิ้ม ผมก็รู้แล้วว่าเขาพูดเพราะเอ็นดูผม ^O^

            “อยากให้กูทำมากกว่านี้หรือไง หืม...?”

            “อ๊ะ!” ผมสะดุ้งนิดๆ เมื่อจู่ๆ กรก็ยื่นใบหน้าเข้ามาแล้วเป่าลมที่หูผมเบาๆ มันรู้สึกแปลกๆ...

            “หึ นอนได้แล้ว วันนี้ดึกแล้ว” เขาว่า ผมเลยหลับตาลงอย่างว่าง่าย

            “ฝันดีครับกร”

            “ฝันดี แมว...”

 

 

            วันนี้ผมมาอยู่บ้านพี่ปลาทูแต่เช้า กรเอาผมมาฝากไว้เพราะวันนี้พี่ปลาทูว่าง แต่กรต้องไปเรียน และแล้วทุกอย่างก็เหมือนปกติ... ผมเล่นกับพี่ปลาทู บางครั้งที่พี่ปลาทูนั่งอ่านกองกระดาษที่มีตัวหนังสือยึกยืออยู่นานก็จะปล่อยให้ผมนั่งดูโทรทัศน์หรือไม่ก็ให้ผมหัดคัดลายมือภาษาไทย กรบอกว่าให้พี่ปลาทูช่วยสอนผมให้เขียนหนังสือ อ่านหนังสือได้ ผมก็ต้องตั้งใจเรียนเหมือนมนุษย์คนหนึ่ง พอเหนื่อยแล้วก็กินขนมพร้อมกับนั่งถักไหมพรมต่อ

            “ฮ้า...! เสร็จสักที เหนื่อยเป็นบ้าเลย!

            “น้ำครับ” ผมยื่นแก้วน้ำให้พี่ปลาทูที่ยิ้มตอบรับ

            “น่ารักจริงๆ เลยนะจิเวล ช่างเอาใจแบบนี้ใครจะไม่รักได้ งั้นเดี๋ยวพี่ไปเอาขนมมาเพิ่มให้นะ”

            พี่ปลาทูวิ่งหายเข้าไปในครัว ก่อนกลับออกมาพร้อมขนมคุ้กกี้หลายรส ต่อจากนั้นก็วิ่งขึ้นไปบ้างบน แล้วกลับลงมาพร้อมกล่องใบไม่เล็กไม่ใหญ่ในมือ ในนั้นมีแผ่นกลมๆ แบนๆ เต็มไปหมด พี่ปลาทูหาอะไรสักอย่างอยู่สักพัก ก่อนจะหยิบเจ้าแผ่นนั้นที่ดูแล้วก็หน้าตาเหมือนๆ กันทั้งกล่องหนึ่งแผ่นออกมา มีตัวหนังสือที่ผมอ่านไม่ออกเขียนไว้ด้วย

            “นอกจากเรียนรู้เรื่องภาษาแล้ว เรื่องแบบนี้ก็ต้องรู้ไว้บ้างนะจิเวล เอาซอฟท์ๆ ก่อนแล้วกัน คิกๆ”

            ผมทำหน้าอยากรู้ ตาแป๋ว มองร่างเล็กที่เดินไปยังโทรศัพท์เครื่องใหญ่ พี่ปลาทูเอาม่านลง ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไม เพราะตอนนี้แสงแดดก็ไม่ได้แรงเท่าไหร่ ห้องมันมืดขึ้น

ผมตั้งใจดูเมื่อในจอฉายภาพคนสองคน... ที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าและกำลังกอดกันไปมา... มีผู้ชายที่ตัวใหญ่กว่ากำลังจูบผู้ชายที่ตัวเล็กกว่า เหมือนที่กรจูบผม... จากนั้นพวกเขาก็...

“พี่ปลาทูๆๆ”

“หืม?”

“กรเคยทำแบบนี้กับผมด้วยล่ะ ^O^

ใช่เลย... สอดใส่เข้ามาแบบนั้น...

“ห๊า!! ว่าไงนะ!!!

ผมสะดุ้ง มองพี่ปลาทูที่ยืนทำตาโตด้วยความตกใจเหมือนกับว่าผมพูดอะรไรผิดไปสักอย่าง

ท... ทำไมพี่ปลาทูต้องตะโกนเสียงดังด้วยล่ะ TOT

“เมื่อกี้ เราบอกว่าอะไรนะ?!

“อ๊ะ!! อ๊า...!!! อ๊า... เสียว... อื้อออ...”

เสียงจากในโทรทัศน์ดึงความสนใจของผมไปชั่วขณะ ผมชี้นิ้วไปทางนั้น

“ก... กรทำแบบนั้นกับผม ทำให้ผมร้องแบบนั้นด้วยครับพี่ปลาทู”

“โอ๊ย... ตาย...”

“พ... พี่ปลาทู!” ผมร้องอย่างตกใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าเหมือนจะล้ม มือเรียวยกขึ้นห้ามผมไว้ ก่อนจะนั่งลงที่พื้น “พี่ปลาทูเป็นอะไรไปครับ! พี่ปลาทู...!

ผมร้องเรียก ไม่รู้ว่าทำไมพี่ปลาทูต้องยกมือขึ้นเหมือนจะพัดๆ แบบตอนที่อาอาศร้อน แอร์ก็เปิดอยู่ ไม่ได้ร้อนสักหน่อย หรือว่าพี่ปลาทูจะไม่สบาย?!

“พี่ไม่ได้เป็นอะไรหรอก แค่ตกใจนิดหน่อยน่ะ ว่าแต่... ทำแบบนั้นจริงๆ น่ะเหรอ โถ่... พี่กร...”

“จริงครับ ^O^ มันเจ็บมากเลยล่ะครับ แต่ก็รู้สึกดีมากด้วย วันหลังพี่ปลาทูลองหาคนมาทำดูสิครับ”

ผมว่าเสียงใส พี่ปลาทูกดปิดโทรทัศน์ทันที ผมมองงงๆ แต่พี่ปลาทูก็ไม่พูดอะไร แล้วนอนลงที่โซฟาแทน

“อิจฉาแมวโว้ย!!

แล้วก็ไล่ให้ผมไปคัดลายมือต่อ ผมตั้งใจทำมาก พอทำเสร็จแล้วก็เอาไปส่งให้พี่ปลาทูตรวจ เห็นว่าตอนแรกกรจะจ่ายเงินให้พี่ปลาทูค่าสอนหนังสือด้วย แต่พี่ปลาทูไม่เอา แล้วก็เข้าไปกอดกรแรงๆ หนึ่งที

“พัฒนาขึ้นเยอะเลย อีกไม่นานต้องเขียนเป็นประโยคได้แน่ๆ อยากเขียนอะไรเป็นประโยคแรกล่ะ”

“อืม...” ผมคิด “ผมรักกร”

“รักกันดีจริงนะ” มือเล็กยื่นมาขยี้หัวผมเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงไม่ดังนัก “หมั่นไส้โว้ย!

เขาใช้ปากกาแดงวาดรูปดาวให้ผมสามดวง มันหมายถึงว่าผมทำได้ดีมาก ผมยิ้มดีใจ พี่ปลาทูยิ้มน่ารักตอบ วันนี้เขาใส่ชุดสั้นๆ อีกแล้ว ไม่มีวันไหนที่ผมไม่เห็นปลาทูใส่ชุดอะไรแบบนี้อยู่บ้าน ต่างกับผมที่กรสั่งให้ใส่ชุดที่ยาวหน่อย

ตอนนี้ผมไม่ต้องยืมชุดพี่ปลาทูแล้ว กรพาผมไปซื้ออีกหลายครั้ง ผมมีเสื้อผ้าเพิ่มขึ้นเยอะมากเลย บางทีกรก็ซื้อมาให้เอง อีกอย่างผมก็มีของใช้ส่วนตัวเพิ่มขึ้นด้วย มีเครื่องเขียนน่ารักๆ แล้วก็มีของอื่นๆ ด้วย ผมชอบสีฟ้า... ของส่วนใหญ่ของผมเลยมักเป็นสีฟ้ากับขาว ผมมีกล่องใบเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในชั้นวางของ เป็นกล่องใส่ของๆ ผม กรบอกว่าถ้าอยู่ไปนานๆ กว่านี้ อาจจะต้องแบ่งมุมของห้องใดห้องหนึ่งในบ้านให้ผมเก็บของส่วนตัวเหมือนที่กรมี

“เอาล่ะ ตอนนี้เราก็รู้อะไรขึ้นเยอะแล้ว ขาดก็แต่เรื่องเรียน เรื่องนี้พี่กับพี่กรจะดูแลให้เองนะ ส่วนเรื่องชีวิตประจำวันก็ต้องค่อยๆ เรียนรู้ไปนะจิเวล”

“ครับ...”

ตอนนี้ผมนั่งลงที่พื้น เทน้ำชารสชาติหอมๆ ที่น้ำมันเป็นสีชมพูจากกลีบของกุหลาบใส่ถ้วย พี่ปลาทูชอบดื่มชาฝรั่งเอามากๆ ทำให้ผมพลอยติดใจไปด้วยจนกรแซวว่าผมเป็นแมวรสนิยมสูง ความจริงแล้วกรก็บอกด้วยว่าผมน่ะเป็นแมวพันธุ์ต่างประเทศอยู่แล้ว ดังนั้นเส้นผมของผมจึงมีสีอ่อนและดวงตาผมก็เป็นสีฟ้า

“ว่าแต่... นี่เราเป็นแฟนพี่กรจริงๆ เหรอเนี่ย พี่ไม่อยากจะเชื่อเลย”

“ท... ทำไมเหรอครับ”

“ก็พี่กรไม่เคยชอบผู้ชายด้วยกันมาก่อนนี่นา... อีกอย่างนะ... ยัยน้ำหวานอะไรนั่นน่ะก็เกาะติดพี่กรเป็นปลิงอย่างกับอะไรดี ร่ำลือกันไปทั่งมหาลัยนั่นแหละ”

“ผมรู้จักน้ำหวาน”

“ฮื่อ! แต่เอาเถอะ ตอนนี้เป็นจิเวลก็ดีแล้วละ”

“ผม...” ผมเอียงคอ นึกถึงสิ่งที่ผ่านมาตั้งแต่กลายร่างเป็นคนก่อนจะตอบออกไป “ผมไม่ได้เป็นแฟนของกรหรอกครับ”

แฟนคืออะไร ผมไม่รู้จัก กรไม่เคยบอก รู้แค่ว่าเป็นชื่อเรียกความสัมพันธ์ของคนสองคนที่สนิทกันมากเท่านั้นเอง

“อ้าว! ทำไมล่ะ! ยังไม่ได้เป็นแฟนอีกเหรอ เฮ้อ... พลาดแล้วจิเวล”

ผมทำหน้างง

“รีบๆ เป็นฝ่ายไปขอพี่กรเป็นแฟนซะนะ ขอเย็นนี้เลยเป็นไง” พี่ปลาทูมองผมด้วยสายตาจริงจัง มือเล็กตบเข่าดังป้าบ

“ทำไมต้องขอ...”

“โถ่เอ๊ย! เป็นพี่หน่อยไม่ได้ จะจัดการตั้งแต่คืนแรกเลย! เฮ้อออ...” พี่ปลาทูถอนหายใจอีกรอบ “ก็คนเราอยู่ด้วยกัน รักกัน มีอะไรกันมาขนาดนี้ก็ต้องมีสถานะเรียกบ้างสิ อย่างเช่น พี่กับเราก็เหมือนเป็นพี่น้องกัน เป็นเพื่อนกันใช่ไหม ส่วนเรากับพี่กรน่ะ ก่อนหน้านี้คือแมวกับเจ้าของ แต่ในเมื่อตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว เราก็ต้องได้เป็นแฟนของพี่กร”

พอเห็นผมยังทำหน้างง เลยอธิบายต่ออีก

“แฟนน่ะ... คือคนรักกันรู้ไหม รักแบบเชิงชู้สาว รักแบบมีความต้องการความปรารถนาร่วมด้วย ไม่ใช่พี่น้อง ไม่ใช่แมวกับเจ้าของ”

“แฟน...”

“ใช่ แฟน เรารักพี่กรไหม”

“รักครับ ผมรักกรที่สุด” ผมตอบเสียงมั่นใจ ไม่มีอะไรที่ผมจะมั่นใจไปมากกว่านี้อีกแล้ว

“ดีมาก ถ้าอย่างนั้นก็ไปขอพี่กรเป็นแฟนให้ได้นะจิเวล”

“ครับ ผมอยากเป็นแฟนของกร”

ถ้าการเป็นแฟนหมายถึงการที่ผมจะได้รักกรและกรรักผมล่ะก็... ผมอยากจะเป็นแฟนของเขา

“พี่ปลาทู ผมอยากเป็นแฟนกร~

“ต้องให้ได้อย่างนี้สิ”

“แล้วผมต้องทำยังไงบ้างครับ”

 

 

 

 

ตอนเย็นผมก็กลับไปที่บ้าน กรกลับสายกว่าทุกวันนิดหน่อย หน้าที่ของผมคือเมื่อเขากลับมาบ้านก็ต้องรีบไปเอาน้ำเย็นๆ มาให้ ร่างหนานั่งลงที่โซฟาเหมือนทุกวัน ผมขยับเข้าไปทำหน้าอ้อน มือใหญ่เลยลูบหัวเบาๆ

“ผมรอกรตั้งนาน” คลอเคลียใบหน้ากับแก้มสากไปมา ผมใข้สองมือกอดไหล่หนาไว้ก่อนจะซบลงบนอกกว้าง

“วันนี้ยุ่งๆ นิดหน่อย ไหน บอกกูซิว่าทำอะไรมาบ้าง”

“คัดไทยครับ วันนี้คัดได้หลายหน้าเลย พี่ปลาทูบอกว่าอีกไม่นานผมต้องเขียนหนังสือได้แน่ๆ พี่ปลาทูถามด้วยครับว่าอยากเขียนอะไรเป็นประโยคแรก”

“อะไรล่ะ”

“อ๊ะ!” แล้วก็นึกได้ว่าพี่ปลาทูกำชับว่าให้เก็บเป็นความลับ ผมจะบอกกรไม่ได้ ถ้าเขียนได้เมื่อไหร่ให้เขียนมาให้กรดูเลย

“อะไรล่ะแมว”

“ม... ไม่มีอะไรครับ”

“เดี๋ยวนี้มีความลับกับกูเหรอวะ” มือใหญ่เลื่อนลงมาบีบก้นผมเบาๆ เหมือนจะสั่งสอน ผมรีบส่ายหน้าไปมา ยังไงก็พูดไม่ได้เด็ดขาด กรมองผมด้วยสายตาที่เหมือนจะทะลุเข้ามา แต่ผมรีบปิดปากตัวเองเอาไว้แน่น พอเห็นว่าเขาไม่ถามอะไรต่อก็เลยตอบไปเบาๆ

“เดี๋ยวกรก็จะเห็นเองครับ”

“เดี๋ยวนี้หัดมีเล่ห์เหลี่ยมนะแมว อยู่กับปลาทูมากไปแล้วมั้ง หึๆ” เขาไม่ได้ว่าอะไร แต่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ผมที่เก็บความลับไม่ค่อยอยู่ก็รีบวิ่งเข้าไปในครัวเพื่อเติมน้ำที่หมดแก้วให้กรใหม่

เรานั่งเล่นกันสักพักกรถึงได้ไปอาบน้ำ แน่นอนว่าผมอาบทีหลังเพราะว่ากรเหนื่อย ผมเลยอยากให้กรได้สบายตัวก่อน พอผมอาบน้ำเสร็จก็ใส่ชุดนอนที่กรซื้อให้ มันเป็นชุดแบบยาวคลุมถึงเข่า เขาบอกว่าแบบนี้ผู้ชายก็ใส่ได้ ผมที่ไม่ได้คิดอะไรมากก็ทำตามทุกอย่าง กรชอบแบบไหนผมจะทำให้หมดเลย ^O^

ผมเห็นกรนั่งกดโทรศัพท์อยู่บนเตียง ใบหน้าของเขาดูเคร่งเครียดขึ้นมาจนสังเกตได้ ผมแปลกใจนิดหน่อยว่ากรไม่ทำการบ้านเหรอ แต่ผมก็ยังทำเหมือนเดิมคือมุดเข้าไปใกล้ๆ แล้วเอาหัวเคลียกับตักแกร่งไปมา

“กร...”

เขายังเอาแต่ก้มหน้ามองโทรศัพท์ ไม่ได้สนใจผมเลย ผมทำหน้ามุ่ย

ค่อยๆ ลุกขึ้นชั้นตัวขึ้นในท่านั่งคุกเข่า พี่ปลาทูบอกว่าก่อนจะขอเป็นแฟนต้องทำแบบนี้...

“กร~” มือเล็กค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ดช้าๆ ผมเผยอปากนิดๆ มองหน้าหล่อเหลาที่เริ่มจะเงยหน้าขึ้น ผมมองกรตรงๆ ในขณะที่ปลดกระดุมออกจนเกือบหมดแผง อวดให้เห็นชุดชั้นในลายลูกไม้สีขาวแบบที่เรียกว่าซีทรู เป็นชุดที่กรซื้อมาให้แต่ผมยังไม่เคยใส่มาก่อน

พี่ปลาทูบอกว่าให้เลือกตัวที่เห็นทะลุไปถึงเนื้อในให้มากที่สุด...

“จิเวล...”

ผมรู้มาว่านี่คือชุดชั้นในของผู้หญิง... มีทั้งเสื้อชั้นในและกางเกงในแบบสายเดียวที่พาดไปตามร่องก้น...

“ชอบไหมครับกร...” ถามเสียงหวาน กรมองมาตาไม่กระพริบทำให้ผมร้อนวูบวาบไปทั้งตัว

“แมว...”

ผมถอดออกจนเหลือเพียงแค่ชุดชั้นใน อากาศเย็นทำให้ผมต้องบิดตัวไปมา แก้มร้อนไปหมด เริ่มทำอะไรไม่ถูกเพราะว่ามันเขินเอามากๆ ได้แต่นิ่งอยู่ตรงหน้ากรแบบนั้นให้สายตาคมโลมเลียทั่วร่าง

“ยั่วไปแล้วนะแมวเหมียว”

“อ๊ะ...” เขาตวัดร่างผมให้ตกอยู่ในอ้อมแขนหนา ผมมองกรด้วยสายตาสั่นๆ ริมฝีปากสีอ่อนยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ผมเสียววูบ มือใหญ่ตะปบลงที่หน้าอกผมก่อนจะบีบเบาๆ จนผมสะดุ้งเฮือก รีบกอดอีกฝ่ายไว้แน่นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด

“หัดยั่ว... หัดอ่อย... คิดบ้างหรือเปล่าว่าทำแล้วจะโดนอะไรบ้างห๊ะ!

“คิดครับ...” ผมยิ้มหวาน

ผมก็จะได้กรเป็นแฟนไง~

“ใส่ชุดที่โป๊ๆ หน่อยนะ แล้วก็เข้าไปหาพี่กร ค่อยๆ ถอดทีละนิด ถอดช้าๆ นะ แล้วก็พยายามเข้าไปอ้อนพี่กรให้น่ารักที่สุดเลย รับรองว่าพี่กรไม่ปฏิเสธแน่ๆ”

ผมทำตามทุกอย่าง

“หึๆ”

“อ๊ะ!!!” จู่ๆ กรก็ดันร่างผมให้นอนลงราบอย่างรวดเร็ว สายตาเขามีประกายบางอย่าง ผมหดคอเมื่อใบหน้าคมโน้มลงจูบที่ซอกคอซ้ายขวา มันร้อนไปหมด รู้สึกดีบริเวณที่ริมฝีปากอุ่นสัมผัส ผมแอ่นร่างขึ้นเล็กน้อย ร้องในลำคอเสียงหวาน

กริ๊ง~

เสียงโทรศัพท์ของกรดังขึ้น ตอนแรกเขาเหมือนจะไม่สนใจมัน แต่พอมันดังเรื่อยๆ ไม่หยุด ร่างหนาจึงยืดตัวขึ้นและผละจากร่างผมไปหยิบเจ้าโทรศัพท์มาถือไว้ ผมมองตามอย่างงงๆ ที่ทุกอย่างหยุดชะงัก สีหน้ากรขรึมขึ้นมานิดหน่อย ผมขมวดคิ้ว

กรกดๆ โทรศัพท์ๆ ตอบโต้กับคนปลายทางก่อนจะวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียง ผมพลิกตัวคว่ำ ขยับไปใกล้ๆ ร่างสูงที่นิ่งไปพักใหญ่ มองด้วยสายตามีคำถาม

“กรครับ”

เขาหยิบเสื้อนอนของผมที่ตกอยู่ที่พื้นมาคลุมให้ ลูบหัวผมไปมาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ

“นอนซะ เดี๋ยวกูมานะ”

“กรจะไปไหนครับ”

“นอนไปเถอะ กูอยู่ข้างนอกนี้แหละ เดี๋ยวก็มา”

ผมรั้งชายเสื้อกรไว้ ส่ายหน้าไปมา ในคอฝืดเคืองเหมือนมีอะไรมาจุกไว้ ผมมีคำพูดที่อยากจะพูด... ผมอยากให้กรฟัง...

“กร...” ผมเรียก มือสั่นระริก มองหน้าหล่อของเขาพลางรวบรวมความกล้าที่มีอยู่น้อยนิด “กร... ให้ผม...”

“หืม?”

“ผม...”

“อะไรเหรอแมว”

“ผม...”

หัวใจผมสั่นไปหมด มันเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมา

สุดท้ายก็หลับตาแล้วพูดออกไปเสียงสั่น ลิ้นพันกันไปหมด

“ให้ผมเป็นแฟนกรนะครับ...”

จบประโยคผมก็แทบเป็นลมให้ได้ หูตาพร่าเบลอไปหมด ไม่รู้อะไรเป็นอะไร ผมได้แต่ก้มหน้าอยู่แบบนั้น ถึงจะลืมตาขึ้นแล้วแต่ก็ไม่กล้าเงยมองหน้าอีกฝ่ายเลย

ไม่มีเสียงตอบรับ...

กรนิ่งไปทำให้ผมใจเต้นตึกตัก... รอคอบคำตอบ

“แมว...” เขาเอ่ยขึ้นเสียงเบา “กู...”

ผมเม้มปากแน่น

“มึงเข้าใจสิ่งที่พูดออกมาแค่ไหนวะ มึงรู้หรือเปล่าว่ามันความว่ายังไง”

“ผมรักกรนะครับ ผมถึงอยากเป็นแฟนของกร” รีบเข้าไปกอดร่างหนาไว้แน่น มุดหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง ผมบอกเสียงสั่น

ทำไมผมจะไม่เข้าใจล่ะครับ เพราะผมรักกรมาก

รักมากๆ

ถึงได้อยากเป็นแฟนของกร... คำว่า แฟน คือสถานะของคนรักกัน คนที่มีอะไรกันแล้วไม่ใช่เหรอครับ

“จิเวล ฟังกู” เขาดันร่างผมออก สบตาคมเข้ามายังดวงตาสีฟ้านิ่งๆ ถอนหายใจช้าๆ “มึงอาจจะอยู่กับปลาทูมากไป บางเรื่องที่ได้ยินมา ไม่จำเป็นต้องทำไปซะทุกเรื่องหรอกนะ...”

เหมือนใบหน้าไร้ความรู้สึก ในหัวชาไปหมดทันทีที่ได้ยินกรพูด

“ไม่ได้เหรอครับ...”

“ไม่ใช่ว่าปลาทูสอนไม่ดี แต่มึงเพิ่งเป็นคนได้ไม่นาน ต้องเรียนรู้อีกมากว่าอะไรที่ทำได้จริงหรือทำไม่ได้”

ริมฝีปากอุ่นจูบหน้าผากผมเบาๆ

“แต่ว่าผม...”

เข้าใจจริงๆ นะ...

“เข้านอนซะ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้านะ”

เขาตัดบท เดินออกไปทันทีที่ห่มผ้าให้ผม

ไม่รู้น้ำตามาจากไหนมันถึงได้ไหลออกมาเงียบๆ ผมไม่สะอื้น ไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย แค่รู้สึกเหมือนก้อนเนื้อในอกซ้ายกำลังบีบรัดจนเจ็บ...

“กร...”

แต่ยังไงผมก็รักกรที่สุดนะครับ

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น