email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : DARK VILLAIN 1 l FIRST MEET

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 281

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ค. 2564 22:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
DARK VILLAIN 1 l FIRST MEET
แบบอักษร

 DARK VILLAIN 1 

  

 

กลางร้านคาเฟ่ข้างถนนเขตสิบเอ็ดคือสถานที่ประจำของกราฟิก...  

เขาชอบมานั่งในร้านเล็ก ๆ แบบนี้เพราะมันก็ให้ความสงบสุขไปอีกแบบ โต๊ะเล็กมุมอับสายตาคนมีเพียงแค่นายแบบหนุ่มสุดฮอตนั่งอยู่ วันนี้กราฟิกไม่มีคิวงาน เพราะงั้นเขาเลยมีเวลาว่างพอมาเปิดอีเมลจากคนไกลอ่าน... 

ยามที่ว่างเขาจะมาเข้ามาเช็กข้อความจากน้องชายซึ่งตอนนี้กำลังเรียนอยู่ที่ประเทศไทย ‘การันต์’ คือชื่อของน้องชายสายเลือดเดียวกันกับกราฟิก เด็กคนนั้นส่งมาทิ้งไว้ให้อ่านเล่นหลายต่อหลายฉบับ 

กราฟิกอ่านข้อความขี้อวดของน้องชายซ้ำไปซ้ำมาอยู่แบบนั้นพร้อมแก้วกาแฟอเมริกาโน่เข้ม ๆ วางอยู่บนโต๊ะทรงกลมสีขาว ระหว่างนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดส่งข้อความตอบกลับอีกคนไปพลาง ๆ ไม่รู้ว่าทำไมเดี๋ยวนี้คนคนนั้นถึงดูให้ความสนใจเขามากขึ้นกว่าเดิม... 

  

ครืด ครืด... 

  

แรงสั่นสะเทือนจากมือถือบนโต๊ะทำให้นายแบบหนุ่มเลื่อนสายตาไปมองมัน ปลายสายปรากฏชื่อคนที่เขาทิ้งไว้ที่คลับแล้วหนีกลับไปนอนต่อแบบไม่อยากจะคิดอะไรให้มากนัก ก็จริงอยู่ที่มิกซ์เคยดีกับกราฟิกหลายต่อหลายเรื่อง และจริงด้วยที่กราฟิกรักมิกซ์แทบบ้า แม้ว่ามิกซ์จะไม่เคยให้ความสำคัญกับเขาเลย 

“ว่า” 

‘นายไม่อยู่ที่คอนโดนี่?’  

“ผมออกมาข้างนอกครับ อีกอย่าง... ผมเคยบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าอย่าไปที่นั่นโดยพลการ” 

‘ทำไมพักนี้ดูเหมือนนายหลบหน้าฉันจัง...นี่... อย่าโกรธเลยนะ เรื่องเมื่อคืนน่ะ...’  

“คุณก็รู้ว่าผมไม่เคยโกรธคุณได้นานหรอก เรื่องกวนใจพวกนั้นเดี๋ยวเดียวมันก็หายไปเองเพราะงั้นขอเถอะ ตอนนี้ปล่อยผมไว้คนเดียวดีกว่า” น้ำเสียงเขาดูนิ่งงันและคำพูดเย็นชามากขึ้นทุกทีจนคนฟังใจหายยวบ ที่ผ่าน ๆ มาไม่ว่าจะเมื่อไหร่ก็หันมาเจอกราฟิกตลอด แต่ดูเหมือนเดี๋ยวนี้มันจะไม่ใช่แบบนั้นแล้ว... 

‘ขอล่ะ แต่ครั้งนี้มันสำคัญมากจริง ๆ นะ กราฟ...’  

“…” 

‘นิคโทรมาบอกว่าคุณซียอมให้ฉันกลับเข้าไปอยู่ในสังกัดแล้วนะ... แต่ฉันจะไม่ทิ้งนาย เพราะงั้น... เราย้ายไปอยู่ที่นั่นด้วยกันนะ’  

“...” เสียงพ่นลมหายใจรุนแรงของเขา ทำให้อีกฝ่ายรีบพูดแทรกกลับมาเพราะกลัวว่ากราฟิกจะตัดสายเขาไปดื้อ ๆ ผู้ชายคนนี้ปากร้ายและเจ้าอารมณ์ บางทีก็ตามไม่ทัน... 

‘รู้นะ ว่าที่ผ่านมาฉันเห็นแก่ตัวเองมาตลอด แต่สัญญาเลยว่าหลังจากนี้จะมองเห็นนายให้มากขึ้น อึก สัญญา... เพราะงั้นย้ายไปที่นั่นด้วยกันกับมิกซ์นะกราฟ’  

“ไว้อารมณ์ดีจะติดต่อกลับไปเอง” เขาพูดดีที่สุดได้เท่านั้นจริง ๆ สายถูกวางไปแล้วพร้อมกับการกดปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด กราฟิกเหลือบหางตาขึ้นไปมองหน้าจอแล็บท็อปอีกครั้ง ความคิดที่จะตอบกลับการันต์ไม่มีอีกแล้ว เขาปิดมันยัดใส่กระเป๋าถือขนาดพอดีมือแล้วลุกขึ้นยืน ดวงตาโฉบเฉี่ยวดันหันไปปะทะกับนักข่าวหนึ่งคนที่กำลังหันเลนส์กล้องมาทางเขาพอดี ดวงหน้าเรียวสวยแสยะยิ้ม สองขาก้าวเดินฉับ ๆ ไปทางนั้น ในขณะที่นักข่าวที่คิดว่าแอบดีแล้วก็ผงะถอยไปเช่นกัน 

“เป็นสื่อมวลชนก็ควรรู้ขอบเขตบ้างได้ไหม... ขอพื้นที่ความเป็นส่วนตัวบ้างสิ จะตามติดเป็นเงาไปถึงไหนไม่ทราบ...!” ร่างโปร่งบีบลำกล้องของนักข่าวคนนั้นด้วยความโกรธทั้งหมด เสียงดังกร๊อบบ่งบอกว่ากล้องราคาแพงตัวนั้นคงหักคามือกราฟิก นายแบบคนดังดูท่าอารมณ์ไม่ดี และไม่ว่าตอนนี้จะเจออะไรกราฟิกก็พร้อมจะด่ากราดให้วอด นักข่าวคนนั้นอึ้งชะงัก ไม่คิดว่านายแบบหนุ่มชื่อดังที่เขาลือกันให้แซ่ดว่าทั้งร้าย ทั้งหยิ่งยโสในวงการ ชีวิตจริงมันคือสองเท่าเลยด้วยซ้ำ! 

“ขะ ขอโทษครับ” 

“ไสหัวไปให้พ้น...” กราฟิกกัดฟันพูดมองจ้องหน้าอีกฝ่ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อกัน คนคนนั้นรีบผงกหัวโค้งให้สองสามครั้งแล้วรีบแบกกล้องเดินทุลักทุเลหนีไป 

ร่างนายแบบหนุ่มถอนหายใจออกมายาวเหยียด เขาขยับแว่นกันแดดให้เข้าที่ก่อนจะเดินออกมาจากมุมอับตรงนั้นเช่นกัน... 

  

บ้านทรงสูงหลายชั้นที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมบาโร้คแบบอังกฤษเป็นลักษณะที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของ ตระกูลเมอร์เซีย จุดเด่นคือโดมขนาดใหญ่โตโอ้อ้า ไม่แปลกที่จะอยู่ลึกเข้ามาจากที่สาธารณะหลายสิบเมตรแบบนี้ รถคันหรูจอดสนิทหน้าบ้าน พร้อมกับพ่อบ้านสองคนที่ก้าวลงมาเปิดประตูให้ลูกชายคนที่สองก้าวลงจากรถ 

“เชิญนายน้อยด้านในก่อนเลยครับ เดี๋ยวผมให้เบนจามินเอาเครื่องดื่มไปเสิร์ฟ...” 

เคลวิน คือลูกชายคนที่สองของตระกูล วันนี้ที่บ้านเขามีการรวมตัวกันเพื่อพบปะตามประสา แม้ว่านาน ๆ ครั้งจะเกิดขึ้น เพราะต่างคนต่างยุ่งกับงานจนไม่มีเวลา ถ้าว่างก็จะนัดเจอกัน พูดคุย ทานข้าว แม้ว่ามันจะไม่บ่อยก็ตาม 

“เจโรมมาหรือยัง” 

“คุณชายใหญ่มาถึงนานแล้วครับ” พ่อบ้านแอนตันเอ่ยด้วยรอยยิ้มและสำนวนสุภาพเหมือนทุกครั้ง เคลวินพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะก้าวเข้าบ้านไปที่ห้องโถงกลางโดมขนาดใหญ่ กลางห้องนั่งเล่นมีบุคคลสามคนนั่งอยู่บนโซฟาก่อนแล้ว พอเห็นว่าเคลวินเดินเข้ามา นายหญิงผู้เป็นที่รักของคุณท่านก็หันมายิ้มหวานหยดย้อยใส่ลูกชายคนเล็กทันที 

“สวัสดีครับ ทุกคน” 

“เคล... ไม่ได้เจอกันตั้งนานเชียว งานยุ่งมากหรือคะลูก?” นายหญิงลุกขึ้นมาสวมกอดเคลวินเบา ๆ ก่อนจะกดจมูกลงบนแก้มเป็นการทักทายกันตามปกติ เคลวินไม่ได้ตอบอะไรไปมากกว่าการระบายยิ้มให้เธอ ส่วนคนเป็นพ่อก็ไม่ได้พูดคุยอะไรมากนัก พี่ชายของเขากำลังสนใจอะไรสักอย่างในโทรศัพท์มือถือ เคลวินไม่ได้ใส่ใจอะไรนักหรอก ก็ตามปกติของเขาและ ‘เจโรม’  

เขานั่งคุยเรื่องสัพเพเหระและตอบบางคำถามที่บุพการีเอ่ยถาม รวมถึงข่าวลือเรื่องลี เลออน ที่เป็นนายแบบตีคู่มากับเขาด้วย ช่วงนี้กระแสเคลวินกับเลออนกำลังไปได้สวย ไม่แปลกที่เคลวินจะตารางงานล้นยุ่งจนไม่มีเวลากลับมานอนที่บ้านตัวเอง สักพักผู้สูงวัยทั้งสองก็ขอตัวขึ้นไปพักผ่อนที่ด้านบนระหว่างรอเวลาอาหารมื้อเย็น เคลวินจะอยู่ทานข้าวกับครอบครัวจากนั้นเขาถึงจะขอตัวกลับไปเคลียร์ธุระของตัวเอง ระหว่างนี้ก็กลับกลายเป็นว่าเขานั่งอยู่กับเจโรมแค่สองคน พี่ชายเงยหน้าขึ้นมามองเล็กน้อยก่อนจะก้มลงไปกดพิมพ์อะไรที่มือถือใหม่ 

“สบายดีนะ?” 

“ก็...ปกตินะครับ” 

“ช่วงนี้พี่จะกลับมาอยู่ที่บ้านใหญ่สักพักนะ ว่าง ๆ ก็...ไปตีกอล์ฟกันดีไหม?” เจโรมพูดกับเคลวินแต่สายตากลับจ้องแค่มือถือตัวเอง เคลวินเองก็ไม่สนใจพี่ชายมากนัก เพราะเขาเองก็มัวแต่ดูลี เลออนที่กำลังยิ้มในหน้าจอทีวีเช่นกัน 

“ตีกอล์ฟเหรอครับ... ฟังดูเข้าท่านะ ถ้าผมว่างจะไปด้วยแล้วกัน... แล้วพี่ล่ะ เล่าเรื่องสาขาที่ลอนดอนให้ฟังหน่อยสิครับ” 

“ลอนดอนเหรอ? ช่วงนี้ก็กำลังไปได้สวยนะ คุณปู่ท่านถามหาแกบ่อย ๆ แกควรจะหยุดใช้ชีวิตทีเล่นทีจริงแล้วไปรับช่วงต่อจากท่านได้แล้ว เคล” เจโรมเงยหน้าขึ้นมาตอนที่ประโยคนั้น เคลวินเองก็ละสายตาจากหน้าจอทีวีมามองสบตากับพี่ชายเช่นกัน 

“ผมยังจีบเลนไม่ติดเลย” เขาคลี่ยิ้มแล้วส่ายหน้าไปมานิด ๆ เพราะสำหรับเจโรมแล้ว เคลวินไม่จำเป็นต้องเสแสร้งอะไรทั้งนั้น ถ้าเขารู้สึกยังไงก็จะแสดงมันออกมา ก็แน่ล่ะ... เจโรมคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขานะ 

“สิบปีแล้วนะ พี่ว่าแกเลือกคนใหม่ง่ายกว่าอีก” 

“งั้นกี่ปีแล้วครับ...? ที่พี่ไม่ยอมพาคนในมือถือมาให้น้องชายเห็นหน้าสักที” เคลวินยิ้มจนตาหยี แววตาล้อเลียนพี่ชายพูดแสดงออกมาจนเจโรมต้องปาหมอนรองแขนใส่หน้าเคลวินเต็ม ๆ! 

“หุบปาก” 

“เจย์! ปามาได้ไง นี่ใบหน้าของคนทั้งประเทศนะเว้ย!” 

“...ก็อยากสอดรู้เองทำไม” 

“อะไรวะ ผมก็แค่อยากเห็นหน้าว่าที่พี่สะใภ้ว่าจะสวยแค่ไหน เอ...หรือว่าน่ารัก?” 

“ทั้งสองอย่าง” 

“หืม...หลงเขาไม่เบาเลยนะครับคุณเจโรม” 

“อยากโดนอีกทีไหมเคล คราวนี้พี่รับรองว่ามีเลือดชัวร์...” แจกันทรงอิตาลีถูกยกขึ้นมา เคลวินรีบแบมือสองข้างขึ้นเป็นเชิงว่าเขายอมแพ้แล้ว เพราะเชื่อได้แน่ว่าเจโรมจะปามันมาทางเขาจริง ๆ ถ้าหากว่าเคลวินยังไม่หยุดกวนประสาทกัน! 

  

มื้อเย็นผ่านไปด้วยดี... เคลวินขอตัวออกมาทันทีที่ทานขนมหวานฝีมือแม่นมคนโปรดจนอิ่ม และเพราะว่าเขาไม่ได้เอารถส่วนตัวมาด้วย เลยกลายเป็นว่าตอนนี้เจโรมมาส่งเขาที่เอ็มเพอร์เรียลขนาดใหญ่ใจกลางเขตสิบเอ็ด พูดให้ถูกก็คือห้างสรรพสินค้าที่อยู่ในเขตของตระกูลเมอร์เซีย... และในเขตที่สิบเอ็ด ตระกูลพวกเขาใหญ่ที่สุด 

“ไว้จะโทรหานะครับ” เคลวินปิดประตูรถยนต์แล้วเดินหันหลังเข้าตัวห้างทันที เจโรมมองตามแผ่นหลังของน้องชายก่อนจะตัดสินใจโทรออกหาคนคนหนึ่งแล้วขับรถออกไป 

ทายาทมหาเศรษฐีเปิดประตูเข้าไปในร้านเสื้อผ้าแฟชั่นแห่งหนึ่งภายในตัวห้างสรรพสินค้า... ร้านนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจเมอร์เซียด้วย เขาพยักหน้าให้พนักงานส่วนน้อยที่หันมาเจอเขา บางคนก็รู้ว่าเขาคือลูกชายคนที่สองของตระกูลดัง แต่บางคนก็รู้จักเขาแค่ในนามนายแบบหนุ่มเท่านั้น 

“อ่า จริงสิ... งั้นเราลองมาเลือกชุดในร้านนี้กันไหมกราฟ ได้ข่าวว่าขึ้นชื่อ ไม่เป็นรองแบรนด์อื่นเลยนะ” เสียงคุ้นหูทำให้เคลวินชะงักปลายเท้าหนังราคาแพงแล้วหันกลับมามอง ผู้ชายตัวเล็กในชุดไปรเวทกำลังคล้องแขนกอดรัดอีกฝ่ายที่อยู่ในชุดแสนสบายเช่นกัน แค่สวมหมวกกับแว่นดำคิดว่าจะปิดสายตาอยากรู้อยากเห็นของคนทั่วไปได้อย่างนั้นเหรอ... ขนาดเขาที่เป็นนายแบบเหมือนกันมองตาเดียวก็รู้แล้วว่าคือกราฟิก 

“แล้วแต่คุณ รีบเลือกแล้วรีบกลับเถอะ ผมเหนื่อย...” 

“เข้ามาก่อนซิ อ๊ะ! เคล!” มิกซ์ทำตาโตที่เห็นคนแสนคุ้นเคยในร้านเสื้อผ้า เคลวินยกยิ้มเล็กน้อยให้มิกซ์ เขาไม่คิดว่าตัวเองมีปัญหาอะไรกับผู้จัดการคนเก่า แต่กับอีกคนที่ยืนข้างกันน่ะ ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่... 

“ไง” 

“ไง! คิดถึงจังเลย ขอกอดหน่อยสิ” 

“แตะโดนตัวผมเมื่อไหร่ ก็จ่ายเงินมาด้วยนะครับ” เคลวินพูดแต่มือยังล้วงกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง ไม่ได้ขยับหนีอะไร แต่น่าแปลกที่มิกซ์ไม่กล้าถลามากอดเขา ร่างเล็กส่งเสียงจิ๊จ๊ะใส่ตามประสา เคลวินไม่คิดอะไรหรอก สายตาเขาโฟกัสที่อีกคนที่ยืนจ้องหน้าเหมือนจะหาเรื่องตลอดเวลา 

“กราฟไม่เข้าไปจริง ๆ เหรอ? งั้นรออยู่ตรงนี้นะ ฉันเลือกชุดไม่นานหรอก” มิกซ์พูดแล้วปล่อยให้กราฟิกยืนอยู่หน้าร้านเสื้อผ้า พร้อมเคลวินที่ก็ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงนิ่งงันที่เดิม พวกเขาจ้องหน้ากันไปมาราวกับว่าถ้าใครหลบสายตาไปก่อนคือคนนั้นแหละที่แพ้... 

เคลวินยอมรับเลยว่าบุคคลตรงหน้าตัวเองนั้นดูดีไม่แพ้กัน... แม้ว่ากราฟิกจะมีอุปกรณ์ปิดบังใบหน้าอยู่ก็ตาม ทั้งความสูง ผิวขาวจัด ผมสีน้ำตาลอ่อนรับกับดวงหน้าเรียวคม ดวงตาที่เคลวินเห็นมันบนปกหนังสือและที่อื่นอีกนับไม่ถ้วน ทุกอย่างบนร่างกายกราฟิกมันคือของล้ำค่าเหมือนที่นักข่าวมันโอ้อวดไว้จริง ๆ 

“มองอะไร ไม่เคยเห็นคนเหรอ” แต่แล้ว... ริมฝีปากบางหยักลึกนั่นก็ปริปากเอ่ยขึ้นมาก่อน แต่เป็นถ้อยคำที่ไม่เข้าหูชะมัดยาด 

“ใครมองใครกันแน่” 

“แล้วมึงจะมาจ้องอะไรกูนักหนา ข้องใจอะไรก็พูดมาเลยดีกว่า” กราฟิกค่อนข้างจะขึ้นชื่อเรื่องเจ้าอารมณ์อยู่แล้ว และพอโดนกวนประสาทไปมาแบบนี้ คนอย่างเขาก็ไม่เคยคิดจะอดทน ร่างโปร่งผิวขาวซีดก้าวเข้าไปหาเคลวิน ยกมือขึ้นไปเกี่ยวตรงร่องกระดุมเม็ดบนสุดของเสื้อเคลวินเอาไว้แล้วขย้ำมันเต็มมือ เคลวินเลิกคิ้วขึ้นอีกรอบ นัยน์ตาคู่สวยหลุบลงไปมองฝ่ามือขาวที่กำเสื้อเขาอย่างหาเรื่องด้วยอารมณ์นึกสนุก 

ไอ้บ้านี่มันไม่กลัวเป็นข่าวเลยสินะ... คิดว่าจะทำอะไรตามอำเภอใจได้ง่าย ๆ งั้นเหรอ... 

“มีสิทธิ์อะไรเดินมากระชากคอเสื้อคนอื่นวะ ลองให้กูกระชากเสื้อมึงบ้างดีไหม!” เคลวินกระซิบถามเสียงเหี้ยมแล้วกระชากเสื้อกราฟิกเพียงแค่ครั้งเดียวกระดุมของเจ้าตัวก็กระเด็นขาดออกไปถึงสองเม็ด พลังที่ดูมากกว่าดึงกราฟิกเข้าไปใต้ราวม่านมู่ลี่ของทางร้าน ทำให้ตอนนี้ถ้าไม่มีใครสังเกตก็ไม่รู้ว่ามีคนอยู่ อีกฝ่ายถอดแว่นกันแดดปามันทิ้งด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวพอกันและนั่นก็ทำให้เคลวินได้เห็นใบหน้าของกราฟิกชัดขึ้น ระยะห่างของพวกเขามันน้อยนิดจนน่าใจหาย... 

“ปล่อย” 

“แน่จริงก็สะบัดให้หลุดเองสิ” 

“กูบอกให้ มึง ปล่อย กู” 

“เดินเข้ามาหากูก่อนเองนะ ทีงี้จะมาบอกให้ปล่อย ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอวะ...” เคลวินขยับเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม จ้องดวงตาเรียวรีที่มีประกายวูบไหวไปมา สำหรับเขาแล้วมันดูออกง่ายนิดเดียวว่าอีกฝ่ายกำลังหวั่นกลัว แต่ใบหน้าก็ยังนิ่งดีไม่มีเปลี่ยน เคลวินแสยะยิ้มยื่นหน้าเข้าไปกระทั่งได้กลิ่นลมหายใจของกันและกัน 

“ดูปากกูนะ...” กราฟิกกัดฟันพูดกับเขา เพราะดิ้นไม่หลุด โดนดันไว้ด้วยมือบนคอเสื้อและอีกฝั่งก็บีบข้อมือเขาจนมันระคายเคืองและเริ่มเจ็บ 

“ดูอยู่พอดีเลย” เคลวินกลับตอบหน้าตาย ดวงตาเขาเลื่อนต่ำลงไปมองริมฝีปากสีแดงระเรื่อสุขภาพดี แน่ละ... คนคนนี้ก็เป็นถึงคุณคนดังนี่นะ? 

“ไสหัวออกไปให้พ้นหน้ากูสักที กูขยะขย...อื้อ!” 

  

 

 

--

เคลลลลลลลล อย่าาาาาาาาาาา อย่าช้าาาาาาาาาา 

#น้องกราฟแมวเมี้ยว  

  

#ดาร์กวิลเลี่ยน 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว