email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

[คู่รอง] Chen's Children เด็กของเฉิน ตอนที่ 2

ชื่อตอน : [คู่รอง] Chen's Children เด็กของเฉิน ตอนที่ 2

คำค้น : เด็กของเฉิน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2564 16:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[คู่รอง] Chen's Children เด็กของเฉิน ตอนที่ 2
แบบอักษร

 

 

 

 

 

AuThor : นามิ 

 

 

 

 

ตอนที่ 2 

 

 

 

 

เช้าวันต่อมาเวลาช่วงตีสี่.... 

เฉินขับรถไปรับชานที่สนามบิน เฉินขับผ่านเส้นทางเดิมที่เจอฟอนต์เมื่อวานช่วงเย็น แต่ที่เขาแปลกใจคือเขาดันเจอฟอนต์เดินอยู่แถวบริเวณเดิมและยังในเวลานี้อีกด้วย  

เฉินตีไฟเลี้ยวจอดข้างถนนแล้วลงจากรถเดินไปหาฟอนต์ที่กำลังกดพิมพ์โทรศัพท์อยู่ 

“ไปไหนทำไมไปตั้งแต่ตีสี่” เฉินถามด้วยความสงสัย ฟอนต์ที่ใจจดใจจ่ออยู่กับโทรศัพท์ก็ถึงกับสะดุ้งสุดตัวเพราะคิดว่าไม่คนร้ายจี้ชิงทรัพย์ก็ผีหลอก 

“ตกใจหมดเลยลุงมาไม่ให้สุ่มไม่ให้เสียง” เมื่อเห็นว่าเป็นเฉิน (คนที่เหม็นขี้หน้า) ฟอนต์ถอนหายใจโล่ง แต่เป็นเฉินที่หายใจติดขัดแทนเมื่อถูกเรียกว่าลุง 

เฉินรู้ว่าพออายุเริ่มแตะเลขสามแล้วก็ต้องมีถูกเรียกว่าน้า อาหรือลุงบ้าง แต่ไม่คิดว่าพอถูกเรียกจริงๆ มันจะทิ่มแทงใจแบบนี้  

“ฉันชื่อเฉินแล้วก็ต้องเรียกว่าพี่เฉินด้วย” ยอมรับว่าเคืองมาก เกิดมายังไม่เคยถูกเรียกว่าลุงเลยสักครั้ง มีแต่ไอ้เด็กตาใสนี่แหละที่กล้าเรียก  

ดูท่าแล้วเด็กคนนี้ตั้งใจเรียกเขาว่าลุงชัดๆ เพราะสีหน้าแลดูสะใจมากที่เห็นเขาทำหน้าไม่พอใจ 

“เรียกลุงนี่แหละ” ฟอนต์ยืนยันคำพูดเดิม แถมยังพูดออกมาหน้าตาเฉย เฉินยิ้มมุมปาก สงสัยคงยังไม่รู้ว่าลุงอย่างเขาก็สามารถเป็นผัวให้ได้เหมือนกัน หึหึ! 

“สรุปจะไปไหนตอนตีสี่” เฉินถามย้ำอีกรอบเพราะฟอนต์ยังไม่ได้ตอบคำถามของเขาเลย ฟอนต์หรี่ตามองแล้วชี้มาที่ชุดตัวเอง 

“เห็นผมใส่ชุดทำงานของเซเว่นแล้วออกมาในเวลานี้ก็ต้องไปทำงานไงครับ ผมคงมาวิ่งออกกำลังกายมั้ง” ฟอนต์ตั้งใจตอบกวนเบื้องล่างนี่แหละ คำตอบของฟอนต์ทำเอาเฉินคิ้วกระตุก 

เฉินก้าวฉับไปหาฟอนต์อย่างรวดเร็วแล้วคว้าไปที่แขน เฉินไม่สนใจเสียงโวยวายของฟอนต์สักนิดแล้วออกแรงลากไปที่รถทันที 

“ชอบบังคับ ชอบขู่ เผด็จการ!!” 

“ถ้าไม่ติดว่ากลัวผีนะ ลุงโดนเตะก้านคอไปแล้ว”  

“โว้ยยย! แค่เห็นหน้าก็เกลียดแล้วเนี่ย!” ฟอนต์โวยวายเสียงดังลั่นขณะนั่งอยู่ในรถคันหรูของเฉิน ก่อนหน้านั้นเฉินพยายามไม่ใส่ใจคำว่าลุงแล้วแต่เด็กนี่ก็กวนเบื้องล่างไม่เลิกจนเขาไม่อยากคุยด้วย เลยจะขับรถไปรับชานที่สนามบินเลย  

แต่ตอนนี้เพิ่งจะตีสี่เท่านั้น ฟ้ายังไม่สว่าง ร้านขายของหรือร้านอาหารก็ยังไม่เปิดเลยสักร้าน ถึงฟอนต์เป็นผู้ชายแต่ข้างนอกนั้นก็น่ากลัวมากอยู่ เฉินจึงต้องลากไปที่รถเพื่อไปส่งที่ทำงาน 

ฟอนต์แรงเยอะอยู่พอสมควร จนเฉินต้องใช้แรงมากกว่าเดิมถึงสองเท่าเพื่อรวบตัวฟอนต์ไว้ได้ ซึ่งท่านี้เหมือนฟอนต์กำลังถูกเฉินกอดอยู่ เฉินได้กลิ่นหอมจากลำขาว ทำเอารู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาก... 

แต่เมื่อได้สติก็รีบปล่อยฟอนต์ออกจากอ้อมกอดแล้วขู่ว่าป้ายรถเมล์ข้างหน้าเคยเกิดอุบัติเหตุแล้วมีคนเสียชีวิต แถมยังออกมาหลอกผู้คนที่เดินผ่านแถวนี้ด้วย เท่านั้นแหละเด็กขี้กลัวอย่างฟอนต์รีบเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถอย่างรวดเร็ว ฉินยิ้มออกมาอย่างพอใจ 

แก่นห้าวไปทุกเรื่องแต่ดันกลัวผีเสียอย่างนั้น.... 

“ได้ยินไหมเนี่ยผมกำลังด่าลุงอยู่นะเว้ย” เสียงของฟอนต์แว้ดเข้ามายันแก้วหู ทำเอาเฉินที่กำลังเหม่อต้องเรียกสติกลับมา 

“เงียบ!” เฉินพูดสั่งเพราะเสียงที่แสบแก้วหูนั้นทำลายสมาธิการขับรถของเฉินมาก แต่คนดื้อรั้นไม่มีทางฟังแน่นอนเพราะแค้นใจที่อีกฝ่ายโกหกเรื่องผี 

ฟอนต์รู้ทันอยู่แล้วเพราะอยู่ที่นี่มาได้สักพักแล้วและเดินผ่านป้ายรถเมล์ที่เฉินโกหกเป็นประจำ ฟอนต์ที่กลัวผีเป็นทุนเดิมอยู่แล้วถึงจะรู้ว่าโกหกแต่ก็กลัวอยู่ดี  

“เลี้ยวซ้ายไปก็ถึงเซเว่นแล้วลุง” ฟอนต์พูดขึ้นเมื่อใกล้ถึงทางเลี้ยวเข้าไปเซเว่น เฉินเลี้ยวเข้าไปก็เห็นเซเว่นอยู่ฝั่งซ้ายมือ  

ฟอนต์เปิดประตูลงไปแล้วหันมาพูดกับเฉิน 

“ขอบคุณที่มาส่งนะลุง ขออย่าให้เจอกันอีกเลยนะ” ฟอนต์โบกมือลาแล้วเดินเข้าไปทำงานอย่างหน้าตาเฉย  

“หึ!” เฉินเค้นเสียงออกมาแล้วขับรถไปรับชานที่สนามบิน  

ระหว่างที่กำลังขับรถไปที่สนามบินนั้นลูกน้องก็โทรมาบอกว่าคลังสินค้าที่เพิ่งเปิดใหม่ถูกคุณวาร์ดศัตรูหมายเลขหนึ่งของชานส่งลูกน้องมาวางเพลิงจนได้รับความเสียหายไปครึ่งแถบ  

เฉินกำหมัดแน่นเพราะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญมัดตัวคุณวาร์ดได้เลย แล้วถ้าหลักฐานหายไปก็พ้นความผิดไปอีก 

โชคดีที่เฉินออกมาเผื่อเวลาไว้อยู่ จึงแวะไปดูความเสียหายที่คลังสินค้าเพื่อนำไปรายงานให้ชานทราบ เฉินสั่งให้ลูกน้องช่วยกันเก็บกวาดซากความเสียหายแล้วโทรไปรายงานให้ชานทราบ 

ชานโมโหมากและบอกว่ากลับถึงไทยจะไปจัดการเอง เฉินสั่งให้ลูกน้องตรวจดูความเสียหายทั้งหมดแล้วสรุปค่าใช้จ่ายคร่าวๆ แล้วรีบไปรับชานที่สนามบิน 

ผ่านไปสักพักชานก็มาถึงไทย สีของเจ้านายดูเหนื่อยล้าและต้องการพักผ่อนมาก เฉินจึงลากกระเป๋าไปขึ้นรถ ส่วนชานขึ้นไปรออยู่บนรถแล้ว  

“ไปคลังสินค้าเลยครับคุณเฉิน” ชานพูดขึ้นเมื่อเฉินขึ้นมาบนรถ เฉินอยากให้ชานไปพักผ่อนมากกว่า แต่เรื่องนี้ชานต้องไปดูด้วยตัวเองเพราะหลักฐานเหล่านี้ชานเป็นคนดูแลเองทั้งหมด 

“ไปร่วมงานครั้งนี้ได้เจอคุณวาร์ดหรือเปล่าครับ” เฉินถามถึงศัตรูหมายเลขหนึ่งของเจ้านาย เนื่องจากชานถูกเชิญไปร่วมงานที่ต่างประเทศ ชานมีไปคุยงานที่นั่นพอดีเลยตอบรับไป งานที่ถูกเชิญไปร่วมนั้นมีคุณวาร์ดไปด้วย เฉินเลยอยากรู้ว่าได้เจอกันหรือเปล่า 

“เจอสิครับ” ชานตอบกลับมาด้วยท่าทีสบาย 

“แต่น่าเสียดายที่คุณวาร์ดไม่อยากคุยเรื่องนี้กับผมในงานของคนอื่น ก็เลยได้แต่คุยเรื่องที่ผ่อนคลายเท่านั้นครับ” ชานพูดออกมาด้วยความเสียดายเพราะเขาพร้อมบวกมากในตอนนั้น  

“แล้วงานที่มอบหมายให้เป็นยังไงบ้างครับ” ชานถามถึงงานที่เฉินดูแลต่อทันที 

“ช่วงนี้คุณเกริกส่งสินค้ามาให้ทางเราน้อยลงจนน่าแปลกใจ คุณบอลจึงโทรไปสอบถามจนได้รับคำตอบว่าช่วงนี้ตำรวจเข้มงวดเรื่องนี้มากเลยส่งของมาให้น้อยลง” เฉินรายงานให้ทราบ  

“ผมมีลางสังหรณ์ว่าเราจะถูกเขี่ยทิ้ง” น้ำเสียงนั้นเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความดุดันมาก 

“ผมก็คิดแบบนั้นครับ สายของเรารายงานว่าคุณเกริกยัดเงินให้ตำรวจไปตั้งหลายล้าน ซึ่งไม่มีทางที่จะตำรวจจะเข้มงวดเหมือนอย่างที่มันบอก ผมคิดว่าคุณเกริกคงไม่อยากส่งสินค้าให้กับเราครับ พวกมันคงรู้ตัวกัน” เฉินบอกออกไป ชานก็คิดแบบนั้น 

“จะว่าไปช่วงนี้คุณเกริกก็ไม่ติดต่อมาหาผมเลย ทั้งที่สินค้าที่ส่งให้นั้นน้อยลงทุกที ไม่โทรมาบอกกันเลย” ชานบ่นออกมา  

“คุณเกริกจะยกธุรกิจแห่งนี้ให้คุณเกียรติที่เป็นน้องชายครับ คุณเกียรติคงทำงานแทนพี่ชายไปแล้วก็ได้และตอนนี้ก็กำลังหาทางเขี่ยเราทิ้งอยู่เพราะมันคงรู้แล้วว่าพวกเราเป็นใคร” เฉินรายงานให้ชานทราบ ชานกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ  

เฉินเองก็ไม่ต่างกัน.... 

“กล้ามากที่ใช้ผลประโยชน์จากผมแล้วจะเขี่ยทิ้งง่ายๆ แบบนี้ นี่ยังไม่รวมถึงที่ส่งลูกน้องมาเผาหลักฐานของตัวเองถึงถิ่นผมด้วยนะ เดี๋ยวผมจะจับพวกมันทั้งสามตัวเข้าคุกให้ได้” ชานลั่นวาจาออกมาด้วยความโมโห เฉินยิ้มออกมาเพราะถ้าชานได้เอ่ยสิ่งไหนออกไปคือความบรรลัยที่จะเกิดขึ้นแน่นอน 

พอไปถึงคลังสินค้าลูกน้องที่เฝ้าอยู่นั้นก็รีบพาชานไปหาเหล่าลูกหมาของคุณวาร์ดทันที ชายสองคนที่ถูกส่งตัวมานั้นนั่งนิ่งเหมือนคนไร้อารมณ์ ไม่แสดงท่าทีหวาดกลัวใดๆ ออกมา เหมาะสมกับที่เป็นลูกน้องของคุณวาร์ดมาก 

ชานลงโทษสั่งสอนไปนิดหน่อยแล้วปล่อยตัวไปเนื่องจากเขาเพลียมากเลยอยากกลับไปพักผ่อน 

กลับมาถึงบ้านชานก็รีบขึ้นไปพักผ่อนบนห้องทันทีและยังสั่งห้ามไม่ให้ใครมารบกวนเด็ดขาด  

เพราะคุยงานที่ต่างประเทศเสร็จก็บินกลับไทยเลยเพราะต้องกลับมาเคลียร์งานอีกมากมายที่บริษัทเลยต้องรีบกลับทันทีทำให้วันนี้ชานเพลียมาก 

เฉินทักทายป้าหวินป้าวาฬตามปกติเหมือนทุกวันแล้วนั่งเล่นฆ่าเวลารอไปรับเหมราชในช่วงเจ็ดโมงเช้า นั่งเล่นไปเพลินๆ ก็นึกถึงเด็กปากร้ายขึ้นมา คำพูดคำจาที่แสนร้ายกาจแถมยังดื้อรั้นสุดๆ 

นานแล้วที่ไม่ได้รู้สึกสนุกแบบนี้.... 

ปีนี้เฉินอายุสามสิบปีแล้ว ถามว่าเคยมีแฟนมาก่อนหรือเปล่า ตอบเลยว่ามีนับไม่ถ้วน ไม่ต้องเอ่ยถึงคู่นอน เมื่อก่อนเปลี่ยนบ่อยมากแต่เฉินป้องกันทุกครั้ง 

เฉินยังไม่พร้อมจะมีครอบครัวเพราะยังรักอิสระอยู่ จนอายุทะยานเข้าสู่เลขสาม ความคิดที่อยากมีครอบครัวก็ผุดขึ้นมา ชีวิตที่ต้องการอิสระกลับอยากมีใครสักคนมาคอยสั่งและห้ามในบางเรื่อง  

เห็นคนอื่นไปเที่ยวกับครอบครัวก็นึกอิจฉา เพื่อนหรือแม้แต่คนรู้จักอย่างบอลก็มีครอบครัวกันหมดแล้ว 

บอลก็เคยถามเรื่องนี้กับเฉินเหมือนกันแต่คู่ชีวิตที่อยู่ด้วยกันไปตลอดนั้นมันไม่ได้หาง่ายเหมือนอย่างที่คิด  

ตอนนี้เฉินเพียงแค่เฝ้ารอ....รอว่าสักวันจะเจอคนที่ทำให้ชีวิตที่แสนน่าเบื่อนั้นกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง.... 

เวลาล่วงเลยมาถึงหกโมงกว่าๆ เฉินจึงขับรถไปรับเหมราชที่สนามบิน แต่เหมราชจะแวะไปเคลียร์เอกสารที่บริษัทต่อ  

ตอนแรกเฉินจะห้ามเพราะเหมราชสุขภาพไม่ค่อยดีและช่วงนี้ก็พักผ่อนน้อยด้วย แต่ทั้งเหมราชและชานต่างก็นิสัยคล้ายกันคือถ้าได้บ้างานก็บ้าสุดๆ จนลืมห่วงสุขภาพ 

กว่าจะเคลียร์งานเสร็จก็ปาไปเกือบสามชั่วโมง เฉินขับรถพากลับบ้านแต่เหมราชยังก็ไม่ไปพักผ่อน สั่งให้เฉินโทรตามชานให้ลงมาพบ เฉินรู้เลยว่าเจ้านายต้องหัวเสียแน่นอนเพราะชานเพิ่งได้นอนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี้เอง 

 เหมราชแค่มอบหมายให้ชานดูแลเรื่องผับที่เหมราชส่งต่อให้ ชานไม่อยากรับเพราะทุกวันนี้งานก็ล้นมือแล้วแต่สุดท้ายก็ต้องรับเอาไว้ด้วยความจำใจ 

ชานบอกกับเฉินว่าจะเข้าไปดูผับในช่วงหัวค่ำ ซึ่งเฉินไม่คิดว่าการไปผับครั้งนี้จะทำให้ความสัมพันธ์ของฟอนต์และเฉินพัฒนาไปอีกขั้น.... 

.. 

.. 

“เดี๋ยวเอวก็หักหรอกน้ำ วางเลยเดี๋ยวให้ฟอนต์ไปยกแทน” ฟอนต์หันไปมองเมื่อได้ยินจ๋าเอ่ยถึงชื่อตัวเอง ฟอนต์แอบขำเมื่อเห็นน้ำพยายามจะยกลังเครื่องดื่มไปเก็บด้านใน 

“น้ำไหวครับพี่จ๋า” น้ำตอบกลับไป ฟอนต์ที่ยืนมองดูอยู่เลยแย่งมาถือเอง ขืนน้ำยกไปมีหวังได้เอวหักกันพอดี 

“ให้ฟอนต์ยกไปนั่นแหละดีแล้วน้ำเราเอวเล็กอย่างกับอะไรดี ฝืนยกไปเดี๋ยวก็เอวหัก” จ๋าพูดขึ้นอีก ฟอนต์จึงยกลังไปเก็บด้านในแล้วเดินออกมาด้านนอก วันนี้ฟอนต์รู้สึกเบื่อด้วยเลยกะจะชวนน้ำออกไปสังสรรค์  

“อีกสองชั่วโมงออกกะแล้วเราไปผับกันไหมน้ำเห็นว่าผับนี้เพิ่งเปลี่ยนเจ้าของคนใหม่ด้วยนะอยากรู้ว่าจะแปลกไปจากเดิมมากหรือเปล่า” ฟอนต์เอ่ยชวนน้ำที่กำลังเช็ดกระจกอยู่   

“พี่ไปด้วยคนสิเบื่ออยู่บ้านเหมือนกัน” จ๋าเดินมายืนคุยข้างๆ 

“เบื่ออยู่บ้านหรืออยากออกไปหาพ่อใหม่ให้น้องจี้ครับพี่จ๋า” ฟอนต์แกล้งถามออกไป 

“เดี๋ยวเถอะไอ้ฟอนต์!” จ๋าพูดเสียงดุกลับมาฟอนต์ก็ลอยหน้าลอยตาอย่างไม่สะทกสะท้านเพราะรู้ว่าจ๋าไม่ได้จริงจัง 

จู่ๆ น้ำก็ดึงดราม่าเรื่องสามีจ๋าที่เสียชีวิตไปหลายปีแล้วเสียอย่างนั้น ฟอนต์ที่ยังไม่พร้อมเศร้าจึงต้องรีบพูดแทรก 

“เลิกเศร้าก่อนเราเคลียร์งานให้เสร็จก่อนแล้วค่อยไปเศร้าต่อที่ผับดีกว่าเนอะ” ฟอนต์พูดแทรกเพราะไม่อยากให้บรรยากาศเศร้าไปมากกว่านี้ 

ทั้งสามคนช่วยกันเคลียร์งานจนเสร็จแล้วส่งงานที่เหลือให้คนเข้ากะถัดไป ฟอนต์จึงเดินกลับห้องพักเหมือนเคย  

ระหว่างที่เดินผ่านป้ายรถเมล์นั้นเหตุการณ์เมื่อเช้าก็ผุดเข้ามาในหัวอีกครั้ง ถึงเฉินจะโกหกเรื่องผีแต่ฟอนต์ก็กลัวอยู่ดี แต่ก็มีคนมารอรถเมล์อยู่บ้างเลยไม่ค่อยน่ากลัวสักเท่าไหร่  

ไม่รู้ทำไมต้องนึกถึงด้วยก็ไม่รู้ ฟอนต์ไม่ได้อะไรกับเฉินเลยแต่แค่หมั่นไส้เท่านั้นเพราะเฉินทั้งสูงกว่า ล่ำกว่าและหล่อกว่า ซึ่งดูจากการแต่งตัวนั้นคงรวยกว่าด้วย 

สรุปฟอนต์หมั่นไส้หรืออิจฉากันแน่.... 

ฟอนต์เดินมาถึงห้องพักก็เห็นว่าร้านอาหารตามสั่งยังไม่เปิด นึกสงสัยว่าสองแม่ลูกหายไปไหนตั้งแต่เมื่อวาน  

แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไรมากจึงขึ้นไปบนห้องเพื่อพักผ่อนนอนเอาแรงไปเที่ยวคืนนี้ ฟอนต์กับน้ำไม่ค่อยมีเงินหรอกแต่ถ้าจ๋าไปด้วยจ๋าจะเลี้ยงเสมอ.... 

นี่คือเหตุผลที่ฟอนต์แกล้งชวนน้ำเสียงดังเพื่อที่จะให้จ๋าได้ยิน แน่นอนว่าจ๋าก็อยากไปด้วย ซึ่งได้ประโยชน์เต็มๆ  

ฟอนต์เป็นเด็กกำพร้าและอาศัยอยู่กับญาติมาตลอดเนื่องจากพ่อแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตั้งแต่เด็ก  

พอโตมาจนอายุสิบแปดปีก็ย้ายออกไปอยู่คนเดียวและไม่ได้เรียนต่อเพราะป้าไม่ส่งเรียนและฟอนต์ก็ไม่มีเงินส่งตัวเองเรียนด้วย 

ที่ผ่านมาก็คนมีจีบอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะผู้ชาย ฟอนต์ไม่สนใจเพราะคนที่ฟอนต์ชอบคือน้องยีนที่อายุแค่สิบหกปีเท่านั้น  

ฟอนต์เลยกะว่าพอน้องยีนอายุครบสิบแปดปีเมื่อไหร่ จะรีบจีบและขอเป็นแฟนทันที ช่วงนี้ถึงต้องตีสนิทกับป้าแยมเป็นพิเศษเผื่อแกจะยกลูกสาวให้ 

“อาบน้ำนอนดีกว่า” พูดจบก็เข้าไปอาบน้ำแล้วนอนหลับยาวไปจนถึงสองทุ่ม 

ฟอนต์เปิดดูในโทรศัพท์ก็พบว่าจ๋าไลน์มาบอกนัดเจอกันตอนสามทุ่ม ดีที่ฟอนต์ตื่นมาตอนสองทุ่มพอดี  

ฟอนต์แต่งตัวที่คิดว่าหล่อที่สุดแล้วล็อกห้องลงไปยังชั้นล่างก็เห็นป้าแยมอยู่หน้าร้านพอดี 

“ป้าแยมไปไหนมาเหรอครับ ผมว่าจะมาทานข้าวแต่ร้านปิดตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” ฟอนต์ปฏิบัติการตีสนิทกับว่าที่แม่ยายต่อทันที 

“เมื่อคืนยีนท้องเสีย ป้าเลยพาไปโรงพยาบาล” ป้าแยมตอบกลับมายิ้มๆ ฟอนต์ได้ยินแบบนั้นก็ใจหายทันที 

“แล้วน้องเป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ ทำไมป้าแยมไม่ขึ้นไปเรียกผมล่ะ ผมจะได้พาน้องไปโรงพยาบาล” ฟอนต์ถามกลับไปด้วยความเป็นห่วง ว่าที่แฟนไม่สบายแบบนี้ฟอนต์ก็ต้องเป็นห่วงธรรมดา 

“แล้วขับรถพาไปโรงพยาบาลได้หรือไง ป้าถึงต้องบอกเนี่ย” ป้าแยมเอ่ยออกมายิ้มๆ ทำให้ฟอนต์หัวเราะออกมา  

ป้าแยมบอกว่ายีนออกโรงพยาบาลพรุ่งนี้ ตอนแรกฟอนต์จะไปเยี่ยมแต่ป้าแยมบอกไม่ต้องไป เพราะช่วงบ่ายก็ออกโรงพยาบาลแล้ว ฟอนต์จึงฝากความคิดถึงไปให้ยีนแทน 

ฟอนต์ขอตัวไปเที่ยวกับเพื่อนเพราะมัวแต่คุยกับป้าแยมเพลินไปหน่อยเลยไปถึงช้าสุด และพอไปถึงฟอนต์ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นน้ำร้องไห้และจ๋ากำลังปลอบใจอยู่  

พอเห็นฟอนต์มาถึงน้ำก็โผเข้ากอดทันทีจนฟอนต์กอดตอบเพื่อนรักแล้วถามว่าเกิดอะไรขึ้น น้ำจึงบอกว่าพอร์ชส่งข้อความมาบอกเลิก ทำให้ฟอนต์ดีใจเป็นอย่างมากเพราะไม่อยากให้เพื่อนคบกับพอร์ชอยู่แล้ว 

ฟอนต์และจ๋าช่วยกันพูดปลอบใจน้ำอยู่นานก็ทำให้น้ำคลายสะอื้นได้บ้าง เพราะได้ระบายความในใจออกมาเยอะพอสมควร 

พอน้ำร้องไห้ไปได้สักพักก็ถูกจ๋าจับมอบเหล้า จ๋าแค่อยากให้น้ำผ่อนคลายบางเพราะชีวิตของน้ำมีแต่เรื่องให้เครียด  

พอน้ำเริ่มเมาได้ที่ก็ลุกขึ้นไปเต้นยั่วยวนเรียกสายตาจากหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่ได้เป็นอย่างดี จ๋าต้องคอยตามดูอยู่ห่างๆ  

ส่วนฟอนต์มองเห็นเฉินยืนอยู่มุมห้องที่เป็นจุดลับสายตาพอดี ไม่รู้ว่าเฉินเห็นฟอนต์หรือเปล่าแต่ฟอนต์ไม่สนใจหรอก  

เสียงฮือฮาดังขึ้นจนทั้งฟอนต์และจ๋ารีบหันไปมองแล้วพากันตกใจเมื่อเห็นน้ำเดินไปบริเวณตรงที่เฉินยืนอยู่  

ฟอนต์สังเกตว่ามีคนที่ใส่ชุดบ๋อยนั่งอยู่ใกล้เฉินด้วย น้ำเดินไปนั่งตักบ๋อยคนนั้นแล้วจูบกันท่ามกลางสายตาของคนนับร้อยทำเอาฟอนต์อ้าปากค้าง  

หลังจากจูบเสร็จชายที่ใส่ชุดบ๋อยก็หิ้วน้ำออกไปจากร้านทันที เดือดร้อนจ๋าและฟอนต์ที่ต้องรีบวิ่งตามออกไปนอกร้าน 

“โว้ย! นั่นรุ่นน้องที่ทำงานของฉันนะ พวกแกใหญ่มาจากไหนถึงได้กล้าหิ้วออกไปแบบนี้ฮะ!” เสียงจ๋าโวยวายลั่นผับ ฟอนต์ตรงไปที่เฉินแล้วกระชากคอเสื้ออย่างหาเรื่อง  

สายตาของฟอนต์เต็มไปด้วยความไม่พอใจแต่สายตาของเฉินเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยและบ่งบอกว่าไม่ได้กลัวฟอนต์เลยแม้แต่น้อย.... 

“ถ้าเพื่อนมึงไม่ปล่อยเพื่อนของกูนะ กูเอามึงตายแน่” ฟอนต์พูดเสียงเด็ดขาด แต่เฉินตัวสูงกว่าฟอนต์ค่อนข้างเยอะเลยต้องเขย่งเท้าไปกระชากคอเสื้อของเฉินแทน  

“ใจเย็นๆ กันทั้งคู่นะครับ” เฉินพูดออกมาพร้อมดึงมือฟอนต์ที่กระชากคอเสื้อออก 

“ปกติเจ้านายผมก็ไม่เคยสนใจใครเป็นพิเศษแบบนี้เลยครับ” เฉินพูดออกมาเสียงนิ่ง แต่เป็นอย่างที่พูดเอาไว้จริงๆ เพราะเฉินเห็นตั้งแต่ที่เจ้านายแอบมองเด็กหนุ่มร่างบางแล้ว  

“เดี๋ยวนะ! คนเมื่อกี้ที่หิ้วเพื่อนกูไปมึงเรียกว่าเจ้านายงั้นเหรอแต่ไอ้คนนั้นมันใส่ชุดบ๋อยนี่หว่า หมายความว่ายังไงวะ!” ฟอนต์ถามกลับไปอย่างเอาเรื่อง ขึ้นกูขึ้นมึงอย่างลืมตัวเพราะโกรธจัด 

“ต้องขออภัยด้วยครับคนเมื่อสักครู่นี้เป็นเจ้าของผับ แต่แค่อยากมาช่วยงานลูกน้องเท่านั้น เชิญสนุกกันตามสบายครับ” เฉินบอกกับลูกค้าในร้านแล้วลากแขนฟอนต์ไปที่รถทันที  

เฉินสั่งให้ลูกน้องที่ตามอยู่ห่างๆ ไปส่งจ๋าที่บ้านด้วย ส่วนเขาจะไปจัดการเด็กแสบคนนี้สักหน่อย หึหึ! 

“ปล่อยผมสิลุง จะลากผมออกมาข้างนอกทำไมเนี่ย! แก่แล้วทำไมแรงเยอะจังวะ” ฟอนต์โวยวายเสียงดังลั่นแต่สู้เสียงเพลงด้านในไม่ได้เลย 

หลังจากที่เฉินสั่งให้ลูกน้องดูแลลูกค้าในร้านก็ไม่มีใครสนใจเสียงแหกปากของฟอนต์เลยสักคน 

“เงียบ!” เฉินพูดเสียงดังลั่น ตอนแรกฟอนต์ทำท่าจะอ้าปากโวยวายต่อแต่มือหนาของเฉินดันจับปลายกระบอกปืนมาจ่อตรงเอวของฟอนต์เอาไว้นะสิ 

ฟอนต์อ้าปากค้างทันที รับรู้ได้เลยว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะมากแถมเนื้อตัวก็สั่นเทาขึ้นมาเสียดื้อๆ  

“ไม่ซ่าต่อแล้วหรือไง” เฉินแกล้งถามเย้าแหย่ 

 

 

 

 

 

------------++++++++++---------- 

ความคิดเห็น