email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่สี่ วุ่นวาย

ชื่อตอน : บทที่สี่ วุ่นวาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 66

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ต.ค. 2563 13:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่สี่ วุ่นวาย
แบบอักษร

บทที่สี่ วุ่นวาย

 

“นางดูท่าทางจะสติไม่ดีนะ ใต้เท้า แม่หนูเอ๊ย...ช่างน่าสงสาร”

 

ทั้งสามคนต่างนั่งล้อมวงจ้องมองหญิงสาว ที่นอนหลับตาพริ้มภายใต้ผ้าห่มผืนหน้าผืนเดิม เนื้อตัวของนางเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อเม็ดเล็กโทรมทั่วกายจากพิษไข้ หญิงแก่ยกกระบะเล็กใส่น้ำพร้อมผ้าชุบเช็ดตัวของหญิงสาวผู้น่าสงสารให้นางได้สบายตัวขึ้น

 

“ยาของท่านอยู่ไหน” องค์รัชทายาทหันมองรอบห้องเพื่อหายาต้มของหญิงแก่ที่นางเอามาก่อนหน้านี้

 

“องค์…เอ่อ…ใต้เท้า” ซูคยองเกือบหลุดเรียกตำแหน่งขององค์รัชทายาทออกมาให้หญิงแก่ผู้นี้ได้ยิน จึงรีบเปลี่ยนสรรพนามขององค์รัชทายาทเสียใหม่ก่อน ที่จะว่าต่อ “ใต้เท้าจะทำอะไรหรือขอรับ”

 

องค์รัชทายาทมองหน้าซูคยองแต่ไม่ได้ตอบคำถามอะไร ได้เพียงแต่หันไปคุยกับหญิงแก่ต่อ

 

“ยาของนางอยู่ไหน”

 

“ข้าเอาไปเก็บไว้ในครัวแล้วเจ้าค่ะใต้เท้า มันเย็นชืดหมดแล้ว เดี๋ยวข้าจะไปต้มมาให้ท่านใหม่นะเจ้าคะ” องค์รัชทายาทตอบรับแต่โดยดี หญิงแก่พอพูดเช่นนั้นแล้วก็รีบปรี่ออกไปต้มยาด้านนอก เหลือเพียงองค์รัชทายาทและองครักษ์ที่นั่งขัดสมาธิมองอาการของหญิงสาวตัวเล็กในห้อง ตอนนี้ใบหน้าของนางช่างซีดเซียวเต็มไปด้วยเหงื่อท่วมทั้งตัวและคราบน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่ขาด

 

องค์รัชทายาทเอี้ยวตัวหยิบอ่างน้ำใบเล็กๆ นั้นมาวางไว้ข้างตัวชุบน้ำในอ่างนั้นก่อนจะบิดมันให้หมาดค่อยๆ เช็ดใบหน้าและเเขนของนาง พิษไข้ที่กำลังก่อตัวขึ้นของหญิงสาวร่างบางนั้นส่งผ่านมายังผ้าที่เปียกน้ำ จนรู้สึกได้ถึงไอร้อนจัดในร่างกาย ของหญิงสาว เช่นนั้นแล้วองค์รัชทายาทก็เริ่มมีสีหน้าดูเป็นกังวลขึ้นอย่างบอกไม่ถูก ผู้ที่ดูอากัปกิริยาของผู้เป็นนายอยู่ตลอดเวลาถึงกับต้องเอ่ยทักขึ้น

 

“พระองค์ทรงดูวิตกกังวลมากเลยนะพ่ะย่ะค่ะ”

 

“ข้าดูเป็นเช่นนั้นรึ” เมื่ออยู่กับองค์รัชทายาทสองต่อสองแล้วจึงเปลี่ยนสรรพนามเรียกขานเหมือนเดิม แล้วทักถามองค์รัชทายาทออกไปตามความอยากรู้ แต่องค์รัชทายาทกับเเสดงท่าทีเลิ่กลั่กเล็กน้อย และรีบปรับเปลี่ยนอิริยาบถของตนเองให้ปกติที่สุด แต่ก็ยังไม่วายเช็ดเนื้อตัวให้หญิงสาวต่อทำทีไม่สนใจ

 

“รักแรกพบหรือพ่ะย่ะค่ะ” อยู่ดีๆ ซูคยองก็โพล่งยิงคำถามตรงๆ ขึ้นมาทำให้องค์รัชทายาทยิ่งเลิ่กลั่กไปใหญ่ ยิ่งทำให้ซูคยองหรี่ตาข้างหนึ่งลงอย่าจับผิดองค์รัชทายาท

 

“ยะ…หยุดมองข้าเช่นนั้นนะ ซูคยอง รักแรกพบอะไรข้าไม่เชื่อเรื่องพรรค์นั้นหรอก”

 

“อื้มมมม งั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ” ซูคยองยกมือลูบไล้ค้างของตนเองอย่างพินิจพิเคราะห์อากัปกิริยาขององค์รัชทายาทที่ทรงแสดงออกมาสวนทางกับปากของพระองค์เอง พลางหรี่ตาลงอีกครั้งอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่องค์รัชทายาทพูดออกมา

 

“เจ้าพูดมากจริงเลย เอ้า! เอาไปเช็ดตัวให้นางแทนข้า” องค์รัชทายาทยื่นอ่างน้ำที่ด้านในมีผ้าลอยแช่อยู่ให้ซูคยองจนเจ้าตัวเกือบจะรับเอาไว้ไม่ทัน

 

พระองค์ทรงกำลังโมโหกลบเกลื่อนอยู่สินะ

 

ซูคยองคิดได้เช่นนั้นก็พลางยิ้มออกมาอย่างขำขัน องค์รัชทายาทมีความรักนั้นเรื่องราวมันจะออกมาอีท่าไหนนะ คนนิสัยใจร้อน เย็นชากับทุกคนไม่ว่าจะกับเสด็จพ่อของตัวเองนั้น จะมีความรักกับหญิงสาวงั้นหรือ ช่างน่าสนใจยิ่ง แต่ถึงอย่างไรซูคยองก็แอบกลัว หากเป็นความรักของวัยรุ่นที่ไม่จริงจังก็คงจะดี อย่างน้อยก็ทำให้องค์รัชทายาทได้รู้จักที่จะรักใครเป็นบ้าง แต่หากทรงจริงจังขึ้นมา คงต้องเป็นเรื่องราวใหญ่แน่ หากหญิงคนนี้เป็นเพียงแค่สามัญชน หรือไพร่

 

“เจ้าเหม่ออะไรอยู่ รีบเช็ดตัวให้นางสิ เหงื่อนางออกเต็มไปหมดแล้ว”

 

“อ๊ะ! พ่ะย่ะค่ะ” ซูคยองหลุดออกจากภวังค์ เมื่ององค์รัชทายาทส่งเสียงเรียก แล้วรีบจับผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้ “นางขยับตัวแล้วพ่ะย่ะค่ะองค์รัชทายาท!” ทั้งคู่รีบปรี่คลานเข้าไปหาหญิงสาวร่างบางที่ค่อยๆ ปรือตาขึ้นใกล้ๆ

 

หญิงสาวร่างบางภายใต้ผ้าห่มลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่ามีหน้าของชายสองคนก้มมองนางในระยะประชิด ทำให้นางตกใจกรีดร้องออกมาอีกรอบ นางเด้งตัวพรวดอีกครั้ง ทำให้หน้าผากของนางชนเข้ากับหน้าผากของชายแปลกหน้าสองคนเต็มแรง เจ็บกันถ้วนหน้า

 

“กรี๊ดดดด!”

 

ปั๊ก!!

 

“โอ๊ยยย!”

 

“อักก!”

 

ทุกคนต่างก้มจับหน้าผากของตัวเองที่โปนปูดออกมา ร้องโอดโอยกันจ้าละหวั่น จนหญิงแก่ที่ต้มยาอยู่ด้านนอกต้องวิ่งเปิดประตูเข้ามาดูเหตุการณ์

 

“เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะใต้เท้า!”

 

ถึงหญิงสาวจะยังคงมีพิษไข้อยู่ ดูอ่อนแรงไปมากแต่ก็ยังมิวายใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่แผลงฤทธิ์เดช ในระหว่างที่ทั้งซูคยอง และองค์รัชทายาทต่างนั่งกุมหน้าผากด้วยความเจ็บปวด หญิงสาวรีบลุกพรวดคิดจะหนีออกไปข้างนอกอีกรอบ แต่องค์รัชทายาทกลับคว้าแขนไว้ได้ทันกระฉากแขนของนางไม่ให้หนี จนร่างของหญิงสาวที่ไร้เรี่ยวแรงอยู่แล้ว ปลิวตามแรงขององค์รัชทายาทขาพับล้มลงมานั่งทับบนตักขององค์รัชทายาท ระหว่างที่นางดิ้นเป็นปลาไหลขาดน้ำ มือของนางพลันสะบัดไปโดนหน้าของซูคยองที่นั่งมึนอยู่ข้างๆ องค์รัชทายาทอย่างจัง จนเลือกำดาวไหล

 

“โอ๊ย!”

 

องค์รัชทายาทเห็นเช่นนั้นเลยรีบล็อกตัวของนางโดยการกอดนางแน่นไม่ให้ดิ้นหนีได้อีก

 

“ตื่นขึ้นมาเจ้าก็แผลงฤทธิ์เลยนะ!”

 

“ปล่อยฉันนะ ไอ้พวกบ้า! ออกไปไกลๆ ฉันนะ!” หญิงสาวยังคงดิ้นไม่หยุด แต่นางก็เริ่มหมดแรง เพราะพิษไข้ นางเริ่มหายใจหอบถี่ นางเริ่มเหนื่อยอ่อน แต่ยังคงไม่ยอมหยุดดิ้นเสียทีเดียว ซูคยองได้แต่ลูบหน้าผากตัวเองปอยๆ เช็ดคราบเลือดที่จมูก แล้วร้องซี๊ดเบาๆ เพราะเจ็บ ซูคยองเห็นท่าไม่ดี  ลุกขึ้นเดินไปยืนข้างๆ หญิงแก่ เกรงว่าจะโดนลูกหลงจากฤทธิ์นางอีกรอบ ปล่อยให้องค์รัชทายาทรับมือแทน

 

“เจ้าใจเย็นก่อน ไม่มีใครในนี้คิดจะทำร้ายเจ้าเลยนะ ข้าช่วยเจ้านะ ไม่งั้นเจ้าตายเป็นผีเฝ้าป่าไปแล้ว!”

 

อยู่ดีๆ หญิงสาวก็นิ่งไปเสียดื้อๆ หลังจากองค์รัชทายาทพูดประโยคนั้นจบ แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่นางทำนั้นเป็นเพียงหลุมพราง

 

“อ๊ากกกกกกก!”

 

“ใต้เท้า! /ใต้เท้า!”

 

หญิงสาวใช้ทีเผลอก้มกัดเข้าไปที่ท่อนแขนขององค์รัชทายาทเต็มแรง จนองค์รัชทายาทร้องลั่น หวังเพื่อจะหลุดออกจากอ้อมแขนที่รัดนางอยู่อย่างกับกาวแต่ก็ไม่เป็นผล

 

ทั้งสองที่ยืนดูอยู่ต่างตกใจสุดขีดโดยเฉพาะซูคยอง หากองค์รัชทายาทกลับเข้าวังหลวงโดยมีบาดแผลเพิ่มอีก กลัวจะเป็นเรื่องใหญ่เนี่ยสิ

 

“ปล่อยฉ้านนน! ฉันจะกลับบ้าน!”

 

“หยุด! ข้าบอกให้หยุด!!” องค์รัชทายาทตะคอกจนสุดเสียงด้วยความโมโหถึงขีดสุด ทุกคนในห้องสะดุ้งโหยงเงียบกริบ จากที่นางดิ้นอยู่ถึงกับต้องหยุดนิ่งไปโดยปริยาย เพราะรู้สึกว่ามีรังสีอำมหิตน่ากลัวจากในน้ำเสียงนั้นแผ่ไปทั่วห้องเล็กๆ นี่จนน่าขนลุก “หากข้าปล่อยเจ้า เจ้าต้องสัญญากับข้าว่าจะไม่วิ่งหนี ไม่โวยวาย ไม่ทำร้ายผู้อื่น” นางเงียบไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังชั่งใจว่าจะเชื่อคนผู้นี้ดี หรือ พอเขาปล่อยนางก็จะรีบวิ่งหนีไปเลยดี เหมือนองค์รัชทายาทจะเดาความคิดหญิงสาวออก “อย่ามีเล่ห์เหลี่ยมกับข้า หากข้าปล่อยแล้วเจ้าคิดหนี ข้าจะดึงดาบที่อยู่ในฝักของชายผู้นั้น ปาดคอเจ้าทันที เจ้ารู้หรือไม่ ดาบของชายผู้นั้นคมมากจนเจ้านึกไม่ถึงเลยล่ะ” คำพูดที่องค์รัชทายาทพ่นใส่หญิงสาวร่างบางนั้นทำำให้คนที่ได้ยินชาวูบราวกับถูกภูเขาน้ำแข็งหล่นทับ ซูคยองกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อกเลยทีเดียว

 

หญิงสาวร่างบางหันไปมองดาบของซูคยองที่ห้อยอยู่ที่เอวของเขา สลับมองหน้าชายหนุ่ม ซูคยองก็พยักหน้าเป็นนัยๆ ว่าเชื่อฟังเถิด ชายผู้นี้เอาจริงนะ เห็นเช่นนั้นแล้วหญิงสาวก็พยักหน้าตอบกลับองค์รัชทายาทอย่างจำนน

 

องค์รัชทายาทคลายมือออกจากหญิงสาวร่างบางแต่พระองค์ก็ยังคงมองหญิงสาวไม่ละสายตา กลัวว่านางคิดจะหนีอีก จนในที่สุดนางก็ลุกออกจากตักขององค์รัชทายาทแล้วไปนั่งต่อหน้าองค์รัชทายาทโดยไม่แผลงฤทธิ์สงอะไร

 

นางใช้แขนเล็กโอบกอดตัวเองเอาไว้ เพราะพิษไข้ของนางที่ทำให้นางหนาวสั่น ประจวบกับหญิงสาวนั้นยังคงใส่แค่ซอกีมา เพียงตัวเดียว พลันองค์รัชทายาทก็หน้าขึ้นสีอีกรอบเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเมื่อกี้พระองค์กอดนางทั้งๆ ที่นางใส่เพียงผ้าบ้างๆปกปิดร่างกายเพียงผืนเดียวจึงรีบควานหาผ้าห่มมาถือไว้กะจะเอามาคลุมให้หญิงสาว

 

“คุณจะทำอะไรของคุณน่ะ!” นางกระเถิบตัวถอยหนีไปเล็กน้อย เมื่อองค์รัชทายาทเริ่มกระเถิบเข้ามาใกล้เกินความจำเป็น ถึงหญิงสาวจะพ่นคำบางคำที่ฟังไม่รู้เรื่อง แต่ก็พอจับใจความได้ว่านางกำลังหมายถึงอะไร จึงตอบกลับหญิงสาวไปตรงๆ นางจะได้ไม่กระเถิบหนีอีก

 

“ข้าจะห่มผ้าให้เจ้า เห็นเจ้าตัวสั่นเทาจากพิษไข้ อีกอย่างเจ้าเปลือยอยู่” หญิงสาวร่างบางไม่ได้ตอบรับและก็ไม่ปฏิเสธองค์รัชทายาท จึงนำผ้าห่มคลุมตัวนางไว้มิด หญิงสาวยังคงมองตามองค์รัชทายาทอย่างหวาดระแวง “ท่านป้า ยาของท่านอยู่ที่ไหน ไปนำมาให้นางดื่ม”

 

“ได้เจ้าค่ะใต้เท้า” หญิงแก่รับคำขององค์รัชทายาทแล้วเดินออกจากห้องเพื่อไปนำยาต้ม เข้ามาให้หญิงสาวได้ดื่ม

 

“เอาล่ะ…”

 

“เดี๋ยว! คุณอย่าพึ่งพูดอะไรทั้งสิ้น ฉันขอเรียบเรียงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อน” องค์รัชทายาทเงียบไปตามคำขอของหญิงสาว

 

หญิงสาวนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้งตั้งแต่นางคิดฆ่าตัวตาย และเจอชายแปลกหน้าพูดจาประหลาด ก่อนที่จะโดนโยนลงมาจากตึก จนกระทั้งตื่นขึ้นมาในห้องนี้ พร้อมกับชายสองคนและหญิงแก่หนึ่งคน ต่างแต่ตัวประหลาดพูดจาประหลาดๆ สถานที่ี่ี่ก็ประหลาดเหมือนซีรี่ย์โบราณที่นางเคยดู...หรือ…ว่า

 

“ฉันทะลุมางั้นเหรอ แล้วสรุปฉันตายรึยัง!”

 

“ถ้าหากเจ้าตาย เจ้าคงไม่นั่งอยู่ที่นี่ เราช่วยเจ้าออกมาจากป่าสภาพดูไม่ได้ เหมือนเจ้าตอนนี้ แล้วที่เจ้าพูด ทะลุ? ทะลุอะไร ต้นไม้รึ” ซูคยองแย้งขึ้น

 

“ฉันขอ ออกไปดูด้านนอกได้มั้ย” หญิงสาวไม่ได้สนใจคำถามนั้นแต่เปลี่ยนไปถามซูคยองกลับ พอซูคยองได้ยินคำขอของนาง องครักษ์จึงหันไปมองหน้าองค์รัชทายาท

 

“ฉันจะไม่หนี ฉันสัญญา”

 

“ซูคยอง พานางไป ห่มผ้าให้นางมิดชิดด้วย”​

 

หลังจากพูดจบองค์รัชทายาทก็เเอบลูบเเขนของตนเอง              องค์รัชทายาทใช้เเรงเเขนข้างที่เจ็บอยู่ ของตนมากเกินไปกับการจับตัวนางผู้นี้ให้อยู่นิ่งเมื่อครู่ จนทำให้บาเเผลฉีกเเสบเเปร๊บขึ้นมาทันที เพียงไม่นานก็มีเลือดซึมออกมาจากปาดเเผลทะลุออกมาขึ้นเป็นดวงบนเเขนเสื้อ แต่องค์รัชทายาทก็พยายามเก็บอาการ

 

“ขอรับใต้เท้า” ซูคยองเดินมาประคองนางให้ค่อยๆ ลุกขึ้น ก่อนจะพากันเดินไปเลื่อนประตูพบกับความจริงด้านนอก

 

หญิงสาวมองสำรวจภายนอกแล้วเบิกตาโพลงตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น ชายกับหญิงชาวบ้านที่เดินสวนกันผ่านกำแพงบ้านซอมซ่อ หลังนี้ ทุกคนต่างใส่ชุดฮันบกโบราณ ทั้งเด็กเล็กถักเปียทรงเดียวกันต่างวิ่งเล่นสวนกันไปมา ทั้งบ้านช่อง ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เก่าและโบราณ นางพยายามมองหาตึกรามให้แน่ใจว่านางอาจจะคิดไปเอง แต่สิ่งที่พบกับมีเพียงท้องฟ้าสีครามขาวนวลกับปุยเมฆเคลื่อนลอยไปตามสายลมและหมู่นกน้อยที่บินว่อนรับแสงอรุณยามเช้า นางแทบจะลมจับอีกรอบเมื่อได้รับรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันคือเรื่องจริง

 

มันคือเรื่องจริงงั้นเหรอ!

 

“ตะ ตอนนี้ เป็นแผ่นดิน…ขะ..ของใคร” นางพูดตะกุกตะกัก กำลังอึ้งกับสิ่งที่เห็นอยู่ จนได้ยินประโยคต่อไปอึ้งกิมกี่กว่าเดิม

 

“เจ้าไม่รู้จักพระเจ้าจุงจงงั้นรึ เจ้าไม่รู้จักกษัตริย์ของแผ่นดินเกิดตนเองได้อย่างไรกัน เอ๊า! เป็นอะไรไปอีก” นางถึงกับขาอ่อนแรงทรุดลงนั่งทันทีจนองค์รัชทายาทต้องลุกขึ้นมาช่วยประคองให้ยืนขึ้น

 

“ยามาแล้วแม่หนู พานางเข้าไปด้านในเถิดเดียวข้าจะได้ป้อนยานาง”

 

ทั้งสองคนต่างพยุงปีกของหญิงสาวเข้าข้างใน พร้อมกับหญิงแก่ที่ถือถาดยาต้มตามหลังเข้ามานั่ง

 

“เจ้าชื่ออะไร” องค์รัชทายาทถาม

 

“ซอกียอง…เกิดอะไรขึ้นกับแกเนี๊ย!” อันที่จริงนางไม่ได้ฟังเสียด้วยซ้ำ แต่บังเอิญนางพูดขึ้นมาลอยๆกับตัวเอง แล้วบังเอิญเป็นคำตอบพอดี

 

สภาพของนางตอนนี้ดวงตาดูเหม่อลอยเหมือนคนเสียสติไปแล้ว ทั้งสามคนต่างมองหน้ากันอย่างมิได้นัดหมาย นางผู้นี้คงใกล้จะเป็นบ้าไปแล้วจริงๆ

 

 

 

เจอนางทีไรเจ็บตัวทุกทีเลย ขวัญเอ๊ยขวัญเรียม พ่ามมม! ฮ่าๆๆ

 

 

 

ความคิดเห็น