email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chan's Children เด็กของชาน ตอนที่ 6

ชื่อตอน : Chan's Children เด็กของชาน ตอนที่ 6

คำค้น : เด็กของชาน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2564 15:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chan's Children เด็กของชาน ตอนที่ 6
แบบอักษร

 

 

 

 

 

AuThor : นามิ 

 

 

 

 

 

ตอนที่ 6 

 

 

 

 

 

“กว่าจะมาได้นะ” เหมราชเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นลูกชายเดินเข้ามาในห้องเป็นคนสุดท้าย หรือพูดง่ายๆ คือชานมาช้าที่สุด  

เขาไม่สนใจที่ถูกดุต่อหน้าลูกน้องเพราะมุ่งความสนใจไปที่หญิงวัยกลางตรงหน้าที่เป็นถึงมารดา เธอส่งยิ้มให้ลูกชายคนเล็ก 

“ม้ามาตอนไหนเนี่ย” ชานถามมารดากลับไป วิชุดาเดินมานั่งข้างๆ ก่อนจะกอดแขนลูกชายเอาไว้ 

“ม้าเบื่อเจ้าชุนที่เอาแต่เห่อลูกเลยมาหาชานดีกว่า เพิ่งมาถึงเมื่อไม่นานนี้เอง” วิชุดาตอบกลับไป 

“แล้วม้าไม่คิดถึงหลานหรือไงถึงได้มาหาผมที่บ้านเนี่ย” ชานถามกลับไป 

“ก็คิดถึงแต่ม้าอยากให้ครอบครัวอยู่ด้วยกันไปก่อนเพราะชุนมีบินไปต่างประเทศตั้งหนึ่งเดือน” วิชุดาอธิบายให้ฟัง แฝดสี่ต้องไปพร้อมกันทั้งหมด คงมีแต่ชานที่มีปัญหาคนเดียวเพราะเขาไม่ค่อยชอบออกสังคมสักเท่าไหร่ แต่กับไอ้คนนั้นชานต้องไปเพราะจะตามไปจับมันมาเข้าคุกให้ได้! 

“พักเรื่องชุนเอาไว้ก่อน ที่เรียกมาคุยวันนี้เพราะจะคุยเรื่องไปต่างประเทศนี่แหละ สรุปจะไปหรือเปล่าชาน” เหมราชถามขึ้น 

“ผมไม่อยากไปหรอกแต่มันดันมาขู่ผมไง เสืออย่างผมคงไม่อยู่ในถ้ำนิ่งเฉยหรอกครับ” ชานตอบกลับไป  

“ความจริงพี่ของแกพร้อมเดินทางแล้วนะ ไม่ไปพรุ่งนี้กันล่ะ” เหมราชถามขึ้นเพราะยังไงสัปดาห์หน้าก็ต้องเดินทางกันแล้ว  

จู่ๆ เขาก็นึกถึงเด็กตาใสบนห้องขึ้นมาเสียอย่างนั้น ชานไปฉุดมาโดยที่ลืมไปเสียสนิทว่าต้องไปต่างประเทศในสัปดาห์หน้า 

“ที่คิดมากเนี่ยเพราะเด็กคนที่มาพาด้วยหรือเปล่า” เหมราชถามออกมาทำให้ชานชะงักไปนิด ส่วนวิชุดาก็คิ้วขมวดขึ้นมาทันที 

“ไอ้ชานฉันจับไต๋แกได้ขนาดนี้แกยอมรับมาซะดีๆ ว่าแกเป็นห่วงเด็กคนนั้น ไม่งั้นแกไม่เสียศูนย์แบบนี้หรอก ปกติแกเคยมานั่งห่วงเด็กในสต๊อกที่ไหน” เหมราชพูดออกมาอีกชานนวดขมับเบาๆ  

“ไม่รู้ทำไมเหมือนกันครับป๊าทั้งที่คิดเอาไว้แล้วว่าพอกินเสร็จก็จะเขี่ยทิ้ง น้องไม่ได้เรียกร้องให้รับผิดชอบตามที่ผมต้องการแต่พอเป็นแบบที่ต้องการ ผมดันไม่ชอบใจจนต้องฉุดมาอยู่ด้วยนี่แหละ” ชานพูดออกมาอย่างไม่อาย  

“ฉันให้คำปรึกษาไม่ค่อยได้หรอกนะเพราะตัวฉันเองก็ไม่เคยสัมผัสเรื่องแบบนี้เหมือนกัน” เหมราชตอบลูกชายกลับไป  

“สรุปแกจะไปตามวันที่กำหนดไว้ใช่ไหม แล้วเด็กนั่นค่อยให้คุณหญิงมาอยู่เป็นเพื่อนก็แล้วกัน” เหมราชถามขึ้น 

“ใช่ครับ” ชานตอบกลับไปเหมราชพยักหน้ารับเพราะเรื่องนี้เป็นสิทธิ์ของชานเอง เหมราชเพียงแค่ให้คำปรึกษาเท่านั้น.... 

“งั้นเดี๋ยวม้าขึ้นไปทำความรู้จักกับเด็กคนนั้นบนห้องนะชาน” วิชุดาเมินกับสิ่งที่เหมราชพูดและขึ้นไปหาร่างเล็กบนห้องทันที 

“ยิ้มอะไร” เหมราชถามขึ้นที่ชานยิ้มออกมาโดยไม่มีสาเหตุ 

“โดนคุณหญิงเมิน” ชานตอบกลับยิ้มๆ  

“รีบๆ ง้อนะครับคุณเหมราช ก่อนที่คุณหญิงจะหาผัวใหม่ ชุนโทรมาบอกว่ามีคนตามจีบคุณหญิงด้วย” ชานแกล้งพูดออกไป ที่พูดไปก็เพื่อกระตุ้นให้บิดาตามง้อขอคืนดีกันสักที  

“นั่นมันเรื่องของฉัน” เหมราชสวนกลับไป 

“งั้นก็เป็นสัปดาห์หน้าที่ออกเดินทางอย่าลืมว่าต้องมีสติเสมอ  แกถูกมันหมายหัวไว้อยู่ระวังตัวด้วยเพราะคือถิ่นศัตรูหมายเลขหนึ่งของแกเลยนะ” เหมราชบอกเสียงจริงจัง ชานตอบรับไป 

“คุณเฉินตามดูความเรียบร้อยเพิ่มเติมนะครับ รายละเอียดมีเท่าไหร่เก็บให้เรียบ!” เหมราชบอกกับมือขวาของชานเพราะเฉินเป็นมือขวาที่ทำงานได้ดีเกินคาด  

“ครับคุณเหม” เฉินน้อมรับคำสั่งเพราะถึงแม้เหมราชไม่บอกเฉินก็ตั้งใจจะทำแบบนั้นอยู่แล้ว 

“ส่วนคุณบอลรบกวนช่วยจับตาดูลูกน้องของมันด้วยนะครับ ผมกลัวพวกมันเล่นไม่ซื่อ” เหมราชหันไปบอกมือซ้ายของชานบ้าง  

“ส่วนแกชาน ฉันเชื่อใจแกเสมอว่าการไปถิ่นศัตรูครั้งนี้แกจะชนะ อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ” เหมราชหันมาพูดกับลูกชายพร้อมกับตบไหล่เบาๆ ชานยิ้มรับก่อนจะคุยเรื่องอื่นต่อ  

จนเมื่อคุยงานเสร็จเหมราชก็ให้ลูกน้องไปพักผ่อนชานจึงนั่งคุยเรื่องอื่นกับเหมราชต่อจนเห็นน้ำเดินลงจากห้องพร้อมกับมารดา  

น้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดธรรมดาแล้วเพราะก่อนหน้านั้นยังใส่ชุดทำงานอยู่เพราะถูกฉุดถึงที่ทำงานเลย 

ย้อนกลับมาที่น้ำที่กำลังเดินสำรวจห้องอยู่ก็มีคนเคาะประตูจึงเดินไปเปิดและเห็นเป็นหญิงวัยกลางคนหนึ่งอยู่หน้าห้อง 

วิชุดาแนะนำตัวให้รู้ว่าเป็นแม่ของชาน น้ำจึงแนะนำตัวเองกลับบ้าง ทีนี้วิชุดาก็ถามเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นใหญ่เลยจนน้ำทำตัวไม่ถูกและไม่รู้จะพูดออกไปยังไงด้วย  

จุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดคือน้ำเป็นคนเริ่มและน้ำกับชานก็มีอะไรกัน จุดนี้แหละที่น้ำไม่กล้าพูดออกมาแต่วิชุดารู้ทันเลยพูดตะล่อมให้น้ำบอกเล่าให้ฟังจนได้ 

“เดี๋ยวม้าจะพาหนูน้ำออกไปซื้อเสื้อผ้าและของใช้นะ” วิชุดาเมินเหมราชตามเคย น้ำยกมือไหว้เหมราชเพราะยังไม่ทันเจอหน้าก็ถูกพาขึ้นไปบนห้องก่อน เหมราชพยักหน้ารับไหว้ 

“เดี๋ยวผมพาไปเองครับ” ชานอาสาพาไป ไม่รู้ทำไมพอเห็นเด็กน้อยเมินเขาแบบนี้มันรู้สึกคันยุกยิกที่หัวใจยังไงก็ไม่รู้ 

“แกอย่าลืมว่าต้องไปคุยงานต่อกับฉันนะชาน ครั้งที่แล้วแกเบี้ยวให้ฉันไปคนเดียว ครั้งนี้แกต้องไป” เหมราชพูดเสียงเข้ม  

“หึ! ทำเป็นใช้เสียงเข้ม หนูน้ำเดี๋ยวม้าพาไปช็อปปิ้งดีกว่าจ้ะ” วิชุดาไม่วายพูดแขวะใส่อดีตสามีแล้วจูงมือพาน้ำไปที่รถ  

“เป็นยังไงครับคุณเหมโดนอดีตภรรยาพูดกระแทกใส่แบบนี้เจ็บหรือเปล่า” ชานถามบิดากลับไปอย่างล้อเลียน  

เหมราชและชุนนั้นปากแข็งพอกันทั้งพ่อทั้งลูก แต่ดูท่าแล้วเหมราชคงจะปากแข็งมากกว่าเพราะไม่ยอมสารภาพความในใจกับวิชุดาสักที  

จนตอนนี้พวกเขาสี่พี่น้องอายุปาไปยี่สิบเจ็ดปีแล้ว ยังไม่บอกวิชุดาไปเลยว่ารักมากแค่ไหน 

จะว่าไปก็ปากแข็งพอกันทั้งคู่นั่นแหละ! 

“ไม่ต้องมาทำเป็นแซ็วผมเลยครับคุณชาน คุณก็ถูกน้องเมินใส่เหมือนกัน” เหมราชแซ็วลูกชายกลับบ้าง ซึ่งจี้จุดชานมากเพราะน้ำไม่สนใจเขาเลยทั้งที่เขาเป็นเจ้าของบ้าน 

“ไปคุยงานกันได้แล้วครับคุณเหม” ชานพูดขึ้นและไปรอที่รถ เหมราชหัวเราะออกมาก่อนจะเดินตามลูกชายไป  

ชานขับรถพาเหมราชไปยังสถานที่นัดพบ ซึ่งเป็นถิ่นของศัตรูและทั้งคู่ก็ตั้งใจมาหยาบถึงถิ่นอยู่แล้ว พอลงจากรถเดินเข้าไปด้านในก็พบกับชายวัยกลางคนนั่งรออยู่ห้องรับแขก 

“สวัสดีครับคุณเหมคุณชาน เป็นเรื่องน่ายินดีที่ครั้งนี้คุณชานยอมมาด้วย” เกียรติเอ่ยทักทายตามมารยาทของเจ้าบ้าน ชานยิ้มออกมาก่อนจะยกมือไหว้ตามมารยาทที่เด็กเจอผู้ใหญ่เช่นกัน 

“แค่ขับรถผ่านเองครับเลยแวะมาทักทาย” ชานนั่งลงเก้าอี้ด้วยท่าทีสบาย ซึ่งต่างจากบิดาที่นั่งลงอย่างสุขุมและน่าเกรงขาม  

เหมราชตำหนิลูกชายในใจที่พูดออกไปแบบนั้น ถึงแม้จะเป็นศัตรูแต่เกียรติก็อายุมากกว่าจึงอยากให้นอบน้อมกับผู้ใหญ่กว่านี้ 

“เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ ที่คุณเกียรตินัดผมมาเพื่อตกลงอะไร” ชานเริ่มเข้าประเด็นหลักด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาอยากรีบคุยให้จบแล้วไปหาเด็กน้อยที่อยู่กับแม่เขาแล้ว 

“งั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะครับ ผมอยากให้คุณสองคนยกเลิกการซื้อขายธุรกิจนี้กับคุณเกริกและผมจะจ่ายค่าเสียหายทั้งหมดให้พวกคุณสามเท่าครับ” เกียรติเปิดประเด็นทันที ชานนิ่งไปเมื่อได้ยินแบบนั้นก่อนจะหันไปขอความเห็นของบิดา 

“ผมขอเหตุผลว่าทำไมผมต้องยกเลิกการซื้อขายกับคุณเกริกทั้งที่เขาก็เป็นพี่ชายคุณ ยังไงเงินก็ไหลเข้ากระเป๋าของคุณอยู่แล้วเพราะคุณร่วมหุ้นกับพี่ชาย” เหมราชพูดขึ้น ธุรกิจที่ซื้อขายกับเกริกนั้นเป็นธุรกิจสีเทา ซึ่งมันผิดกฎหมาย แต่คนอยู่เหนือกฎหมายแบบพวกเขานั้นทำได้เสมอ  

“ช่วงนี้ตำรวจนายใหญ่เข้มงวดและเรียกสินบนค่อนข้างเยอะ การนำเข้าสินค้าจะไม่ค่อยสะดวกเหมือนเมื่อก่อน ยิ่งถ้านำเข้ามาส่งให้พวกคุณเพื่อนำไปขายต่อจะยิ่งเสียค่าสินบนเยอะและโอกาสที่จะถูกตำรวจนายใหญ่จับยัดเข้าคุกก็เยอะพอกัน” เกียรติพูดไปตรงๆ 

ยิ่งถ้าเป็นตำรวจที่ตำแหน่งสูงก็สามารถเอาพวกเขาเข้าคุกได้เหมือนกันหรืออาจต้องติดสินบนหนักๆ ซึ่งจะเปลืองต้นทุนมาก 

“ขอตรงกว่านี้ครับพอดีผมรีบ” ชานพูดออกมาอย่างรำคาญ  

ชานเองก็เป็นคนใจร้อนไม่ต่างจากพี่ๆ พอมาได้ยินอีกฝ่ายพูดไม่เคลียร์สักทีเขาก็เริ่มรำคาญแล้ว 

“งั้นผมขอให้พวกคุณยกเลิกการซื้อขายสินค้าทุกอย่างกับคุณเกริกอย่างเด็ดขาดครับ” ชานรู้ว่านี่ไม่ใช่การขอร้องแต่คือการบังคับ  

“คิดว่าเหตุผลแค่นี้ผมจะยกเลิกการซื้อขายด้วยเหรอครับ” ชานถามเสียงเรียบ เกียรติเพียงแค่ยิ้มรับ 

“ผมก็ไม่ได้อยากซื้อขายด้วยตั้งแต่แรกหรอกครับ แต่บังเอิญพี่ชายของคุณนั้นยอมทิ้งศักดิ์ศรีก้มลงทราบแทบเท้าผมเพื่อให้ผมที่เป็นพ่อค้าคนกลางนำสิ่งที่ผิดกฎหมายและทำลายคนในประเทศเข้ามาขายในประเทศเพื่อให้ธุรกิจของคุณเกริกนั้นได้ไปต่อ แต่พอธุรกิจของคุณเติบโตไปได้ด้วยดีคุณก็คิดจะถีบหัวส่งพวกผมโดยเอาตำรวจมาอ้างเหรอครับ” ชานเอ่ยขึ้นยิ้มๆ จากที่นั่งชิลก็เข้าสู้โหมดจริงจัง เป็นเหมราชที่นั่งชิลแทนเพราะยกหน้าที่การตัดสินใจให้ชานแล้ว 

“ไอ้เรื่องถีบหัวส่งเป็นอย่างที่คุณชานเอ่ยออกมาครับเพราะพวกคุณหมดประโยชน์แล้วและเรื่องที่ผมเอาตำรวจมาอ้างมันคือเรื่องจริงครับ ผมไม่ได้โกหก ตำรวจชุดนี้พวกคุณก็รู้ว่าโหดแค่ไหน ผมไม่อยากให้มันโจ่งแจ้งจนเกินไปเลยต้องตัดพวกคุณออก” เกียรติพูดออกไปตรงๆ ชานแสยะยิ้มก่อนจะลุกขึ้น 

“แก๊งผมคือพยัคฆ์ที่แปลว่าเสือ ไม่ใช่เหยื่อครับคุณเกียรติ” ชานพูดจบก็ชวนเหมราชกลับทันที เดินออกมาถึงรถก็มีรถอีกคันขับมาจอดเทียบ ซึ่งคนที่ขับรถตามมานั้นคือเฉินและบอลนั่นเอง 

“ป๊าจะไปเคลียร์งานที่บริษัทต่อใช่ไหม” ชานหันไปถามบิดา เหมราชพยักหน้ารับ 

“งั้นรบกวนคุณบอลไปขับรถให้ป๊าทีนะครับ ส่วนคุณเฉินพาผมไปห้างครับ” ชานพูดสั่ง เหมราชก็แยกย้ายไปกับบอล  

ส่วนเฉินก็ขับรถพาชานออกไปยังห้างตามที่สั่งทันที 

“คุณชานไม่ค่อยชอบออกไปไหนโดยเฉพาะพื้นที่คนเยอะๆ ถ้าไปห้างตอนนี้มีหวังได้แตกตื่นกันแน่ครับ” เฉินพูดขึ้นเพราะมีลูกน้องบางส่วนขับรถตามมาด้วยและเวลาเดินห้างก็ตามประกบอยู่ห่างๆ ไหนจะการแต่งตัวอีก ผู้คนได้ตกใจกันพอดี ชานยิ้มออกมาก่อนจะโทรหาวิชุดาให้ไปทานข้าวที่ร้านประจำ  

ซึ่งร้านอาหารแห่งนี้เจ้าของร้านเป็นมาเฟีย รอไม่นานวิชุดาก็พาน้ำเดินเข้ามาในร้าน ชานนิ่งไปเมื่อเห็นน้ำในเสื้อผ้าชุดใหม่ที่แสนจะธรรมดาแต่ยอมรับว่าใส่แล้วเข้ากับรูปร่างมาก  

“สั่งข้าวมาหรือยังชาน” วิชุดาถามขึ้น 

“ยังเลยครับ ม้าสั่งเลยว่าจะทานอะไร” ชานบอกกับมารดา น้ำเห็นราคาแล้วจะเป็นลมเพราะแต่ละเมนูเทียบเท่าค่าแรงขั้นต่ำเลยถึงจะได้อาหารหนึ่งจาน บางเมนูต้องทำงานหลายวันด้วยซ้ำ 

“หนูน้ำสั่งเลยนะจ๊ะ เลือกทานตามสบายเลย” วิชุดาเอ่ยขึ้นเพราะรู้ว่าน้ำคงเกรงใจเมื่อเห็นราคาอาหาร 

“ครับ” น้ำตอบรับก่อนจะเปิดดูเมนูไปเรื่อยๆ มีแต่อาหารที่น่าทานทั้งนั้นและน้ำก็ไม่เคยทานอาหารหรูมาก่อนด้วย 

น้ำไม่รู้จะเลือกทานเมนูไหนดี เสียงวิชุดาและชานเลือกสั่งอาหารดังสลับกันขึ้น คงมีแต่น้ำที่ยังนั่งเงียบเพราะไม่รู้ว่าเมนูไหนจะอร่อยถูกปากบ้าง 

“เอาข้าวหน้าซูชิแซลมอนเพิ่มอีกสองที่ครับ” ชานสั่งเมนูจบก็มองร่างเล็กที่ทำหน้าเลิ่กลั่กอยู่ 

“เลือกได้ยังเอ่ยหนูน้ำว่าจะอยากทานอะไร” วิชุดาถามขึ้น 

“น้ำเลือกไม่ถูกเลยครับม้า ไม่รู้เมนูไหนจะถูกปากน้ำบ้าง” เด็กน้อยตอบกลับไปเสียงอ่อย ในใจก็กลัวชานจะต่อว่าที่เรื่องมากแต่น้ำเลือกไม่ถูกจริงๆ  

“น่ารักจังเลย ม้าอยากได้หนูน้ำมาเป็นลูกชายของม้าแทนเจ้าเสือแฝดสี่จริงๆ ลูกชายม้ามีแต่คนห่ามทั้งนั้นโดยเฉพาะเจ้าชุน” ชานรู้สึกเหมือนโดนพูดกระทบใส่ เพราะปากพูดถึงชุนพี่ชายคนโต แต่ทำไมสายตามารดาถึงได้มองหน้าเขากันนะ 

“ผมสั่งข้าวเผื่อน้องแล้วครับ” ชานบอกกับมารดา เขาไม่รู้หรอกว่ารสชาติจะถูกปากน้ำหรือเปล่า แต่รสชาติของอาหารก็ไม่ได้ถึงกับแย่ น้ำอาจจะชอบก็ได้ 

“ขอบคุณครับ” น้ำยกมือไหว้ชานอย่างมีมารยาท  

“หนูน้ำอายุเท่าไหร่แล้วเอ่ย” วิชุดาชวนคุยเมื่อเห็นน้ำเอาแต่นั่งหลบหน้าชานและชานก็เอาแต่จ้องหน้าน้ำด้วย ดูแล้วเหมือนน้ำจะยังกลัวชานอยู่ด้วย 

“สิบแปดปีแล้วครับ” น้ำตอบกลับไป 

“แสดงว่าจบมอหกแล้วทำงานเลยใช่ไหม ถึงไม่ได้เรียนต่อ” วิชุดาถามเหมือนสอบปากคำผู้ต้องสงสัย ชานไม่ได้ห้ามอะไรเพราะอยากฟังเหมือนกัน 

“คือน้ำจบแค่มอสามเองครับ ลุงกับป้าไม่มีเงินส่งเรียนน้ำเลยต้องทำงานแทน” น้ำตอบกลับไปด้วยความอาย ดูท่าแล้วทุกคนในร้านคงเรียนจบสูงกันทั้งนั้น  

คงมีแต่น้ำนี่แหละที่ต้อยต่ำกว่าคนอื่น.... 

“จบแค่มอสาม? แล้วหนูน้ำไม่อยากจะเรียนต่อเหรอ” วิชุดาถามความเห็นเพราะดูแล้วน้ำก็ไม่ใช่เด็กเกเร เป็นเด็กเรียนด้วยซ้ำ 

“อยากเรียนต่อครับ” น้ำพูดออกไปตรงๆ  

“แล้วหนูน้ำไม่ได้อยู่กับพ่อแม่เหรอจ๊ะ” วิชุดาคิดว่ามันต้องมีเงื่อนงำมากกว่านี้ ไม่งั้นน้ำคงไม่ได้เรียนจบแค่ชั้นมัธยมสามแน่ 

น้ำที่ได้ยินแบบนั้นก็ชะงักไปแล้วขอบตาก็ร้อนผ่าว 

“พ่อทิ้งแม่ไปตั้งแต่น้ำยังไม่เกิดเลยครับ พอแม่คลอดน้ำเสร็จก็ทิ้งน้ำไว้กับลุงและป้าแล้วหนีไปกับผู้ชาย” น้ำเม้มปากเอาไว้แล้วเล่าให้ฟังทำให้วิชุดาตกใจมาก 

“ม้าต้องขอโทษด้วยนะที่ถามเรื่องนี้” วิชุดาดึงน้ำเข้ามากอดและลูบหัวเบาๆ น้ำไม่ได้ร้องไห้เพราะกลั้นเอาไว้อยู่ 

“ไม่เป็นไรครับงั้นน้ำขอตัวไปเข้าห้องน้ำนะครับ” น้ำพูดจบก็ลุกออกไปทันที โชคดีที่ในห้องน้ำไม่มีใครอยู่ น้ำตาที่กลั้นเอาไว้ไม่ไหวจึงไหลออกมาอาบทั่วแก้ม  

ไม่ใช่ความผิดที่วิชุดาถามแบบนั้นเพราะเธอไม่รู้เรื่อง แต่ที่น้ำร้องไห้ก็เพราะพอเป็นเรื่องนี้ทีไรก็อดที่น้อยใจพ่อกับแม่ไม่ได้อยู่ดี 

ยอมรับว่าน้อยใจที่ถูกทิ้งไปแบบนี้ เหมือนเป็นคนไร้ค่าที่เกิดมาไม่มีใครต้องการอย่างที่ป้าพิณชอบพูดกระแทกใส่เป็นประจำ  

“เราคงจะไร้ค่าจริงๆ” น้ำพูดเสียงสั่น แต่แล้วร่างของน้ำก็ถูกดึงไปกอด น้ำจำกลิ่นน้ำหอมกลิ่นนี้ได้.... 

“เราอยู่ในห้องน้ำกันนะครับ” น้ำเงยหน้ามองผ่านกระจก ชานมองด้วยสายตานิ่งๆ แล้วอุ้มน้ำเข้ายังห้องน้ำด้านในสุด กดล็อกประตูเอาไว้แล้วอุ้มน้ำมานั่งตัก ชานเช็ดน้ำตาออกให้แล้วจูบลงที่ขมับนิ่งค้างไว้ น้ำยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิมและกำเสื้อชานแน่น  

ชานไม่ได้พูดอะไรปล่อยให้น้ำร้องไห้ออกมาอยู่อย่างนั้นจนเมื่อเสียงสะอื้นเงียบไปชานก็ดันร่างเล็กออกห่างเพื่อมองหน้า 

“คนเรามีค่าเสมอเมื่ออยู่ถูกที่” ชานพูดจบก็จูบลงที่เปลือกตาและนิ่งค้างเอาไว้อย่างนั้น 

“พี่จะทำอะไรครับ!” น้ำถามออกไปเมื่อมือของชานเริ่มเลื้อยไปตามร่างกาย สายตามองน้ำอย่างแทะโลมแล้วเชยคางมนขึ้นมารับจูบ ชานจับท้ายทอยของน้ำให้เชิดขึ้นรับจูบ  

ลิ้นร้อนกวาดไปทั่วริมฝีปากเลาะเล็มไปตามซี่ฟันจนทั่วปาก จากนั้นก็ไล่ต้อนลิ้นเล็กเกี่ยวพันกันจนเรียกเสียงครางจากคนบนตักได้เป็นอย่างดี ชานดูดปากอย่างแรงจนน้ำรู้สึกเจ็บและดันร่างใหญ่ออกห่าง  

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นเมื่อเห็นปากเรียวบวมเจ่อ มือหนาเลื่อนลงไปจับสะโพกกลมบดเบียดส่วนล่างของเขาจนน้ำสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่กำลังตื่นตัว  

ชานจูบต่อและออกแรงขยับสะโพกสวนขึ้นทำเอาน้ำตื่นตัวขึ้นมาบ้าง น้ำยกมือขึ้นปิดปากเมื่อได้ยินเสียงคนเดินมาเข้าห้องน้ำ  

ชานยิ้มร้ายก่อนจะจับตัวน้ำลงไปนั่งคุกเข่าตรงหน้าและชานก็รูดซิปกางเกงออกควักเอาส่วนที่ตื่นเต็มตัวออกมาสูดอากาศ  

“ทำให้มันสงบ” ชานออกคำสั่ง น้ำหน้าแดงขึ้นมาเมื่อได้ยินที่ชานสั่งให้ทำ เด็กน้อยมองหน้าชานอย่างอ้อนวอนเพราะสถานที่มันไม่สมควรและอีกอย่างน้ำไม่เคยทำแบบนี้ แถมยังทำไม่เป็นด้วย 

คนเข้าห้องน้ำมีมาเรื่อยๆ น้ำยิ่งใจเต้นแรงกลัวว่ามีคนมาเห็น ชานกดดันทางสายตาให้น้ำทำให้สักที 

//รีบทำให้มันสงบสิ แล้วพอกลับไปถึงบ้านนายไม่รอดแน่// ชานกระซิบบอกแค่นั้น น้ำรับรู้ชะตากรรมเลยว่าร่างกายต้องระบมแน่นอน ใช่ว่าน้ำจะไม่รู้ว่าต้องทำยังไงบ้างเพราะเคยศึกษามาบ้าง แต่ไม่เคยปฏิบัติจริงเลยสักครั้ง น้ำเอื้อมมือสั่นเทาไปจับส่วนใหญ่โตชักรูดเบาๆ เพียงแค่นั้นก็ผงาดชี้หน้าของน้ำแล้ว  

เด็กหนุ่มแลบลิ้นออกมาแล้วเลียไปยังส่วนหัว ปลายยอดมีน้ำปริ่มออกมาจนน้ำสัมผัสได้ถึงรสฝาดเล็กน้อยน้ำเลียส่วนหัวแค่เบาๆ ทำให้ชานครางในลำคออย่างพอใจ ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำแล้วน้ำจึงอ้าปากกว้างแล้วครอบลงไปยังส่วนแข็งขืนทีละนิด  

ชานช่วยโดยการกดหัวน้ำลงไป น้ำรู้สึกจุกที่คอเมื่อแก่นกายของชานขยายใหญ่จนคับปาก เข้าไปได้เพียงแค่ครึ่งลำเท่านั้นแล้วน้ำก็เริ่มขยับปาก ชานพอใจมากเพราะปกติเจอแต่พวกมืออาชีพเลยไม่ค่อยรู้สึก  

แต่พอเจอเด็กใสซื่อที่ไม่เคยทำให้ใครมาก่อนอาการเลยจะเงอะงะและพยายามเรียนรู้ที่จะทำให้ได้ ชานจึงพอใจมากกว่าหลายคนที่ผ่านมา น้ำเริ่มขยับเร็วขึ้นลิ้นก็ทำงานได้ดีจนชานแทบคลั่ง ถ้าไม่ติดว่าวิชุดามาด้วยเขาจะลากน้ำกลับบ้านแล้วฟัดให้จมเตียงเลย 

ชานจับหัวของน้ำให้ขยับเร็วขึ้นเมื่อเขาใกล้ปลดปล่อย น้ำจะอ้วกเพราะชานกดลงมาแรงมากจนส่วนหัวนั้นจุกที่ลำคอ น้ำจับมือชานออกจากหัวแล้วเป็นฝ่ายขยับรูดรั้งเร็วขึ้นจนผ่านไปไม่นานชานก็พ่นน้ำออกมาเต็มปากเรียว น้ำสำลักไปทันที  

ชานหยิบทิชชูมาเช็ดคราบที่แก่นกายและรูดซิปขึ้นแล้วเช็ดตามมุมปากให้กับน้ำเพราะเขาเป็นคนทำเลอะเอง ชานอุ้มร่างเล็กออกมาล้างหน้าข้างนอก  

น้ำได้แต่นั่งให้อีกฝ่ายทำตามอำเภอใจ ชานสั่งให้บ้วนปากน้ำก็ทำตาม พอบ้วนปากเสร็จชานก็เช็ดหน้าเช็ดตาให้  

เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยก็อุ้มร่างเล็กลงจากอ่างล้างหน้าแล้วพาออกไปจากห้องน้ำ แต่ระหว่างที่เดินออกมานั้น  

จู่ๆ ชานก็ก้มลงหอมแก้มน้ำไปหนึ่งฟอดแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น.... 

 

 

 

 

 

-------------++++++++++++------------- 

ความคิดเห็น