email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chan's Children เด็กของชาน ตอนที่ 5

ชื่อตอน : Chan's Children เด็กของชาน ตอนที่ 5

คำค้น : เด็กของชาน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2564 15:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chan's Children เด็กของชาน ตอนที่ 5
แบบอักษร

 

 

 

 

 

AuThor : นามิ 

 

 

 

 

ตอนที่ 5 

 

 

 

 

 

“ถ้าพรุ่งนี้อาการดีขึ้น มะรืนนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลได้ครับ” คุณหมอพูดขึ้นหลังจากตรวจอาการของน้ำในเช้าวันต่อมา  

เมื่อคืนน้ำละเมอนอนร้องไห้เกือบทั้งคืนจนชานที่เอางานมาทำที่โรงพยาบาลด้วยไม่เป็นอันทำงานเลย สภาพชานตอนนี้ดูแทบไม่ได้และพอหมอออกไปจากห้อง ชานก็เดินไปหาเด็กป่วยที่นั่งทานขนมอย่างเอร็ดอร่อย 

“เลอะปากหมดแล้วเนี่ย” ชานหยิบทิชชูเช็ดออกให้  

“หน้าแดงอะไรไอ้เปี๊ยก ที่เช็ดให้เพราะฉันเป็นคนรักสะอาด มันขวางหูขวางตาเวลาที่เห็นอะไรติดอยู่หน้า” ชานดีดหน้าผากเล็กกลับไป น้ำหน้าบูดเมื่อถูกขัดจังหวะการกินทั้งที่ตอนแรกจะซึ้งอยู่แล้วเชียวแต่พอชานพูดออกมาแบบนั้นน้ำไม่ชอบใจเลย 

“ผมไม่ได้ชื่อเปี๊ยกสักหน่อย” น้ำพูดออกมาเสียงยุ่ง  

“ผมสูงตั้งร้อยหกสิบห้าเลยนะครับ” น้ำพูดออกมาอีก จะว่าไปน้ำกับฟอนต์ก็สูงไล่เลี่ยกันเลยแต่ความแสบนั้นสู้ฟอนต์ไม่ได้เลย 

พอบอกความสูงออกไปก็ถูกชานดีดหน้าผากอีกครั้ง น้ำยกมือขึ้นมาจับหน้าผากเพราะรู้สึกเจ็บ 

“ผู้ชายส่วนใหญ่มีแต่สูงเกินร้อยเจ็ดสิบทั้งนั้นแหละ ไม่แคระแบบนายหรอก” ชานพูดหยามใส่หน้า น้ำกำหมัดแน่นเกือบเสยไปที่มุมปากแล้วแต่ยั้งมือเอาไว้ทันเพราะนึกขึ้นได้อีกฝ่ายเป็นมาเฟีย 

น้ำจึงไม่โต้ตอบกลับไปและทานขนมต่อ ไม่สนใจคนรอบข้างแบบนี้ชานรู้เลยว่าถูกงอนใส่เสียแล้ว เสียงเปิดประตูดังขึ้นน้ำหันไปมองก็พบว่าเป็นจ๋าและฟอนต์ที่มาเยี่ยมแถมพ่วงน้องจี้มาด้วย  

“สวัสดีครับพี่จ๋า คุณตาคุณยายมาส่งน้องจี้แล้วเหรอครับ” น้ำถามกลับไป น้องจี้วิ่งดุกดิกไปหาน้ำมองมือน้ำที่จิ้มน้ำเกลืออยู่ 

“พี่น้ำเป็นอะไรคะ” น้องจี้ถามขึ้นทำให้น้ำเอ็นดูมาก น้ำเคยเลี้ยงน้องจี้มาด้วยจึงรักและเอ็นดูเป็นพิเศษ 

“พี่ไม่สบายครับเลยต้องนอนโรงพยาบาล” น้ำตอบกลับไป 

“หายเร็วๆ นะคะน้องจี้เป็นกำลังใจให้ค่ะ” น้องจี้ส่งยิ้มหวานให้น้ำรู้สึกมันเขี้ยวเป็นอย่างมาก 

“น้องจี้น่ารักจังเลย น้ำขอน้องจี้มาเป็นลูกได้ไหมครับ” น้ำส่งสายตาอ้อนวอนทำให้จ๋าหัวเราะออกมาก่อนจะดึงน้องจี้เข้าไปกอด 

“ไม่ได้หรอกน้ำกว่าพี่จะเบ่งออกมาได้” จ๋าพูดออกมาและกอดลูกสาวแน่น 

“หมอให้ออกจากโรง’บาลวันไหนเหรอน้ำ” ฟอนต์ถามขึ้น 

“ถ้าพรุ่งนี้ไข้ลดลงก็เป็นวันมะรืนเลย” น้ำตอบกลับไป  

“พี่จ๋าครับนั่นพี่ชาน” น้ำชี้ไปยังร่างสูงที่นั่งทำงานอยู่มุมห้อง ชานเงยหน้าจากเอกสารแล้วยกมือไหว้เพราะดูแล้วจ๋าอายุมากกว่า  

จ๋ารับไหว้อย่างเกร็งๆ เพราะไม่คิดว่าชานจะยกมือไหว้ก่อน 

“คนนี้ชื่อพี่จ๋าครับเป็นผู้จัดการที่ผมทำงานอยู่” น้ำแนะนำตัวจ๋าให้ชานรู้จัก  

“ตามสบายเลยนะครับ” ชานตอบแค่นั้นแล้วนั่งทำงานต่อ 

บรรยากาศเงียบลงอย่างเห็นได้ชัดจนน้ำก็ไม่กล้าชวนคุยต่อ น้องจี้คงกลัวชานมากที่สุดเพราะชานไม่ยิ้มหรือพูดอะไรต่อเลย 

“น้ำจะลาออกจริงๆ เหรอ” จ๋าถามขึ้น น้ำเองก็ทำงานกับเธอมาสามปีกว่าแล้ว เธอรักน้ำเหมือนน้องชายคนหนึ่งเลยด้วยซ้ำ 

“แล้วน้ำจะไปทำงานที่ไหนวุฒิก็มีแค่มอสามเอง ไหนจะถูกไล่ออกจากบ้านอีกแล้วจะไปอยู่กับฟอนต์ก่อนเหรอ” จ๋าถามกลับไปด้วยความเป็นห่วง น้ำเป็นเด็กที่น่ารักและพูดจารู้จักกาลเทศะด้วย  

ไม่รู้ถ้าไปทำงานที่อื่นเขาจะเอ็นดูแบบนี้หรือเปล่า 

“ย้ายมาอยู่กับพี่ได้นะ พี่อยู่กับน้องจี้แค่สองคนเอง น้องจี้จะได้มีเพื่อนด้วย” จ๋าพูดแบบนี้ไปหลายรอบแล้วแต่เด็กสองคนก็เอาแต่เกรงใจและไปอยู่ห้องเช่าด้วยกันอีก 

“พวกเราไม่รบกวนดีกว่าครับ” ฟอนต์ปฏิเสธตามเคย 

“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงครับเดี๋ยวผมให้น้องย้ายมาอยู่กับผม ส่วนเรื่องทำงานผมไม่ให้ทำแล้วครับแต่จะส่งเรียนแทน” ชานพูดขึ้นเมื่อได้ยินที่ทั้งสามคุยกัน ชานตัดสินใจเรื่องนี้มาได้สักพักแล้ว  

“ไม่เอาหรอกผมไม่ได้เป็นอะไรกับพี่สักหน่อยนี่” น้ำโวยวายด้วยความไม่พอใจ จ๋าและฟอนต์ก็ไม่พอใจเช่นกัน  

“เป็นเมียไง ลืมไปแล้วเหรอ” ชานเดินเข้ามาใกล้แล้วก้มหน้าลงมาใกล้ๆ หลังจากพูดจบก็หอมแก้มใสต่อหน้าคนอื่น ฟอนต์ปิดตาหลานสาวเอาไว้อย่างรวดเร็ว 

“อะไรของพี่เนี่ย ใครเป็นเมียพี่กันครับ” น้ำสวนกลับไปทันที 

“น้ำใจเย็นก่อนนะ” ฟอนต์รีบห้ามศึกเมื่อเห็นน้ำตาเขียวปั้ด  

ตัวแค่นี้ชานเป่าก็ปลิวแล้วด้วยซ้ำฟอนต์เลยเป็นห่วง  

“ไม่ต้องเป็นห่วง ผมเป็นลูกผู้ชายพอ ไม่ผิดคำพูดแน่นอน” ชานบอกเพราะตั้งใจพาน้ำมาอยู่ด้วยและส่งเรียนตามที่คิดเอาไว้ 

“พี่ถามอะไรได้ไหม คือพี่อยากรู้เหตุผลว่าทำไมต้องทำแบบนี้ทั้งที่คุณชานกับน้ำไม่ได้เป็นอะไรกันเลย” จ๋าถามกลับไปเพราะเธอเองก็มีลูกแล้ว  

ในฐานะที่จ๋าเองก็เป็นผู้ปกครองและนับว่าน้ำเป็นลูกด้วยจึงอยากรู้เหตุผลเพราะอย่างน้อยน้ำก็ยังเป็นลูกจ้างของจ๋า  

“ไม่รู้สิครับรู้แค่ว่าอยากดูแล” ชานพูดออกมาตามที่คิด  

ชานยังไม่ได้รู้สึกรักหรือผูกพันอะไร ตอนนี้เขาอยากดูแลและไม่ชอบใบหน้าของน้ำที่อมทุกข์แบบนั้น 

“คุณชานคล้ายสามีพี่ที่เสียไปเลย เป็นคนอบอุ่นและนิสัยดี เสมอต้นเสมอปลาย แต่เขาจากพี่ไปก่อนที่ลูกจะคลอด พี่สงสารลูกมากเพราะเขาบ่นอยากเจอหน้าลูกทุกวัน” จ๋าพูดออกมายิ้มๆ และแอบมีน้ำตาคลอเมื่อนึกถึงสามี 

“ผมเสียใจด้วยนะครับ” ชานบอกออกไปจากใจจริง 

“แต่ผมไม่ไปอยู่กับพี่หรอกแล้วไม่ต้องส่งผมเรียนด้วย ผมอยู่ของผมแบบนี้มีความสุขดีครับ” น้ำพูดแทรกและยืนยันจะไม่ไปอยู่กับชานเด็ดขาด ชานที่ได้ยินแบบนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไป 

“ผมมีความสุขกับชีวิตแบบนี้อยู่แล้ว ถึงแม้จะอยากเรียนแต่ผมทำงานเก็บเงินส่งตัวเองเรียนดีกว่า” น้ำอธิบายเหตุผลให้ฟัง  

จริงอยู่ที่น้ำอิจฉาเพื่อนที่ได้เรียนต่อแต่สำหรับน้ำแล้ว น้ำมีแขนขาครบถ้วนจึงอยากจะใช้ความสามารถของตัวเองมากกว่า  

“ส่งเรียนจบแล้วก็จะได้ทำตำแหน่งงานสูงๆ ไง วุฒิมอสามจะไปทำอะไรได้” ชานสวนกลับไป 

“ทำไมจะทำไม่ได้ สมัยนี้วุฒิน้อยเขาก็รับ พี่อย่ามาดูถูกอาชีพของคนอื่นให้มันมากนะครับ” น้ำสวนกลับไป ส่วนใหญ่งานที่รับแค่วุฒิมัธยมสามนั้นจะเป็นงานที่ใช้กำลังหรือใช้แรงงาน  

ซึ่งน้ำก็ตัวแค่นี้เองเลยทำไม่ไหว บางที่พอเห็นหุ่นของน้ำก็ไม่รับเลยด้วยซ้ำจึงมาจบลงที่เซเว่นนี่แหละ 

“คือผมก็ไม่เห็นด้วยหรอกที่พี่จะพาเพื่อนผมไปอยู่ด้วยและส่งเรียนทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน อีกอย่างพวกพี่ก็น่ากลัวมากจะให้น้ำไปอยู่ด้วยผมก็ไม่ไว้ใจ” ฟอนต์พูดเสริมและบอกไปตรงๆ  

“เอาเป็นว่าพี่เลิกยุ่งกับผมเถอะครับค่าใช้จ่ายผมจะจ่ายคืนให้หมดเลย” น้ำพูดเสนอไปเพราะหลวมตัวเข้าไปเยอะมากแล้วและกลัวกลับออกมาไม่ได้อีก น้ำคิดว่าชานมีด้านที่น่ากลัวอยู่แล้ว ดูท่าแล้วคงน่ากลัวอยู่ไม่น้อย อีกอย่างชานต้องมีผู้หญิงเข้าหาอยู่แล้ว 

“ก็ตามใจ” ชานตอบกลับเสียงเรียบ ชานรู้สึกเฟลเล็กน้อยที่ถูกปฏิเสธแบบนี้ ทั้งที่เขาไม่เคยเสนอให้ใครแบบนี้มาก่อนเลย... 

.. 

.. 

สองวันต่อมา.... 

น้ำออกจากโรงพยาบาลแล้วและกลับมาอยู่ที่ห้องกับฟอนต์น้ำยืมเงินจ๋ามาจ่ายค่าโรงพยาบาลที่ชานออกให้ก่อนทั้งหมด 

ชานหายออกจากชีวิตของน้ำราวกับไม่มีเคยมีตัวตนมาก่อน แต่ก็ดีแล้วที่เป็นแบบนี้ หลายวันผ่านไปน้ำก็ใช้ชีวิตตามปกติ ถึงแม้ช่วงแรกจะรู้สึกโหวงที่หัวใจ แต่นานไปก็เริ่มลืมได้  

น้ำรับรู้ได้เลยว่ารอบตัวนั้นเริ่มเปลี่ยนไป ปกติมีคนมาจีบน้ำเสมอแต่ตอนนี้คือหายเงียบไปเลย น้ำรู้สึกเหมือนมีคนจับตามองอยู่ตลอดเวลา ใจดวงน้อยก็เอาแต่นึกถึงแต่ชานเสียอย่างนั้น.... 

.. 

.. 

“คุณชานจะทำตามที่ผมบอกจริงเหรอครับ” เฉินถามขึ้นเมื่อเห็นเจ้านายแต่งตัวดูดีมากกว่าปกติ ที่ชานแต่งตัวหล่อก็เพราะวันนี้จะไปฉุดน้ำที่ทำงาน เมื่อคืนชานปรึกษาเรื่องนี้อยู่และก็เฉินนี่แหละที่บงการให้ชานไปฉุดถึงที่ทำงานเลย 

“ครับ” ชานตอบกลับสั้นๆ เฉินจึงขับรถพาชานไปยังที่ตกลงกันไว้ พอมาถึงชานก็ลงจากรถเดินตรงเข้าไปยังเซเว่นทันที 

“เซเว่นสวัสดีครับ” เสียงน้ำพูดทักทายเพราะคิดว่าเป็นลูกค้าที่เข้ามาซื้อของ ฟอนต์กำลังยกของออกจากด้านในก็ถึงอึ้งไปเมื่อเห็นชานอยู่ในเซเว่นแถมหน้าประตูก็มีเฉินยืนเฝ้าอยู่ด้วย  

เฉินส่งสายตาให้ฟอนต์กลับเข้าไปด้านในจนฟอนต์ต้องทำตามเพราะสายตาของเฉินที่ส่งมานั้นกดดันมาก 

//เกิดเรื่องใหญ่แล้วพี่จ๋าคือ....// ฟอนต์กลับเข้ามาด้านในก็เห็นจ๋าพอดีจึงจะเล่าให้ฟัง แต่จ๋าพูดแทรกก่อน 

//เรื่องนั้นพี่รู้แล้ว// จ๋าบอกแล้วพาฟอนต์แอบดูอยู่ตรงประตู 

“พี่ชาน!” น้ำตาเบิกกว้างเมื่อเห็นชานยืนอยู่ตรงหน้า 

“ม-มาที่นี่ทำไมครับ” น้ำถามขึ้นด้วยความตกใจ ชานในชุดที่ดูดีมากกว่าทุกครั้งอยู่ตรงหน้าทำเอาน้ำหน้าแดงนิดๆ ทำให้นึกถึงเรื่องของคืนนั้น 

“มารับ” ชานพูดแค่นั้นแล้วเดินไปหาน้ำในเคาน์เตอร์แล้วอุ้มร่างเล็กขึ้นพาดบ่าพาออกไปจากเซเว่นทันที เสียงน้ำโวยวายดังลั่นจนคนแถวนั้นต่างมองกันใหญ่ 

น้ำได้ยินฟอนต์โวยวายเหมือนเคยและน้ำก็ถูกยัดเข้าไปในรถ เฉินเดินมาติดๆ และเข้ามาในรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว น้ำรู้แล้วว่ากำลังถูกฉุดและตอนนี้ก็นั่งอยู่บนตักแกร่งด้วย  

เหมือนเป็นเด็กทารกเพราะถูกอุ้มในท่านั้นเลย ชานมองคนในอ้อมกอดที่ใบหน้าค่อนข้างโทรมและขอบตาคล้ำมาก  

“ผมจะแจ้งตำรวจที่พี่ฉุดผมมาแบบนี้” น้ำพูดขู่ 

“หึ! ทุกวันนี้ฉันยังติดสินบนกับตำรวจเลยแล้วคิดว่าแค่เรื่องนี้ฉันจะจัดการไม่ได้หรือไง” ชานพูดออกมา น้ำหน้าบึ้งแล้วหันหน้าหนีและมองออกไปนอกรถด้วยความโกรธเคือง 

“ชิ! เผด็จการ” น้ำต่อว่าออกมา เฉินที่ขับรถอยู่นั้นก็หัวเราะออกมาเบาๆ ไม่เคยมีใครกล้าว่าเจ้านายแบบนี้แม้กระทั่งตัวเฉินเอง  

ไม่นานรถก็ขับเข้ามาจอดในรั้วบ้านหลังใหญ่ น้ำทำตาลุกวาวเพราะวันที่ถูกหิ้วมาวันแรกนั้นเป็นช่วงกลางคืนแถมน้ำก็เมาด้วยเลยไม่ได้สังเกตว่าบ้านหลังใหญ่ขนาดไหน 

พอมาเห็นตอนนี้ก็อดตื่นเต้นไม่ได้เพราะน้ำไม่เคยเจอบ้านที่หลังใหญ่แบบนี้มาก่อน ชานเดินเข้าไปด้านในก่อนแต่เขาก็ต้องเดินย้อนกลับมาเมื่อเด็กน้อยไม่ได้เดินตามเข้าไป 

“เข้ามาดะ....” ชานเงียบไปเมื่อเห็นเด็กน้อยกำลังใช้นิ้วจิ้มลงไปในอ่างเลี้ยงปลาตรงประตูทางเข้า น้ำยิ้มออกมาเมื่อฝูงปลาต่างเข้ามารุมงับนิ้วมือของตัวเองเบาๆ  

“หิวแล้วเหรอ งับนิ้วใหญ่เชียว” น้ำพูดกับฝูงปลาจบก็ลุกขึ้นและเจอกับชานที่ยืนมองดูน้ำอยู่ น้ำหน้าแดงเพราะไม่รู้ว่าเมื่อสักครู่ชานได้ยินที่น้ำคุยกับฝูงปลาหรือเปล่า 

“เอ่อ....” น้ำทำอะไรไม่ถูกเมื่อชานยังมองหน้าอยู่ ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะดึงเอวน้ำมาแนบชิดจนใบหน้าชนเข้ากับอกชาน 

“นี่มันหน้าบ้านนะครับ” น้ำพูดออกมาเมื่อชานก้มหน้าลงมาใกล้จึงรีบหันหน้าหนี 

“จูบก่อนเร็ว” ชานพูดออกมาและพยายามจูบปากเรียวให้ได้ แต่เฉินเดินมาขัดจังหวะเสียก่อน ชานมองเฉินอย่างไม่พอใจ 

“สองรอบแล้วนะครับคุณเฉิน” ชานพูดเสียงเข้มติดไม่พอใจ 

“แล้วเดินมาที่บ้านหลังใหญ่ มีอะไรหรือเปล่าครับคุณเฉิน” ชานถามขึ้น  

“คุณเหมเรียกพบครับ แล้วก็เรียกคุณชานด้วย” เฉินบอกออกไป ที่เรียกเข้าพบก็คงไม่พ้นเรื่องงานแน่นอน ชานรู้สึกเบื่อมากเพราะเขาเพิ่งทลายกองงานหมดไปเมื่อวานนี้เอง 

“เดี๋ยวตามไปครับ” ชานบอกแค่นั้นแล้วจูงมือพาน้ำไปที่ห้อง น้ำตื่นเต้นมากเมื่อเห็นห้องของชานแบบเต็มตาก่อนจะถูกผลักนอนลงไปยังเตียงและชานก็ตามคร่อมเอาไว้  

“พี่ชานห้ามทำอะไรผมนะครับ” น้ำพูดดักเอาไว้แต่ชานไม่ฟังแถมยังใช้เข่าแทรกแยกขาออกแล้วจับเป้าของน้ำบีบเคล้นเบาๆ  

“อื้อ!...พี่!” น้ำกำลังจะอ้าปากห้ามแต่ถูกจูบปิดปากเสียก่อน  

เด็กหนุ่มปิดปากแน่นแต่ร่างสูงก็สามารถแทรกลิ้นเข้ามาได้ ลิ้นหนาไล่ชิมทั่วโพรงปาก กลายเป็นว่าลิ้นทั้งคู่กำลังไล่เลียกันไปมา  

“พี่ต้องไปคุย...อื้อ!...งาน!” น้ำเชิดหน้าขึ้นเมื่อชานจูบจุกสองข้างเบาๆ และเริ่มเลียวนรอบยอดอกที่มีแค่เสื้อกันเอาไว้ น้ำไม่ค่อยได้ปลดปล่อยและพอถูกกระตุ้นแบบนี้เลยติดไฟง่าย  

ชานเลิกเสื้อขึ้นและชิมหน้าอกสีสวยจนแข็งเป็นไต ลิ้นเลียตวัดตุ่มไตขึ้นลงจนชุ่มไปด้วยน้ำลาย  

ชานหยุดชิมแล้วมองใบหน้าแดงซ่านก่อนจะก้มลงจูบเปลือกตาสองข้าง ชานดึงเสื้อลงให้แล้วดึงน้ำลุกขึ้นมานั่งตัก  

น้ำรู้สึกประหม่าขึ้นมา ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าแต่แววตาของชานนั้นเปลี่ยนไปจากเดิม ตอนเจอกันคืนแรกสายตาของชานนั้นเต็มไปด้วยเพียงแค่อยากเอาอยากได้ แต่ครั้งนี้น้ำไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองเพราะสายตาชานคล้ายแสดงออกไปทางเอ็นดูและห่วงหา 

ชานเชยคางมนขึ้นมาเพราะน้ำหลบสายตาของเขาจ้าละหวั่น ชานจูบลงที่แก้มใสเบาๆ แล้วมองหน้าต่อจนน้ำทำอะไรไม่ถูก  

“มีแฟนหรือยัง” น้ำมองหน้าทันทีเมื่อประโยคที่ชานเอ่ยถามนั้นมันไม่ควรออกมาจากปากของผู้ชายคนนี้เลยสักนิด 

“ค-เคยมีครับ” น้ำตอบกลับไปตรงๆ เพราะเคยคบกับพอร์ช  

ก่อนหน้านั้นก็เคยมีคนมาจีบแต่น้ำไม่สนใจ เคยมีคนตามจีบถึงบ้านแต่พอเห็นสภาพบ้านที่น้ำอาศัยอยู่ บวกกับเจอลุงแสงที่เมามายด้วยก็เผ่นกันแนบทั้งนั้นเลย 

“คืนนั้นคือครั้งแรกใช่ไหม” ชานถามต่อน้ำพยักหน้ารับอย่างเขินอาย  

“แล้วอยากเรียนต่อไหม” ชานถามต่อ น้ำพยักหน้ารับอีก 

“เดี๋ยวฉันจะส่งเรียนเอง” ชานพูดออกมายิ้มๆ น้ำหรี่ตามองเพราะชานบุกไปลักพาตัวถึงที่แล้วจะมาพูดแบบนี้เพื่ออะไรก็ไม่รู้ 

“อย่าคิดว่าเป็นเด็กขายเพราะฉันไม่เคยคิดแบบนั้น” ชานพูดดักเอาไว้เพราะรู้ว่าน้ำกำลังจะอ้าปากพูดอะไร 

“แล้วพี่จะส่งผมเรียนทำไมครับ” น้ำถามกลับไปอย่างสงสัย  

“ไม่รู้เหมือนกันรู้แค่ว่าอยากดูแล” ชานตอบกลับประโยคคล้ายอันเดิมที่เคยพูดไป ชานจับผมทัดหูแล้วลูบแก้มใสไปด้วย ผู้ชายตัวเล็กอย่างน้ำนั้นมีเยอะแต่ไม่มีใครน่าดึงดูดเท่าเด็กคนนี้เลย  

น้ำมองไปที่แววตาของชานแต่ก็ไม่พบคำตอบที่มากกว่านี้แต่สัมผัสได้ว่าชานไม่ได้มาร้าย แต่ชานไม่เคยรู้จักนิสัยใจคอน้ำมาก่อนแล้วทำไมถึงอยากส่งให้น้ำเรียนด้วย 

“ทำไมพี่ทำเหมือนเราเป็นแฟนกันเลย ถึงพี่ไม่ได้คิดแบบนั้นแต่ถ้ามองในแง่ความหมาย ยังไงก็เหมือนเป็นแฟนกันอยู่ดี” น้ำพูดออกไปตรงๆ มันไม่มีเหตุผลอื่นแล้วนอกจากจะเป็นแฟนกัน 

“งั้นเหรอ” ชานถามกลับไปเสียงเจ้าเล่ห์  

“แล้วอยากเป็นไหมล่ะ” ชานถามอีก น้ำไปไม่เป็นเลยทีนี้จึงแกล้งหันหน้าไปทางอื่น แกล้งมองบรรยากาศรอบห้อง 

//ว่าไง อยากเป็นแฟนหรือเปล่า// ชานกระซิบใบหูเสียงแผ่ว ทำให้น้ำต้องหดคอหนี 

“เราไม่ได้ชอบกันสักหน่อยนี่จะเป็นแฟนกันได้ยังไง” น้ำตอบกลับไป ชานชะงักไปนิดเพราะแค่จะหยอกล้อเท่านั้น ไม่คิดว่าน้ำจะจริงจังแบบนี้  

ชานนึกย้อนไปถึงเรื่องที่เหมราชอยากให้เขามีเมียมีลูกได้แล้ว ความจริงเหมราชไม่ว่าอะไรถ้าเขาคบผู้ชายเพราะท่านเป็นผู้ใหญ่สมัยใหม่ที่โนสนโนแคร์เรื่องนี้อยู่แล้ว  

คนรู้จักของพ่อหรือแม้แต่เพื่อนร่วมงานก็ต่างมีคู่รักเป็นผู้ชายอยู่หลายคู่ เหมราชจึงมองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติไปแล้ว 

“แล้วเรื่องคืนนั้นไม่คิดจะเรียกร้องหน่อยหรือไง” ชานถามสิ่งที่สงสัยกลับไป ถ้าเป็นคนอื่นคงเรียกร้องให้รับผิดชอบแล้ว 

“หมายถึงให้รับผิดชอบเหรอครับ” น้ำถามกลับไป  

“เราสองคนไม่ได้รักกันนี่ครับ รับผิดชอบไปก็เท่านั้นแหละ” น้ำตอบกลับไปอย่างไม่ทุกข์ร้อนเพราะโตมากับความลำบากอยู่แล้ว 

เรื่องทำงานหนักแล้วพักผ่อนน้อยเพื่อแลกกับเงินนั้นเป็นเรื่องที่แสนจะง่ายดาย ซี่งน้ำก็พร้อมทำเสมอ ถ้าให้เลือกระหว่างนั่งอยู่บ้านแบบสบายแล้วมีเงินใช้ไม่ขาดมือกับทำงานแลกเงิน น้ำเลือกทำงานแลกเงินดีกว่า อย่างน้อยก็เป็นเงินที่หาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง น้ำไม่เคยได้ยินว่านั่งอยู่เฉยๆ แล้วจะมีเงินใช้  

ชานนิ่งไปนิดเมื่อได้ฟังความคิดของเด็กหนุ่ม เขาค่อนข้างอึ้งพอสมควรเพราะไม่คิดว่าจะมีคนที่คิดอย่างนี้หลงเหลืออยู่  

ซึ่งถ้าปกติชานเสนอแบบนี้ให้ใครต่อใครก็ต่างน้อมรับกันไว้ทั้งนั้น แต่เด็กคนนี้ปฏิเสธเขาแบบไม่ลังเลเลยสักนิด 

 

 

 

 

 

---------------++++++++++++------------- 

ความคิดเห็น