email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chan's Children เด็กของชาน ตอนที่ 1

ชื่อตอน : Chan's Children เด็กของชาน ตอนที่ 1

คำค้น : เด็กของชาน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.6k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2564 14:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chan's Children เด็กของชาน ตอนที่ 1
แบบอักษร

 

 

 

 

 

AuThor : นามิ 

 

 

 

 

ตอนที่ 1 

 

 

 

 

 

“คุณเฉินครับถ้าเรื่องที่คุณเฉินโทรตามผมลงมามันไม่สำคัญอย่างที่บอกเอาไว้ ผมจะหักเงินเดือนคุณเฉินครับ” ชานพูดขึ้นเมื่อเดินลงมายังชั้นล่างในช่วงสาย  

ชานกลับจากต่างประเทศและมาถึงที่ไทยเมื่อตอนตีห้านี้เอง แต่เพราะธุรกิจสีเทาย่อมมีคู่แข่งและพร้อมลอบกัดเสมอชานเลยต้องแวะไปจัดการเหล่าลูกหมาที่ลูกน้องเขาจับไว้ให้ นั่นจึงทำให้เขาเพิ่งได้นอนไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี้เอง 

“สำคัญแน่นอนครับ” เฉินที่มีดีกรีเป็นถึงมือขวาตอบกลับไป ชานยิ้มมุมปากเพราะอยากจะรู้เหมือนกันว่าสิ่งที่เฉินบอกว่าสำคัญนั้นคือเรื่องอะไร 

“แล้วเรื่องอะไรล่ะครับคุณเฉิน” ชานถามกลับไปอย่างสงสัย  

ชานใส่ชุดคลุมอาบลงมาเพราะไม่ค่อยชอบใส่เสื้อผ้านอนและพอเฉินโทรหาก็เลยใส่ชุดนี้ลงมาเลย ยังไงเดี๋ยวก็กลับขึ้นไปนอนเหมือนเดิม  

เฉินไม่ตอบแต่ส่งยิ้มให้แล้วชี้ไปที่โซฟาที่มีบุคคลที่เพียงแค่มองจากด้านหลังก็รู้ว่าคือใคร ชานเดินไปหาบุคคลที่นั่งอยู่ที่โซฟา 

“ก่อนจะมาทำไมไม่โทรบอกผมก่อน” ชานนั่งลงฝั่งตรงข้ามแล้วยิงคำถามใส่ คนตรงหน้ายิ้มเมื่อได้ยินคำถามลูกชาย ถึงแม้อายุจะมาไกลถึงเลขห้าแต่ใบหน้าชายวัยกลางคนนั้นต่างจากอายุลิบลับ  

“นี่คือประโยคที่ลูกชายพูดกับคนเป็นพ่องั้นเหรอวะ แกนี่มันเหมือนแม่จริงๆ” คนเป็นบิดายิงคำถามกลับไปอย่างหาเรื่องแถมยังไม่วายพูดเสียดสีไปถึงอดีตภรรยาด้วย  

“มีอะไรก็ว่ามาสิ” ชานไม่สนใจที่บิดาถามและพูดจาเสียดสีใส่มารดา แต่ถามประโยคที่อยากรู้กลับไปทันที 

“โอนเงินมาให้ฉันชั้นใช้บ้างสิ ช่วงนี้ธุรกิจขาดทุนหลายแห่ง” เหมราชแกล้งพูดเย้าแหย่ ชานมองบิดาอย่างเบื่อหน่ายแล้วลุกขึ้นเพื่อเดินกลับไปนอนบนห้องตามเดิม 

“ใจเย็นเจ้าลูกชาย ที่เรียกมาพบเพราะมีงานให้แกดูแลเพิ่ม” เหมราชเริ่มเข้าโหมดอย่างจริงจัง ชานเลยนั่งลงตามเดิมและรอฟังว่าบิดาจะให้งานอะไรเพิ่มอีก 

“ช่วงนี้สุขภาพของฉันไม่ค่อยดี สามวันดีสี่วันไข้เลยไม่มีเวลาดูแลผับทั้งหมด” เหมราชเอ่ยขึ้น 

“ไม่ต้องเกริ่นครับ จะสั่งก็สั่งมา” ชานบอกไปอย่างรู้ทันบิดา สีหน้าแสดงถึงความเบื่อหน่ายเอามากๆ เหมราชเพียงแค่ยิ้มออกมา สายตาและท่าทางของชานนั้นไม่ต่างจากเขาในวัยรุ่นเลยสักนิด  

“ฉันต้องดูแลผับอยู่หลายแห่งและสุขภาพฉันก็แย่ลงทุกวันฉันเลยจะแบ่งให้พวกแกดูแลต่อจากฉัน” เหมราชบอกออกไป 

“ก็ไม่ยกไอ้พวกพี่ไปล่ะ แค่นี้งานก็ล้นมือแล้ว” ชานบ่ายเบี่ยงงานให้พี่ชายฝาแฝดอีกสามคน ซึ่งรวมชานด้วยก็เป็นแฝดสี่คน  

พี่ชายอีกสามคนได้แยกย้ายไปดูแลกิจการต่างๆ ตามที่บิดาได้แบ่งเอาไว้ให้ ซึ่งแยกไปอยู่คนละที่กันแล้ว ตัวชานที่เป็นน้องคนเล็กสุด พวกพี่เลยให้สิทธิ์เลือกก่อนว่ารับช่วงต่อจากบิดาตรงไหน ชานจึงเลือกที่โซนกรุงเทพฯ  

“แล้วคิดว่าพวกพี่ไม่เหนื่อยหรือไงฉันแบ่งให้เท่ากันนั่นแหละ ไม่ได้ยกให้แกดูแลคนเดียวทั้งหมดนะเว้ย” คนเป็นบิดาตอบกลับไป 

ก่อนที่จะบอกชานนั้นเหมราชได้โทรบอกชุน ชินและเชนแล้ว ทั้งสามก็ไม่ได้โวยวายเหมือนชานเลยสักคน 

“แกเป็นหัวหน้าแก๊งแล้วนะชาน เรื่องแค่นี้ต้องจัดการได้สิวะ ฉันอายุปูนนี้แล้วยังคอยสั่งงานลูกน้องไม่เว้นแต่ละวันเลย” เหมราชพูดต่อทำให้ชานนิ่งไป 

“แล้วจะไปให้ดูแลส่วนไหนบ้างล่ะ” ชานถามขึ้น 

“ผับ xxx ฉันไม่ได้ไปดูหลายเดือนแล้ว” เหมราชตอบกลับไป  

ทุกวันนี้ได้แต่ฝากงานให้ลูกน้องดูแลชั่วคราวก่อนเพราะต้องไปพบหมออยู่บ่อยครั้งและต้องพักผ่อนให้เพียงพอด้วย 

เหมราชคิดว่าเขาคงไม่เหมาะที่จะดูแลผับหรือสถานที่เที่ยวกลางคืนอีกแล้ว จึงคิดจะยกกิจการให้ลูกๆ ดูแลต่อแทน 

“ก็เอาตามนั้น” ชานตอบรับอย่างเลี่ยงไม่ได้ ผับแห่งนั้นอยู่ใกล้ย่านเขตที่เขาดูแลด้วย แวะไปสัปดาห์ละครั้งก็ยังดี 

‘ชาน’ ชายหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดปี มีฝาแฝดอีกสามคนและเขาก็เป็นแฝดน้องสุดท้อง คลานตามพี่ชายทั้งสามออกมาติดๆ ซึ่งเกิดมาก็ไม่ต่างจากพี่ชายที่ร่ำรวย  

เขาก็เป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟียพยัคฆ์สีดำ 

พยัคฆ์ก็คือเสือ ส่วนสีดำนั้นหมายถึงความสะดวกสบายและความลึกลับ ซึ่งนิสัยของเขาก็เหมือนความหมายของสีดำเลย 

ชานเป็นบุคคลที่ค่อนข้างลึกลับมาก น้อยคนที่จะได้เห็นชานออกสังคมเหมือนพวกพี่ แต่ใครจะรู้ว่าเรื่องบนเตียงนั้นเขาร้อนดั่งไฟเลยก็ว่าได้ 

“อายุแกก็ปาไปยี่สิบเจ็ดปีแล้ว อีกไม่กี่ปีจะแตะเลขสามแล้ว ไม่คิดจะมีลูกมีเมียบ้างเลย?” เหมราชถามลูกชายเรื่องนี้ต่อ ถึงแม้จะรู้ว่าคำตอบจะเป็นแบบเดิมซ้ำๆ ก็ตาม 

“ไม่” ชานตอบกลับไปสั้นๆ  

“แต่ก็เอาเถอะเดี๋ยวถ้าเจอคนที่ใช่ก็คงดิ้นรนจะมีเองแหละ” เหมราชพูดออกมาด้วยท่าทีสบาย 

 เหมาราชและอดีตภรรยาแต่งงานกันเพราะครอบครัวทั้งคู่ต้องการเชื่อมสัมพันธ์ทางธุรกิจ จึงตกลงกันว่าผ่านไปสักระยะก็จะหย่ากัน แต่เพราะความเมาในงานเลี้ยงจึงพลาดมีอะไรกัน  

เธอตั้งท้องและเป็นท้องแฝดสี่เสียด้วย  

เหมราชจึงรับเธอมาอยู่ด้วยเนื่องจากก่อนหน้านั้นอยู่กันคนละบ้าน แต่เพราะไม่ได้รักกันจึงทำหน้าที่ในฐานะแค่พ่อแม่เท่านั้น  

พอลูกชายทั้งสี่คนโตจนบรรลุนิติภาวะกันแล้วทั้งคู่ก็หย่าและแยกกันอยู่จนมาถึงทุกวันนี้ โดยเหมราชนั้นอยู่กับชานและเดินทางไปมาที่ต่างประเทศบ่อยครั้ง ส่วนอดีตภรรยาอยู่กับชุนที่ต่างจังหวัด 

“แล้วสาวที่แกเล็งเอาไว้ไม่มีเลยหรือไง” ชายวัยกลางถามต่อ เนื่องจากชานไม่สนใจใครเลยสักคนและไม่ชอบออกสังคมด้วย  

“ถ้าถามเรื่องนี้ผมขึ้นไปนอนต่อนะ” ชานเริ่มรู้สึกรำคาญแล้ว เรื่องอื่นเขายังพอคุยได้แต่ถ้าเป็นเรื่องนี้เขาเบื่อพอๆ กับบิดาที่ชอบพูดกวนใจเขานี่แหละ 

“ตอนที่ฉันอายุเท่าแก พวกแกสี่คนเดินได้แล้วนะเว้ย อย่าช้านักล่ะเดี๋ยวได้ตายก่อนลูกจะโตกันพอดี” เหมราชบอกอีกครั้งและเตรียมจะลุกขึ้นไปนอนบ้างเพราะเหมราชก็เพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศเช่นกัน 

“เอาเวลาที่บอกผมไปตามง้อเมียเถอะครับคุณเหม ได้ข่าวว่ารักเมียนักหนาแต่วางฟอร์มเยอะไปหน่อยจนได้หย่ากันจริงๆ นี่ผ่านมากี่ปีแล้วยังวางฟอร์มไม่เลิก” ชานพูดจบก็เดินขึ้นไปบนห้องทันที  

เหมราชได้แต่กัดฟันมองลูกชายอย่างไม่พอใจที่บังอาจมาพูดจี้ปมของเขาเข้าอย่างจัง 

“คุณเฉินครับเดี๋ยวคืนนี้เราไปผับที่พ่อยกให้ผมนะ” ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปชานก็หันมาบอกเฉินเอาไว้ก่อน  

.. 

.. 

“เดี๋ยวเอวก็หักหรอกน้ำ วางเลยเดี๋ยวให้ฟอนต์ไปยกแทน” เสียงจ๋าผู้จัดการเซเว่นสาขาแห่งนี้เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นน้ำที่ตัวเล็กอยู่มากกำลังยกลังเครื่องดื่มไปเก็บด้านในของร้าน  

“น้ำไหวครับพี่จ๋า” น้ำตอบกลับไปและยืนยันจะยกเข้าไปเอง ฟอนต์ที่เป็นเพื่อนร่วมงานที่สนิทที่สุดจึงแย่งมายกเอง 

“ให้ฟอนต์ยกไปนั่นแหละดีแล้วน้ำเราเอวเล็กอย่างกับอะไรดี ฝืนยกไปเดี๋ยวก็เอวหัก” จ๋าพูดออกมา น้ำจึงไปทำหน้าที่อื่นแทน  

“อีกสองชั่วโมงออกกะแล้วเราไปผับกันไหมน้ำเห็นว่าผับนี้เพิ่งเปลี่ยนเจ้าของคนใหม่ด้วยนะอยากรู้ว่าจะแปลกไปจากเดิมมากหรือเปล่า” ฟอนต์ยกของไปเก็บแล้วก็เดินมาชวนน้ำที่กำลังเช็ดกระจกอยู่  

กะนี้อยู่กับทั้งหมดสามคน มีน้ำ จ๋า และฟอนต์  

“พี่ไปด้วยคนสิเบื่ออยู่บ้านเหมือนกัน” จ๋าเดินมายืนคุยข้างๆ 

จ๋าเป็นแม่หม้ายลูกสาวหนึ่งคนแต่อยู่ในช่วงปิดเทอม แม่ของจ๋าเลยมารับหลานไปอยู่ด้วย เธอเลยเหงาจึงอยากออกไปเที่ยวบ้าง 

“เบื่ออยู่บ้านหรืออยากออกไปหาพ่อใหม่ให้น้องจี้ครับพี่จ๋า” ฟอนต์แกล้งถามออกไป สามีของจ๋าประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตคาที่ตอนท้องน้องจี้ได้แปดเดือนกว่า น้องจี้จึงเป็นเด็กกำพร้าพ่อตั้งแต่ยังไม่เกิด  

“เดี๋ยวเถอะไอ้ฟอนต์!” จ๋าแกล้งทำเสียงดุกลับไปทำให้น้ำยิ้มออกมาเนื่องจากคู่นี้กัดกันเป็นประจำ 

“แต่พี่จ๋าเป็นแม่ที่เข้มแข็งมาก ถ้าเป็นน้ำคงมืดแปดด้านเลย” น้ำพูดให้กำลังหญิงสาว 

“กว่าพี่จะผ่านจุดนั้นมาได้ก็หนักพอสมควรเลย แต่พี่มีพ่อแม่ที่คอยช่วยเหลือและให้กำลังใจเสมอ พี่เลยผ่านช่วงเวลานั้นมาได้” จ๋าตอบกลับยิ้มๆ  

“พี่จ๋าเก่งมากเลยครับ” น้ำชื่นชมจ๋าจากใจเพราะถ้าเป็นน้ำก็คงตั้งหลักไม่ทันแน่  

อีกอย่างครอบครัวของน้ำไม่ได้ดีเหมือนพ่อแม่ของจ๋าด้วยสิ 

“เลิกเศร้าก่อนเราเคลียร์งานให้เสร็จก่อนแล้วค่อยไปเศร้าต่อที่ผับดีกว่าเนอะ” ฟอนต์พูดแทรกเพราะไม่อยากให้บรรยากาศเศร้าไปมากกว่านี้ 

ทั้งสามคนช่วยกันเคลียร์งานจนเสร็จแล้วส่งงานที่เหลือให้คนเข้ากะถัดไป น้ำจึงแยกตัวกลับบ้าน 

“กว่าจะกลับบ้านได้แต่ละวันนะมึงช้าตลอด” พอน้ำก้าวขาเข้ามาในบ้านก็ได้ยินเสียงหญิงวัยกลางบ่นขึ้นมาทันที 

น้ำได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย 

“ก็งานที่ทำมันวนเป็นกะไปเรื่อยๆ กลับช้ากลับเร็วบ้างสิครับ น้ำเคยบอกป้าไปหลายรอบแล้ว” น้ำตอบกลับไปอย่างเหลืออด  

เคยบอกหลายครั้งแล้วแต่คนเป็นป้าก็ไม่เคยจำสักที 

“อย่ามาตอบกูด้วยน้ำเสียงแบบนี้นะมึงเดี๋ยวกูตบหน้าคว่ำ!” คนเป็นป้าง้างมือขึ้นทำท่าจะตบ น้ำหลับตาปี๋ด้วยความหวาดกลัว 

“พอได้แล้วน่าจะตบให้มันตายก่อนหรือไง มันจะกลับเวลาไหนก็เรื่องของมันแค่มันเอาเงินมาให้เราก็พอ” ชายวัยกลางพูดขึ้น ทำให้น้ำไม่ถูกตบแต่ถูกผลักล้มลงไปที่พื้นแทน  

“เพราะมึงเอาแต่เข้าข้างมันแบบนี้ไง มันถึงกล้าขึ้นเสียงใส่กู” ป้าพิณหันไปต่อว่าสามีทันที น้ำร้องไห้ออกมาเงียบๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่ห้องและยังได้ยินเสียงป้าพิณด่าตามหลังมาด้วย 

ปีนี้น้ำอายุสิบแปดปีแล้ว น้ำถูกแม่ทิ้งไปตั้งแต่คลอดวันแรก ทิ้งให้ลุงแสงและป้าพิณที่เป็นป้าแท้ๆ ของน้ำเลี้ยงดูแทน 

ลุงแสงบอกว่าแม่หนีตามผู้ชายไปส่วนพ่อไม่รับผิดชอบที่ทำให้น้ำเกิดมาจึงทิ้งแม่ไปตอนแม่ท้องได้แค่สองเดือน  

เรื่องนี้ป้าพิณพูดกรอกหูให้น้ำได้ยินอยู่เสมอ  

ถึงแม้ลุงแสงจะคอยห้ามแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้น้ำรู้สึกดีขึ้นเลยเพราะหลังจากที่ผ่านช่วงวันเกิดของน้ำที่อายุครบสิบแปดปีมาไม่กี่เดือนนั้น ลุงแสงก็เปลี่ยนไป.... 

คือพยายามหาเรื่องถึงเนื้อถึงตัวน้ำตลอด แถมยังชอบเข้ามาป้วนเปี้ยนกับน้ำเวลาป้าพิณออกไปข้างนอกด้วย 

แต่ที่ทำให้น้ำตกใจมากที่สุดคงเป็นเมื่อสัปดาห์ก่อนที่กำลังจะอาบน้ำ แต่น้ำลืมไปว่าตากผ้าเอาไว้หน้าบ้านและยังไม่ได้เก็บจึงนุ่งแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกไปเก็บเสื้อผ้า  

ลุงแสงที่เมามาจากไหนไม่รู้มากอดและพยายามลวนลามน้ำ โชคดีที่ป้าพิณกลับมาก่อนน้ำเลยรอดตัวไป 

น้ำมีแฟนอยู่แล้วชื่อว่าพอร์ช แต่ก่อนหน้านั้นทั้งคู่นัดเจอกันและดันทะเลาะกันเพราะน้ำเห็นรูปพอร์ชกับผู้หญิงนอนเปลือยกายอยู่โรงแรม พอจี้ถามพอร์ชก็เลี่ยงตอบและเดินหนีไปทิ้งให้น้ำกลับบ้านเอง  

เมื่อวานเป็นวันครบรอบสามเดือนที่คบกัน น้ำพยายามติดต่อหาพอร์ช แต่พอร์ชไม่รับสายแถมยังตัดสายทิ้งด้วย 

  

PORSCHE : เราเลิกกันเถอะ 

                                        Nam : พี่มีคนอื่นแล้วใช่ไหมครับ 

PORSCHE : ใช่ พี่ขอโทษนะ  

  Nam : ถ้าพี่ตั้งใจทำ พี่ไม่ต้องขอโทษ มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย 

  

ขอบตาร้อนผ่าวเมื่อพิมพ์ตอบกลับไป พอร์ชเพียงแค่เปิดอ่านแล้วไม่ตอบกลับมา น้ำเช็ดน้ำตาออกแล้วกดบล็อกแชตทันที 

“อกหักมันเจ็บแบบนี้นี่เองสินะ” น้ำพูดออกมาทั้งน้ำตาก่อนจะนอนลงที่เตียงอย่างเหนื่อยล้า  

เพราะน้ำไม่ได้ชอบผู้หญิงป้าพิณเลยไม่ชอบน้ำเป็นอย่างมากเพราะแกไม่ชอบพวกผิดเพศ ลุงแสงรู้ก็เลยสนใจในตัวน้ำขึ้นมา 

น้ำเช็ดน้ำตาออกแล้วไปอาบน้ำเพื่อจะออกไปเที่ยวผับกับจ๋าและฟอนต์ที่นัดกันไว้ช่วงสองทุ่ม น้ำไม่อยากคิดอะไรมากขอแค่ให้คืนนี้ผ่านพ้นไปด้วยดีก็พอ 

.. 

.. 

“ให้ผมจัดการเองจะดีกว่าครับคุณชาน” เฉินเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเจ้านายอยู่ในชุดทำงาน ซึ่งก็คือชุดบ๋อย  

ชานแฝงตัวเข้าไปเป็นพนักงานในร้านของตัวเองอยู่บ่อยครั้งเพราะอยากรู้นิสัยใจคอของลูกค้าแต่ละโต๊ะว่าเป็นยังไง จะได้สั่งให้พนักงานเอาใจได้ถูกและพนักงานในร้านบริการลูกค้าดีหรือเปล่า  

“คุณเฉินพูดแบบนี้มากี่ปีแล้วครับ แล้วผมเคยให้ทำแทนผมหรือเปล่า” ชานถามกลับด้วยใบหน้านิ่ง เฉินส่ายหน้าไปมา 

“เดี๋ยวพอไปถึงคุณเฉินก็ไปจัดการงานของตัวเองให้เรียบร้อยนะครับ ถ้าเกิดผมมีเรื่องหรืออะไรก็แล้วแต่ห้ามเข้ามาช่วยจนกว่าผมจะเรียกเอง เข้าใจนะครับ” ชานสั่งย้ำอีกรอบ  

ชานรู้ดีว่าเฉินเป็นห่วงยามชานมีปัญหา แต่บางเรื่องก็ไม่ต้องถึงมือลูกน้องเพราะเขาก็สามารถจัดการเองได้เหมือนกัน 

"ครับคุณชาน” เฉินตอบรับ เมื่อมาถึงผับชานก็ลงจากรถและเดินไปหลังร้านทันที ก่อนหน้านั้นเหมราชบอกพนักงานทุกคนเอาไว้แล้วว่าผับได้ยกให้ลูกชายแล้วแต่ไม่ได้บอกว่าลูกชายจะแฝงตัวเข้ามาดูแลกิจการแบบไหน ชานแนะนำตัวไปว่าเป็นพนักงานคนใหม่จึงไม่มีใครสงสัยเลยสักคน 

ชานต้อนรับลูกค้าหลายโต๊ะและเก็บรายละเอียดงานทั้งหมด ส่วนใหญ่ลูกค้าไม่ค่อยจะสั่งอาหารแต่เน้นไปที่เครื่องดื่มมากกว่า  

อีกทั้งส่วนมากจะสั่งแต่เครื่องดื่มราคาแพงด้วย พนักงานที่ร้านต้อนรับลูกค้าดีมากทุกคน ทำให้เขาพอใจอยู่ไม่น้อย 

ชานมองไปรอบร้านก่อนจะสะดุดเข้ากับลูกค้าโต๊ะหนึ่งที่มีผู้หญิงหนึ่งคน ผู้ชายสองคน แต่หนึ่งในสามคนนั้นกำลังนั่งร้องไห้อยู่ 

คนที่ร้องไห้เป็นผู้ชายด้วย ชานจ้องมองชายหนุ่มร่างบางที่นั่งร้องไห้โดยมีเพื่อนปลอบใจไม่วางตา ยอมรับว่าสนใจในตัวหนุ่มร่างบางคนนั้นแต่เขาก็ชะงักไปเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเป็นผู้ชายทั้งคู่  

ชานสะบัดหัวไล่ความคิดเหล่านี้ออกแล้วรอรับออเดอร์จากลูกค้าต่อ ชานมองไปที่โต๊ะหนุ่มร่างบางอยู่บ่อยครั้ง เด็กหนุ่มกำลังถูกผู้หญิงโต๊ะเดียวกันมอมเหล้าอยู่ 

จนดูท่าจะเมาได้ที่แล้วเพราะตอนนี้ร่างเพรียวกำลังลุกขึ้นไปเต้นโดยมีเพื่อนร่วมโต๊ะอีกสองคนตามลากกลับไปนั่งที่โต๊ะบ่อยครั้ง แต่ไม่นานก็ลุกไปเต้นอีกซึ่งสามารถเรียกสายตาจากเสือนักล่าได้หลายคู่เลยทีเดียว รวมไปถึงชานด้วย  

ชานนั่งอยู่ตรงมุมห้องในร้านและคอยมองลูกค้าแต่ละโต๊ะอยู่เรื่อยๆ เฉินเองพอเคลียร์งานเสร็จแล้วก็ตามดูแลเจ้านายอยู่ห่างๆ  

ชานหันไปมองร่างเพรียวบ่อยครั้ง รอบตัวเด็กคนนั้นเต็มไปด้วยผู้ชายหลายคน แต่ก็มีเพื่อนสองคนกันท่าเอาไว้ตลอด ชานมองสะโพกที่ส่ายไปมาอย่างหลงใหล มองตาไม่กะพริบเลย 

//เดี๋ยวผมจัดการต่อดีกว่าครับ คุณชานไปเปลี่ยนชุดดีกว่า// เฉินเดินมากระซิบบอก 

“...........” ชานนิ่งไปเมื่อมีคนมานั่งบนตัก จึงบอกให้เฉินถอยออกไปเพราะจะจัดการเอง ชานมองตาเป็นประกายเมื่อเด็กที่มานั่งตักเขานั้นเป็นคนเดียวกับที่กำลังสนใจอยู่ 

ชานประคองเอาไว้ยามที่เอวบางขยับสะโพกเบียดเสียดลงมา เขาจ้องมองปากเรียวที่กำลังกัดปากยั่วยวนอยู่ ใบหน้าสวยก้มลงมาใกล้ใบหน้าของชานพร้อมกับมือที่โอบลำคอเอาไว้ด้วย  

ชานยิ้มออกมาแล้วรับจูบจากร่างบางที่ประกบลงมาพร้อมกับลิ้นที่สอดเข้ามาเล่นกับลิ้นของเขา ชานกดท้ายทอยน้ำให้รับจูบเขากลับไปบ้าง รสชาติเหล้าผสมกับรสจูบทำให้ชานพอใจอยู่ไม่น้อย ชานเป็นฝ่ายกวาดชิมไปทั่วโพรงปากด้านใน  

ชานจูบหนักกลับไปอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำเอาน้ำที่ถูกจูบนั้นแทบละลายคาอก ใจมันหวิวเพราะไม่เคยถูกจูบกระชากอารมณ์แบบนี้มาก่อน ชานดูดย้ำแล้วผละออกมองใบหน้าหวานที่แดงก่ำเพราะฤทธิ์เหล้า 

“ผมเห็นนะว่าพี่มองผมอยู่ตลอดเวลาเลยยยยยยยย” น้ำพูดเสียงยานคราง สะโพกก็ยังขยับเบียดช่วงล่างอยู่จนชานเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว 

“พี่หล่อจังเลยครับ สนใจไปต่อกับผมหรือเปล่า ผมเด็ดนะ” เสียงอ้อแอ้ดังขึ้น ชานพยักหน้ารับอย่างเต็มใจก่อนจะก้มลงจูบและกัดปากเรียวอย่างมันเขี้ยว น้ำกัดปากยั่วยวนอย่างไม่เขินอาย มือก็จับไปยังส่วนล่างของเขาอย่างจงใจ  

ชานจ้องหน้าคนบนตักทันทีเพราะบุคลิกของน้ำไม่เหมาะที่จะแสดงออกในเรื่องนี้เลยสักนิดต 

“คุณชานครับแต่ว่า....” เฉินเอ่ยขึ้นเพราะคนมองกันเต็มร้านและเขายังเรียกว่าคุณชานทั้งที่อยู่ในชุดบ๋อยด้วย  

“ฝากแก้ข่าวด้วยนะครับคุณเฉิน” ชานพูดจบก็อุ้มคนบนตักพาดบ่าแล้วพาออกไปที่รถท่ามกลางเสียงโวยวายของจ๋ากับฟอนต์ที่จะเอาน้ำกลับคืนมาแต่ก็ถูกเฉินห้ามเอาไว้ 

“โว้ย! นั่นรุ่นน้องที่ทำงานของฉันนะพวกแกใหญ่มาจากไหนถึงได้กล้าหิ้วออกไปแบบนี้ฮะ!” จ๋าโวยวายลั่นผับ 

ฟอนต์เองก็ไม่ต่างกันเพราะตอนนี้กระชากคอเสื้อของเฉินอยู่ 

“ถ้าเพื่อนมึงไม่ปล่อยเพื่อนกูนะ กูเอามึงตายแน่!” ฟอนต์พูดเสียงเด็ดขาด แต่เพราะเฉินตัวสูงกว่าฟอนต์ค่อนข้างเยอะเลยต้องเขย่งเท้าไปกระชากคอเสื้อของเฉินแทน 

 

 

 

 

-------------+++++++++++++++----------------- 

ความคิดเห็น