email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่3:สถานที่เริ่มต้น

ชื่อตอน : ตอนที่3:สถานที่เริ่มต้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 71

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ย. 2563 10:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่3:สถานที่เริ่มต้น
แบบอักษร

สถานที่เริ่มต้น 

ภัทรากลับมายังห้องพัก ซึ่งเธอก็ได้อาศัยอยู่กับหนิงลี่นั่นเอง ภัทราสูดหายใจและทำใจอยู่หลายรอบ พยายามตรวจเช็คร่างกายว่าตัวเองเรียบร้อยหรือดีไม่ ถึงแม้สีหน้าของเธอยังดูอิดโรยและดูปกปิดได้ยาก

“ก๊อกๆๆ”

เสียงเปิดประตูเบาๆ เมื่อภัทราเคาะประตูเสร็จ

“อันฉี! เธอหายไปไหนมา ฉันตามหาเธอทั้งคืนเลยนะรู้ไหม จะไปแจ้งความก็ไม่ได้ต้องรอยี่สิบสี่ชั่วโมง เข้ามาก่อนเร็วเข้า ดูเธอสิไปทำอะไรมา”

ภัทราเดินเข้าไปในห้องพัก เธอยังไม่ได้ตอบคำถามของหนิงลีา และเธอก็ยังไม่พร้อมที่จะเล่าด้วย

“เรื่องมันยาวน่ะหนิงลี่ ตัวฉันเองก็ยังไม่พร้อมจะอธิบายให้เธอฟัง เธอคงไม่ว่าฉันนะ”

“ฉันจะไปว่าเธอได้ยังไง เธอปลอดภัยกลับมาก็ดีแค่ไหนแล้ว ถ้าเธอยังไม่พร้อมที่จะพูดอะไรตอนนี้ก็ไม่เป็นอะไรเลย แต่อย่าลืมว่าเธยังมีฉันนะ ฉันยินดีที่จะรับฟังและช่วยเหลือเธอถ้าเธอต้องการให้ฉันช่วย"

“ขอบใจมากนะหนิงลี่ พร้อมเมื่อไหร่ฉันจะเล่าให้เธอฟังเป็นคนแรก งั้นฉันขอเข้าห้องก่อนได้ไหม ฉันรู้สึกไม่สบาย”

“ได้สิ เธอเข้าไปพักผ่อนในห้องเถอะ ต้องการยาแก้ไข้ หรือให้ฉันทำข้าวต้มไปให้ไหม”

“ไม่เป็นไร ในห้องฉันมียา ส่วนข้าวฉันยังไม่หิว ไว้ฉันตื่นแล้วจะมาทำอะไรกินเอง ขอบใจมากนะ”

“จ๊ะ งั้นเธอรีบไปพักผ่อนเถอะ”

 

ดีที่ภายในที่พักของหนิงลี่แบ่งเป็นห้องพักด้านใน มีมุมทำอาหารและโต๊ะกินข้าวที่ใช้ด้วยกัน มีระเบียงพอให้ได้เดินออกไปสูดอากาศหายใจอยู่บ้าง โซนที่พักของพวกเธอไม่ถือว่าอยู่ใจกลางเมืองมากนัก ราคาจึงไม่สูงเกินกว่าที่จะเช่าพัก ส่วนหนิงลี่ไม่ใช่ไม่สงสัยว่าเพื่อนของเธอหายไปไหน เกิดอะไรขึ้นบ้าง  ถึงได้กลับมาด้วยสภาพแบบนี้ ทั้งหนิงลี่ยังสังเกตเห็นรอยช้ำที่คอของภัทรา ซึ่งเธอพอจะทราบว่าเกิดจากอะไร แต่เมื่อภัทราไม่ต้องการที่จะเล่าให้เธอฟังในทันที ด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่ หนิงลี่พร้อมที่จะเคารพการตัดสินใจของภัทรา และพร้อมที่จะอยู่ข้างๆ เพื่อให้กำลังใจ

 

.....เข้าสู่สัปดาห์ที่สอง ที่ภัทราเข้ามาทำงานในบริษัทสาขาย่อยแห่งนี้ ทั้งหนิงลี่และเพื่อนร่วมงานรวมถึงผู้จัดการ ต่างก็ให้คำแนะนำเธออย่างดี ถือว่าที่นี่ให้การต้อนรับเธอที่เป็นคนต่างชาติเป็นอย่างดี ที่แน่ๆ แต่ละคนบอกภัทราว่าพวกเขาเคยไปเที่ยวที่ไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ พวกเขาชอบไปดูวัด แล้วก็เที่ยวย่านอาหาร สรุปคือพวกเขาชอบคนไทยและรู้จักเมืองไทยเป็นอย่างดีนั่นเอง ก็บริษัทแห่งนี้เป็นบริษัทที่ขนส่งสินค้าที่เป็นประเภทอาหารและผลไม้ไทยนำเข้ามาในจีน พวกเขาจะไม่รู้จักเมืองไทยได้ยังไงล่ะ

“พวกเธออยู่ตรงนี้เองหรอ ผู้จัดการเรียกพบแหนะ ทั้งเธอแล้วก็อันฉีด้วย” 

“ผู้จัดการเรียกพบพวกเราด้วยเรื่องอะไร เธอพอรู้ไหม”

หนิงลี่หันไปถามเพื่อนในแผนกที่เข้ามาตามเธอกับภัทรา

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่รู้สึกว่าจะเรียกหลายแผนกนะ ที่จริงฉันก็ถูกเรียกด้วย ก็เลยมาตามพวกเธอทั้งสองนี่แหละ”

“อ้อหรอ... งั้นไปสิ”

ทั้งหมดเป็นพนักงานในแผนกต่างๆ ราวยี่สิบคนได้ กำลังนั่งอยู่ในห้องประชุม โดยมีผู้จัดการฝ่ายบุคคลที่เป็นประธานเรียกประชุมในวันนี้

“ต้องขอโทษทุกคนที่เรียกพบด้วยเรื่องที่เร่งด่วน เพราะในตอนแรกสาขาของเราไม่ได้เข้าร่วม แต่จู่ๆก็มีคำสั่งจากทางสาขาใหญ่ให้พนักงานสาขาย่อยของเราเข้าร่วมกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ในครั้งนี้ แล้วก็ต้องเดินทางไปเข้าร่วมในวันพรุ่งนี้เลย ถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน จึงได้เรียกพวกเรามาในเวลานี้เลย”

“ทำไมถึงได้เร่งด่วนแบบนี้ละคะผู้จัดการ แล้วสาขาของเราพึ่งจะตั้งขึ้นไม่นานมานี้ ปกติที่เคยได้ยินมาจะเฉพาะเรียกสาขาที่มีผลงาน เพื่อที่จะคัดเลือกไปทำกิจกรรมและรับรางวัลด้วย ทำไมเราถึงถูกเลือกให้เข้าร่วมทั้งที่ผลงานก็ยังไม่มีเหมือนสาขาอื่นเลยละคะ”

พนักงานคนหนึ่งสงสัยจึงได้ถามผู้จัดการฝ่ายบุคคล ซึ่งทุกคนในที่ประชุมก็มีความสงสัยในเรื่องเดียวกันจึงรอฟัง

“เรื่องนี้ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่เมื่อมันเป็นคำสั่งของสาขาใหญ่ ถึงยังไงเราก็ต้องให้ความร่วมมือและปฎิบัติตาม เอาเป็นว่าพวกเราทั้งที่ยี่สิบคนที่อยู่ต่างแผนกกันนี้คือตัวแทนของสาขาเราที่จะเข้าร่วมกิจกรรมในวันพรุ่งนี้ เพื่อทุกคนจะได้เตรียมตัวได้ทัน ผมอนุญาตให้พวกคุณกลับบ้านในครึ่งวันนี้ก่อนได้ เพราะจะต้องไปเก็บกระเป๋าของใช้ส่วนตัว เราต้องใช้เวลาทำกิจกรรมถึงเจ็ดวันด้วยกัน พวกคุณก็จัดเสื้อผ้าไปให้ครบละกันนะ งั้นผมขอจบการประชุมในวันนี้ ขอบใจทุกคนมาก พรุ่งนี้เจอกันที่หน้าบริษัท จะมีรถบัสมาจอดรอพวกเราอยู่”

“ขอบคุณค่ะผู้จัดการ”

ทุกคนทำความเคารพผู้จัดการ จากนั้นจึงแยกย้ายเดินทางกลับบ้าน เพื่อจะได้ไปจัดกระเป๋าเตรียมตัวในการเดินทาง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน

 

...เช้าวันถัดมาตามเวลานัดหมายที่ด้านหน้าของบริษัท ทั้งหนิงลี่และภัทราขึ้นมานั่งรอที่รถเรียบร้อยแล้ว เพื่อรอเวลาที่รถจะเคลื่อนที่

“ดีนะที่บริษัทเรามีอาหารเช้าแจกบนรถ ข้อดีของการทำงานในบริษัทใหญ่ก็แบบนี้แหละ”

เมื่อพนักงานมาจนครบแล้ว เวลาเคลื่อนรถคือเก้าโมงเช้า รถเคลื่อนที่ออกจากบริเวณลานจอดรถของบริษัทในทันที การเดินทางต้องใช้เวลาทั้งวัน กำหนดการคือช่วงค่ำจึงจะถึงที่หมาย ซึ่งสถานที่ที่พวกเธอกำลังจะไปนั้น คือพระราชวังฤดูร้อนหรืออี้เหอหยวน ตั้งอยู่ในเขตไห่เตี้ยน ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงปักกิ่ง ซึ่งถูกจัดให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโก แต่สถานที่พักที่ทางบริษัทจัดไว้ให้คือโรงแรม ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งอยู่ทางด้านข้างใกล้ๆ กันนั่นเอง ภายในบริเวณดังกล่าวนอกจะเป็นที่ตั้งของโรงแรมแล้ว ยังจัดทำพื้นที่จำลองให้คล้ายกับเมืองโบราณ สามารถให้ผู้ที่เข้าพักได้เดินเที่ยวชมและทำกิจกรรมต่างๆภายในสถานที่ดังกล่าวได้ด้วย นอกจากนี้บุคคลภายนอกยังสามารถซื้อั๋วเพื่อมาเที่ยวชมความงดงามด้านในได้อีก ถือว่าเป็นธุรกิจที่ครอบคลุมและสร้างกำไรให้กับทางสถานที่ได้มาก

ในระหว่างทางหนิงลี่ที่รู้สึกตื่นเต้น จึงเริ่มชักชวนภัทราคุยเรื่องราวต่างๆไปเรื่อย เพราะเพื่อนสาวชาวไทยของเธอยังไม่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทใหญ่แห่งนี้มากนัก หัวข้อในระหว่างที่อยู่บนรถบัสจึงเป็นเรื่องของทางบริษัทแม่ซะส่วนใหญ่

“เธอรู้ใช่ไหมว่าบริษัทต้าลู่คอร์ปนอกจากจะธุรกิจด้านโลจิสติกแล้วการรับส่งสินค้า นี่ก็คือหัวใจหลักบริษัทของพวกเรา”

“อืมฉันศึกษามาระดับหนึ่งแล้วละ” ภัทราตอบกลับ

“ที่จริงแล้วผู้ที่กุมอำนาจของบริษัทในเครือต้าลู่แห่งนี้ ก็คือตระกูลลู่ที่เป็นผู้ถือหุ้นกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์เลยละ ได้ยินข่าวมาว่าผู้บริหารสูงสุดได้เปลี่ยนมือมาเป็นลูกชายของตระกูลนี้แล้วด้วย ข่าวบอกว่าเขาอายุยังน้อย น่าจะยี่สิบปลายๆ ได้ อายุเท่านี้ก็มีความสามารถขึ้นเป็นถึงระดับผู้บริหารซะแล้ว นอกจากเป็นหุ่นส่วนรายใหญ่แล้ว กิจการที่เป็นของตระกูลนี้โดยตรงก็มีนะ รู้สึกว่ามีท่าเทียบเรืออยู่ที่ฮ่องกงอีกแห่งอ่ะนะ.."

“คงทั้งเก่งฉลาด แล้วก็รวย” ภัทราฟังที่หนิงลี่เล่า เธอก็เอ่อออตาม

“ใช่ๆ ทั้งเก่งฉลาด เขาพูดกันว่าจบมาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของอังกฤษเกียรติยมด้วยนะ และตามที่ได้ยินอีกเรื่องก็คือเขาเป็นชายหนุ่มที่หล่อมากๆๆๆ ดูปากของฉัน เขา... หล่อ... มาก...”

ภัทราหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นใบหน้าที่เคลิมฝันของเพื่อนสาว

“เธอเห็นแล้วหรอหนิงลี่ถึงได้รู้ว่าเขาหล่อมาก”

“ไม่หรอก ฉันยังไม่เคยเห็น คนในบริษัทก็ไม่รู้ตัวจริงเขาเป็นยังไง คงมีแต่ข่าวลือ แต่ถ้าดูจากท่านประธานคนก่อนที่เป็นพ่อของเขา ฉันบอกได้เลยว่าเขาต้องถอดแบบท่านประธานคนก่อนมาไม่มากก็น้อย ทางนั้นขนาดอายุมากแล้ว ยังทั้งหล่อและดูดี ตัวสูงยังกับพวกดารานายแบบ พ่อลูกยังไงก็ต้องมีความคล้ายกันแน่นอนฉันว่านะ เสียดายที่นิตยาสารหลายที่มาขอสัมภาษณ์และอยากขอถ่ายรูป แต่ไม่มีรายไหนได้เข้าสัมภาษณ์เลยแม้แต่ฉบับเดียว ไม่งั้นนะฉันจะซื้อนิตยสารเล่มนั้นเป็นคนแรก แล้วก็ตามเป็นแฟนคลับของท่านประธานเลยละ”

“เธอนะพูดถึงหนุ่มหล่อไม่ได้เลยนะ เป็นต้องทำหน้าเพ้อฝันตลอด ไอ้รูปดารานายแบบที่มีอยู่เต็มห้องยังไม่พออีกหรือไง”

“ฉันก็ต้องสะสมไว้ดูเยอะๆสิ อาหารตาของฉันเลยนะรู้ไหม ถ้าฉันมีโอกาสได้เป็นแฟนกับหนุ่มหล่อหนึ่งในนั้นสักคนละก็ ฉันจะไม่ลืมแนะนำให้เธอรู้จักเป็นคนแรกเลยละอันฉี”

ว่าแล้วหนิงลี่ก็กุมมือทั้งสองแนบที่อกแล้วทำหน้าเพ้อฝันต่อไป ภัทราได้แต่ส่ายหัวกับท่าทางของเพื่อนสาว ไม่ว่าจะกี่ปีหนิงลี่ก็ยังคงเป็นแบบนี้ นึกถึงแต่หนุ่มหล่อสมบูรณ์แบบก็เลยไม่มีแฟนเหมือนกับคนอื่นเขาเสียที่ ว่าไปเธอก็ยังไม่มีแฟนกับเขานี้นา ถึงเคยมีก็เลิกไปนานแล้ว และยังไม่คิดที่จะมีใคร นึกยังไงไม่รู้เธอก็คิดถึงค่ำคืนนั้นขึ้นมา ผู้ชายที่เธอมีอะไรกับเขาด้วยเป็นใครกันแน่ทำไมถึงไม่ยอมเปิดเผยตัว เขาบอกจะรับผิดชอบแต่จนป่านนี้ก็ไม่เห็นแม้แต่จะติดต่อมา ภัทราสะบัดหัวไล่ความคิดที่พุ้งซ่าน เธอจะไปนึกถึงเรื่องราวบ้าๆ แบบนั้นทำไมกัน เขาแค่ฟันเธอแล้วทิ้ง คิดแล้วก็น่าเจ็บใจตัวเองนัก ซึ่งเธอพยายามจะไม่คิดถึงมันอีกแล้ว

ทั้งสองสาวใช้เวลานั่งอยู่ในรถ หลับๆ ตื่นๆ จนกระทั่งถึงที่หมาย รถบัสของพนักงานต้าลู่คอร์ปแต่ละสาขาจากทั่วทั้งจีนทยอยมาจอดเทียบในเวลาไล่เลี่ยกัน จากนั้นจึงมีพนักงานของทางโรงแรมออกมาต้อนรับ มีไกด์ผู้คอยนำทางเพื่อไปรับคีย์การ์ดของห้องพักแต่ละห้อง เพื่อทุกคนจะได้นำกระเป๋าของตนเองไปเก็บยังที่พัก เวลาในการนัดหมายรวมตัวกันอีกครั้งคือเวลาสิบแปดนาฬิกา  เพื่อรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน ซึ่งทางบริษัทให้นอนกันเป็นคู่ แน่นอนอยู่แล้วว่าทั้งภัทราและหนิงลี่ต้องนอนด้วยกัน พนักงานโรงแรมเดินนำทางให้ในส่วนที่เป็นพนักงานสาขาย่อยที่มากันจำนวนยี่สิบคนด้วยไป มุ่งหน้าไปยังเส้นทางที่ปูด้วยหิน สองข้างทางเต็มไปด้วยเมฆไม้นานาพันธ์ ตกแต่สวนข้างทางให้มีกลิ่นอายของเมืองจีนโบราณ มีโคมไฟสีแดงจุดเพื่อให้แสงสว่างตลอดระยะเส้นทางที่เดิน ทั้งหมดเดินตามพนักงานโรงแรมมาจนถึงที่พักซึ่งมีลักษณะหน้าตาเลียนแบบโรงเตี๊ยมจีนโบราณ ผสมผสานกับเครื่องใช้สมัยใหม่ แต่ก็สามารถตกแต่งได้อย่างลงตัว ทั้งสองสาวรับกุญแจห้องจากพนักงานโรงแรมที่ยืนรอแจกให้แก่พนักงานต้าลู่คอร์ปทั้งยี่สิบคน ในตอนแรกเข้าใจว่าเป็นคีย์การ์ด แต่เมื่อเห็นลักษณะการตกแต่งที่พักแล้ว ทางโรงแรมคงอยากจะทำให้เหมือนการจำลองที่พักของโรงเตี๊ยมในยุคสมัยก่อน สิ่งที่ได้คือรูปร่างของกุญแจทองเหลืองนั่นเอง

“ว๊าวๆๆ ยังกับพวกเราสองคนย้อนมาอยู่ในยุคจีนโบราณเลย ฉันเคยเห็นแต่ในหนังจีนกำลังภายใน ดูห้องน้ำนี่สิ มีถังไม้สำหรับแช่อาบน้ำร้อนด้วย ถ้าไม่ติดว่ามีฝักบัวอยู่ด้านข้างละก็ ฉันคิดว่าคงจะหลงยุคแล้วแน่ๆเลย ดูเตียงนอนนี่สิ ม่านจะเยอะไปไหน แต่ฉันก็ชอบนะบรรยากาศแบบนี้นะ”

ภัทราเมื่อเข้ามาในห้องพักได้ เธอก็เดินสำรวจรอบๆ ห้องทันที

“ก็ให้กลิ่นอายย้อนยุคดีนะ แต่ฉันว่าน่ากลัวยังไงไม่รู้”

“ไม่เห็นน่ากลัวอะไรเลย ถ้ามีชุดจีนให้ใส่ด้วยท่าจะดี”

“เลิกเพ้อแล้วรีบจัดการเก็บข้าวของ เรามีเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงในการอาบน้ำแต่งตัว เร็วเข้าเดี๋ยวจะอดกินเป็ดปักกิ่งแสนอร่อยอาหารขึ้นชื่อของที่นี่นะ”

ภัทราเมื่อได้ยินที่หนิงลี่เตือนเธอจึงต้องรีบเก็บข้าวของ สิ่งแรกเธอต้องจักการคืออาบน้ำก่อนเลย เธออาบน้ำเร็วแต่แต่งตัวนาน ผิดกับเพื่อนของเธอที่อาบน้ำนานแต่แต่งตัวเร็ว

 

“สวัสดีตัวแทนสาขาของต้าลู่คอร์ปทุกท่านครับ ผมเป็นผู้ดูแลในกิจกรรมที่ทางต้าลู่คอร์ปได้จัดขึ้นมาในครั้งนี้ เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น จึงได้จัดให้ทุกคนได้เข้าร่วมในทุกๆ ปี สำหรับสาขาที่มีผลงาน ทางต้าลู่คอร์ปก็จะมีของรางวัลเพื่อเป็นการส่งเสริมกำลังให้แก่ผู้ที่มีความตั้งใจทำประโยชน์ให้แก่ทางต้าลู่คอร์ปของเราครับ กิจกรรมมีทั้งหมดเจ็ดวันด้วยกัน ซึ่งผมจะให้ผู้ช่วยแจกเอกสารใบกิจกรรมสำหรบเจ็ดวันให้ทุกท่านได้อ่านเพื่อความเข้าใจนะครับ สำหรับอาหารมื้อนี้จัดทำเมนูพิเศษเพื่อสร้างความประทับใจให้กับพนักงานต้าลู่คอร์ปในที่นี้ทุกคนครับ หวังว่าค่ำคืนนี้ทุกท่านจะดื่มด่ำกับบรรยากาศของค่ำคืนกินเลี้ยงนี้กันถ้วนหน้ากันนะครับ แล้วพรุ่งนี้เราจะมารวมตัวกันใหม่อีกครั้งเพื่อทำภารกิจอันเป็นกิจกรรมของทางต้าลู่คอร์ปเรา ขอบคุณครับ”

ทุกคนในห้องอาหารต่างก็ปรบมือให้แก่ตัวแทนผู้ดูแลกิจกรรมของบริษัทในครั้งนี้ ซึ่งเขาน่าจะเป็นผู้จัดการสาขาใหญ่ดูแลฝ่ายบุคคล ดูบุคลิกท่าทางน่าจะมีอายุสามสิบกลางๆได้สวมแว่นหนารูปร่างผอมสูง และคงจะมีฝีมือด้านการทำงานไม่ใช่น้อยถึงก้าวมาสู่ตำแหน่งนี้ได้ ซ้ำยังเป็นบริษัทใหญ่และมั่นคงแบบนี้อีก

 

“ฉันเพิ่งเคยมาร่วมกิจกรรมกับทางบริษัทเป็นครั้งแรก ไม่คิดเลยว่าเขาจะดูแลเราดีขนาดนี้ ทั้งอาหาร ดูไวท์ขวดนี้สิ ฉันยังขอมาได้เลย บอกว่าอยากจะกินต่อที่ห้องยังให้มาง่ายๆ ราคาถูกที่ไหนกัน”

“ฉันไม่คิดเลยว่านอกจากหนุ่มหล่อล่ำแล้วเนี่ย จำพวกเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก็เป็นของชอบสำหรับเธอละนะหนิงลี่”

“แน่นอนอยู่แล้ว มีหนุ่มหล่อ.. มีไวท์รสเลิศให้ดื่ม.. เนี่ยความสุขของฉันเลยล่ะ มาๆ มาดื่มเป็นเพื่อนฉัน จะได้หลับสบาย”

หลังจากที่ทั้งสองสาวกลับมาที่ห้องพัก โดยที่หนิงลี่นำขวดไวท์มาดื่มในห้องต่อ ทั้งสองสาวจึงใช้เวลาที่เหลือก่อนนอน จิบไวท์พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน รอที่จะได้ทำกิจกรรมของทางบริษัทในวันพรุ่งนี้ เพราะในห้องอาหารพวกเธอก็เล่นดื่มกันมาหลายขวดแล้ว พอดื่มขวดที่เหลืออีก สภาพของทั้งสองสาวคือนอนกองรวมกันอยู่บนเตียง มารู้สึกตัวตื่นก็ต่อเมื่อได้ยิ่นเสียงดังอึกทึกอยู่ที่ด้านนอกห้อง หนิงลี่เป็นคนรู้สึกตัวตื่นก่อน จากนั้นเธอก็เดินไปเปิดหน้าต่างเพื่อโผล่หน้าออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมถึงได้มีเสียงดังในเขตที่พักอันเงียบสงบได้ แต่สิ่งที่หนิงลี่เห็นบริเวณด้านนอกนั้นกลับทำให้เธอต้องอ้าปากค้างตึกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก เลยต้องปิดหน้าต่างลง วิ่งกลับมาเข่ยาร่างของภัทราที่กำลังนอนหลับขี้เซาอยู่บนเตียงให้ตื่น

“อันฉี อันฉี ตื่นๆๆ เกิดเรื่องแล้วๆๆ”

“อื้อๆๆ มีเรื่องอะไรหนิงลี่ ทำไมปลุกกันแต่เช้าเลยล่ะ”

“เช้าที่ไหน เธอรีบมาดูนี่เร็วเข้า”

หนิงลี่พยายามลากแขนภัทราให้เดินตามเธอไปที่หน้าต่าง จากนั้นจึงเปิดหน้าต่างบานนั้นให้ภัทราดู สิ่งที่ภัทราเห็นคือสายต่างที่ตกตะลึง ไม่ต่างกับหนิงลี่ที่เปิดหน้าต่าง เห็นสิ่งที่อยู่ด้านนอกในตอนแรกเลย

“อะ..อะไรเนี่ย ไอ้สิ่งที่ลอยอยู่บนอากาศนั่นมันคืออะไร! ...”

สิ่งที่ภัทรากับหนิงลี่เห็น ไม่ใช่ที่พักอีกหลังที่เคยมีอยู่ ไม่ใช่ถนนที่เธอเดินมาเมื่อคืนนี้ ไม่มีส่วนไหนเลยที่เรียกว่าโรงแรมที่พัก มันได้กลายเป็นหน้าผาและหุบเหว ไกลออกไปเป็นเทือกเขาที่สูงชัน เหนืออากาศกลับกลายเป็นเหมือนเมืองที่ลอยอยู่บนอากาศ นกประหลาดบินไปมาให้เห็นอยู่เต็มท้องฟ้า พวกเธอเกิดภาพหลอนหรือยังไงกัน

ความคิดเห็น