email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่1:สู่แผ่นดินใหญ่

ชื่อตอน : ตอนที่1:สู่แผ่นดินใหญ่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 102

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ย. 2563 10:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่1:สู่แผ่นดินใหญ่
แบบอักษร

สู่แผ่นดินใหญ่

 

ภัทราหรือชื่อจีนเรียกว่าอันฉี เดินทางมายังเมืองจีนเพื่อมาฝึกประสบการณ์ในด้านการตลาดและการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากทางบ้านของเธอต้องการขยายกิจการขนส่งสินค้าจำพวกผลไม้ที่มีในสวนและภายในเขตจังหวัดระยองส่งขายให้กับทางจีน ซึ่งเธอเห็นว่าลู่ทางนี้จะได้ผลกำไรดีเนื่องจากชาวจีนทานผลไม้ไทยมากขึ้น ภัทราจบด้านการตลาดก็จริงแต่ประสบการณ์ของเธอยังมีน้อย จึงได้ติดต่อกับเพื่อนเก่าที่เคยเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนเมื่อครั้งเรียนมหาลัยแห่งหนึ่งในไทยด้วยกัน ขอให้ติดต่อบริษัทภายในจีนที่ต้องการรับคนเข้าทำงานเกี่ยวกับด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยเฉพาะสินค้าไทย เป็นจังหวะที่เพื่อนของเธอทำงานในบริษัทสาขาย่อยแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทด้านโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าต่างๆ กำลังต้องการพนักงานที่สามารถติดต่อสื่อสารภาษาจีนและไทยได้ จึงเป็นโอกาสเหมาะของภัทราในช่วงเวลานี้พอดิบพอดี ภัทราจึงตัดสินใจเดินทางมายังประเทศจีนในที่สุด

 

 

เมื่อเดินทางมาถึงเมืองจีนเพื่อนของภัทรา นั่นก็คือหนิงลี่ได้มารับเธอไปพักที่เดียวกันกับเธอทันที เพราะหนิงลี่ก็เป็นสาวโสดอยู่คนเดียวเช่นกันจึงไม่มีปัญหาในการอยู่ร่วมกันของทั้งสองสาว หลังจากนั้นจึงพากันเดินทางไปรายงานตัวเพราะก่อนหน้านี้ภัทราได้ส่งใบสมัครงานทางอีเมล และทางบริษัทก็ได้ตอบรับเธอเพื่อให้สัมภาษณ์ในวันนี้

 

“อันฉี เธอตื่นเต้นหรือเปล่า สู้ๆ นะเธอทำได้ ฉันรอเธออยู่หน้าห้องสัมภาษณ์นี่แหละ รีบเข้าไปเถอะ”

 

“ขอบใจนะหนิงลี่”

 

ภัทรากล่าวขอบคุณและส่งยิ้มให้หนิงลี่ก่อนที่จะเข้าไปภายในห้องสัมภาษณ์

 

“สวัสดีค่ะฉันชื่ออันฉี มาจากประเทศไทยค่ะ”

 

“มาแล้วหรือครับ เชิญนั่งก่อนผมผู้จัดการหวัง เป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคล ได้เห็นข้อมูลประวัติของคุณในใบสมัครงานแล้ว คุณสามารถอ่านและพูดได้ถึงสามภาษาด้วยกันจึงยินดีให้คุณทำงานกับทางเราครับ ซึ่งทางบริษัทของเรามีหลายสาขา ที่นี่เป็นสาขาย่อยอยู่ในการดูแลของบริษัทต้าลู่คอร์ปอีกที เพราะบริษัทสาขาย่อยแห่งนี้เพิ่งตั้งมาได้ไม่นาน จึงต้องการรับสมัครคนที่จะสื่อสารภาษาไทยได้ ซึ่งคุณอันฉีผ่านการพิจารณาจากทางบริษัทของเราแล้วยินดีด้วยครับ”

 

“ขอบคุณผู้จัดการหวังเป็นอย่างยิ่ง ดิฉันจะตั้งใจทำงานที่บริษัทแห่งนี้ให้ดีที่สุดค่ะ”

 

“ครับ หวังว่าพวกเราจะสามารถร่วมมือกัน และช่วยกันพัฒนาส่งเสริมบริษัทของพวกเราให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ส่วนงานต่างๆ จะมีหัวหน้าฝ่ายมาแนะนำคุณอันฉีอีกทีครับ”

 

“ขอบคุณผู้จัดการหวังอีกครั้งค่ะ งั้นฉันขอตัวนะคะ”

 

“ครับยินดีด้วย เชิญครับ”

 

 

ที่จีนมีการแข่งขันที่สูงมาก ตั้งแต่ระดับมัธยม มหาวิทยา จนมาถึงงานในบริษัทต่างๆ มันยากที่จะสามารถแข่งขันในเรื่องเหล่านี้ในประเทศที่มาประชากรจำนวนมากและการแข่งขันที่สูงได้ ตอนแรกเธอก็แปลกใจอยู่เหมือนว่าทำไมบริษัทยักษ์ใหญ่ที่รับคนเข้าทำงานได้ยากขนาดนี้ ถึงได้เลือกเธอ ทั้งที่เธอก็เป็นคนต่างชาติด้วย แต่อันฉีก็มาคิดหักล้างในส่วนของสาขาของบริษัทที่เป็นเพียงสาขาย่อยเปิดใหม่ ทั้งยังระบุว่าต้องการคนที่สามารถพูดภาษาไทยหรือติดต่อด้านการขนส่งสินค้ากับคนไทย เธอจึงถูกพิจารณาเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมในงานนี้

 

“เป็นไงบ้างอันฉี” หนิงลี่ที่กำลังนั่งรออยู่ เมื่อเห็นอันฉีเดินออกมา เธอจึงรีบลุกขึ้นยืนและถามอย่างตื่นเต้น

 

“เรียบร้อยดีจ๊ะ”

 

“เย้ๆๆ ดีจัง มาไหนๆ วันนี้ก็เพิ่งมาพบผู้จัดการ อีกครึ่งวันที่เหลือเรามีเวลาว่างไปฉลองกันดีกว่า ฉันว่าจะพาเธอไปเลี้ยงต้อนรับด้วยเลยดีกว่า กลางวันเป็นร้านอาหารจีน ส่วนกลางคืนฉันจะพาเธอไปท่องราตรีของเมืองปักกิ่งแห่งนี้เอง พรุ่งนี้เป็นวันอาทิตย์ไม่ต้องกลัวว่าจะตื่นไปทำงานไม่ได้ เที่ยวให้สนุกแล้ววันจันทร์เราถึงเริ่มลุยงานกัน”

 

“ฉันมอบหน้าที่นี้ให้เจ้าถิ่นอย่างเธอเต็มที่เลยหนิงลี่ ปะ ไปกันเลย..”

 

 

หลังจากที่หนิงลี่พาภัทราไปเลี่ยงอาหารกลางวันกันแล้ว ทั้งสองก็ไปหาช๊อปซื้อเสื้อผ้าซึ่งในวันนี้พวกเธอจะกลายร่างเป็นผีเสื้อราตรี เพราะตั้งแต่จบมหาวิทยาลัยออกมา พวกเธอก็รู้จักแต่การทำงาน แล้วก็งาน เท่านั้น เพื่อนสนิทก็ไม่ค่อยมีเหมืนคนอื่น กลายเป็นว่าพวกเธอมีเพื่อนสนิทเป็นชาวต่างชาติซะงั้น

 

“อันฉี เธอมันสาวหวานน่ารัก แต่งยังไงก็ดูไม่โป้หรอกน่า ชุดที่ฉันใส่ยังดูวาบหวิวกว่าที่เธอใส่อีก”

 

เสียงของหนิงลี่พูดขึ้นหลังจากที่ทั้งสองกำลังลองชุดที่ซื้อมาใหม่ภายในห้องพัก

 

“แต่ฉันไม่ค่อยมั่นใจ”

 

“เอาน่า ไปเที่ยวแค่คืนเดียว มีใครรู้จักที่ไหน แถมพวกเรายังแต่งหน้าจัดจ้านกันซะขนาดนี้ ใครจะไปจำเราได้ เชื่อฉันเถอะน่า ไปๆ ไปกันได้แล้ว อย่ามัวมาเนียมอายมองตัวเองในกระจกอยู่เลย”

 

หนิงลี่ดันไหล่เพื่อนสาวให้ออกจากหน้ากระจก เพราะได้เวลาที่เธอจะพาเพื่อนสาวชาวไทยคนนี้ท่องราตรีแห่งปักกิ่งแล้ว ชุดที่ทั้งสองใส่วันนี้เป็นสีดำทั้งสองคน ชุดที่ภัทราใส่เป็นชุดเดรสดูเรียบแต่มีเกร็ดเล็กๆ สะท้อนแสงไฟดูระยิบระยับไปทั้งชุดและดูดีไปอีกแบบ ความสั้นของชุดอยู่เหนือเข่าของเธอขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อให้เห็นเรียวขาขาว เพราะภัทรามีเชื้อสายจีนจึงมีผิวที่ขาวมาก เธอสวมรองเท้าบู๊ดสั้นสีดำผมของเธอถูกปล่อยยาวทิ้งตัวลงกลางแผนหลังที่เรียบเนียน ชุดนี้จะดูธรรมดาไม่มีอะไรเลยถ้ามองจากด้านหน้า แต่เมื่อใดที่อันฉีหันหลังจะพบว่าชุดของเธอคว้านเปิดออกจนถึงบั้นท้ายที่กลมกลึง โชว์แผ่นหลังที่ขาวเนียนของเธอ นี่คือชุดที่อันฉีไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้ใส่ เพราะเพื่อนของเธอแท้ๆ ที่ยุยงให้เธอต้องยอมสวมใส่ออกมา ยังดีที่ผมของเธอช่วยปกปิดแผ่นหลังของเธอได้บ้างไม่มากก็น้อย ใบหน้าที่พอกด้วยเครื่องสำอางที่หนาเตอะ แต่เมื่อมาอยู่บนใบหน้าที่เล็กจิ้มลิ้ม ดวงตาที่กลมโต ริมผีปากที่อิ่มเล็กเคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสด ทำให้ใบหน้าของเธอดูเหมือกับตุ๊กตาที่มีชีวิตนี่เอง ส่วนหนิงลี่สวมเดรสสีดำเกาะอก รักรูปร่างที่เพรียวบาง เรียวขาที่ยาวพร้อมกับส้นสูงสีแดง ทำให้หุ่นของเธอราวกับนางแบบ

 

เมื่อทั้งสองเดินเข้ามาภายในคลับ ซึ่งก็เริ่มมีคนเข้ามาจำนวนมากแล้วเช่นกัน จึงถูกจ้องมองจากคนรอบข้างในทันที ว่าสองสาวที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งสองนี้เป็นใครมาจากไหน เพราะถ้าเป็นนักท่องราตรีที่มาประจำจะไม่เคยเห็นสาวสาวที่เพิ่งเข้ามาใหม่นี้เลย จึงกลายเป็นที่สนใจและจับตามอง โดยเฉพาะบรรดาหนุ่มๆ ที่พร้อมจะโฉบเข้ามาทักทาย และเสนอที่จะเป็นเจ้ามือเลี้ยงเครื่องดื่มแก่พวกเธอในค่ำคืนนี้ ทั้งสองสาวเดินตรงไปที่เค้าเตอร์ซึ่งมีบาร์เทนเดอร์หนุ่มหล่อชงเครื่องดื่มอยู่ให้แก่ลูกค้า

 

“อันฉี ดูสิตั้งแต่เธอเดินเข้ามาในคลับแห่งนี้ หนุ่มๆ ก็มองตามเธอใหญ่เลย เพื่อนสาวของฉันฮ๊อตดึงดูดไม่เบาเลยนะ”

 

“มองฉันที่ไหน มองเธอต่างหากละ ดูหุ่นและชุดที่เธอใส่สิ ถ้าฉันเป็นหนุ่มพวกนั้น ฉันก็ไม่ต่างจากพวกเขานักหรอกน่า เธอนะแซ่บเปรี้ยวเยี่ยวลาดเลยละรู้ตัวหรือเปล่า”

 

“ฮ่า ฮ่า เธอใช้ศัพท์อะไรของเธอเนี่ยอันฉี เอาเป็นว่าวันนี้เราทั้งสองจะเป็นสาวที่ร้อนแรงที่สุดในค่ำคืนนี้”

 

“ฉันละเหนื่อยใจกับความคิดของเธอจริงๆ หนิงลี่”

 

ภัทราส่ายหัวกับความคิดของเพื่อนสาว ที่จับเธอแต่งตัวแบบนี้ออกมา ซึ่งก็มาทราบทีหลังว่าที่จริงแล้วหนิงลี่ก็ไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน ถ้าเธอไม่บอกภัทราคงคิดว่าเพื่อนสาวของเธอคือสาวนักเที่ยวตัวยงเลยละ

 

“ขอ Cosmopolitan หนึ่ง แล้วเธอจะดื่มอะไรอันฉีฉันจะได้สั่งให้”

 

หนิงลี่หันมาถามภัทราเมื่อทั้งสองเข้ามานั่งที่เก้าอี้ของบาร์แล้ว

 

“ที่จริงฉันไม่รู้จักเครื่องดื่มเหล่านี้หรอกนะ เธอช่วยสั่งให้ฉันด้วยเลยก็แล้วกัน”

 

ถ้าเป็น spy ที่ดื่มกับเพื่อนๆ ตอนเรียนจบใหม่ๆ ก็พอรู้จักอยู่หรอก เธอมันลูกชาวสวน การเป็นสาวนักเที่ยวจึงไม่มีอยู่ในหัวของเธอ เรียนจบก็ทำงานเลย ชีวิตก็มีเท่านี้

 

“อ้อ... ได้สิ ถึงฉันจะไม่เคยเป็นสาวเปรี้ยวเหมือนในวันนี้ แต่ฉันจะบอกอะไรให้นะว่าฉันน่ะ นักดื่มตัวยงเลยล่ะ ต่างตรงที่ฉันมาในรูปลักษณ์สาวแว่นทำงานหัวฟูเท่านั้น ฮ่าๆ”

 

หลังจากที่หนิงลี่พูดกับภัทราจบ เธอก็หันไปสั่งเครื่องดื่มในส่วนของภัทราอีกแก้ว

 

“งั้นฉันจะให้เธอลองชิมอันนี้ดู... สุดหล่อขอKamikaze อีกหนึ่งแก้ว”

 

ซึ่งพ่อหนุ่มบาร์เทนเดอร์ก็รับทราบแล้วชงให้ทันที ไม่นานค็อกเทลที่มีสันสันทั้งสองแก้วก็ถูกเสริ์ฟให้แก่สองสาว เครื่องดื่มในส่วนของหนิงลี่มีสีแดงอมชมพูตกแต่งด้วยเปลือกส้ม ส่วนของภัทราเป็นค็อกเทลที่ภายในแก้วมีสีฟ้าขอบแก้วตกแต่งด้วยมะนาวที่หั่นเป็นแว่นสีเหลืองตัดกับผลของเชอรี่ ทำให้เครื่องดื่มที่อยู่ภานในแก้วดูน่าลิ้มลอง

 

“ฉันว่าเธอต้องชอบมันแน่อันฉี สำหรับคนที่เพิ่งจะหัดดื่มอย่างเธอ แล้วสำหรับรสชาติของค็อกเทลในแก้วนี้เธอต้องติดใจแน่ๆ”

 

“สีสันน่ากินดีนะ”

 

ภัทรามองดูของเหลวภายในแก้วที่มีสีฟ้า เธอลองจิบดู พบว่าค็อกเทลแก้วนี้มีรสหวานอมเปรี้ยวของมะนาว ถึงแม้จะเป็นเครื่องดื่มที่เป็นแอลกอฮอล์ แต่ถ้ารสชาติแบบนี้เธอก็พอรับได้

 

“ชอบละสิ มาดื่มฉลองสู่ปักกิ่งและงานใหม่ของเธอ”

 

 

ในขณะที่ทั้งสองสาวกำลังนั่งจิบค็อกเทลฟังเสียงดนตรีคลอในคลับอย่างเพลิดเพลินอารมณ์อยู่นั้น ชายหนุ่มหน้าตาดีสองคน ซึ่งดูจากการแต่งตัวที่ใช้แต่แบรนด์เนมแล้วละก็ ทั้งสองน่าจะเป็นชายหนุ่มที่มีฐานะไม่น้อยเลย

 

“ขอโทษนะครับ ผมชื่อหลิวอี้ถ่ง นี่เพื่อนผมจางหมิง พวกผมไม่เคยเห็นสาวสวยอย่างพวกคุณทั้งสองที่คลับแห่งนี้มาก่อนเลย ไม่ทราบว่าเพิ่งมาเที่ยวกันหรือครับ”

 

“อ้อ ใช่ค่ะพวกเราเพิ่งมาเที่ยวที่นี่เป็นครั้งแรก ยินดีที่ได้รู้จัก” เป็นหนิงลี่ที่ตอบชายหนุ่มทั้งสองไป

 

“พวกเราอยากจะทราบชื่อพวกคุณทั้งสองได้ไหมครับ จะได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น หรือว่าหลังจากนี้พวกคุณจะไปที่ไหนต่อหรือเปล่า ถ้ายังไม่ได้มีนัดกับใครพวกเราอยากจะชวนพวกคุณทั้งสองไปปาร์ตี้ที่คอนโดของผมด้วยกัน”

 

พอได้ยินคำพูดของชายหนุ่มทั้งสองแล้ว ทั้งภัทราและหนิงลี่ก็รู้เลยว่า ที่ชายหนุ่มทั้งสองเข้าหาพวกเธอด้วยจุดประสงใดกันแน่ และไม่ใช่ว่าผู้หญิงทุกคนเห็นหนุ่มหล่อ มีฐานะเข้ามาพูดคุยและชักชวนพวกเธอด้วยแล้ว จะต้องตกลงและตามพวกเขาไปทั้งหมด ในบรรดาสาวๆ เหล่านั้นมีหนิงลี่และภัทราแน่นอนที่ไม่ตกลงด้วย พวกเธอแค่มาปลดปล่อยหาความสุข อาจจะมีมองหนุ่มหล่อเป็นอาหารตารวมอยู่ด้วยเท่านั้น แต่ไม่ใช่ว่าพวกเธอต้องไปสร้างสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่านี้นี่นา ความสัมพันธ์ที่เกิดจากเรื่องฉาบฉวยแบบนี้มันไม่ยั่งยืน และไม่ใช่นิสัยของทั้งสองสาวอีกด้วย

 

“ต้องขอโทษพวกคุณทั้งสองด้วย ที่ไม่สะดวกจะบอกชื่อแซ่และไม่สามารถไปต่อกับพวกคุณด้วย พวกเราแค่มากินดื่มตามประสาสาวๆ จากนั้นก็จะกลับ ขอบคุณนะคะ..หวังว่าพวกคุณทั้งสองคงจะเจอเหยื่อรายใหม่ อุ่ย! สาวสวยกลุ่มใหม่ที่จะไปกับพวกคุณ สำหรับพวกเราทั้งสองขอปฏิเสธเลยก็แล้วกันนะคะ”

 

 

ชายหนุ่มทั้งสองเมื่อได้ยินคำปฏิเสธแบบไร้เยื่อใยก็มีสีหน้าไม่พอใจอยู่เล็กน้อย เพราะไม่เคยมีหญิงสาวคนไหนปฏิเสธคำชักชวนของพวกเขา พวกเธอไม่รู้จักคุณชายระดับไฮโซของปักกิ่งเช่นพวกเขาหรือยังไง การที่พวกเขาเชิญพวกเธอทั้งสองถือว่าเป็นเกียรติมากแล้ว แต่นี่กลับกล้าปฏิเสธ มันทำให้พวกเขารู้สึกเสียหน้าอยู่มาก แต่ไม่กล้าต่อว่าหรือโวยวายใส่พวกเธอ เป็นเพราะคำว่าไฮโซของพวกเขาค้ำคออยู่นั่นเอง ทั้งของหนุ่มทำท่าฟึดฟัดอยู่เล็กน้อย จากนั้นจึงเดินจากไปในที่สุด ส่วนภัทรากับหนิงลี่ก็หันกลับมายักไหล่ให้กันจากนั้นจึงหัวเราะคิกคักกันอยู่สองคน

 

ปกติแล้วคลับแห่งนี้เป็นคลับของคนมีฐานะและแขกที่เป็นขาประจำ ที่ส่วนใหญ่แล้วค่อนข้างมีฐานะหน้าตาในสังคมไฮโซ มีจำพวกดาราเซเลบหรือแม้กระทั่งบรรดานักธุรกิจใหญ่ที่มีชื่อเสียง พวกเขาต่างก็นิยมมาที่นี่ และจะมีบัตรที่เป็นสมาชิกวีไอพี พวกเขาเหล่านั้นจะได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ ในคลับแห่งนี้ ตรงบริเวณที่ภัทราและหนิงลี่ยืนอยู่นี้ เป็นบริเวณที่บุคคลทั่วไปซึ่งไม่ใช่สมาชิกคลับสามารถเข้าได้ขอเพียงมีเงินจ่ายเท่านั้น และกว่าที่หนิงลี่จะพาภัทราเข้ามาได้เธอก็ใช้เงินเก็บของเธอไปกับครั้งนี้มากอยู่พอสมควร...

 

แล้วยังไง...เงินนะหาใหม่ได้ฉลองกับเพื่อนสนิททั้งที และคงจะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียว ขอเปลี่ยนจากหญิงสาวธรรมดา มาเป็นสาวมีระดับเปรี้ยวแซ่บเลยละกัน นี่คือความคิดของหนิงลี่ ที่มีความคิดอยากจะพาเพื่อนสาวชาวไทยมาทำอะไรแปลกใหม่ที่นี่ยังไงล่ะ

 

ซึ่งการกระทำของทั้งสองสาวได้ไปสะดุดตาบุคคลหนึ่งเข้า เขาคนนั้นกำลังนั่งจิบค็อกเทลดื่มด่ำกับบรรยากาศอยู่ที่ชั้นวีไอพี และเห็นสถานที่ในมุมห้องด้านล่างทั้งหมด เขาสะดุดตาทั้งสองสาวนี้ตั้งแต่พวกเธอเดินเข้ามาในคลับแห่งนี้แล้ว โดยเฉพาะคนที่ตัวเล็กกว่า เธอมีใบหน้าที่สวยหวาน ทั้งมีความน่ารักแต่พยายามปกปิดด้วยเครื่องสำอางที่หนาเตอะบนใบหน้าเรียวเล็กนั้น แต่สิ่งที่เธอพยายามทั้งหมดกลับทำให้ใบหน้าของเธอดึงดูดสายตาคนรอบข้างได้ โดยเฉพาะเขาในเวลานี้

 

เกือบจะเที่ยงคืนแล้ว ทั้งสองสาวยังคงอยู่ที่เดิม และยังสั่งค็อกเทลที่รสชาติหวานติดลิ้นมาดื่มเรื่อยๆ ไหนๆ พรุ่งนี้ก็เป็นวันอาทิตย์อยู่แล้ว จึงไม่ได้รีบร้อนที่จะกลับ

 

“หนิงลี่ ฉันอยากเข้าห้องน้ำอีกแล้ว ดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปแล้วปวดฉี่บ่อยจัง”

 

“สาวสวยเขาพูดแบบนี้ที่ไหนกัน ฉันพาเธอเข้าหลายรอบแล้ว ไปเองได้หรือเปล่าคราวนี้”

 

“ได้ๆ สบายมาก รอฉันตรงนี้แหละเดี๋ยวฉันรีบไปรีบกลับ”

 

ร่างบางของภัทราเดินเซไปเรื่อย มือก็คลำไปตามกำแพงผนังของคลับเพื่อมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งของให้น้ำที่เธอเคยไป ถึงแม้เธอจะเดินเองได้ แต่ด้วยค็อกเทลที่เธอดื่มเข้าไปหลายแล้วนั้น ด้วยแอลกอฮอร์ของมันก็ทำให้เธอถึงกับมึนหัวไปเหมือนกัน

 

“ทำไมโลกมันเอียงๆ แบบนี้นะ ห้องน้ำอยู่หนายๆๆ อะ เจอแล้ว”

 

มือบางยังคงคลำกำแพงผนังไปเรื่อยๆ เพื่อให้ถึงยังจุดหมาย

 

“ปึก...”

 

“โอ๊ย! ...ชนอารายๆๆ”

 

ภัทราที่มีอาการมึนเมาตาลาย คิดว่าเธอเองเดินได้ตรงแล้ว ในขณะที่กำลังเงยหน้าเพื่อจะเพ่งมองทางอยู่นั้น จู่ๆ หน้าฝากของเธอก็ชนเข้ากับหน้าอกแกร่งของใครสักคน และคงไม่ใช่ผู้หญิงด้วยกันอย่างแน่นอน ที่เธอชนคือกล้ามเนื้อหน้าอกที่แข็งแรงของผู้ชายคนหนึ่ง อีกทั้งหน้าผากของเธอชนเขาในระดับอกคนๆ นี้ก็น่าจะมีรูปร่างสูงกว่าเธอหลายเท่า หรือไม่ก็คงจะสูงร้อยแปดสิบเซนติเมตรขึ้นไปแล้วแน่

 

“เธอจะไปไหน”

 

เสียงที่ภัทราได้ยินเป็นเสียงของผู้ชายแล้วแน่ และดูเหมือนว่าเขากำลังก้มกระซิบถามเธอที่ข้างหู

 

“ฉานๆๆ จาปายๆๆ ห้องน้ำ อึก..”

 

“หึ ดูเหมือนเธอจะมาผิดทางนะ แม่สาวขี้เมา”

 

“ฉานไม่ดายๆๆ เมา ฉานๆๆ มีสติ อึก ดีๆๆ”

 

ขณะที่ภัทราพูดกับชายหนุ่ม เธอมองเห็นหน้าเขาไม่ชัดเลย ตรงบริเวณที่เธอยืนอยู่นี้แสงไฟค่อนข้างหรี่เบาและเป็นสีส้ม ดูเหมือนว่าจากที่เธอเดินชนเขาทำให้เธอไม่สามารถทรงตัวได้ มือใหญ่คู่นั้นจึงต้องประคองที่เอวบางของเธอไม่ให้ล้มหงายหลังไป มือบางปัดป้ายหวังจะผลักร่างของชายหนุ่มปริศนาคนนี้ออกไป แต่กลับกลายเป็นว่าศีรษะของเธอเข้าไปซบที่หน้าอกของเขาเสียเอง และคล้ายว่าเธอจะหลับคาอกของเขาซะมากกว่า

 

“คุณ! ผมว่าคุณคงเมามากแล้ว ให้ผมไปส่งคุณที่ไหนได้บ้าง”

 

แต่กลับไร้เสียงของร่างบางที่กำลังใช้ใบหน้าซุกซบอยู่อยู่ตรงหน้าอกของชายหนุ่ม

 

“หึ เมาขนาดนี้ยังจะมาเดินคนเดียวได้อีก ไม่กลัวคนอย่างผมจะหิ้วคุณกลับห้องหรือยังไง”

 

ชายหนุ่มไม่ได้รอคำตอบจากร่างบางที่เมาพับด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ เขาช้อนที่ข้อพับขาของร่างบาง จากนั้นจึงอุ้มร่างของเธอขึ้นแนบอก จุดหมายคือชั้นบนสุดของคลับแห่งนี้ ซึ่งเขาก็คือเจ้าของสถานที่แห่งนี้เอง ด้วยเหตุผลเพื่อจะทำสถานที่ผ่อนคลายให้กับตนเองในช่วงที่เครียดจากธุรกิจ ที่ไม่สามารถปล่อยวางได้ เพราะต้องแบกรับคนจำนวนหลายหมื่นให้มีงานทำ ร่างสูงของชายหนุ่มอุ้มร่างบางที่สติเลือนรางไปที่หน้าไปตูบานหนึ่ง สถานที่ดังกล่าวเป็นห้องส่วนตัวของเขา ไว้สำหรับในยามที่อยากพักที่นี่ วันนี้คงเป็นอีกวันที่เขาจะใช้มันกลับแม่สาวที่เขาหมายตาเอาไว้ในค่ำคืนนี้แล้ว และเธอกำลังอยู่ในอ้อมกอดของเขาในเวลานี้เช่นกัน

 

 

ความคิดเห็น