แนะนำติชมด้วยนะคะ

บทที่ 13 … พบ เพื่อ จาก (ตอนจบ)

ชื่อตอน : บทที่ 13 … พบ เพื่อ จาก (ตอนจบ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 207

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ย. 2563 17:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13 … พบ เพื่อ จาก (ตอนจบ)
แบบอักษร

บทที่ 13 … พบ เพื่อ จาก (ตอนจบ) 

“สัพพีติโย วิวัชชันตุ สัพพะโรโค วินัสสะตุมา เต ภะวัตวันตะราโยสุขี ทีฆายุโก ภะวะ อภิวาทะนะสีลิสสะนิจจัง วุฑฒาปะจายิโน จัตตาโร ธัมมา วัฒฒันติ อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง”

เสียงพระสงฆ์สวดมนต์ให้พรจบลงเวหาพี่ชายฝาแฝดของเวฬาก็ก้มกราบพระ และประคองมารดาให้ลุกขึ้นยืนก่อนหยิบถ้วยที่รองน้ำที่กรวดอุทิศส่วนบุญเมื่อครู่ขึ้นมา และพามารดานำน้ำในถ้วยแห่งนั้นไปเทยังต้นลำเจียกริมน้ำภายในวัด

“น้องจะเป็นอย่างไรบ้างนะหา ” มารดารำพึงเหม่อมองหา

“ไอ้เวจะต้องมีความสุขแน่ๆ เลยแม่ มันเป็นคนดีสวรรค์คงไม่ใจร้ายกับมันหรอก อีกอย่างเราก็ทำบุญส่งไปให้เสมอหาเชื่อว่าน้องจำต้องได้รับแน่นอน” เวหาปลอบใจมารดา ครบปีแล้วที่เวฬาพลัดตกลงไปในน้ำแล้วหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย แม้ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยจะระดมกำลังมาทั้งจังหวัด เครื่องไม้เครื่องมือมากมายที่เตรียมมาเพื่อค้นหา ระดมสารพัดวิธี ทั้งทางวิทยาศาสตร์และไสยศาสตร์ก็ทำจนหมดสิ้นแล้ว ก็ยังไม่มีใครพบร่างของเวฬาเลยสักคน

ทุกคนในบ้านเริ่มทำใจได้แล้วว่าคงหมดหวังที่จะได้น้องสาวคนเล็กคนเก่งของบ้านกลับมา แต่ก็ไม่ทิ้งความหวัง แม่เริ่มหันหน้าเข้าวัดทำบุญส่งไปให้เวฬาอย่างสม่ำเสมอไม่เคยขาด พ่อเองก็ออกค้นหาไปตลอดลำน้ำไม่หยุด ส่วนเวหาเองก็ลงมารับผิดชอบร้านแทนน้องสาวแบบเต็มตัว แม้หน้าตาขนมอาจจะไม่ทันสมัยเท่ากับที่เวฬาทำ แต่รสชาติก็ไม่ทิ้งกันเท่าไรนัก ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ทราบข่าวร้ายของครอยครัวก็เข้าใจและยังคงแวะเวียนมาสั่งขนมที่ร้ายอยู่เสมอ

“แม่คิดถึงน้องนะหา น้องยังเด็กไม่รู้เวรกรรมอะไร ทำให้น้องต้องจากเราไปเร็วเหลือเกิน”

“อาจจะเป็นวาสนาของโยมเวฬาก็ได้นะโยมแก้ว” เสียงหลวงตาดังแทรกมาจากด้านหลัง เวหาและกลิ่นแก้วหันกลับไปหาทันที

“วาสนาหรือคะหลวงพ่อ” กลิ่นแก้วถามย้ำ ลูกสาวเธอจมน้ำหายไป จะเป็นวาสนาได้อย่างไร

“โยมเวฬาไม่ทุกข์ทรมานหรอก มันเป็นวาสนาของเขาที่จะต้องเดินทางไกล เนื้อคู่เขาเรียกหากัน เกื้อกูลกัน พระพรหมท่านเลยเมตตา อย่าเศร้าเสียใจไปเลยหากโยมเวฬารู้เข้าจะทุกข์ใจว่าตัวทำให้มารดาเสียน้ำตามันจะเป็นกรรมตกแก่ลูกนะ” หลวงตาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเมตตา “ว่าแต่โยมเวหาน่ะ เตรียมตัวเตรียมใจไว้เถิด เบญเพศแล้วนี่เนื้อคู่โยมกำลังมาตามหาแล้วนะ แต่หลวงตาขอไว้นะบวชให้แม่กับน้องสักหน่อยแล้วค่อยสึกออกมารับชะตาตัวเองต่อ”

“เรื่องเนื้อคู่ผมไม่สนใจหรอกครับหลวงตา ส่วนเรื่องบวชก็คิดไว้นานแล้วเหมือนกันติดตรงต้องมารับช่วงดูแลร้านต่อเลยยังบวชไม่ได้ครับ” เวหาตอบ

“ตอนนี้ทุกอย่างก็อยู่ตัวแล้วไม่ใช่เหรอ โยมจะได้คำตอบสำหรับคำถามในใจของโยมภายใต้ร่มกาสาวพัสตร์นี่ล่ะนะ คิดให้ดีๆ ตัดสินใจดีๆ จะได้เป็นกุศลทั้งกับตัวเองและครอบครัวนะโยม” กล่าวทิ้งไว้เท่านี้หลวงตาก็เดินจากไป ปล่อยให้สองแม่ลูกปรึกษากันต่อ

“แม่ว่าดีนะหา บวชให้น้องสักห้าวันเจ็ดวัน เผื่อบุญกุศลจะส่งผลให้น้องไม่ลำบาก”

“แม่ว่า ไอ้เวจะเดินทางไปไกลแค่ไหนนะ” เวหามองตามสายน้ำที่พรากน้องสาวฝาแฝดไปจนสุดสายตา

“ไกลเท่าที่ชะตาเค้ากำหนดไว้ หลวงตาพูดมาแบบนี้แล้วแม่ก็หมดห่วงน้องไปบางส่วนแล้วล่ะ” กลิ่นแก้วตอบลูกลูกชายสีหน้าแววตาดูสดใสขึ้น “หากเป็นอย่างที่หลวงตาว่าจริงๆ แม่ว่าแม่มาลุ้นเนื้อคู่ของหาดีกว่าเผื่อแม่จะได้อุ้มหลานกับเขาบ้าง” กลิ่นแก้วเอ่ยยิ้มๆ แต่เป็นรอยยิ้มที่ทำไห้เวหารู้สึกว่าเขากำลังจะงานเข้าอีกแล้ว

 

หนึ่งอาทิตย์ต่อมาเวหาจัดการเคลียร์งานที่ร้านทุกอย่างจนอยู่ตัวโดยบิดามารดากลับเข้ามาช่วยดูแลร้านให้แทนชั่วคราวและมาขอบวชกับหลวงตาเงียบๆ โดยมีแค่คนรู้จัดไม่กี่คนมาร่วมบวช จากนั้นก็ออกธุดงกับหลวงตาทันที

ค่ำวันนี้หลวงตาพาพระใหม่มาปักกรดยังโบสถ์ร้างแห่งหนึ่งในวัดเก่าที่ผุพังจนแทบหาสภาพเดิมไม่ได้แล้ว ตัวโบสถ์ทำจากอิฐมอญสีแดงก่ำแตกหักเสียหายเป็นส่วนใหญ่ แต่ยังพอมีผนังให้เห็นโดยริบทั้งสี่ด้าน พระประธานด้านหน้าก็เสียหายจนเหลือแต่ช่วงองค์พระ ส่วนเศียรและแขนถูกตัดและพังเสียหายไปจนสิ้น หลวงตาจุดธูปเทียนกราบบูชาพระรัตนไตร และพาพระใหม่ทำวัดเย็น จากนั้นก็ปล่อยให้ฝึดนั่งทำสมาธิเพียงลำพัง จนกระทั่งพระเวหารู้สึกว่ามีคนเดินเข้ามาจากทางด้านหลังแล้วนั่งลงไม่ไกล เมื่อมาแล้วก็นั่งลงสงบอยู่อย่างนั้นจึงคิดว่าเป็นหลวงตาจนกระทั่งเสียงคุณเคยดังมาจากคนคนนั้น

“ที่นี่ที่ไหนคะ หลวงพี่” เวฬาตื่นมาในป่าที่ไม่คุ้นเคย แต่เห็นแสงไฟลอดมาจากประตูโบสถ์ร้างจึงเดินมาดู เห็ฯพระหนุ่มรูปหนึ่งนั่งทำสมาธิอยู่ จึงเดินเข้ามาหานั่งลงกราบและรออย่างสงบ สักพักใหญ่ๆ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าพระท่านจะออกจากมาธิเลยต้องเสีมารยาทเอ่ยถาม

พระเวหาลืมตาขึ้นมาทันที หมุนตัวกลับมองหญิงสาวเจ้าของเสียงคุ้นเคย “ไอ้เว” พระอุทานออกมาเมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงเป็นน้องสาวฝาแฝดของตัวเองจริงๆ แต่สภาพการแต่งกายที่ประหลาดนั่น ผ้านุ่งสีแดงสดพิมพ์ลายดอกพุดซ้อน มีผ้าแถบผืนน้อยพันรัดหน้าอกไว้ เกล้าผมเป็นมวยสูงปักปิ่นไม้รูแดอกพุดซ้อนลายเดียวกับที่พิมพ์ลงยนผ้านุ่ง แล้วยังหน้าท้องนูนยื่นออกมานั่นอีก

“ตายไปแล้วท้องได้ด้วยเหรอ” ไวเท่าความคิดปากก็ถามออกไปทันที

“ตายบ้าอะไรล่ะ เอ๊ย!! ขอโทษค่ะหลวงพี่ เวยังไม่ตาย แค่ตกน้ำแล้วดันไปโผล่ในอดีตแต่ยุคไหนก็ไม่รู้อ่ะ เลยจับเจ้าชายทำสามีท้องเลยป่องแบบนี้แหละ ว่าแต่หลวงพี่บวชจริงดิไหนว่าเข้าวัดแล้วร้อนไง” เวฬายกมือไหว้เมื่อเผลอพูดกับพี่ชายฝาแฝดตามความเคยชิน เมื่อนึกได้จึงได้สุภาพขึ้นนิดนึง

“บวชให้โยมนั่นล่ะ โยมหายไปเป็นปีแล้ว คนที่นี่ต่างคิดว่าโยมตายไปแล้วทั้งนั้น จนกระทั่งหลวงตามาหาโยมแม่แล้วบอกกับโยมแม่ว่าโยมเวฬาจะต้องเดินทางไกล เนื้อคู่ของโยมเขาเรียกหา คงเป็นพ่อของเด็กในท้องนั่นสินะ แล้วเป็นยังไงบ้าง ไปอยู่ที่โน่น สบายดีไหม” พระเวหาถามต่อพยายามกลั้นน้ำตาแห่งความตื้นตันที่ได้พบหน้าน้องสาวเอาไว้ สมณเพศต้องสำรวม

“สบายดีค่ะ พ่อของเด็กในท้องชื่อวิรุณห์เป็นเจ้าชายของอาณาจักรวิมายปุระ ส่วนนี่ท้องที่สามแล้วค่ะ ท้องแรกเป็นแฝดเหมือนเราผู้ชายทั้งคู่ ท้องสองก็ผู้ชายอีก ท้องนี้ก็ยังลุ้นเวอยากได้ลูกสาวบ้าง” เจ้าตัวเล่าเรื่องราวของตัวเองให้พระพี่ชายฟังอีกเป็นคุ้งเป็นแคว แต่สีหน้าท่าทางที่บอกเล่าออกมาก็เต็มไปด้วยความสุข ประกายวิบวับในดวงตา รอยยิ้มอ่อนโยนนั่น น้ำเสียง ท่าทาง คงไม่มีสิ่งใดต้องห่วงอย่างที่หลวงตาว่าเอาไว้จริงๆ

“เห็นโยมมีความสุขแบบนี่อาตมาก็หมดห่วง เป็นแม่คนแล้วก็ดื้อก็ซนให้น้อยๆ ลงหน่อยล่ะ” พระเวหาเอ่ย

“แล้วแม่กับพ่อเป็นยังไงบ้าง เราอยากกลับมาหาพ่อกับแม่แต่จนปัญาจริงๆ ไม่รู้จะกลับมายังไง” เมื่อคิดถึงพ่อกับแม่สายตาของเวฬาก็เศร้าลงจนพระเวหาใจหาย

“ถ้ากลับมาได้โยมจะยอมทิ้งครอบครัวที่อยู่ทางโน้นได้จริงๆ เหรอ” เมื่อได้พบกันอีกครั้งนั่นหมายความว่าทางเชื่อมระหว่างสองภพยังพอมี เขาอาจจะหาหนทางพาน้องสาวกลับมาได้ แต่ก็อย่างที่บอกสายตาของเจ้าตัวแสบเวลาเอ่ยถึงคนที่โน่นช่างมีความสุข แล้วเจ้าตัวน้อยในท้องนั่นอีกเล่า

“เราทิ้งเขาไม่ได้ แต่เราก็อยากเจอพ่อกับแม่อีกจริงๆ นะหลวงพี่” การที่ต้องเลือกมันช่างบีบหัวใจของเวฬาเสียจริง

“มีความสุขเถอะโยม อย่าห่วงทางนี้ อาตมาจะเล่าเรื่องที่พบโยมให้โยมพ่อกับโยมแม่ฟัง หากท่านรู้ว่าโยมไม่ลำบากและมีความสุขมากขนาดไหนท่านคงยินดี” พระเวหากล่าวพร้อมรอยยิ้มอย่างอ่อนโยน “ไม่ต้องห่วงเรื่องทางนี้อาตมารับปากจะดูแลพ่อกับแม่ และสานต่อสิ่งที่โยมสร้างไว้ให้เอง”

“เวฬา เวฬา ตื่นเถิด” เสียงเจ้าชายวิรุณห์ดังขัดบทสนทนาระหว่างพี่น้อง

“เขาเรียกแล้ว ไปเถอะ กลับไปยังที่ของโยม อย่าได้ห่วงทางนี้อีกเลย” พระเวหาหลับตาลงทำสมาธิอีกครั้ง เวฬาก้มลงกราบตั้งจิตอนุโมธนากับการบวชครั้งนี้ของพี่ชายฝาแฝด ความรู้สึกตื้นตันในใจก็บังเกิดอย่างเต็มเปี่ยม

เวฬาสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้งบนเตียงอันคุ้นเคย สีพระพักต์ของเข้าชายวิรุณห์ดูเป็นกังวล

“ฝันร้ายหรือ” ทรงถาม แล้วเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน

“ฝันดีค่ะ เวฝันถึงพี่ชาย ท่านมาบอกว่าพ่อกับแม่สบายดี ทุกคนที่บ้านเวสบายดี” เวฬาเล่าความฝันให้สามีฟัง

“เช่นนั้นย่อมประเสริฐยิ่งแล้ว เจ้านอนต่ออีกนิดเถิดฟ้ายังมืดอยู่ นอนน้อยประเดี๋ยวจะป่วยไข้เอาได้หนา” เจ้าชายวิรุณห์ทรงประคองเวฬาให้เอนตัวลงนอนอีกครั้ง และกอดท้องนูนๆ เอาไว้จากด้านหลังอย่างทนุถนอม “อย่ากวนแม่นักนะลูกรัก ให้แม่เจ้าได้พักบ้าง” ทรงลูบท้องนูนอย่างอ่อนโยน “ข้ารักเจ้า” เจ้าชายวิรุณห์ทรงกระซิบคำบอกรักข้างหูเวฬาเป็นเช่นนี้ทุกครั้งก่อนหลับตานอนเดียวกับเวฬาที่กระชับอ้อมแขนของเจ้าชายวิรุณห์ให้แนบลำตัว หันหน้ากลับไปกระซิบตอบเบาๆ แต่ชัดเจนในหัวใจของคนฟัง

“เวฬาก็รักวิรุณห์” 

ความคิดเห็น