ราชาหวงเมีย NC18+ 3P
EP1. คู่แฝด princess
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

EP1. คู่แฝด princess

Talk princess Winther

 

"แกๆ..นั่นเจ้าชายมาแล้ว"

 

"ไหน!...อู๊ย..วันนี้ก็ยังหล่อเหมือนเดิมเลยอ่า"

 

"จริงมาก...ว่าแต่ คนนี้เจ้าชายฤดูหนาว หรือ ฤดูร้อนอ่ะ"

 

"แค่นี้ก็แยกพวกผมทั้งสองไม่ออกแล้ว น่าน้อยใจจังเลยครับ" ผมแวะตรงปรี่เข้าไปทักกลุ่มผู้หญิงสามคนที่กำลังพูดเกี่ยวกับตัวเอง

 

พลางคลี่ยิ้มหวานให้อย่างที่ชอบทำบ่อยๆ ก่อนที่พวกเธอทั้งสามคนจะหน้าแดงแจ๋ ทำท่าทางบิดตัวไปมา

 

"พะ...พอจะรู้แล้วล่ะค่ะ ว่าเป็นเจ้าชายฤดูหนาว" หนึ่งในกลุ่มเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ผมยิ้มให้อีกครั้งจนตาหยี่ก่อนจะโค้งตัวลงเล็กน้อย แล้วเดินออกมาจากตรงนั้นทันที

 

สวัสดีครับ ผมวินเทอร์ หรือ เจ้าชายฤดูหนาวที่คนทั่วมหาวิทยาลัยพากันเรียกตามๆกันนั้นแหละ

 

อาจเป็นเพราะนิสัยที่ยิ้มเก่ง เข้ากับคนง่าย เลยทำให้หลายๆคนมองผมเป็นคนสบายๆเย็นๆเหมือนช่วงฤดูหนาว

 

ผมมีพี่ชายฝาแฝดอีกหนึ่งนะ มันชื่อซัมเมอร์ ไอ้นี่ไม่ค่อยพูดหรอก ดูเหมือนจะใจเย็นมาก แต่เปล่าเลย มันน่ะเป็นคนที่ใจโคตรร้อน มีเรื่องตลอดอ่ะ

 

ชวนตีนี่เก่งมาก อยู่กับกลุ่มพวกไอ้น้ำนนท์ ไอ้นายกันสามคน ส่วนผมจะเข้าอยู่เป็นกลุ่มบ้างส่วนน้อย แต่ไม่ได้สนิทกับพวกสองคนนั่นเท่าไหร่

 

"มาช้าตลอด สัส!" เสียงของน้ำนนท์ทักทันทีที่เจอหน้าผม นี่ขนาดไม่สนิทนะ ยังขนาดนี้ ถ้าสนิทกันเหมือนไอ้ซัมเมอร์

 

มีหวังคงตบหัว หรือไม่ก็เตะก้นเป็นการทักทายกันชัวร์ ผมยักไหล่ให้อย่างไม่ทุกข์ร้อน พลางเดินไปนั่งในที่ตัวเอง

 

"อ้าวแล้วพี่มึงอ่ะ" บางทีผมก็หงุดหงิดนะที่มีแค่พวกมันแยกเราสองคนออกได้ เพราะขนาดแกล้งทำตัวนิ่งแล้ว มันยังจำได้อีก

 

"เห้อ แวะไปไหนไม่รู้ เดี๋ยวก็ตามมา"

 

"จิ!...แวะพ่อมึงอ่ะ แม่งทิ้งกูไว้ที่ปั้มน้ำมันไอ้สัส!!" อ้าว โผล่มาเร็วจังวะ ผมอมยิ้มกริ่มทันทีที่เห็นท่าทีของพี่ชายตัวเองแยกเขี้ยวมาแต่ไกล

 

"แล้วใครใช้ให้มึงมาปวดธุระตอนนั้นล่ะ กูก็เคยบอกแล้วให้ทำมาจากบ้านให้เสร็จก่อน" ผมพูดสวนมันกลับไป พร้อมกับยกขาขึ้นมาพาดบนโต๊ะ

 

"แล้วแม่งใครมันจะไปรู้ว่าจะปวดกระทันหันวะ!!" มันท้าวสะเอวพูดกับผมด้วยท่าทีที่ดูก็รู้ว่าเกรี้ยวกราดสุดๆ

 

ผมเองก็ทำได้แค่อมยิ้มกลั้นหัวเราะหลังจากแกล้งแฝดตัวเองได้เหมือนทุกๆวัน แต่ก็ไม่เคยมีวันไหนเลยที่มันไม่เคยโมโหจนทำร้ายร่างกายผม

 

พลั่ก!!

 

"เห้ย!!"

 

"ชิบ แม่ง!!" ผมสบทเสียงดังก่อนจะดันตัวเองลุกขึ้นมา แล้วมองมันอย่างเอาเรื่อง

 

"ทำไม มึงจะเอา?" นั่นแหละ คือความหมายของผมที่ว่าไม่เคยโดนมันทำร้ายร่างกาย

 

หึ...ผมประชด ความจริงโดนทุกวัน

 

แต่ก็ไม่เคยจำไม่เคยเข็ด กลับกัน ผมออกจะสนุกด้วยซ้ำ เพราะกวนตีนใครก็ไม่สะใจเท่าแฝดตัวเองแล้ว

 

แต่บางทีนะครับ เวลามองมันบางครั้งเองก็เหมือนกับว่าเรากำลังส่องกระจกเวทมนตร์ มีสามารถส่องให้เห็นโลกคู่ขนานของตัวเองได้

 

เพราะมันก็เหมือนผมอีกคน ที่นิสัยโคตรจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

"แล้วมึงตามไอ้วินมาทันได้ไงวะ?" ไอ้นายถาม ทั้งๆที่มือยังคงพิมพ์หยิกๆลงบนหน้าจอมือถือ เดี๋ยวนี้ผมชักเริ่มสงสัยว่ามันแอบซุกสาวไว้รึเปล่า

 

"อาสกายขับรถผ่านมาพอดีเลยรับกูขึ้นมาส่งด้วย เห็นบอกว่าวันนี้จะไปรับตัวลูกสาวคนโตที่สนามบินกลับบ้านมั้ง" ลูกสาวคนโตหรอ?

 

"อาสกาย ใช่คนขาวๆที่เป็นเพื่อนพ่อปะ" ผมถามย้ำไอ้ซัมเมอร์เพื่อความแน่ใจ ก่อนที่มันจะพยักหน้าเป็นคำตอบว่าใช่

 

"เอาล่ะเรื่องนี้พวกกูขออุดหูละกัน....ไม่รู้จักเว้ย!" พวกมันสองตัวพร้อมใจกันหยิบมือถือขึ้นมาแล้ว กดเข้าเกมทันที

 

ผมส่ายหน้า ก่อนจะหันมาสนใจคนที่หน้าตาเหมือนตัวเองอยู่ตรงหน้านี่

 

"เหมือนจะเคยได้ยินพ่อบอกว่าเย็นนี้จะพาเราสองคนไปบ้านคุณอานะ เพราะว่าจะมีปาร์ตี้ต้อนรับลูกสาวกลับบ้าน" ผมพยายามนึกใบหน้าลูกสาวคนนี้ของคุณอา

 

แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก เหมือนว่าจะเคยรู้จักนะ แค่จำชื่อกับหน้าตาของอีกฝ่ายไม่ได้

 

ไอ้ซัมเมอร์มันนิ่งไป ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหน่ายๆ ก็แหงล่ะ มันน่ะไม่ชอบปาร์ตี้หรืออะไรแบบนี้เลยซักนิด

 

ขนาดไปผับยังต้องเป็นห้องแบบVIPสุดๆ ซึ่งดียังมีผับของเพื่อนพ่อที่ตรงโจทย์มันอยู่บ้าง

 

"มึง...ไม่อยากไปอ่อ?" ผมเอียงคอถามมัน

 

อีกฝ่ายใช่สายตาคู่เดียวที่เหมือนกับผมมองมา ก่อนจะพยักหน้าขึ้นเป็นเชิงว่าใช่

 

"ไปเถอะ...ไปเป็นเพื่อนกู กูอยากเจอลูกสาวอา" ผมบอกมัน ก่อนที่เจ้าตัวจะขมวดคิ้วกันแล้วมองมายังผม

 

"อะไรนะ...ทำไมต้องอยากเจอวะ?" นั่นน่ะสิ ทำไมผมต้องอยากเจอด้วย ทั้งๆที่แม่งหน้าตาและชื่อก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ

 

รู้อยู่แค่ว่า อยากเจอเจ้าตัวเร็วๆ

 

 

.

 

.

 

.

 

.

 

@19.40 น.

 

"เด็กๆ ขาดเหลืออะไรบอกน้าได้นะคะ เดี๋ยวน้าจะดูให้" เสียงน้าเทียนร้องถามพวกผมพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นมาให้

 

"ไม่เป็นไรครับน้า ขอบคุณครับ" เสียงคนหน้าหวานๆมุมสุดร้องสวนกลับไป จำได้ว่าพี่เขาชื่อริว ดูแล้วน่าจะโตสุดในนี้ เพราะพี่เขาอยู่ปีสี่แล้ว

 

ส่วนคนที่นั่งตรงข้ามผมก็จะเป็นไอ้รักษ์ เป็นลูกชายคนเล็กของอากาย ไอ้นี่รู้จักกับผมอยู่พอควรเพราะเคยเรียนด้วยกันตอนมัธยมปลาย

 

แต่พอขึ้นมหาลัยก็แยกกันไปตามทาง โดยที่มันไปคณะนิเทศน์ ส่วนผมกับไอ้ซัมเมอร์ ไปเรียนต่อทางวิศวะ

 

ถัดมาก็เป็นพี่ต้นหน เคยเจอกันเฉพาะที่มีกิจกรรมร่วมคณะ เพราะพี่เขาตอนนี้อยู่ที่ปีสาม ง่ายๆเป็นพี่ผมปีเดียว

 

"แล้วเจ๊ทำไมช้าจังวะเนี่ย?" มันบ่นอุบอิบพลางกัดบาบีคิวกินเรื่อยๆ พอๆกับคนข้างๆผมที่เอาแต่นั่งเงียบกินไปเล่นมือถือไป

 

ผมมองเหล่มันด้วยหางตาเล็กน้อยก่อนจะส่ายหัวให้เบาๆ แล้วปั้นหน้ายิ้มอย่างเป็นมิตรให้พี่ริวกับพี่ต้นหน

 

"พี่ริวพี่ต้นสบายดีนะครับ" ผมถามอย่างเป็นมิตร ก่อนที่พี่แกจะยิ้มสวนกลับมา

 

"อือ สบายดีอยู่มั้ง ปีสี่แล้วเหนื่อยหน่อย" พี่ริวบ่นพร้อมกับแค่นหัวเราะ

 

"ไม่ต่างกันหรอกเฮีย ขนาดผมอยู่ปีสองนิเทศน์นะ ยังต้องมาถ่ายแบบไม่เว้นว่างเลย" ก็จริงแบบที่ไอ้รักษ์พูด

 

เพราะมันรับงานถ่ายแบบไปด้วยเรียนไปด้วย ดูท่าน่าจะเหนื่อยจริงๆ

 

"แล้วซัมเมอร์อ่ะ เป็นไงมั่ง ไม่พูดไม่จาเลยนะเรา" พี่ต้นหนถามไอ้คนที่อยู่ข้างๆผม ซึ่งทันก็ไม่ได้เสียมารยาทถึงขนาดเมินรุ่นพี่ขนาดนั้น

 

"ก็เรื่อยๆครับ" มันพูดสั้นๆแล้วยิ้มบางๆตามนิสัยประจำตัว

 

"ก็ยังพูดน้อยเหมือนเดิม" ไอ้รักษ์แสร้งพูดแขวะลอยๆ พลางเสมองไปทางอื่น

 

"ไรของมึง ไอ้หน้าขาว" ทั้งโต๊ะพร้อมใจกันกลั้นขำกับประโยคแสบๆของซัมเมอร์ที่พูดสวนไอ้รักษ์ไป

 

"หน้าขาวบ้านมึ-!"

 

"รักษ์ มีไรกินมั่งอ่ะ"

 

"!...!...!"

 

 

____________________________________

 

 

คลอดแล้วกับEP.แรกกกก ช่วยคอมเม้นเป็นกำลังใจให้ซินด้วยนะคะ หากเจอคำผิดคอมเม้นต์ติเตือนได้เลยนะคะ

 

 

 

 

 

 

 

#           #     ฮาโหลล!! ไรท์เป็นนักเขียนมือสมัคเล่น ใช้นามปากกาว่า nunbusin นั่นเอง  ไรท์อยากลองมาแต่งนิยายดู ที่จริงก็ได้มีประสบการณ์จากการอ่านนิยายมาบ้างแต่ไม่รุ้ว่าจะสู้รุ่นพี่คนอื่นๆได้รึเปล่า แต่ก็อยากจะฝากนิยายของไรค์ไว้หน่อยน้าาา~

##นิยายของไรท์จะเป็นแนวทั่วไปนะคะ ไรท์อยากลองแต่งหลายๆแนวเลย และจะแต่งจนจบเรื่องก่อนที่จะติดเหรียญทั้งหมด 

 

#

 สุดท้ายนี้ไรท์ขอฝากเรื่องคอมเม้นหน่อยนะคะ ไรท์จะยอมรับคำติชมทุกคำด้วยความยินดีค่ะ แต่คำติไรท์ขอเป็นคำที่สร้างกำลังใจมากกว่าบั่นทอนจิตใจกันนะคะ เพราะส่วนตัวไรท์เซนซิทีฟกับเรื่องแบบนี้มาก ขอบคุณรีดเดอร์ทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ รักรีดน้าา^^

#

 

แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น