ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 12 พี่คะ หนูขอดูกางเกงที่มันมีงูออกมาหน่อยค่ะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 พี่คะ หนูขอดูกางเกงที่มันมีงูออกมาหน่อยค่ะ

คำค้น : นิยายรัก,นิยายวัยรุ่น,นิยายตลก, นิยายโรแมนติก,นิยายอีโรติก,นิยายหมอ,เธอคือดวงใจของฉัน,golffinee

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 141

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มิ.ย. 2563 20:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 พี่คะ หนูขอดูกางเกงที่มันมีงูออกมาหน่อยค่ะ
แบบอักษร

ตอนที่ 12 

พี่คะ หนูขอดูกางเกงที่มันมีงูออกมาหน่อยค่ะ 

ฉันใช้เวลาตระเวนสมัครหางานทำหลายวัน แต่ก็ไม่มีที่ไหนรับฉันเข้าทำงานเลย เนื่องจากว่าคลิปนักตบมือวางอันดับหนึ่งของฉันได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว จึงไม่มีที่ไหนกล้ารับฉันเข้าทำงาน รวมถึงบางที่ก็โดนลูกหมีสั่งไว้ว่าถ้าเจอฉันมาสมัครงานให้รีบเขี่ยออกเป็นคนแรกทันที 

ชีวิตฉันตอนนี้จึงถือว่าเข้าสู่ขั้นตกต่ำสุดขีด งานหด เงินหาย ผัวก็ต้องหา โอ๊ยตาย ! ดี้ดีค่ะชีวิต 

สุดท้ายฉันก็ไม่มีทางเลือก จำใจเข้ามาสมัครงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งตามที่บอสได้ให้นามบัตรไว้ ทีแรกเหมือนเจ้าของร้านจะไม่อยากรับเพราะวุฒิการศึกษาฉันสูงเกิน แต่เมื่ออ้างชื่อบอส แกก็จำใจรับอย่างช่วยไม่ได้ 

วันนี้ฉันจึงมาทำงานวันแรก และเป็นครั้งแรกที่ฉันมาทำงานเวลากลางค่ำกลางคืนแบบนี้ 

 “ชงเหล้าให้ป๋าซักกลมสิหนู เดี๋ยวป๋าให้ให้ทริป” เมื่อฉันนำเหล้ามาเสิร์ฟ ตาแก่หนวดจิ๋ม แก้มป่อง พุงปลิ้น แถมอ้วนเป็นหมูตอนก็ตีเพียะเข้าที่ก้นฉันเบาๆ 

“นี่คุณ อย่ามาทำแบบนี้กับฉันนะ” 

“ป๋าหยอกนิดหยอกหน่อยเอง ว่าแต่หนูมาทำงานที่นี่ใหม่เหรอ ป๋าไม่เคยเห็นหน้าเลย” 

“ค่ะ” ฉันตอบแบบขอไปที 

“หนูชื่ออะไร” 

ฉันมองซ้ายมองขวา ก่อนจะเห็นขวดโซดาที่ตั้งไว้ก็เลยเอ่ยขึ้น 

“ชื่อโซดาค่ะ” 

“ชื่อน่ากินจัง นั่งลงกับป๋าสิ เดี๋ยวป๋าให้ทริปหนักๆ วันนี้ขโมยเงินเมียมาได้เยอะ” พูดจบป๋าก็ตบเบาะที่นั่งข้างๆ ถี่ๆ เป็นการเรียกให้ฉันเข้าไปนั่งด้วย 

เพราะคำว่าทริปคำเดียวแท้ๆ ที่ทำให้ฉันกล้ำกลืนฝืนทนนั่งลงข้างตาแก่หัวล้าน ฉันคอยผสมเหล้าให้เป็นระยะ พร้อมกับคอยปัดมืออวบอูมที่จ้องจะเล่นปูไต่บนขาอ่อนฉันตลอดเวลา 

“หนูโซดาดื่มเป็นเพื่อนป๋าหน่อยสิ” 

“เอ่อ...โซดาแพ้แอลกอฮอล์น่ะค่ะ” ฉันตอบแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น 

“หนูโซดาไม่เคยดื่มเลยหรือเปล่าถึงแพ้ มามะเดี๋ยวป๋าสอนให้ว่าต้องดื่มยังไงถึงจะชนะมัน” 

ไม่เพียงแต่ว่า คนพูดยังสาธิตด้วยการกระดกเหล้าเข้าปาก จนเห็นฟองขาวๆ เกาะตรงหนวดกระจุ๋มกระจิ๋มเหนือริมฝีปากนั้น แถมบางส่วนยังไหลย้อยลงมาตรงปลายครางที่มี่เคราแพะอยู่ ฉันมองแล้วตัวสั่นรู้สึกขนลุกขนชัน รีบขยับตัวออกห่างทันควัน 

“ไม่เอาดีกว่าค่ะ โซดาของชงเหล้าให้อย่างเดียวก็พอ เชิญป๋าดื่มตามสบาย” 

“เหอะน่า ดื่มเป็นเพื่อนป๋าหน่อย” พูดจบมืออวบอูมนั้นก็ยื่นแก้วเหล้ามาตรงหน้าฉัน 

“ไม่เอาค่ะ” 

“ซักหน่อยน่า” 

“บอกว่าไม่เอาไง โธ่โวย ! ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง” 

เมื่อแก้วเหล้าถูกร่างอ้วนนั้นนำมาจ่อที่ริมฝีปาก ฉันก็ยกมือปัดออกทันที ทำให้เหล้าในแก้วกระฉอกลงมาเลอะเต็มหน้าอกฉันไปหมด ที่สำคัญเสื้อที่ใส่ตอนนี้เป็นเกาะอกเพราะทางร้านบังคับให้พนักงานทุกคนต้องใส่ ฉันกัดฟันกรอดขณะก้มลงมองเนินอกตัวเองที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำสีอำพัน นึกอยากจะเอาขวดเหล้าฟาดหัวไอ้ป๋านี่ให้แบะซักครั้ง 

“ว้าว นมหนูโซดาเวลาโดนน้ำแล้วน่าบีบชะมัด” ระหว่างพูดดวงตาของตาแก่หมูตอนก็จับจ้องอยู่ที่หน้าอกฉันตลอด จนฉันต้องรีบยกมือขึ้นกอดอกแน่น 

“ไอ้แก่บ้ากาม ไอ้แก่ลามก ไอ้..ไอ้....” ฉันพยายามคิดสรรหาคำด่ามาพ่นใส่หน้าไอ้หมูตอน แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก 

“ด่าอีก ป๋าชอบ โบราณว่าเวลาผู้หญิงด่าแปลว่าผู้หญิงรัก” 

“ไอ้หมูตอน !” 

“อ่า...รู้สึกฟิน” 

“ไอ้หน้าซาลาเปาเน่าค้างปี !” 

“โอย...ป๋าเสียวเหลือเกิน” 

“ไอ้โรคจิต !” 

พูดจบฉันก็ลุกพรวดขึ้นเพื่อจะเดินจากไอ้ป๋าร่างอ้วน แต่เหมือนฝ่ายนั้นจะไม่ยอมปล่อยฉันไปง่ายๆ รีบกระโดดเข้ามากอดเอวฉันจากทางด้านหลัง แล้วดึงฉันลงไปนั่งบนตักของเขา ฉันร้องกรี๊ดทันทีเมื่อรู้สึกมีอะไรแข็งๆ จากเป้ากางเกงไอ้หมูตอนกำลังถูไถกับทวารฉันอยู่ ฉันพยายามขืนตัวหนีแต่ก็ไม่สามารถสู้แรงช้างสารของไอ้หมูตอนได้ 

“ปล่อยฉันนะ อ๊าย !” 

“ดิ้นเยอะๆ ยิ่งดิ้นป๋ายิ่งชอบ” ไอ้หมูตอนพยายามเอาคางที่มีหนวดสากๆ มาถูไถซอกคอฉัน 

เมื่อดิ้นยังไงก็หนีไม่พ้น ฉันจึงเปลี่ยนมากระทุ้งศอกใส่พุงสามชั้นของไอ้หมูตอนเต็มแรง 

“อูย...” 

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นคุณโดนมากกว่าศอกแน่” 

“หนูโซดาต้องทำอีก เร็วๆ ป๋าชอบ” 

“ว่าไงนะ” ฉันร้องเสียงหลง 

“รู้มั้ยว่าป๋าชอบแนวรุนแรงแบบนี้ ช่วยตบป๋า ตีป๋า หรือกระทืบป๋าเลยก็ได้ ป๋าจะยิ่งฟิน” 

ฉันอ้าปากค้าง ให้ตายเถอะ เกิดมาก็ไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน ตาแก่นี้เป็นโรคมาโซคิสม์หรือไง ยิ่งเจ็บถึงยิ่งชอบ 

“จะบ้าหรอ ใครมันจะอยากไปทำร้ายคนอื่นถ้าไม่จำเป็น ปล่อยฉันได้แล้ว” 

“ป๋าไม่ปล่อย” 

“ไม่ปล่อยใช่มั้ย” 

ฉันใช้ศอกกระทุ้งเข้าที่สีข้างของไอ้หมูตอนโรคจิตสุดแรง ฝ่ายนั้นสะดุ้งเฮือกปล่อยมือฉันออกทันที แต่สีหน้านี่ฟินสุดๆ เหมือนกำลังขึ้นสวรรค์ ชอบแบบนี้นักใช่มั้ย ฉันใช้เท้าถีบไปยังจุดยุทธศาสตร์ของมันสุดแรง ฝ่ายนั้นสะดุ้งโหยงตาเหลือกเมื่อโดนเหยียบไข่แทบแตก ก่อนที่ร่างอ้วนนั้นจะหงายหลังตึงศีรษะไปฟาดกับพื้น 

“เป็นไง ฟินพอมั้ยทีนี้ !” 

“จะ...จุก” ไอ้แก่กุมเป้าตัวเองด้วยสีหน้าเหยเก 

สถานการณ์ชักจะบานปลายเมื่อฉันเห็นเหมือนเจ้าของร้านหันมามองทางนี้ ฉันจึงรีบวิ่งหนีหาที่หลบทันทีก่อนจะโดนไล่ออก ฉันมองซ้ายมองขวาก่อนจะไปนั่งกับผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งดื่มอยู่คนเดียว ทีแรกก็เห็นแต่แผ่นหลัง แต่พอหันไปมองหน้าฉันก็ต้องอ้าปากค้าง 

“ภีม !” 

“ผมเมาเกินไปหรือเปล่าถึงเจอคุณที่นี่” ภีมช้อนตามองฉันด้วยแววตาฉ่ำเยิ้ม มือถือแก้วเหล้าสั่นระริก สงสัยกำลังเมาได้ที่ 

“ฉันขอนั่งด้วยคนนะ” ฉันพูดโดยไม่มองเขา เพราะมั่วแต่ก้มหน้าหลบจากเจ้าของร้าน เขากำลังช่วยพยุงตาแก่นั้นขึ้นนั่ง ก่อนจะกวาดสายตามองหาฉันอย่างเอาเรื่อง 

“แล้วคุณมาอยู่นี่ได้ไง” 

“ฉันมาทำงานที่นี่” 

“รับจ๊อบพิเศษหรอ” 

“เปล่า ฉันโดนไล่ออกจากงานเดิมแล้ว” 

“งั้นหรอ คืนนี้คิดเท่าไหร่ ผมจะซื้อคุณไปนอนด้วย” 

“ว่าไงนะ !” ฉันร้องเสียงหลง “นี่ฉันมาทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟเหล้านะ ไม่ได้ขายตัว” 

“โกหก ผู้หญิงที่นี่ก็ทำแบบนี้กันทุกคน” 

“ยกเว้นฉัน” 

“หรือว่าที่เล่นตัวแบบนี้เพราะอยากต่อรองราคา อยากได้เท่าไหร่ผมจ่ายไม่อั้น...เฉพาะคุณ” 

ฉันอยากจะตบหน้าเขาให้สร่างเมาซักฉาดสองฉาด ถ้าไม่เกรงว่ามันจะดูเป็นการเรียกสายตาคนให้หันมามองมากเกินไป เพราะตอนนี้ฉันกำลังหลบเจ้าของร้านอยู่ ฝากไว้ก่อนเถอะ 

เนื่องจากไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด ฉันจึงลุกขึ้นยืนเพื่อจะหนีไปจากผู้ชายข้างตัว แต่มือเขากลับไวกว่ารีบคว้าข้อมือฉันเอาไว้ 

“นั่งลงคุยกับผมก่อนสิ จะรีบไปไหน” 

“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ อีกอย่างฉันว่าคุณเมามากแล้วนะ กลับบ้านไปเถอะ” 

“ไม่กลับ วันนี้ผมจะมาดื่มย้อมใจ” 

“ย้อมใจ ? คุณเสียใจที่เลิกกับลูกหมีมากขนาดนี้เลยเหรอ” 

“เปล่า” เขามองหน้าฉันด้วยสายตาปรือๆ เหมือนคนจะหลับ “...ผมเสียใจที่คุณฟันผมแล้วทิ้ง” 

ประโยคนั้นทำให้ฉันเลิกคิ้วสูงอย่างตกใจ จะบ้าหรอ ! ประโยคนี้เค้ามีไว้ให้ผู้หญิงพูดย่ะไม่ใช่ผู้ชายพูด ฉันว่าภีมคงเมาหนักมากจนสติสตังไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วแหงๆ แล้วอีกอย่างมาพูดเหมือนเพิ่งเสียซิงให้ฉันครั้งแรกยังนั้นแหละ ฉันต่างหากที่ควรจะพูดแบบนั้น เพราะนายเป็นคนแรกและคนเดียวของฉัน ฉันยังไม่เห็นมานั่งเศร้าเสียใจดื่มเหล้าหัวราน้ำแบบนี้เลย 

“แหวะ !” 

จู่ๆ ภีมก็อ้วกพุ่งลงบนโต๊ะจนเลอะไปหมด ฉันรีบกระโดดหนีแทบไม่ทัน อ้วกนั้นเกือบกระเด็นมาโดนฉันแล้วมั้ยล่ะ ฉันมองดูภีมที่มีสภาพเหมือนคนกำลังนั่งหลับ คอพับคออ่อนเหมือนแค่นั่งก็จะทรงตัวไม่อยู่แล้ว แล้วกัน แบบนี้จะกลับบ้านไหวมั้ย ด้วยความสงสัยฉันจึงสะกิดที่แขนเขาเบาๆ เพื่อเรียกสติ 

“คุณภีม ได้ยินมั้ยคะ” 

“อือ...” เขาครางออกมาในคอ แต่ตาแทบปิดสนิทแล้ว 

“คุณภีม นี่คุณไหวหรือเปล่า” 

“อือ...” 

“กลับบ้านไหวมั้ยคะ” 

“อือ...” 

ไหวกะผีล่ะสิ ! สภาพอ่อนเปลี้ยเพลียแรงเหมือนคนป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายแบบนี้ 

“ฉันว่าคุณกลับบ้านไม่ไหวหรอก กลับไปนอนที่รถก่อนดีกว่ามั้ยคะ รถคุณอยู่ไหน” 

“นู้น” ภีมหลับตา ขณะที่มือก็ชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า 

แกเป็นพ่อมด แฮรี่ พอตเตอร์ รึไงฮะ ! 

ฉันถอนหายใจอย่างปลงตก เหมือนถามไปก็จะเปล่าประโยชน์เพราะอีกฝ่ายเมาหนักจนแทบไม่รู้สึกตัวเลย สุดท้ายฉันจึงพยุงร่างอันหนักอึ้งนั้นออกจากร้าน ก่อนควานหากุญแจรถในกระเป๋าเขาแล้วลองกดปุ๋มเปิดรถว่าคันไหนไฟกะพริบ สุดท้ายฉันก็เจอจนได้ ฉันแบกคนตัวสูงไปอย่างทุลักทุเล ก่อนจะเปิดประตูรถแล้วเขาโยนเข้าไปในเบาะนั่งด้านหลัง 

แต่เมื่อจะถอยออกห่างเพื่อปิดประตูรถ ร่างฉันกลับโดนดึงเข้าไปด้านในจนล้มลงนอนทับร่างเขา ฉันเบิกตากว้างอย่างตกใจทันทีเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังมีสติดี 

 “คะ...คุณภีม นี่คุณทำอะไร” 

“อยากรู้เหรอว่าผมจะทำอะไร” ดวงตาเขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉัน “นี่คือคำตอบของผม” 

ไม่รอให้ฉันตั้งตัว เขาก็สอดมือเข้ามาโอบศีรษะฉันแล้วโน้มลงมาใกล้ จนริมฝีปากเราสัมผัสกัน ก่อนที่ปลายลิ้นของภีมจะรุกล้ำเข้าในโพรงปากฉันจนฉันเกิดอาหารหายใจติดขัด ส่งเสียงครางออกมาในคออย่างแผ่วเบา แต่เหมือนเสียงนั้นจะยิ่งกระตุ้นอารมณ์ของเขา ภีมเลื่อนมือลงมาโอบเอวฉันแน่น จนฉันร่างกายฉันสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่แข็งชูชันตรงกลางร่างกายเขาได้เป็นอย่างดี 

“ผมคิดถึงคุณ” เขากระซิบเสียงแผ่วเบาอยู่ใกล้ใบหูฉัน 

“เอ่อ ฉัน...” 

“คุณเองก็คิดถึงผม ผมรู้” 

ฉันไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าตัวเองก็คิดถึงเขา ฉันปล่อยให้สองมือเขาถอดเสื้อผ้าฉันออกจนเหลือเพียงร่างเปลือยเปล่า ก่อนที่เขาจะเริ่มใช้ลิ้นซุกไซ้ไปตามซอกคอ เลื่อนลงมาอ้อยอิ่งบนไหปลาร้า ต่อด้วยลากปลายลิ้นนั้นลงมาดูดที่เนินอกฉันอีกข้าง แล้วใช้มือเคล้าคลึงหน้าอกอีกข้างที่เหลือ ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกลงจากที่สูง มันเป็นความรู้สึกวาบหวิวจนแทบนั่งไม่ติดพื้น 

ภีมเริ่มใช้ริมฝีปากดูดและดึงยอดปทุมถันของฉันอย่างเป็นจังหวะ ฉันรู้ว่านี่คือการเล้าโลมของเขา และยังรู้อีกว่ายังมีอะไรบางอย่างที่ชวนตื่นเต้นรอคอยอยู่ ภีมเริ่มก้มตัวต่ำลงมาตรงหน้าเนินสามเหลี่ยมของฉัน เขาใช้ปลายนิ้วแหวกโพรงหญ้าก่อนจะแทรกปลายลิ้นผ่านเข้าไปจนฉันรู้สึกเสียวกระสันจนกรีดร้องออกมา ร่างกายบิดเร่าทนไม่ไหวจะสองมือขยุ้มกำผ้าบนเบาะรถแน่น มันเป็นความรู้สึกวิเศษที่สุดเท่าที่ฉันเคยรับรู้ว่าก่อน 

“ฉัน...อ่า ฉันไม่ไหวแล้วภีม” 

“อย่าเพิ่งสิ รอผมก่อน” 

“จะทำอะไรก็ทำเถอะ ฉันจะไม่ไหวแล้ว ซี๊ด” 

ภีมถอนลิ้นออกจากจุดตรงนั้น ก่อนจะเริ่มถอดกางเกงสแลคลงไปพร้อมกับกางเกงชั้นในสีขาว ฉันใจเต้นแรงเมื่อเห็นถึงความยิ่งใหญ่ที่ผงาดรอวันรุกล้ำอยู่เบื้องหน้า จนสุดท้ายฉันก็อดใจไม่ไหว ก้มหน้าลงในชิมถึงรสชาติอันหวานหอมของแท่งทอง ฉันใช้ปลายลิ้นละเลงบนโค่นขึ้นไปจรดบนยอดเขาอันสูงชัน รู้สึกถึงมวลของเหลวลื่นบางอย่างที่ซึมไหลออกมา ภีมครางเสียงทุ้มพลางดันตัวด้านล่างเข้ามากระทบกับริมฝีปากฉันเป็นจังหวะ ฉันรู้ว่าเขามีความสุข และฉันเองก็มีความสุขมากไม่แพ้เขา 

“คุณเก่งเหลือเกินพริม” 

“คุณชอบหรือคะ” 

“ชอบมาก อยากทำแบบนี้กับคุณทุกวัน” 

“...” ฉันแกล้งดูดเข้าแรงๆ จนเขาสะดุ้ง 

“ซี๊ด อย่าแกล้งผมสิ” 

“ฉันเปล่าแกล้ง” 

“แบบนี้ต้องลงโทษ” 

ภีมประคองร่างฉันให้นอนลง ก่อนจะทาบร่างของเขาลงมา แล้วใช้ขาข้างหนึ่งสะบัดให้กางเกงหลุดออก เขาเริ่มจุมพิตฉันอย่างดูดดื่ม ขณะเดียวกันก็เริ่มกดอะไรบางอย่างที่แข็งแรงเข้าไปในตัวฉันอย่างช้าๆ ฉันรู้สึกเจ็บมากจนจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกำยำของเขา เขาจึงกระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบาเป็นการปลอบ 

“ทนหน่อยนะที่รัก เจ็บแปบเดียว” 

“ฉะ...ฉันรู้สึกตึงช่วงล่างไปหมดเลย” 

“ผมจะค่อยๆ” 

“ช้าๆ ค่ะ ซี๊ด...” 

สุดท้ายร่างกายฉันก็เปิดรับเขาเข้าไปจนสุด ภีมเริ่มขยับร่างกายอย่างช้าๆ ก่อนจะเปลี่ยนจังหวะเป็นเร็วจนฉันสงเสียงครวญครางออกมาประสานกับเขา ยิ่งเขาเร่งจังหวะ ฉันยิ่งขยับสะโพกเข้าสู้แบบไม่ยอมแพ้  

“ภีม ซี๊ด...” 

“เรียกผมที่รักสิ” 

“ที่รักคะ” 

“ครับ คนดีของผม” 

“โอ๊ย ฉะ...ฉันจะไม่ไหวแล้ว” 

“ผมก็จะไม่ไหวแล้วเหมือนกัน อ่า...” 

ฉันสัมผัสถึงสายธารบางอย่างที่ล้นทะลักอยู่ในภายช่องท้อง เป็นความรู้สึกวาบหวามที่ต้องการให้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำแล้ว ภีมซบตัวลงบนตัวฉันด้วยอาการอ่อนเพลีย ก่อนจะส่งเสียงอู้อี้ออกมา 

“ผมขอโทษ ผมน่าจะเอาออกมาปล่อยข้างนอก” 

“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไร” ฉันกอดเขาเอาไว้แล้วลูบไล้บนแผ่นหลัง จากนี้อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด ในเมื่อมันเป็นความปรารถนาของฉันเอง 

ภีมถอนหายใจออกมาเหมือนรู้สึกผิด ก่อนจะดึงร่างฉันเข้าไปซบบนแผ่นอกกว้างของเขาแล้วกอดฉันเอาไว้ ฉันใช้หูแนบเพื่อฟังเสียงหัวใจเต้นของเขา...มันเต้นเป็นจังหวะชวนเคลิบเคลิ้ม สุดท้ายความอ่อนเพลียก็ทำให้ฉันปิดเปลือกตาลง แล้วเผลอหลับไปในที่สุด 

ความคิดเห็น