facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Blood 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 803

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 เม.ย. 2563 19:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Blood 3
แบบอักษร

พรึบ! ตุ๊บ!  

“เอวานายเชื่อเรื่องแวมไพร์ปะ”

ขณะที่เอวานั่งอ่านหนังสืออยู่เพื่อนสาวของเอวาก็วางหนังสือที่อ่านก่อนจะหันมาถามเอวาที่นั่งอยู่ข้างๆ หลังจากที่เปิดเทอมมานี่ก็ผ่านมาหลายอาทิตย์แล้ว เด็กปีหนึ่งอย่างพวกเขายังถือว่าโชคดีที่เรียนไม่หนัก พวกเขาเลยมีเวลามานั่งอ่านหนังสือเล่น

“ไม่รู้สิ ทำไมเธอถึงถามเราเรื่องนี้ล่ะแมรี่” เอวาเงยหน้าขึ้นจากหนังสือที่อ่านก่อนจะถามเพื่อนสาวของเขา

“จะว่าไงล่ะ ที่บ้านฉันอ่ะเชื่อเรื่องแวมไพร์นะและยังบอกอีกว่าแวมไพร์มีอยู่จริงๆ แต่ว่านะถ้าแวมไพร์มีอยู่จริงๆ มันก็ต้องมีข่าวเรื่องพบศพตายปริศนาตัวแห้งเพราะถูกเอาเลือดไปหมด อะไรอย่างงี้ดิ แต่นี่ไม่มีอ่ะ ฉันก็เลยเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง” แมรี่พูดกับเอวาตามที่เธอคิด เอวามองเพื่อนตัวเองน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยถามแมรี่ว่า

“ถ้าเกิดแวมไพร์มีจริง เธอจะทำไง”

“ก็ไม่ไงอ่ะ แค่อย่ามาดูเลือดฉันก็พอ ต่างคนต่างอยู่ไรงี้” แมรี่พูดพลางยักไหล่ราวกับไม่ใส่ใจสักเท่าไหร่

“แล้วถ้าเกิดเราเป็นแวมไพร์ล่ะเธอจะว่าไง” เอวามองเพื่อนตัวเองก่อนจะเอ่ยถามในสิ่งที่ตนอยากรู้

“บ้าน่า~~ น่ารักๆ แบบนายเป็นแวมไพร์ไม่ได้หรอก ดูสิเป็นผู้ชายแท้ๆ ยังน่ารักกว่าฉันเลย” แมรี่ว่าพลางจับแก้มของเอวาดึงเบาๆ

“มันเจ็บนะแมรี่” ถึงปากจะบอกว่าเจ็บแต่ใบหน้าของเอวาก็ยังคงนิ่งแบบเดิม

“เฮ้อ~~ บอกเจ็บก็ควรจะทำหน้าเจ็บหน่อยสิ นายเนี่ยนะน่ารักซะเปล่าแต่ดันชอบทำหน้านิ่งตลอดเวลา ผู้ชายที่จะมาจีบเขาก็ไม่กล้าเข้าใกล้กันพอดี” แมรี่ปล่อยมือออกจากแก้มของเอวาก่อนจะพูดอย่างเซ็ง

“ไม่มาจีบล่ะดีแล้ว วุ่นวายเราไม่ชอบ” เอวาว่าจบก็ก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ

ที่เขาถามแมรี่ไปแมรี่อาจจะคิดว่าเขาถามเล่นๆ แต่มันไม่ใช่ เขาจริงจังมากๆ เพราะแมรี่เป็นเพื่อนคนแรกที่เขารู้จักตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย และเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่เขาคิดที่จะคบ จริงๆ เขาก็หวังอยากจะให้แมรี่เป็นเหมือนเพื่อนของแม่เขาที่ไม่ว่าแม่เขาจะเป็นอะไรก็ยังคงรักและอยู่ข้างๆ แม่ของเขาเสมอ

“เฮ้อ~ ขี้เกียจจะพูดกับนายเรื่องนี้แล้ว ไปหาไรกินกันดีกว่าฉันหิวแล้วอ่ะ”

“อืมไปสิ ว่าแต่จะกินไหนนอกหรือในตึกคณะ” เอวาว่า

“วันนี้ไปคณะแพทย์ดีกว่า อยากไปส่องหนุ่มคณะนี้อยากจะรู้ว่าจะเหมือนคณะเรามั้ย อิๆ”

แมรี่ทำท่าคิดก่อนจะพูดกับเอวายิ้มๆ แล้วรีบเก็บของใส่กระเป๋าและดึงเอวาให้ลุกขึ้น คณะแพทย์เป็นอะไรที่เอวารู้สึกไม่อยากมาเป็นที่สุด แต่มันก็ดันเป็นคณะที่อยู่ใกล้กับคณะเขาที่สุดเอวาทำอะไรไม่ได้เลยได้แต่เดินตามเพื่อนของเขาไป ทั้งคู่เดินมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่โรงอาหารของคณะแพทย์ ตลอดทางก็มีหนุ่มๆ หันมามองทั้งสองเพราะเอวานั้นค่อนข้างน่ารัก ส่วนแมรี่เองก็เป็นคนที่น่ารักมากเช่นกัน

“หล่อๆ ก็มีเยอะเหมือนกันนะเนี่ย” แมรี่มองไปรอบก่อนจะหันกลับมาพูดกับเอวายิ้มๆ ตลอดทางที่เธอเดินมา เธอก็มองตลอดว่าหนุ่มๆ คณะนี้จะมีหล่อๆ เยอะมั้ย สรุปคือมี แต่เธอก็คิดว่ายังไม่สุดอยู่ดี

“อย่ามัวแต่มองผู้ชายหาโต๊ะนั่งเถอะจะได้หาอะไรกิน หิวไม่ใช่หรือไง?” เอวาว่าเบาๆ

“ครับๆ อ่ะ! นั่นตรงนั้นฉันว่าเราไปนั่งตรงนั้นกันเถอะ” แมรี่ว่าพลางดึงให้เอวาเดินไปกับเธอ พอถึงโต๊ะเธอก็วางกระเป๋าไว้บนโต๊ะเอวาเองก็เช่นกัน

“จะกินอะไร เดี๋ยวจะไปซื้อให้” พอเอวาวางกระเป๋าเสร็จเขาก็หันมาถามเพื่อนของเขา

“ไปดูด้วยกันดีกว่า” แมรี่ว่าก่อนจะหยิบของมีค่าออกจากกระเป๋าและควงแขนเอวาเดินไปดูของกิน ทั้งสองเลือกซื้อของที่อยากกินก่อนจะกลับมาที่โต๊ะของตัวเองเพื่อวางของ และเอวาก็เดินกลับไปซื้อน้ำให้ตัวเองและแมรี่

“จะว่าไปตั้งแต่ที่มองๆ มานี่ยังไม่มีใครหล่อแบบว้าว! ไรงี้เลย” ขณะที่กินข้าวแมรี่ก็ยังคงสังเกตรอบๆ และหันมาพูดบอกเอวา

“บ้าผู้ชาย” เอวาพูดว่าเพื่อนตัวเองน้อยๆ แต่แมรี่ก็ไม่ได้สนใจ ยักไหล่ให้เอวาน้อยๆ ก่อนจะก้มกินข้าวต่อ

อึก!!  

“เฮ้ยๆ เอวามีคนที่หล่อแบบหล่อสุดๆ ด้วยเว้ย!”

ขณะที่ทั้งสองกำลังกินข้าวอยู่ เอวาก็ชะงักมือเล็กน้อยกลิ่นหอมหวานของเลือดที่เป็นเอกลักษณ์มันทำให้เขารู้ได้ทันทีเลยว่าเป็นใคร แมรี่ที่นั่งตรงข้ามกับเอวามองเลยไปด้านหลังของเอวาและเธอก็ได้เจอผู้ชายที่เธอคิดว่าหล่อมากๆ และหล่อที่สุดในนี้

 

“ทำไมวันนี้คนมันเยอะอย่างงี้วะ ไปกินข้างนอกกันดีกว่าว่ะ” ริคที่มองไปรอบๆ โรงอาหารก็เห็นว่าวันนี้คนดูเยอะเป็นพิเศษจนไม่มีโต๊ะให้พวกเขานั่ง

“ไม่อ่ะขี้เกียจ หืม?”

เจคอปตอบเพื่อนไปก่อนจะชะงักเล็กน้อยเพราะเห็นแผ่นหลังคุ้นๆ ของใครบางคน เจคอปรีบเดินตรงไปหาแผ่นหลังบางที่เขารู้สึกคุ้นๆ และเมื่อเดินไปใกล้ๆ จนถึงโต๊ะของคนทั้งสองที่นั่งอยู่เจคอปก็ยิ้มออกมาน้อยๆ ก่อนจะเรียกชื่อของคนที่โต๊ะ

“เอวา?” ทันทีที่เจคอปเรียกชื่อของเอวา เอวาก็เงยหน้าขึ้นมองเจคอปและทักน้อยๆ

“ไง”

“ทำไมมากินข้าวที่นี่ล่ะ” เจคอปถามเอวาด้วยความแปลกใจ

“เพื่อนอยากมา” เอวาว่าพลางพยักหน้าไปทางแมรี่ ซึ่งแมรี่ก็ยิ้มให้เจคอป

“นี่ไงเจ! นายก็ขอน้องคนนี้นั่งด้วยสิ ถ้าขี้เกียจออกไปกินข้างนอกอ่ะ โต๊ะนี้นั่งได้อีกตั้งสองคน” ริคที่เห็นว่าโต๊ะของเอวายังว่างเลยพูดบอกให้เจคอปขอนั่งกับสองคนนี้ด้วย

“ได้มั้ย?” เจคอปมองเอวาก่อนจะถามน้อยๆ เอวาก็มองเจคอปนิ่งๆ ใจจริงเขาไม่อยากให้นั่งสักเท่าไหร่เพราะกลิ่นเลือดที่หอมมากๆ ของเจอคอป แต่ขณะที่กำลังจะเอ่ยปฏิเสธแมรี่ก็พูดตัดหน้าขึ้นมาก่อน

“ได้สิคะได้ๆ ยังไงนี่ก็คณะพวกพี่อยู่แล้ว นั่งเลยค่ะนั่งเลย” แมรี่พูดกับเจคอปยิ้มๆ เอวาเลยหันไปมองเพื่อนตัวเองก่อนจะถอนหายใจน้อยๆ เมื่อเห็นว่าเพื่อนของตนเอาแต่ส่งสายตาวิ้งค์ๆ ให้เจคอป

“ตามสบาย” เอวาพูดจบก็กินข้าวต่อ โชคดีหน่อยที่ตอนนี้กลิ่นหอมที่ลอยออกมาจากตัวเจคอปมันค่อนข้างจางเอวาเลยไม่รู้สึกกระหายมากจนต้องเอาผ้าขึ้นมาปิดปาก

“งั้นเดี๋ยวฉันไปซื้อข้าวก่อนแล้วกัน ไปเร็วริค” เจคอปพูดจบก็ลากเพื่อนตัวเองให้เดินไปซื้อข้าว สักพักสองหนุ่มก็ได้ข้าวมาคนละจาน น้ำคนละแก้ว เจคอปเดินมานั่งตรงข้ามเอวาซึ่งเคยเป็นที่ของแมรี่ แต่ตอนนี้เจ้าตัวย้ายมานั่งข้างๆ เอวาแทน ส่วนริคก็นั่งข้างๆ เจคอปตรงข้ามกับแมรี่

“เอ่อ…พี่คะพี่เรียนแพทย์หรอคะ” พอเจคอปนั่งลงแมรี่ก็ถามเจคอปทันที เพราะระหว่างที่สองคนนี้ไปซื้อข้าวเธอก็ถามเอวาว่ารู้จักกับสองคนนี้ด้วยหรอ เอวาเลยบอกว่ารู้จักกับเจคอปผ่านๆ ส่วนริคเขาไม่รู้จัก

“ครับ พี่เจคอป เรียนศัลยแพทย์ปีสุดท้าย ส่วนนี่เพื่อนพี่เรียนภาควิชาเดียวกันชื่อแกริค” เจคอปแนะนำตัวเองก่อนจะหันไปแนะนำเพื่อนของตน

“หรือจะเรียกสั้นๆ ว่าริคก็ได้” ริคดูดน้ำลงคอก่อนจะพูดกับทั้งสองยิ้มๆ

“อ๋อค่ะ หนูชื่อแมรี่เรียน คณะเดียวและก็เอกเดียวกับเอวาค่ะ” แมรี่พูดจบก็ยิ้มให้กับทั้งสองคน ตอนนี้เธอบอกไม่ถูกแต่ที่แน่ๆ คนหล่อสองคนกำลังนั่งอยู่โต๊ะเดียวกับเธอ เธอรู้สึกฟินสุดๆ คนหนึ่งก็สูงขาว กวนนิดๆ อกน่าซบ อีกคนก็หล่อเข้มและขี้เล่นโอ๊ย~~ วันนี้คือวันที่ดีสุดๆ สำหรับเธอ

ครืน~~ ครืน~~ 

ขณะที่ทุกคนกำลังกินข้าวกันอยู่ อยู่ๆ มือถือของเอวาก็ดังขึ้นทุกคนเลยหันไปมองที่เอวา เอวาหยิบมือถือขึ้นมาก่อนจะดูว่าใครโทรมา

“เดี๋ยวมานะ” เอวาหันไปบอกแมรี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ ก่อนจะลุกออกไปจากโต๊ะ เจคอปมองตามเอวาไปจนลับสายตา เขาอยากจะรู้จริงๆ ว่าคนที่โทรมาเป็นใคร

“แฟนน้องเอวาโทรมาหรอ” เหมือนริคจะรู้ความคิดของเพื่อน อยู่ๆ เขาก็ถามแมรี่ที่ยังคงนั่งกินข้าวตามปกติ แมรี่เงยหน้าขึ้นมองริคก่อนจะส่ายหัวน้อยๆ และพูดกับริคยิ้มๆ ว่า

“ไม่ใช่หรอกค่ะ เอวายังไม่มีแฟนหรอกค่ะ แต่มีพี่ชายนะคะหล่อมากกกก” แมรี่ว่ายิ้มๆ เพราะเธอเคยเห็นพี่ชายของเอวาและเธอก็ถามเอวาว่าใคร เอวาก็บอกเธอตรงๆ ว่าพี่ชาย

“พี่ชาย? มึงเคยเห็นป่ะวะอยู่หอเดียวกันนี่” ริคหันมาถามเจคอปที่นั่งอยู่ข้างๆ

“อืม….พี่ชายเอวาจะสูงๆ นะคะน่าจะเกือบๆ ร้อยเก้าสิบ ผิวขาวๆ เหมือนเอวาเลยค่ะ แต่หน้าตาพี่น้องคู่นี้เขาจะไม่ค่อยเหมือนกันนะคะ เห็นเอวาบอกว่าเขาได้แม่ส่วนพี่ได้พ่อ” แมรี่ว่ายิ้มๆ ก่อนจะก้มลงกินข้าวต่อ

ส่วนเจคอปก็นั่งนึกว่าเคยเจอมั้ย แต่ตั้งแต่ที่เขารู้จักเอวา ผู้ชายที่เอวาดูจะสนิทด้วยก็มีอาจารย์โอเว่นที่เป็นอา และผู้ชายที่เขาเจอที่หอ! เจคอปนึกถึงตรงนี้เขาก็กระตุกยิ้มเล็กน้อย และแล้วสิ่งที่เขาคาใจมันก็กระจ่างแล้ว

 

“ครับท่านพี่” เอวาเดินเลี่ยงมายังตรงที่ไม่ค่อยมีผู้คนก่อนจะกดรับสายพี่ชายของตน

“เอวาตอนนี้ท่านยายป่วย ท่านแม่เลยจะไปหาและเห็นว่าจะอยู่เฝ้าหลายวัน ท่านพ่อเลยจะไปกับเท่าแม่ด้วย และเลนนี่ก็จะตามไปด้วย ข้าเลย…” พอเอวาทักพี่ชายของตนเสร็จ อีคอนพี่ชายของเอวาก็พูดบอกกับเอวารัวๆ แต่เอวาก็พอจะจับใจความได้

“ท่านพี่เลยจะไปด้วย” เอวาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ไม่ได้รู้สึกอะไร เขารู้ดีว่าพี่ชายของเขาเป็นยังไง

“ก็ประมาณนั้น แต่ข้าอยากให้เจ้าไปด้วย ข้ากลัวว่าท่านแม่กับท่านพ่อจะไปอยู่นาน” อีคอนพูดเบาๆ อาการของอีคอนที่แก้ไม่หายคือห่วง ห่วงทุกคนที่เขารัก และหวงเอวากับเลนนี่มากที่สุด

“ข้าโตแล้วนะท่านพี่ อีกอย่างข้าต้องเรียน และข้าก็ไม่ชอบอากาศร้อนๆ สักเท่าไหร่ ถึงที่นั่นตอนนี้หมดหน้าร้อนแล้วก็เถอะ แต่ที่นั่นก็ยังร้อนไปสำหรับข้า” เอวาว่า

เอวาอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิดฤดูกาลที่นี่ต่อให้เข้าหน้าร้อนอากาศก็ยังคงเย็นๆ แต่ไม่ถึงกับหนาว อากาศมันจะอุ่นๆ เขาเคยไปหาตากับยายของเขาที่ไทยตอนเด็กๆ ไปอยู่ได้แค่วันเดียวพ่อเขาก็ต้องพากลับมาเพราะเขาทนอากาศร้อนที่นั่นไม่ไหวจนไม่สบาย

“ข้ารู้ แต่ข้าไม่อยาก….”

“หยุดเลยท่านพี่ข้ารู้ว่าท่านพี่จะพูดอะไร แต่ที่นี่ก็มีอาโอเว่นกับอาโคว ท่านพี่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ข้าฝากความคิดถึง ถึงท่านตา ท่านยายกับท่านป้ามินด้วย” เอวาพูดดักทางอีคอนที่พยายามโน้มน้าวให้เขาไปด้วย แต่เขาติดเรียนเขาเลยไม่อยากขาดสักเท่าไหร่

“ก็ได้ๆ เฮ้อ~~ ข้าไม่เคยโน้มใจเจ้าได้เลยตั้งแต่เจ้าโต ตอนเด็กๆ ก็ข้าแล้วแต่ท่านพี่ ท่านพี่ข้าทำด้วย แต่พอโตมา ท่านพี่ข้าอย่างนั้น ข้าอยากนี้ ข้าล่ะไม่อยากให้เจ้าโตเลยจริง” ถึงจะบอกโอเค แต่ก็ยังไม่วายบนเรื่องตั้งแต่สมัยเอวาเป็นเด็ก เอวาฟังพี่ชายของตัวเองบ่นน้อยๆ ก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ

“ตอนนี้ข้าก็ยังคงเป็นน้องที่น่ารักของท่านพี่นะ ท่านพี่เดี๋ยวข้าต้องไปเรียนแล้ว กลับมาอย่าลืมของฝากของข้านะ แค่นี้ก่อนนะข้ารักท่านพี่นะ ฝากบอกรักท่านพ่อกับท่านแม่ด้วย” เอวามองนาฬิกาที่ข้อมือของตัวเองก่อนจะพูดกับอีคอนยิ้มๆ

“โอเคๆ ข้าก็รักเจ้าน้องรักของข้า” อีคอนพูดจบก็กดวางสายไป ส่วนเอวาก็ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะกลับมาทำหน้านิ่งเหมือนเดิมและเดินกลับเข้าไปในโรงอาหาร

“นานจัง ใกล้จะได้เวลาเรียนแล้วนะ ข้าวก็ยังกินไม่หมดแบบนี้จะไม่หิวหรอ” พอเอวาเดินมาถึงโต๊ะแมรี่ก็บ่นเพื่อนน้อยๆ แต่ที่เธอบ่นก็เพราะว่าเธอเป็นห่วงเอวา

“ไม่เป็นไรหรอกเรียนอีกคาบเดียวก็เลิกแล้วนี่” เอวาว่าจบก็หยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายก่อนจะหยิบจานของตัวเองและเพื่อนเพื่อจะเอาไปเก็บ

“ไม่เป็นไรนายกับเพื่อนรีบไปเรียนเถอะเดี๋ยวจานพวกนี้ฉันเก็บเอง” เจคอปที่เห็นทั้งสองดูรีบๆ ก็พูดบอกเอวาน้อยๆ เอวามองเจอคอปก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ และวางจานไว้ที่เก่า

“ขอบใจ”

“ขอบคุณนะคะพี่เจ พวกเราไปก่อนนะคะพี่ริค พี่เจ” แมรี่เองก็พูดกับเจคอปยิ้มๆ ก่อนจะพูดลาทั้งสองคน

“ไว้มากินข้าวที่นี่อีกนะทั้งสองคน” ริคว่ายิ้มๆ เอวาและแมรี่ก็โค้งรับเล็กน้อยและพากันเดินกลับคณะ

“นี่พี่นายโทรมาใช่มั้ย” ระหว่างเดินกลับคณะ แมรี่ก็หันมาถามเอวาอย่างคนอยากรู้

“อืม โทรมาบอกว่าที่บ้านจะไปไทยน่ะ” เอวาว่า

“ไทยหรอ เป็นประเทศที่ฉันอยากไปนะ ครั้งหนึ่งในชีวิตอะไรแบบเนี่ย” แมรี่ว่ายิ้มๆ

“ที่นั่นสวยดีนะ แต่แนะนำให้ไปหน้าหนาว เพราะอย่างน้อยอากาศก็ยังพอๆ กับหน้าร้อนของที่นี่”

“หรอ นี่ไว้ปิดเทอมหรือว่างๆ พาฉันไปเที่ยวหน่อยสิ”

“เอาไว้ถ้ามีโอกาสนะ” เอวาว่า แมรี่ก็พยักหน้าน้อยๆ

แล้วทั้งสองก็พากันเดินเข้าคณะของตัวเองและขึ้นไปยังห้องเรียนของพวกเขา วิชาสุดท้ายของวันผ่านไปอย่างช้าๆ กว่าจะเสร็จก็เล่นเอาทั้งสองเกือบหมดแรง พออาจารย์ปล่อยปุ๊บทั้งสองก็รีบเก็บของและออกจากห้องทันที เอวาเป็นเด็กหัวไวเรียนเก่ง แต่ก็มีแอบขี้เกียจ บางครั้งวิชาไหนที่อาจารย์สอนได้น่าเบื่อเขาก็ยอมอ่านหนังสือเองและเอาเวลาในห้องเรียนไปหลับ สาเหตุที่เบื่อคงมาจากหนึ่งอาจารย์สอนได้น่าเบื่อและสองเขาเรียนมาหมดแล้วทั้งจากพ่อและอาของเขา เรื่องไหนที่เขาไม่เคยรู้เขาก็จะสนใจเป็นพิเศษ

“ถ้าอาจารย์จะสอนได้น่าเบื่อขนาดนี้นะ! ฉันยอมแอบหลับพร้อมนายแล้วไปอ่านเอาที่หลังดีกว่า!” แมรี่พูดบ่นๆ ขณะที่กำลังเดินออกจากตึกคณะ เอวาก็มองเพื่อนตัวเองที่ทำหน้าซังกะตายก่อนจะส่ายหัวน้อยๆ

“อ้าวที่บ้านยังไม่มารับหรอ” เอวามองไปยังหน้าคณะตรงที่น้องชายของแมรี่มักจะจอดมอไซค์รอรับแมรี่ประจำ แต่วันนี้กลับว่างเปล่า น้องของแมรี่เป็นเด็กมอปลายที่ตัวสูงกว่าพวกเขาและเพราะเลิกเรียนเร็วบวกกับความห่วงพี่สาวเขาเลยมักจะเป็นคนมารับแมรี่

“เมื่อกี้มิคส่งข้อความมาบอกอ่ะว่าติดซ้อมกีฬาตอนเย็น เลยมารับไม่ได้ เพราะงั้นวันนี้ฟรีเดย์จ้า~~ กลับบ้านเองดีใจอ่า~” แมรี่ว่าพลางทำหน้าดี้ด้า เพราะปกติน้องเธอจะไม่ค่อยยอมให้กลับเองสักเท่าไหร่

“อืม…งั้นวันนี้เราเดินเรื่อยๆ ไปขึ้นรถที่หน้ามอกันเราไม่ชอบเบียดกับคนบนรถของมหาลัยเท่าไหร่อ่ะ” เอวาว่า

“เอาดิ!” แมรี่พูดยิ้มๆ ก่อนที่ทั้งสองจะพากันเดินออกจากตึกคณะระหว่างเดินทั้งสองก็คุยกันไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อนอะไร แต่สักพักก็มีเสียงบีบแตรของมอไซค์

ปี๊ดๆ ปี๊ดๆ  

“เลิกเรียนกันแล้วหรอ” เจคอปขับมอไซค์มาจอดข้างๆ เอวาและแมรี่ที่หยุดเดินและหันมามองทางเขา ริคเองก็หยุดตามเพื่อน

“อืม” เอวาพยักหน้าตอบน้อยๆ

“พี่เจ พี่ริค!” แมรี่มองคนมาใหม่ทั้งสองก่อนจะเรียกชื่อยิ้มๆ เจคอปและริคก็ยิ้มให้แมรี่เล็กน้อย

“กลับด้วยกันมั้ย?” เจคอปถามเอวาที่มองมาทางตน

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวกลับกับแมรี่” เอวาว่าพลางพยักหน้าไปทางแมรี่

“เฮ้ย! ไม่เป็นไรๆ นายกลับกับพี่เจไปก็ได้ ยังไงเราก็ไม่ได้นั่งรถเมล์สายเดียวกันอยู่แล้ว และอีกอย่างนายก็ไม่ชอบนั่งรถเบียดๆ นี่” แมรี่ว่า

“แต่….”

“ไปกับไอ้เจมันเถอะน้องเอวา ส่วนเพื่อนน้องเดี๋ยวพี่ไปส่งให้ก็ได้ รับรองถึงบ้านปลอดภัยหายห่วง” ริคพูดกับเอวายิ้มๆ

“นี่ไงเดี๋ยวฉันซ้อนท้ายพี่ริคไปก็ได้นายไม่ต้องห่วงหรอก แต่พี่ริคคะแค่หน้ามอก็พอค่ะ บ้านแมรี่ไกลอยู่ อีกอย่างพี่ไม่มีหมวกกันน็อกอีกใบด้วย” แมรี่ว่ายิ้มๆ

“โอเคตามนั้นครับ” ริคพยักหน้ารับน้อยๆ แมรี่ก็หันมาพยักหน้าให้เอวาประมาณว่าไม่ต้องห่วง

“เฮ้อ~~ โอเคๆ งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะ” เอวาถอดหายใจน้อยๆ ก่อนจะพูดบอกแมรี่

แล้วทั้งสองก็แยกกันขึ้นรถ ริคมีหมวกใบเดียวเขาเลยไปส่งแมรี่ได้แค่หน้ามอ ส่วนเอวากับเจคอปถึงจะมีหมวกใบเดียวก็ไม่เป็นไรเพราะหอพวกเขาอยู่ไม่ไกลจากมหาลัยสักเท่าไหร่ และเขาก็มีทางลัดเลาะอยู่ เอวาและแมรี่ลากันเสร็จทั้งริคและเจคอปก็ออกรถทันที เจคอปพาเอวาลัดมาตามซอยเล็กๆ สักพักก็ถึงหอ

“ขอบใจนะ”

พอทั้งสองขึ้นมาถึงชั้นของตัวเองเอวาไขกุญแจห้องก่อนจะหันกลับมาขอบคุณเจคอปที่ยืนอยู่หน้าห้องของตัวเอง เจคอปก็พยักหน้ารับน้อยๆ แล้วทั้งสองต่างก็พากันเดินเข้าห้อง เจคอปเดินเข้าห้องมาก็ยกยิ้มน้อยๆ วันนี้เขารู้สึกว่าเขามีความสุขสุดๆ ไม่รู้ทำไมแต่มันรู้สึกโล่งๆ ตั้งแต่รู้ว่าเอวายังไม่มีแฟน…..

 

 

เจคอปชอบน้องแหละดูออกกกกก เรื่องนี้ไม่เน้นมาม่า เน้นน่ารักๆ เพราะเอวาเราน่ารัก (?) เกี่ยวมั้ย? ไม่นะ 5555 เอาง่ายๆคือคนแต่งแต่งดราม่าไม่เก่ง เพราะงั้นอ่านนิยายเราไม่ต้องกลัวว่าจะต้องกินมาม่านะจ๊ะ

ความคิดเห็น