facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Blood 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 24 เม.ย. 2563 21:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Blood 2
แบบอักษร

เอวาขึ้นมาบนห้องของตัวเองก่อนเดินสำรวจรอบๆ ห้อง ตอนแรกที่เอวามาดูกับตอนนี้จริงๆ ก็ไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไหร่แต่ก็จะมีของตกแต่งเพิ่มขึ้นตามความชอบของเจ้าของห้อง ภายในห้องจะคล้ายๆ คอนโดที่เป็นห้องใหญ่ คือแต่ละห้องจะถูกแยกเป็นสัดส่วน เข้าห้องมาทางด้านซ้ายมือของเอวาที่ติดกลับประตูจะเป็นโซนห้องครัวที่เปิดโล่ง ถัดเข้าไปจะเป็นห้องนั่งเล่น ส่วนทางขวามือก็จะเป็นห้องน้ำและถัดไปเป็นห้องนอนที่มีประตูปิดแยก

 

“เฮ้อ~~ เล่นเอามาซะจัดเต็มขนาดนี้ ข้าอยู่ได้เป็นเดือนเลยนะท่านพี่”

 

เอวาเดินเข้ามาในห้องนอนก่อนจะเปิดตู้เย็นที่อยู่ในห้องนอน เอวาก็พบกับกล่องยาที่โอเว่นเป็นคนคิดค้นกับพ่อของเขาและถุงเลือดที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์น้ำมะเขือเทศ เขาจะต้องดื่มเลือดทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละหนึ่งคืนก่อนนอนและในทุกๆ วันเขาจะต้องกินยาวันละหนึ่งเม็ดเพื่อไม่ให้เขากระหายเลือด

 

“นี่เราเป็นแวมไพร์หรือเป็นโรคร้ายกันแน่เนี่ย” เอวาก็ยังคงบ่นกับตัวเองเมื่อดูจำนวนยาที่พี่ชายของตนยัดไว้ให้

 

ใช่จริงๆ แล้วเอวาเป็นแวมไพร์ แต่เขาก็เป็นลูกครึ่ง ครึ่งแวมไพร์ครึ่งมนุษย์พ่อของเขาเป็นทายาทราชาแวมไพร์ส่วนแม่ของเขาเป็นมนุษย์ธรรมดาคนนึง (ที่ตอนนี้เริ่มมีพลังพอๆ กับพ่อของเขาแล้ว?) และตอนนี้แม่ของเขาก็เป็นทั้งมนุษย์ แวมไพร์และดอกไม้ของพ่อเขา แต่ถึงครอบครัวของเขาจะเป็นแวมไพร์แต่พวกเขาก็ไม่ดื่มเลือดมนุษย์สดจากการกัดคอ แต่จะดื่มเลือดที่รับซื้อมา หรือไม่ก็ดื่มเลือดจากสัตว์ และมาหลังๆ พวกเขาเริ่มมียาที่ใช้ระงับการกระหายเลือดมนุษย์ที่อาและพ่อของเอวาเป็นคนคิดค้นขึ้นมา

 

“เอาเถอะก็ยังดีกว่าไม่มีล่ะนะ” เอวาว่าจบก็ปิดตู้เย็นเล็กก่อนจะไปหาอะไรกินในครัว เขาโชคดีที่ได้ความเป็นมนุษย์จากแม่มาเลยสามารถกินอาหารมนุษย์ได้ เอวาทำอาหารที่พอกินหายหิวก่อนจะกินยาและอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวนอน

 

 

ทางด้านเจคอป

 

“นั่นคงเป็นแฟนของนายสินะ”

 

หลังจากเจคอปอาบน้ำเสร็จเจคอปก็มาทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนก่อนจะนึกถึงเรื่องของเอวา สิ่งที่ทำให้เขาหุบยิ้มก็คือภาพที่เอวากับผู้ชายอีกคนหอมแก้มกัน มันทำให้เขารู้สึกคิ้วกระตุกแปลกๆ

 

“แล้วทำไมกูต้องรู้สึกแปลกๆ ด้วยวะ? .....โอ๊ยยย แล้วทำไมกูต้องคิดถึงเด็กคนนั้นด้วยเนี่ย รู้จักกันหรือ? ก็เปล่า พอๆ เลิกคิด เลิกบ้าได้แล้วไอ้เจ!!”

 

เจคอปโว้ยวายกับตัวเองก่อนจะลุกขึ้นไปเข้าครัวเพื่อหาอะไรกิน แต่เขาก็ทำเป็นอยู่ไม่กี่อย่างและตอนนี้เขาก็ขี้เกียจแบบสุดๆ สิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้ก็คือทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกิน!! หลังจากกินเสร็จเขาก็นั่งย่อยสักพักก่อนจะล้มตัวลงนอนที่เตียง เขาใช้เวลาไม่นานเขาก็หลับลงเพราะความเพลีย

 

 

เช้าวันถัดมาเอวาก็ต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวอย่างเร็วเพราะว่าเขานั้นตื่นสาย และที่ตื่นสายก็ไม่ใช้เขาเพลียแต่เป็นเพราะเขาฝัน!! และมันก็เป็นฝันที่ค่อนข้างแปลกสำหรับเขาด้วย

 

“ให้ตายสิ! เพราะฝันบ้าๆ นั่นแท้ๆ” เอวาบ่นเล็กน้อยพลางเช็กความเรียบร้อยของตัวเองก่อนจะหยิบกระเป๋าและเปิดประตูออกจากห้อง

 

แกร๊ก~~ แอ๊ด~~ ปัง!

 

“เฮ้ย!!! /เฮ้ย!!!”

 

หลังจากที่เอวาปิดประตูล็อกห้องของตัวเองเรียบร้อยเขาก็เตรียมตัวหันหลังจะเดินไปเรียน แต่แล้วเท้าทั้งสองข้างของเขาก็ต้องชะงักลงพร้อมกับร้องออกมาเพราะความตกใจ คนที่อยู่ห้องตรงข้ามเองก็ไม่ต่างอะไรกับเขา เอวาได้แต่มองคนตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ ยิ่งหลบยิ่งเจอจริงๆ สำหรับคนตรงหน้านี้!!

 

“นายอยู่ห้องนี้หรอ” เจคอปที่ตั้งสติได้ก็ถามเอวาด้วยความแปลกใจ ก็รู้อยู่หรอกว่าห้องตรงข้ามมีคนเข้ามาอยู่ใหม่ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นคนร่างเล็กตรงหน้าเขา

 

“อืม ฉันไปนะรีบ” เอวาตอบอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่และรีบเดินหนีเจคอปทันที

 

“เดี๋ยวดิ….เอ่อ จะไปมอใช่มั้ย ไปพร้อมกันดิ หรือว่ามีรถ?” ขณะที่เอวากำลังจะเดินหนี เจคอปก็รีบจับแขนของเอวาเอาไว้ พอเอวาหันมามองเขาก็พูดถามเอวาพร้อมกับอาสาไปส่ง

 

“คือ….” เอวาทำท่าคิดเล็กน้อย เขาไม่ค่อยอยากไปกับคนตรงหน้าสักเท่าไหร่เพราะกลิ่นเลือดด้วย และไม่สนิทด้วย แต่เขาก็ไม่มีรถและไม่สามารถใช้ความเร็วของแวมไพร์ได้

 

“ไหนๆ ก็ไปทางเดียวกัน ฉันเห็นนายรีบเลยจะให้ติดรถไปด้วย แต่ถ้ามีรถแล้วหรือถ้าไม่อยากไปด้วยก็ไม่เป็นไรมันไม่ได้มีผลอะไรกับฉันอยู่แล้ว” เจคอปที่เห็นว่าเอวาเอาแต่นิ่งเลยพูดบอกไปก่อนจะทำท่าเดินไปขึ้นลิฟต์ทันที

 

“ดะ…เดี๋ยว คือ…รบกวนด้วย” เอวาเรียกเจคอปไว้ก่อนจะพูดบอกเสียงเบา เจคอปยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะหันมาพยักหน้าให้เอวา

 

“งั้นรออยู่ตรงนี้แป๊บฉันไปเอาหมวกให้นายก่อน” เจคอปพูดจบก็ไขกุญแจกลับเข้าไปในห้องสักพักเขาก็เดินออกมาพร้อมหมวกกันน็อกอีกใบ จากนั้นก็ให้เอวาเดินตามตนมาที่ลิฟต์ ระหว่างเดินเอวาก็ไม่ลืมที่จะเอาผ้าปิดปากขึ้นมาคาดไว้

 

“ฉันเหม็นขนาดนั้นเลยหรอ?” ขณะที่อยู่ในลิฟต์เจคอปก็เห็นเอวาเอาผ้าปิดปากไว้เลยถามขึ้น เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเห็นผ้าปิดปากถูกคาดไว้บนใบหน้าหวานนี้

 

“เปล่า….แต่มันหอมเกินไป” เอวาส่ายหัวปฏิเสธเจคอปน้อย แต่ประโยคหลังเขาพูดด้วยเสียงที่ค่อนข้างเบา เบาจนเจคอปไม่ได้ยิน

 

“เปล่าแล้วทำไมต้องคาดมันเอาไว้ทุกครั้งที่เจอชั้นด้วย….” ติ๊ง!!! ยังไม่ทันที่เจคอปจะได้พูดอะไรต่อเสียงลิฟต์ก็ดังขึ้นพร้อมกับประตูลิฟต์ที่เปิดออก เอวาเลยอาศัยจังหวะนี้เดินออกจากลิฟต์ทันทีโดยไม่ได้ตอบเจคอป เจคอปถอดหายใจน้อยๆ ก่อนจะจับมือของเอวาให้เดินตามเขา

 

“นี่! นายเดินนำฉัน นายรู้หรอว่ารถฉันอยู่ไหน?”

 

เจคอปถามเอวาพลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พอเห็นเอวาส่ายหัวน้อยๆ เขาก็พาเอวาเดินต่อจนมาถึงรถมอเตอร์ไซค์ลูกรักของเขา เขาก็ยื่นหมวกกันน็อกใบเล็กให้เอวาส่วนเขาก็ใส่ใบใหญ่ของเขา พอใส่เสร็จเขาก็เห็นว่าเอวายังคงมองหมวกในมือไม่ยอมใส่สักทีเขาเลยหยิบหมวกจากมือเอวามาก่อนจะใส่ให้เอวา

 

“จริงสิ ยังไม่ได้ถามชื่อนายเลย ฉันชื่อเจคอปจะเรียกว่าเจก็ได้ อยู่ศัลยแพทย์ปีสุดท้าย นายล่ะ” เจคอปขึ้นคร่อมรถแต่ก่อนจะสตาร์ทรถเขาก็หันมาถามชื่อของเอวาและแนะนำตัวเอง

 

“เอวา อยู่ชีวเคมี ปี 1” เอวาตอบอย่างรีบๆ ก่อนจะขึ้นซ้อนเจคอปอย่างเกร็งๆ เจคอปมองคนตัวเล็กเพื่อเช็กว่าเอวานั่งเรียบร้อยแล้วหรือยัง

 

“จับเอวฉันไว้แน่นๆ ล่ะ ลอยไปตามลมฉันไม่ย้อนไปรับนะ” เจคอปว่าจบก็ออกตัวทันที ทำให้เอวาที่ไม่ทันตั้งตัวเกือบหงายหลัง แต่โชคดีที่คว้าเอวของเจคอปไว้ได้ทัน

 

ความเร็วของรถถูกเร่งด้วยความเร็วที่ค่อนข้างมาก ทำให้เอวาต้องกอดเจคอปไว้แน่น ความเร็วของมอเตอร์ไซค์มันเร็วพอๆ กับการวิ่งของแวมไพร์อย่างเขาก็จริงแต่มันกลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างและเอวาก็คิดว่ามันเป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่ เขาไม่กลัวแต่กลับรู้สึกชอบ เจคอปขับรถมาไม่นานก็จอดหน้าคณะของเอวา

 

“ถึงแล้ว” เจคอปชะลอความเร็วลงก่อนจะจอดสนิท พอเขาจอดเสร็จก็หันมาบอกเอวาที่ซ้อนท้ายเขาอยู่ เอวาก็พยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะค่อยๆ ลงจากมอไซค์ของเจคอป เจคอปช่วยเอวาถอดหมวกเพราะรู้ดีว่าคนตัวเล็กนั้นถอดไม่เป็น

 

“อีกสิบนาที เฮ้อ~~ ขอบใจ” เอวารีบมองนาฬิกาที่ข้อมือตัวเองก่อนจะพูดกับตัวเองเบาๆ และเงยหน้าขึ้นมาขอบคุณเจคอป

 

“อืมไม่เป็นไร คราวหลังถ้าจะสายอีกก็บอกฉันได้” เจคอปเปิดฝาปิดหมวกก่อนจะพูดกับเอวา

 

“กรี๊ดดดด!!! นั่นพี่เจคอปนี่!!” พอนักศึกษาผู้หญิงที่อยู่แถวนั้นเห็นว่าคนที่นั่งคร่อมมอไซค์อยู่นั้นเป็นใครก็มีเสียงกรี๊ดดังขึ้น

 

“จริงด้วย!! กรี๊ดดดดๆ เท่อ่ะ!!”

 

สาวๆ ที่เริ่มมองมาที่เจคอปต่างก็กรี๊ดเสียงดัง เจคอปเป็นเดือนคณะแพทย์และเดือนมหาวิทยาลัย เลยไม่แปลกที่จะมีคนรู้จัก เพราะความหล่อ รวย การเรียนดี กีฬาเด่น สาวๆ เลยแทบจับตัวเองใส่พานถวายตัว

 

“ฉันไปละ” เอวามองผู้หญิงอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมต้องกรี๊ด แต่เขาก็ไม่สนใจอะไรหันมาพูดกับเจคอปก่อนจะเดินเข้าคณะไป ส่วนเจคอปพอเห็นเอวาเดินไปจนลับตาเขาก็ขับรถไปคณะตัวเอง

 

 

 

“ไงเพื่อน!! เมื่อเช้าไปส่งสาวคนไหนที่คณะวิทย์มาครับ” ริคที่พึ่งมาถึงมหาวิทยาลัยเดินเข้ามาหาเจคอปที่นั่งรออยู่ที่ที่ประจำก่อนจะเอ่ยทักยิ้มๆ เพราะระหว่างที่เขาเดินมาก็ได้ยินสาวๆ พูดกันเรื่องที่เจคอปไปส่งเด็กคณะวิทย์

 

“ไม่เสือกสิ” เจคอปมองหน้าเพื่อนของตนก่อนจะพูดว่าอย่างกวนๆ

 

“เรื่องนี้ไม่เสือกไม่ได้ครับเพื่อน ร้อยวันพันปีกูไม่เคยเห็นว่ามึงจะพาสาวคนไหนซ้อนท้ายลูกรักมึง แต่วันนี้มึงเล่นพาสาวร่างบางไปส่งถึงคณะ กูไม่เสือกไม่ได้ครับพูดเลย” ริคว่า

 

เพื่อนๆ ในคลาสรู้ดีว่าเจคอปน่ะหวงลูกรักขนาดไหน ขนาดเพื่อนในคลาสที่ว่าสนิทพอตัวยังไม่มีใครเคยได้ซ้อนท้าย แต่วันนี้นอกจากคนคนนั้นจะได้ซ้อนมอไซค์เจคอปแล้วเขายังพาไปส่งถึงคณะอีก เพื่อนที่คบกันมานานอย่างริคก็เลยอดไม่ได้ที่จะถาม

 

“เฮ้อ~~ ไม่ใช่สาว ผู้ชายเด็กที่อยู่หอเดียวกัน” เจคอปตอบอย่างคนไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่

 

“ขอละเอียดกว่านี้ จะบอกว่าคนรู้จักมึงบังเอิญอยู่หอเดียวกันเลยให้ติดรถมากูว่าไม่น่าใช่เพราะมึงน่ะมัน….”

 

“พอๆ มึงเลิกซักกูสักที!! เขาชื่อเอวา คนที่เอาเอกสารมาให้อ.โอเว่นอ่ะ เผอิญอยู่หอเดียวกันแล้วเมื่อเช้าเห็นว่ากำลังสายเลยให้ติดรถมา” เจคอปสั่งให้ริคเลิกถามก่อนที่เขาจะเล่าให้ริคฟังว่าคนที่ซ้อนท้ายเขาคือใคร

 

“เดี๋ยวนะแล้วมึงไปสนิทกับเขาตอนไหน…..”

 

“เลิกถามกูขี้เกียจตอบ แล้วก็ขึ้นห้องได้แล้วจะได้เวลาเรียนแล้ว” เจคอปพูดปัดก่อนจะลุกเดินขึ้นห้องโดยมีริคเดินตามและยังคงถามอย่างไม่ลดละความพยายาม แต่เจคอปก็ไม่ตอบอะไรจนริคเลิกถามไป

 

 

คุณคิดว่าความบังเอิญมันจะเกิดขึ้นสักกี่ครั้ง บางคนบอกว่าสองสามครั้งก็เกินพอแล้ว แต่ว่านะสำหรับสองคนนี้ไม่ใช่ หลังเลิกเรียนเอวาเลือกที่จะเดินจากคณะไปหน้ามหาลัยเรื่อยๆ เพื่อไปขึ้นรถกลับหอ แทนที่จะรอรถของมหาลัยที่จะวนรับเด็กคณะต่างๆ ไปส่งหน้ามหาลัยเพราะเขาไม่ค่อยชอบคนเยอะๆ แต่เพราะความไม่ชอบคนเยอะนั้นก็ทำให้เขาได้เจอกับเจคอป

 

ปี๊ด! ๆ

 

“เอวา!” เจคอปที่เห็นเอวาเดินอยู่คนเดียว ก็อดไม่ได้ที่จะบีบแตรเรียกและจอดข้างๆ ร่างบางที่หยุดเดินเพราะมีเสียงคนเรียก

 

“ใครวะเจ เอ๊ะ! คนนี้…” ริคที่จอดตามเพื่อนถามเจคอปก่อนจะมองไปที่เอวาและชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็นใคร

 

“จะกลับหอ?” เจคอปไม่ได้สนใจอะไรริคแต่ถามเอวาที่มองมาที่เขา

 

“อืม” เอวาพยักหน้าน้อยๆ

 

“จะไปด้วยกันมั้ย? ฉันก็กำลังจะกลับ” เจคอปว่า

 

เอวามองเจคอปก่อนจะมองท้องฟ้าและทางข้างหน้า ตอนนี้เริ่มจะมืดแล้วกว่าเขาจะเดินไปถึงหน้ามหาลัยกว่าเขาจะรอรถกลับ คงอีกนานซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เอวาไม่ชอบเท่าไหร่นัก เอวาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันกลับมามองเจคอป

 

“รบกวนด้วย” เอวาว่า

 

เจคอปที่ได้ยินคำตอบก็พยักหน้าน้อยๆ และหยิบหมวกกันน็อกอีกใบใส่ให้เอวา พอใส่หมวกเสร็จเอวาก็ขึ้นซ้อนมอไซค์เจคอปเหมือนเมื่อเช้าและจับเอวของเจคอปไว้ทันที และการกระทำของทั้งสองก็อยู่ในสายตาของริคหมดทุกอย่าง เขาได้แต่สงสัยกับสิ่งที่เพื่อนเขาทำ เขาไม่รู้ว่าทั้งสองไปสนิทกันตอนไหนแต่ที่แน่ๆ ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนเพื่อนเขามันจะสนใจคนร่างบางที่กำลังซ้อนท้ายมันอยู่

 

“งั้นกูไปก่อนนะริค เจอกันพรุ่งนี้” พอเอวานั่งเรียบร้อยแล้วเจคอปก็หันมาพูดกับริคก่อนจะขับรถไปทันทีโดยไม่ฟังเสียงใดๆ จากริค ริคได้แต่มองท้ายรถของเพื่อนและถอดหายใจออกมาก่อนจะขับกลับบ้านตนเอง

 

“นายจะแวะซื้ออะไรกินก่อนมั้ย!” ขณะที่เจคอปขับรถอยู่เขาก็ตะโกนถามเอวาที่ซ้อนท้ายเขา

 

“ไม่เป็นไรที่ห้องมี!” เอวาว่า เจคอปก็พยักหน้าน้อยๆ

 

ทั้งสองใช้เวลาไม่นานก็ถึงหอพักเพราะรถไม่ติดและเพราะความเร็วของบิ๊กไบท์ เจคอปเริ่มชะลอความเร็วก่อนจะค่อยๆ ขับไปจอดที่ประจำของเขา พอจอดเสร็จเขาก็ดับเครื่อง เอวาก็ลงจากรถช้าๆ ส่วนเจคอปก็ยันขาตั้งขึ้นก่อนจะไขกุญแจล็อกรถและลงจากรถและค่อยๆ ถอดหมวกออก จากนั้นเขาก็หันไปถอดให้เอวา

 

“ขอบใจ” เอวาพูดบอกเจคอปขอบเสียงเบา ก่อนจะเดินเข้าหอทันทีโดยมีเจคอปถือหมวกกันน็อกเดินตาม

 

ทั้งสองขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นของตัวเองพอถึงห้องต่างคนต่างก็แยกย้ายเข้าห้อง เจคอปเดินไปวางของลงบนโต๊ะก่อนจะรีบเดิบไปหยิบผ้าขนหนูและเข้าห้องอาบน้ำทันทีเพราะความเหนียวตัว ส่วนเอวาพอเข้ามาในห้องเขาก็วางของลงบนโต๊ะก่อนจะเดินไปล้างมือและทำอาหารและไม่ลืมที่จะทำเผื่ออีกคนเพื่อขอบคุณ

 

ก๊อกๆ ก๊อกๆ แกร๊ก~~ แอ๊ด~~

 

“อ้าวมีอะไรหรือเปล่า”

 

หลังจากที่เอวาทำอาหารเสร็จแล้วเขาก็ตักแบ่งส่วนของอีกคนก่อนจะมาเคาะประตูห้องตรงข้าม เจคอปที่พึ่งแต่งตัวเสร็จพอได้ยินเสียงเคาะเขาก็รีบมาเปิดประตูทันที พอเห็นว่าเป็นเอวาก็ถามด้วยความสงสัย

 

“อ่ะ ตอบแทนที่ให้ติดรถไปมอและกลับหอ” เอวายื่นจานข้าวผัดสูตรของแม่เขาให้เจคอป

 

“เอ่อ…ขอบใจ” เจคอปรับมาก่อนจะเอ่ยขอบคุณเอวา

 

“ไม่รู้ว่านายกินข้าวหรือยัง แต่ถ้ากินแล้วก็แช่ตู้เย็นไว้พรุ่งนี้ค่อยอุ่นกินก็ได้” เอวาว่า

 

“กินวันนี้แหละ ฉันยังไม่ได้กินข้าวเลย ยังไงถ้ากินเสร็จจะล้างจานไปคืนนะ” เจคอปว่า เอวาก็พยักหน้ารับก่อนจะเดินกลับห้องตัวเอง เจคอปมองไปที่ประตูห้องตรงข้ามก่อนจะยกยิ้มน้อยๆ และกลับเข้ามาในห้อง เขาวางจานบนโต๊ะกินข้าวก่อนจะลงมือทาน

 

“อร่อยแฮะ”

 

พอตักกินคำแรกเจคอปก็เอ่ยชมเบาๆ มันเป็นรสชาติที่เขาไม่เคยกิน เพราะปกติเขาจะกินพวกเส้นๆ และเป็นซอลๆ อะไรแบบนั้นซะมากกว่า ที่เป็นข้าวและเอามาผัดแบบนี้เขาไม่เคย เจคอปเริ่มตักกินอีกคำ อีกคำเรื่อยๆ จนหมด เขาก็ล้างจานและเอาไปคืนเจ้าของ

 

“ขอบคุณอีกครั้ง อร่อยมากเลย” เจคอปยื่นจานให้เอวาก่อนจะบอกยิ้มๆ เอวาก็พยักหน้ารับน้อยๆ ด้วยใบหน้านิ่งๆ แต่ถ้าลองสังเกตดีๆ จะเห็นมุมปากของเอวาที่ยกเพียงเล็กน้อย

 

เอวากลับเข้าห้องก่อนจะปิดประตูล็อกประตูเรียบร้อยก็เดินเอาจานไปเก็บ จากนั้นก็เดินไปอาบน้ำ หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเอวาก็เดินไปเปิดตู้เย็นที่อยู่ในห้องนอน ก่อนจะหยิบสิ่งที่เขาต้องดื่มออกมาและค่อยๆ ดื่มเลือดที่อยู่ในถุง ตาของเอวาเริ่มเปลี่ยนสีจากสีน้ำตาลเป็นสีแดง เขี้ยวคมขาวก็งอกออกมาเล็กน้อย เอวาค่อยๆ ดื่มเลือดที่อยู่ในถุงจนกระทั่งหมด เอวาหลับตานิ่งอยู่สักพักเขี้ยวที่เคยงอกก็ค่อยๆ กลับไปเป็นเหมือนเดิมเอวาลืมตาขึ้นมาก่อนจะเอาถุงเลือดไปทิ้ง ดวงตาที่เคยเป็นสีแดงก็กลับมาเป็นปกติ

 

 

 

 

เจคอปนายไม่ได้เป็นอะไรหรอก ที่นายคิดถึงเขาก็เพราะว่านายเผลอไปชอบเขาแล้วไง อิๆ น้องเอวาเราน่ารักนะ ถึงจะเป็นคนนิ่งๆไปนิดแต่เอวาน่ารักมากๆนะแก~~~~ แถมยังเซ็กซี่ อ๊ะ!!! แค่กๆ

 

ง่ะ!!! เกือบลืมลงแนะ อ่านการ์ตูนเพลินไปหน่อย ตอนแรกว่าจะมาลงเย็นๆ ตอนนี้มืดซะแล้ว 5555

 

 

 

ความคิดเห็น