facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Blood 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 18 เม.ย. 2563 21:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Blood 1
แบบอักษร

บนทางเดินของอาคารที่ไร้ซึ่งผู้คนตอนนี้กำลังมีเสียงฝีเท้าของคนกำลังวิ่ง หากเป็นเวลาปกติเขาคงไม่ต้องเสียพลังงานในการวิ่ง แต่ตอนนี้ไม่ใช่ หนุ่มน้อยร่างบางมองนาฬิกาพลางมองทางพลาง ตอนนี้เขากำลังจะสาย แต่สิ่งที่เขาถืออยู่ก็สำคัญเพราะเขาต้องเอาไปให้คนรู้จัก 

ตึก! ตึก! ตึกๆ ตึก! เฮ้อ~~~ ก๊อกๆ แอ๊ด~~~ 

หนุ่มน้อยร่างบางวิ่งมาจนถึงเป้าหมาย เขาหายใจเข้าออกช้าๆ เพื่อปรับสีหน้าท่าทางให้กลับมาปกติ ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะประตูและเปิดเข้าไป ทันทีที่ร่างบางเปิดประตูเข้าไปในห้องทุกสายตาก็หันมามองร่างบาง และเสียงที่เคยดังอยู่ก็เงียบลง ร่างบางไม่สนใจคนที่มองมานอกจากเป้าหมายของเขา 

“ผมเหนื่อยนะครับอาจารย์โอเว่น” ร่างบางพูดด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใดๆ หรือแสดงอาการเหนื่อยหอบออกมาเลย โอเว่นมองร่างบางก่อนจะรับเอกสารที่เขาวานให้ร่างบางเอามาให้ก่อนจะยิ้มให้น้อยๆ 

“อาขอโทษนะเอวา เมื่อเช้าอารีบเลยต้องรบกวนเราแบบนี้ ว่าแต่อยากได้อะไรมั้ย? เดี๋ยวอาซื้อให้” โอเว่นพูดกับร่างบางให้ได้ยินแค่สองคน 

“ไม่เอาหรอกครับ…..กลิ่น?” เอวาพูดกับโอเว่นก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อได้กลิ่นอะไรบางอย่าง มันเป็นกลิ่นที่ค่อนข้างหอมและมันปนอยู่กับกลิ่นที่เขาคุ้นเคย

เอวาหันไปมองทางนักศึกษาที่นั่งมองมาที่พวกเขาสองคนก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆ และแล้วเขาก็หันไปสบตากับใครคนหนึ่งซึ่งคนคนนั้นก็มองมาที่เขาอยู่เช่นกัน ทั้งสองสบตากันแล้วอยู่ๆ เอวาก็รู้สึกเหมือนมีแรงดึงดูดทำให้เอวาเดินเข้าไปหา ยิ่งเดินเข้าไปใกล้กลิ่นหอมๆ ก็ยิ่งแรงมากขึ้น

“เอวา!!”

โอเว่นที่เห็นเอวาเดินเข้าไปหาลูกศิษย์ของเขาราวกับคนละเมอ เขาเลยรีบเรียกเอวาเสียงดัง เอวาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะชะงักเท้าที่กำลังเดิน เอวามองชายหนุ่มตาคมตรงหน้าก่อนจะรีบหยิบที่ปิดปากในกระเป๋าออกมาคาดปิดปากและจมูกไว้ก่อนจะรีบเดินกลับไปหาโอเว่น

“เอวาไปก่อนนะครับ จะสายแล้ว” เอวารีบพูดกับโอเว่นก่อนจะรีบออกไปจากห้องทันที โอเว่นมองตามเอวาไปก่อนจะหันไปมองลูกศิษย์ของเขา

เจคอป เคยเจอกับเด็กคนนั้นหรอ?” เขาสงสัยในท่าทางของเอวา เขาเลยหันไปถามลูกศิษย์ของเขาคนที่เอวากำลังเดินเข้าไปหา 

“ไม่ครับ ผมพึ่งเคยเจอที่นี่ครั้งแรก” เจคอปว่า

ใช่เขาพึ่งเคยเจอเด็กคนนี้ครั้งแรกและเป็นครั้งแรกที่สร้างความประหลาดใจให้กับเขา ทันทีที่ร่างบางของเอวาเดินเข้ามาในห้องพอเขาเงยหน้าขึ้นมองร่างบางเขาก็ไม่สามารถละสายตาไปไหนได้เลย และยิ่งได้สบตากันเมื่อกี้มันก็ยิ่งทำให้เขาไม่สามารถเลิกจ้องดวงตากลมเล็กเมื่อกี้ได้

“ไอ้เ จมันไม่เคยเจอหรอกครับอาจารย์ ว่าแต่อาจารย์เมื่อกี้แฟนอาจารย์หรอครับมีเอาของที่ลืมที่บ้านมาให้ด้วย” เพื่อนของเจคอปที่นั่งข้างๆ เอ่ยขึ้น และไม่วายเอ่ยแซวโอเว่น พวกนักศึกษาคนอื่นๆ ต่างก็ส่งเสียงโห่แซวกับสิ่งที่ริคเพื่อนของเจคอปพูด

“พูดมากน่า พอๆ มาเริ่มเรียนกันได้แล้วเสียเวลามามากแล้ว” โอเว่นไม่ได้ปฏิเสธแต่ก็ไม่ได้ตอบรับ เขาบอกปัดก่อนจะเริ่มสอนบทเรียน

เจคอปมองไปที่อาจารย์ของเขาอยากสงสัย ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้อยากรู้ว่าร่างบางที่เดินออกไปนั้นเป็นแฟนกับอาจารย์ของเขาอย่างที่เพื่อนของเขาแซวหรือไม่ ‘แล้วทำไมต้องอยากรู้’ เจคอปคิด แต่แล้วเขาก็ต้องส่ายหัวเบาๆ เพื่อไล่ความคิดพวกนั้นออกไปจากหัว

“อ่ะวันนี้ก็พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน เลิกคลาสได้”

เมื่อชั่วโมงสอนของโอเว่นจบลง โอเว่นก็บอกนักศึกษาของเขายิ้มๆ แล้วทุกคนก็เริ่มเก็บของรวมทั้งโอเว่นด้วย พอเก็บเสร็จบางคนก็รีบออกจากห้องบางคนก็เดินไปถามอาจารย์ในสิ่งที่ตนไม่เข้าใจ ส่วนเจคอปพอเขาเก็บของเสร็จก็เดินออกจากห้องมาพร้อมกับเพื่อน

“มึง มึงคิดว่าเด็กคนนั้นเป็นแฟนกับอาจารย์โอเว่นจริงปะวะ” แกริคหรือริคเอ่ยถามเจคอปขณะที่พวกเขากำลังเดินไปโรงอาหารของคณะ

“ไม่รู้แล้วมึงจะไปเสือกเรื่องของอาจารย์เขาทำไมวะ” เจคอปว่าอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่ ไม่รู้ทำไมเขาถึงไม่อยากให้สิ่งที่เพื่อนของเขาพูดเป็นเรื่องจริง เจคอปได้แต่คิดว่าตัวเองคงเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่รู้สึกหลงใหลในสายตาคู่นั้นและรู้สึกไม่ชอบใจเมื่อคิดว่าเด็กคนนั้นมีแฟนแล้ว

“กูก็แค่อยากรู้ แต่มึงคิดดูนะรักระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา แม่งดูเป็นรักต้องห้ามที่น่าติดตามนะว่ามันจะเป็นยังไง แต่ก็นะถ้าเด็กคนนั้นอยู่คนละคณะกับที่อาจารย์โอเว่นสอนมันก็น่าจะไม่เป็นอะไรมั้ง” ริคว่าพลางทำท่าคิดในสิ่งที่เขาพูด

“พอเลยมึงมัวแต่ยุ่งเรื่องคนอื่น วันนี้จะเดินถึงโรงอาหารมั้ย??” เจคอปว่าเพื่อนก่อนจะรีบเดินไปยังโรงอาหารทันที พอถึงเขาก็หาที่นั่งก่อนจะวางกระเป๋าและเดินไปหาอะไรกิน

หลังจากที่ทั้งสองกินข้าวเสร็จเจคอปและริคก็เดินมายังที่ประจำของพวกเขา ตรงบริเวณที่ลับตาคนและไม่ค่อยมีใครเดินเข้ามา

“เดี๋ยวกูไม่ซื้อของกินเล่นก่อนนะ กว่าจะได้เรียนอีกคาบตั้งนานขืนนั่งเฉยๆ เบื่อตาย”

ขณะที่กำลังจะเลี้ยวไปยังที่ลับของพวกเขาริคก็หันมาพูดกับเจคอปก่อนจะเดินไปร้านสะดวกซื้อในมหาวิทยาลัย ส่วนเจคอปก็เดินไปยังที่ประจำของเขา แต่พอใกล้จะถึงที่ประจำของเขา เจคอปก็ต้องชะงักเท้าทันทีและมองคนทั้งสองที่กำลังจูบกัน? คนที่หันหน้ามาทางเขาคืออาจารย์โอเว่น แต่คนที่หันหลังให้เขา เขาไม่แน่ใจแต่เท่าที่มองรูปร่างแล้วก็มีอยู่คนเดียวที่เขาจำได้ขึ้นใจเพียงแค่มองเห็นครั้งแรกและครั้งเดียว เด็กคนนั้น!! คนที่เอาเอกสารมาให้โอเว่น เจคอปมองคนทั้งสองจนกระทั่งโอเว่นเงยหน้าขึ้นและพูดกับร่างบางยิ้มๆ ก่อนจะเดินออกไป เจคอปอยู่ห่างจากทั้งคู่พอสมควรเลยไม่ได้ยินว่าทั้งสองคุยอะไรกัน

“แอบดูคนอื่นมันเสียมารยาทนะไม่รู้หรอ” ขณะที่เจคอปมองไปที่ร่างบางอยู่ๆ ร่างบางก็พูดขึ้นเสียงดังและหันมาทางเจคอป

“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะแอบดูสักหน่อย นายนั่นแหละทำอะไรทำไมไม่นึกถึงสถานที่บ้าง เอ๊ะ! ว่าแต่นายรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ตรงนี้”

เจคอปพูดกับเอวาก่อนจะเดินเข้าไปหาและถามเอวาด้วยความสงสัย เขายืนอยู่ห่างจากทั้งสองมากพอควรและเขามั่นใจว่าเขาไม่ได้ทำอะไรที่จะทำให้ทั้งสองรู้ตัวแน่นอน เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นโอเว่นเองก็คงรู้ตัวเช่นกัน

“กลิ่น….” เอวาขยับถอยหลังเล็กน้อยและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาจนเจคอปไม่ได้ยิน และเจคอปก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเมื่อเอวาถอยหลังหนีเขาราวกับรังเกียจเขา

“นายว่าอะไรนะ แล้วจะถอยหนีทำไม รังเกียจฉันเหรอไงหรือกลัว?” เจคอปว่า

เอวารีบหยิบผ้าปิดจมูกขึ้นมาใส่ทันทีแม้ว่ามันจะไม่ได้ช่วยอะไรเขามากมายแต่มันก็ยังดีกว่าที่เขาต้องสูดกลิ่นเลือดตรงๆ และยิ่งเป็นกลิ่นเลือดที่หอมหวานจากคนตรงหน้าแล้วมันยิ่งไม่ดีแน่ๆ ถ้าเขาจะทนดมอยู่ตลอด

“เปล่า แต่ผมแค่ไม่ชอบกลิ่นคุณ” เอวาว่าจบก็ทำท่าจะเดินออกไป แต่เจคอปก็จับแขนเอวาไว้ทันก่อนที่เอวาจะหันหลังหนีเขาไป

“กลิ่น? กลิ่นอะไร ฉันว่าฉันไม่ได้สกปรกถึงขนาดมีกลิ่นอะไรที่ทำให้คนอื่นไม่ชอบนะ หรือเป็นกลิ่นแอลกอฮอล์? ฉันเป็นว่าที่หมอนะถ้าไม่มีก็คงแปลก” เจคอปว่า แต่ก็ยกแขนตัวเองขึ้นดมเพราะไม่รู้ว่าคนตรงหน้าไม่ชอบกลิ่นอะไรของตน

“ช่างเถอะ เอาเป็นว่าผมไม่ชอบกลิ่นคุณก็แล้วกัน ปล่อยแขนผมได้แล้ว” เอวาว่าพลางมองไปที่มือของเจคอปที่จับแขนเขาไว้เป็นเชิงให้ปล่อย

“ถ้าฉันบอกว่าไม่ล่ะ” เจคอปมองไปที่มือของตัวเองก่อนจะพูดถามเอวาอย่างกวนๆ ใบหน้าที่เรียบนิ่งอยู่ตลอดของเอวาเริ่มมีสีหน้าไม่ค่อยพอใจเล็กน้อยซึ่งมันเล็กน้อยมากๆ แต่เจคอปก็ยังเห็นอยู่ดี

“ปล่อยมือซะ ไม่งั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน” เอวาว่าพลางจ้องไปที่เจคอป เจคอปเองก็จ้องไปที่ดวงตาของเอวา

เอวาชะงักเล็กน้อยเพราะความรู้สึกแปลกๆ ที่วิ่งแล่นเข้ามา เอวาไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ตั้งแต่ที่เขาสบตากับผู้ชายตรงหน้านี้ เขาก็มีภาพของผู้ชายคนนี้อยู่ในหัวตลอดตั้งแต่เช้าไหนจะกลิ่นหอมหวานของเลือดที่เขาได้กลิ่นจากผู้ชายคนนี้มันกระตุ้นความกระหายของเขาจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ เอวามองไปยังเส้นเลือดตรงคอแกร่งเส้นเลือดที่เต้นตามจังหวะของหัวใจมันทำให้เอวาถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เอวาข่มความกระหายเอาไว้ก่อนจะหลับตาลงและลืมตาช้าๆ ก่อนจะพูดกับคนตรงหน้า

“คุณกำลังทำผมสาย เพราะอีกไม่ถึงสิบนาทีก็เป็นเวลาเรียนวิชาต่อไปของผม กรุณาปล่อยแขนผมด้วย” เอวาพูดด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่ง ตอนนี้เขาอยากรีบไปจากตรงนี้ เพราะตอนนี้เขาเริ่มระงับความกระหายเลือดเอาไว้ไม่ไหว เจคอปมองไปที่เอวาก่อนจะค่อยๆ คลายมือออก จริงๆ เขาก็ไม่ได้มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องรั้งคนตรงหน้าไว้ เจคอปเลยปล่อยมือจากแขนของเอวา

“โทษที เดี๋ยว! ฉันขอเตือนว่าการคบกับอาจารย์ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยมันไม่ใช่เรื่องดีกับทั้งสองฝ่ายหรอกนะ ถ้ายังไม่อยากเดือดร้อนฉันว่านายควรกลับไปแสดงความรักกันที่บ้าน ไม่ใช่มายืนจูบกันในมหาวิทยาลัยแบบนั้น มันไม่ดีทั้งกับนายและอาจารย์โอเว่น”

“ผมไม่ได้เป็นแฟนกับอาจารย์โอเว่น เขาเป็นอาของผม” เอวาหันมามองเจคอปก่อนจะบอกเจคอปไป พอพูดจบเอวาก็เดินไปทันที เอวาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องมาพูดเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับอาของเขาให้ผู้ชายคนเมื่อกี้รู้ด้วย แต่เขาแค่รู้สึกว่าไม่อยากให้ผู้ชายคนนั้นเข้าใจเขาผิด เจคอปมองตามร่างบางไปก่อนจะยิ้มออกมาน้อยๆ กับสิ่งที่เขาได้ยิน

“อ้าวมึง ยืนทำไรเนี่ย ทำไมไม่นั่งแล้วนั่นมึงยิ้มอะไรของมึงเนี่ยเป็นบ้าหรอ” ริคที่กลับมาจากซื้อของ เอ่ยถามเจคอปที่ยิ้มอยู่คนเดียวอย่างงงๆ

“ไม่เสือกสิ” เจคอปว่าก่อนจะนั่งที่โต๊ะม้าหินอ่อนและฟุบลงนอนทันที ริคเลยได้แต่ด่าเพื่อนรักแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เพื่อนและกินของที่ตนซื้อมา

หลังจากพักยาวๆ พอถึงเวลาเรียนเจคอปกับเพื่อนก็พากันขึ้นเรียนและยิงยาวยันเย็นสองวิชาติด พอได้เวลาเลิกเรียนเจคอปและริคก็รีบออกจากห้องทันทีเพื่อที่จะรีบกลับหอเพราะตอนนี้พวกเขาทั้งสองต่างก็คิดถึงเตียง

“มึงหาไรแดกก่อนมั้ย กูหิวว่ะ” ระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินไปที่รถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองริคก็หันมาเอ่ยชวนเจคอปเพราะตอนนี้เขาหิวมากกว่าง่วงเสียอีก

“มึงไปเหอะตอนนี้กูยังไม่ค่อยหิว อีกอย่างกูก็ขี้เกียจอยากกลับไปอาบน้ำเต็มทนเหนียวตัวไปหมดแล้ว” เจคอปว่า

“เออๆ จะฝากกูซื้อมั้ยล่ะ”

“ไม่เป็นไร ที่หอยังมีของสดเหลืออยู่นิดหน่อยถ้าหิวเดียวกูทำกินเอง” เจคอปว่า

จริงอยู่ว่าที่เขาอยู่เป็นหอแต่ทั้งขนาดห้องและสิ่งอำนวยความสะดวกรวมไปถึงระบบรักษาความปลอดภัยมันไม่ได้ต่างอะไรจากคอนโดเลย เผลอๆ อาจจะดีกว่าคอนโดบางที่อีก แต่หอหรูขนาดนั้นก็มาพร้อมกับค่าเช่าที่ค่อนข้างแพงพอตัว

“เออๆ งั้นพรุ่งนี้เจอกันมึง” ริคพยักหน้าก่อนจะขึ้นคร่อมมอไซค์ของตนและขับออกไป ส่วนเจคอปก็ขึ้นคร่อมรถของตนและขับกลับหอทันที

ระยะทางจากมหาวิทยาลัยถึงหอใช้เวลาในการขับรถแค่สิบนาทีก็ถึง เจคอปขับรถของตนไปจอดที่ประจำก่อนจะตรงขึ้นหอ แต่ระหว่างที่เขากำลังก้าวเข้าไปในหอเขาก็สังเกตเห็นใครบางคนกำลังยืนคุยอยู่กับผู้ชายคนนึง

“เด็กคนนั้น?”

เจอคอปมองไปที่หนุ่มร่างบางที่วันนี้เขารู้สึกว่าเขาเจอบ่อยเป็นพิเศษและทุกครั้งที่เจอเด็กคนนั้นก็จะต้องอยู่กับผู้ชาย? เจคอปมองไปยังเอวาที่กำลังยืนคุยอยู่กับผู้ชายคนนึงเขาไม่รู้ว่าเป็นใครแต่ท่าทางของเอวานั้นแตกต่างจากที่เขาเห็นที่มหาลัยเป็นอย่างมาก เอวาที่เขาเห็นในตอนนี้คือเด็กหนุ่มที่กำลังส่งยิ้มหวานให้กับชายตรงหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ เจคอปมองใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยรอยยิ้มที่สดใสอย่างหลงใหลจนเขาเผลอยิ้มตาม แต่แล้วเขาก็ต้องหุบยิ้มลงทันที

ทางด้านเอวา 

“ข้าเอาของขึ้นไปจัดบนห้องให้เจ้าหมดแล้วนะ เอวาเจ้าเปลี่ยนใจกลับไปอยู่บ้านเถอะ ข้าไม่อยากให้เจ้าอยู่ที่นี่คนเดียวเลย” ชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้าเอวาเอ่ยขึ้นอย่างคนเป็นห่วง 

“ข้าตัดสินใจแล้วนะท่านพี่ อีกอย่างท่านพ่อกับท่านแม่ก็อนุญาตแล้วด้วย ไม่เอาสิอย่าทำหน้าแบบนั้นถ้าท่านพี่คิดถึงข้าท่านพี่ก็มาหาข้าก็ได้ ข้าอยากลองใช้ชีวิตแบบมนุษย์ดู อีกอย่างบ้านท่านพ่อก็ไกลจากที่มหาวิทยาลัยมากด้วย ข้าไม่อยากนั่งรถนานๆ” เอวาว่าพลางส่งยิ้มน่ารักๆ ให้พี่ชายจอมหวง จอมห่วงของตน 

“เฮ้อ~~ ข้าเคยขัดใจอะไรเจ้าได้มีแต่จะยอมและหาสิ่งที่เจ้าอยากได้มาให้” ชายหนุ่มว่า 

“ข้ารู้และข้าก็รักท่านพี่มากๆ เพราะท่านพี่อีคอนของข้านั้นใจดี๊ใจดี” เอวาว่ายิ้มๆ 

เอวารักครอบครัวของเขามากและเขาก็รักพี่ชายของเขามาก เพราะตั้งแต่อยู่ในท้องของแม่คนที่เอวาได้คุยด้วยเป็นคนแรกก็คือพี่ชายของเขา เขารับรู้ว่าทุกคนนั้นต่างก็พูดกับเขาผ่านทางแม่ของเขาแต่มีคนเดียวที่สามารถคุยโต้ตอบกับเขาได้ก็คืออีคอนพี่ชายของเขา

“หึๆ ข้าก็รักเจ้า เฮ้อ~~งั้นข้าไปล่ะนัดกับเลนนี่ไว้ ดูแลตัวเองดีๆ แล้วข้าจะมาหา” อีคอนว่าพลางลูบหัวของเอวาเบาๆ อย่างเอ็นดู

“ครับ รักท่านพี่นะครับ ฟอดด!!” เอวาพูดจบก็หอมแก้มอีคอนทันที อีคอนเองก็หอมแก้มเอวากลับหนึ่งทีจากนั้นอีคอนก็ขึ้นรถและขับออกไป

ส่วนเอวาพอเห็นว่ารถพี่ชายของตนขับออกไปแล้วเขาก็หันกลับไปมองคนที่มองเขาอยู่ เขาและคนตรงข้ามเลยสบตากับเอวารู้ว่าคนที่สบตาเขาอยู่ตอนนี้ยืนอยู่ตรงทางเข้าหออยู่ตลอดเพราะเขาได้กลิ่นหอมจางๆ จากผู้ชายคนนี้ ทั้งคู่จ้องตากันอยู่นานพอสมควรแล้วคนที่เลิกจ้องก่อนก็เป็นเจคอป เขาหันกลับไปยังทางเข้าหอของเขาและเดินเข้าหอไปทันที

“เฮ้อ~~ หวังว่าจะไม่แจ๊คพอตอยู่ชั้นเดียวกันนะ” เอวาบ่นกับตัวเองน้อยๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องบ้างซึ่งเป็นหอเดียวกับเจคอป

 

 

เย้!! และแล้วก็ได้เวลาเปิดตัวเอวาและคู่ของเอวา ว่าแต่มีใครรอเอวาบ้างงงง เรามาติดตามความน่ารักและมึนๆของเอวากันเถอะ!! ยังไงก็ฝากเอวาไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของทุกคนด้วยนะคะ

ความคิดเห็น