ชอบใจนิยายกดติดตามเป็นกำลังให้ไรท์ด้วยนะจ้ะ ขออนุญาตติดเหรียญนะจ้ะ ขอบคุณเพื่อนนักอ่านมาก ๆ น่าาา

ชื่อตอน : ตอนที่ 15

คำค้น : The Lord King เจ้าแห่งราชันย์ I

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 47

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 เม.ย. 2563 08:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15
แบบอักษร

       ชานส์กำลังใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมมาให้  อาการป่วยไม่ดีกว่าที่คิดท่านลอร์ดที่หนึ่งแนะนำให้ตรวจแบบฉายเอกซเรย์เพื่อดูปอดอย่างต่อเนื่องหลังจากนี้  ท่านลอร์ดทั้งหนึ่งมีคำสั่งให้หัวหน้าหน่วยแพทย์สองคนมาช่วยรักษาเขาที่นี่  อาการเขาคงที่ตลอดเวลาเพราะเขาเป็นผักได้ทุกเมื่อถ้าอาการกำเริบขึ้นมาอีก 

       เปลี่ยนเสื้อเสร็จเขาทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง  ขยับแค่นี่ก็เหนื่อยแล้วไม่อยากนึกถึงตอนเดินเลย 

       “เสร็จหรือยัง”  ท่านลอร์ดที่หนึ่งแง้มประตูเรียกเขา 

       “ครับ”  แม้แต่เสียงก็แหบแห้ง 

       ท่านลอรด์เข้ามาในห้อง  “เหงื่อออกเยอะมากเลยนะ”  เขายื่นผ้าขนหูให้ 

       เขารับมาเช็คหน้าแล้วทิ้งแขนที่ไร้เรี่ยวแรง 

       “ผมไม่เคยเป็นแบบนี้เลย  ทำไมเรื่องพวกนี้ต้องเกิดขึ้นกับผมด้ว” 

       ท่านลอร์ดจนปัญญาจะตอบ 

       “ฉันก็อยากรู้  แต่ที่แน่ ๆ ให้เดาคงเป็นฝีมือของพวกผู้คุมกฎแห่งธรรมชาติ  พวกนั้นคงเห็นบางอย่างในตัวเธอถึงทำให้เธอประสบพบเจอกับเรื่องพวกนี้”  ท่านลอร์ดชี้ที่แผลเขา 

       “มันคุ้มแล้วเหรอที่ผมป่วยใกล้ตายแบบนี้น่ะ” 

       ท่านลอร์ดกลืนน้ำลาย  “ไม่มีใครเดาความคิดพวกนั้นออก  มาเถอะออกไปสูดอาการข้างนอกกัน  ร่างกายเธอต้องรับแสงแดดมั้ง” 

       “ภรรยาผมล่ะ”  เขาถามเมื่อทั้งคู่เดินข้างนอกได้สักพัก 

       “อลิสดูแลเธออยู่  เด็กแข็งแรงดีเผื่อเธออยากรู้” 

       “หลังแต่งกันได้สองปี  เราได้รับข่าวดีว่าเธอตั้งครรภ์ได้เดือนหนึ่งแล้ว  ผมอยากให้เวลาผ่านไปเร็ว ๆ อยากเจอเจ้าตัวเล็กจะแย่” 

       “รู้เพศเด็กหรือยัง” 

       “ผมกับเธอตกลงกันว่ารอเด็กเกิด  รอลุ้นกันไป”  เขาเอื้อมมือจับแขนท่านลอร์ดแน่นแล้วยืนนิ่ง 

       ท่านลอร์ดจับแขนเขาดันให้เขาพิงกับผนังตึก  “โอเคไหม” 

       “ผมเหนื่อย...เหนื่อยมาก” 

       “เราไปนั่งที่สวนกลางเมืองกัน  เดินอีกหน่อย”  ท่านลอร์ดพยุงเขาพาไปที่สวนกลางเมือง 

       สวนกลางเมืองอยู่ห่างจากสถาบันกลางไม่กี่เมตร  ท่านอยู่กลางเมืองต้องข้ามถนนเพื่อไปที่นั่น  ประกอบไปด้วยส่วนสำหรับวิ่งหรือออกกำลังกาย  นั่งพักผ่อนหย่อนใจ  โซนขายของเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งจะเชื่อมไปถึงตลาดใหญ่ได้  สวนนี้กว้างพอควร   

       หลังข้ามถนนมาท่านลอร์ดให้เขานั่งใกล้กับร้านกาแฟขนาดย่อม 

       “ดื่มอะไรหน่อยไหม” 

       เขาพยักหน้า 

       ท่านลอร์ดเดินไปซื้อกาแฟสองแก้ว  แล้วยื่นให้เขา 

       เขารับไปดื่มอึกใหญ่แล้วแหงนหน้ามองท้องฟ้า 

       “ไม่น่าเชื่อว่าเมืองนี้จะมีบาเรียใหญ่ได้ขนาดนี้” 

       ท่านลอร์ดหัวเราะในลำคอ  “เมืองภายใต้ปกครองของนายท่านทุกเมืองต้องมีบาเรียคอยป้องกัน  เพราะเมืองบางเมืองเราไม่สามารถไปช่วยได้ทันหากมีการก่อจราจลเกิดขึ้น  เขาเลยสั่งให้มีเจ้าหน้าที่ประจำแถบเมืองที่อยู่ปลายอาณาเขตมากกว่าเมืองที่ใกล้กับส่วนกลางหรือเมืองที่มีเหล่าองครักษ์อาศัยอยู่”  ท่านลอร์ดครุ่นคิด  “ยกเว้นเมืองที่ผู้อวุโสทั้งสามอาศัยอยู่และน้องชายฉันอีกคน  ท่านลอร์ดที่สามจะได้รับการคุ้มกันที่หนาแน่นพอ ๆ กับส่วนกลาง” 

       “เพราะ” 

       “พวกเขามีครอบครัวที่ต้องดูแล”  พูดจบท่านนั่งลงข้างเขา 

       มีฟุตบอลลูกหนึ่งกลิ้งมาทางพวกเขา  กลุ่มเด็ก ๆ ที่เล่นตามมาเก็บ  ท่านลอร์ดหยิบบอลขึ้นก่อนส่งให้พวกเด็ก ๆ 

       พวกเขาขอบคุณและขอให้ท่านเล่นเป็นเพื่อน  แน่นอนว่าท่านรักเด็กและปฏิเสธไม่ลงเมื่อเด็กขอร้องอย่างนี้ 

       เขามองท่านเล่นบอลกับเด็ก  เหล่าคนที่เดินไปเดินมาในสวนต่างหยุดดูพวกเขาเล่นบอลกัน  คงเป็น...ภาพหาดูยากสินะ  เขามองภาพตรงหน้าจนพวกเด็กขอกลับบ้านท่านเลยเดินกลับมาหาเขา 

       “เด็กดูจะชอบท่านนะ” 

       “พวกเขาเป็นแค่เด็กที่ต้องการให้พวกผู้ใหญ่ปกป้อง  นั้นคือหน้าที่ของเรา”  ท่านมองนาฬิกาข้อมือ  “กลับกันเถอะ”  ท่านยื่นมือให้เขา 

       เขาจับมือใหญ่หนาลุกตามแรงพยุงเดินกลับไปสถาบัน 

       เรจีน่ารอเขาอยู่ในห้องแก้ว  เธอดูมีชีวิตชีวาขึ้น  เธอโผเข้ากอดเขา 

       “ทำไมเหงื่อออกเยอะอย่างนี้ล่ะ” 

       เขายิ้มเหนื่อย  “ผมป่วย...ลืมแล้วเหรอ” 

       “มาเถอะเขาเดินทั้งวันต้องนอนพักแล้ว” 

            

       แอนโทนี่ลืมตาที่บวมเพราะร้องไห้ตลอดสามวัน  เขาลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง  เขาดึงผ้าห่มขึ้นห่มตัว  สภาพเขาโทรมแค่ไหนกันนะเหมือนอยู่ในห้องมาสามปี   กินครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่  ออกจากบ้านครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่  เขาลูบแขนตัวเองพลางมองกระเป๋าเสื้อผ้าที่กระจัดกระจาย  นาฬิกาส่งเสียงเตือนว่าเจ็ดโมงแล้ว  เขามองประตูห้องสุดท้ายแชนนอลเลือกที่จะไปทิ้งให้เขาอยู่คนเดียวกับความกลัวที่ก่อตัวขึ้น  แล้ววันหนึ่งก็จะจากไป  แชนนอลไม่เคยมองเขาสักนิดว่าเขาท้อง  สิ่งที่เขาสนเพียงแค่ทำยังไงให้พ่อแม่เขาสบายใจมากที่สุด 

       เสียงเดินขึ้นบันได  แชนนอลกลับมาแล้วแต่จะสนทำไมในเมื่อแชนนอลไม่คิดจะสนใจตัวเขาอีกแล้ว 

       กลอนประตูปลดล็อคเขาเดินเข้ามานั่งข้างเตียง 

       “ตาแดงมากเลยนะ”  แชนนอลทำท่าเอื้อมมือ 

       เขาเบือนหน้าหนี  “ชั่งเถอะ”  เขาถอยหนี 

       แชนนอลทิ้งมือลง  “ฉันขอโทษ...ฉันควรอยู่กับเธอ...” 

       “นายควรอยู่กับเขาทุกวันต่างหาก” 

       เจ้าของเสียงทำให้แชนนอลแปลกใจ 

       “ทำไมอยู่นี่  นายอยู่ที่ส่วนกลางนี่” 

       นิกส์กอดอกพิงประตู  “ใช่ฉันอยู่แต่ได้รับคำสั่งจากท่านหญิงให้มารับเขา” 

       แชนนอลมองแอนโทนี่สลับกับนิกส์  เขาส่ายหน้าก่อนลุกพรวด 

       “เขาจะไม่ไปไหนทั้งนั้น” 

       “แล้วให้ทนอยู่นี่เป็นเชลยเหรอ  คอยทนดูสิ่งที่นายทำ  เป็นที่ระบายอารมณ์เวลานายไม่พอใจ  เป็นนางบำเรอให้นายฟันแล้วทิ้งน่ะเหรอ”  นิกส์มองแชนนอลอย่างดูถูกดูแคลน  “เผื่อนายยังไม่รู้  ท่านลอร์ดที่สองไปหาครอบครัวนายแล้ว” 

       “ไม่” 

       “ท่านรู้เรื่องนี้แล้ว  รับรองได้เลยถ้านายท่านกลับมามีดราม่าแน่  เก็บเสื้อผ้าซะแอนโทนี่  เราจะไปส่วนกลางกัน” 

       แอนโทนี่ไม่ยอมขยับ 

       ‘เขากลัว’ 

       “ไม่ต้องกลัว เขารู้ตัวดีถ้าทำร้ายนายแม้แต่ปลายนิ้ว...”  นิกส์จ้องนัยตาแชนนอลอย่างเอาเรื่อง 

       แชนนอลเป็นน้องบุญธรรมของนายท่านเป็นน้องเพียงไม่กี่คนที่มีอำนาจรองลงมาจากเหล่าองครักษ์ทั้งหก  แต่ครั้งนี้เขาต้องยอม  เขาหลบไปยืนข้างกำแพง 

       แอนโทนี่เก็บข้าวของที่จำเป็น  จัดของในกระเป๋าเรียบร้อย  นิกส์เข้ามาถือกระเป๋าให้และบอกให้เขาลงไปรอข้างล่างก่อน 

       “ที่นายทำกับเขาแสดงว่ายังไม่รู้ใช่ไหม”  นิกส์พูดหลังแอนโทนี่ออกจากห้องไปแล้ว 

       “อะไรอีกล่ะ” 

       “รู้ไหม...พี่ชายพูดถูก  แอนโทนี่ไม่ควรเจอนายไม่ควรอยู่กับนาย  เขาเตือนแอนโทนี่ทุกครั้งว่าให้ระวังนายอย่าไว้ใจนายมากเกินไป  นายรักใครเป็นไหมแชน...ฉันเดาว่าไม่”  นิกส์กระชากประตู 

       “นิกส์” 

       “เขาท้อง  และไม่...นายไม่รู้เพราะนายไม่เคยแคร์เขาเลยสังครั้งเดียว  สิ่งเดียวที่นายทำคือทำทุกอย่างให้พ่อแม่นายพอใจ”  คำพูดสุดท้ายคือเสียงของคนถูกทรยศความไว้ใจ  “ฉันผิดเองน้องชายที่ปล่อยให้นายทำร้ายเขามากขนาดนี้” 

นิกส์เอากระเป๋าของแอนโทนี่ไว้หลังรถแล้วขึ้นรถขับออกมา  แอนโทนี่นั่งเงียบตลอดทางจนถึงตอนนี้ตาเขาก็ยังบวมแดง 

        “มันเป็นพ่อเด็กใช่ไหม” 

        “รู้อยู่แล้วหนิ” 

        “แล้วต่อจากนี้จะเอาไง” 

        “ผมขออยู่คนเดียว  ได้โปรด” 

 

        แม้จะกึ่งนั่งกึ่งนอนดูรายการทีวีในห้องที่ดูจะสบายกว่าโรงแรมแต่ชานส์ไม่คิดแบบนั้น  เขาแทบหมดแรงไปกับการหายใจเข้าออกแต่ละวัน  น่าเหลือเชื่อแค่หายใจแค่นี้เขากับเหนื่อยได้ขนาดนี้ 

        “ให้ฉันปรับเตียงใหม่ไหม”  เรจีน่าเดินมานอนข้างเขา 

        เขายิ้ม  “แค่คุณนอนอยู่พร้อมเจ้าตัวน้อยในท้องแค่นี่ก็สุขแล้ว” 

        “ปากหวาน  แต่ฉันชอบค่ะ”  เธอจูบแก้มเขาที่ชอบทำประจำ 

        ถึงจะป่วยแต่ยอมรับว่าการดำเนินชีวิตของทั้งคู่เป็นไปอย่างปกติสุข  ท่านลอร์ดทั้งสองให้สองหน่วยหน้าแพทย์มาดูแลเขาจนกว่าเขาจะแข็งแรงพอให้รองหน่วยหน้าหน่อยแพทย์มาดูแลแทน  ฝีมือพวกเขาเป็นเลิศไม่แปลกใจที่เป็นถึงหัวหน้า  พวกเขารู้เรื่องเกือบทุกอย่างเกี่ยวกับการแพทย์  ทุกระบบงานและการต่อสู้ด้วย  หัวหน้าต้องลงทุนเรียนขนาดนี้เลยเหรอ 

        “ขอโทษที่รบกวนนะ”  ท่านหญิงเข้ามาในห้อง 

        “ท่านหญิง” 

        “เรจีนฉันได้ข่าวว่าพ่อเธอกำลังเดินทางมา  นายท่านมีบ้านหลังหนึ่งเขาซื้อไว้เมื่อลูก ๆ เขามาเมืองนี้  ที่บ้านนั้นมีของเครื่องใช้ครบครันถ้าเธออยากได้อะไรอีกบอกฉันได้  ฉันกำชับนิกส์แล้วให้พาเขาไปที่บ้านนั้นเลย” 

        “แล้วคุณแชนนอลล่ะคะ” 

        “ปล่อยเขาไปเถอะ  เขามีเรื่องสำคัญกว่าต้องทำ” 

        “เราต้องอยู่ที่นี่จนถึงเมื่อไหร่ครับ” 

        “ที่รักไม่มีใครบอกฉันว่าพวกเธอต้องอยู่ถึงเมื่อไหร่หนิ”  ท่านหญิงยิ้มกว้าง 

        “คุณน่ารักมากท่านหญิง” 

        “รอให้ไซร์ได้ยินก่อนเถอะ  แล้วจะรู้ว่าเขาขี้หึงแค่ไหน” 

        “พูดเว่อร์ไปพี่มีแกน” 

        มีแกนหัวเราะร่วน  “ไม่มีคำว่าเว่อร์สำหรับโลกนี้คุณ ๆ ทั้งหลาย”  เขามองเรจีน่า  “เธอจะนอนที่นี่ก่อนหรือจะไปนอนที่บ้านพักเลย” 

        “หนู...” 

        “ให้อยู่ที่นี่ก่อนเถอะพึ่งมาถึงไม่กี่วันยังไม่คุ้นสถานที่หรอก” 

        “ตามนั้น”  เขามองชานส์  “ดีขึ้นมั้ย” 

        “ครับแต่ทำอะไรก็เหนื่อยไปหมด” 

        “ยังดีที่ยังลุกเดินได้ทำอะไรได้มั้งไม่งั้นฉันเองก็หมดปัญญาแล้ว”  เขาพูดต่อเมื่ออลิสปรามเขา  “พูดทำร้ายจิตใจบ้างก็ไม่แย่หรอกอลิส  ดีกว่าหลงระเริงกับคำโกหกเหล่านั้นทั้งที่รู้ดีแก่ใจ” 

        “ไม่เป็นไรครับ  ผมทำใจได้อยู่แบบนี้อย่างน้อยก็ยังได้เห็น  ได้ยินถึงนอนติดเตียงแค่นี้ก็พอครับ” 

        “คิดได้อย่างนี้ก็ดี  อีกนานกว่านายท่านและทหารของเขาจะกลับมา  นายหญิงเองก็ด้วย ตะวันตกยังไม่สงบดีใช้เวลาพอควรกว่าจะคลี่คลาย  ได้ข่าวพี่เธอเมื่อไหร่จะบอกเธอคนแรกเลย” 

        “ขอบ...คุณ...”  ชานส์ผล็อยหลับไปและเรจีน่าเองก็หลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ 

        “สำหรับเด็กน้อยพวกเขาแข็งแกร่ง  แต่ก็ยังเป็นเด็กน้อยที่ไร้ทางสู้” 

        มีแกนเดินไปนั่งบนโซหา 

        “พี่มีอะไรในใจหรือเปล่า” 

        “ดาบกับจูเลียกลับมาพี่กลัวว่าพวกเขาจะไม่ปล่อยให้แชนนอลรอด” 

        “แชนนอลก่อเรื่องบ่อยแต่ไม่ได้หมายความว่าดาบต้องฆ่าเขาหนิคะ” 

        “ครั้งนี้เขาทำเกินไป  เธอรู้ดีอลิสว่าดาบเกลียดอะไร” 

        “ไซร์ไปคุยกับพวกเขาแล้วอาจมีข่าวดีกลับมา” 

        “อาจจะ” 

        อลิสมองสายตาคมกริบพี่เขยก่อนเบนหน้ามองเรจีน่า  เธอเล่าให้ชานส์ฟังแล้วส่วนเรจีน่าเองน่าจะรู้อยู่แล้ว  คู่นั้นมีระยะห่างที่เห็นได้ชัดขึ้นตลอดสามปีมานี้  อยู่ด้วยกันเกือบสิบปีแอนโทนี่ไม่เคยสักครั้งที่จะนอกใจแชนนอล  แต่กับเด็กโง่นั้นคนละเรื่องเลย 

        “ถ้าดาบไม่ต้องการจะไม่มีอนาคตสำหรับสองคนนั้น” 

        มีแกนมองมือถือที่ดัง  เขาตอบเสียงเรียบจนขนที่คอลุกชัน 

        “คงไม่มีมาแต่ต้นแล้วล่ะ” 

 

        นายท่านนั่งเล่นหมากรุกกับลอร์ดแดรกคิวล่า  เขายังอยู่ที่เนินผาตามเดิมยังกลับไม่ได้จนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีใครต่อต้านเขาอีก  เขาให้จูเลียกลับไปก่อนเพราะมีเจ้าตัวน้อยต้องเลี้ยงดู... 

        “เลิก” 

        เขาสลัดความคิดในหัวทิ้ง  “อะไรเล่นได้แค่แปปเดียวเอง” 

        “เล่นแล้วก็แพ้จะเล่นทำไม” 

        “ตัดใจง่ายไปไหม  ทุกทีก็เล่นนานออก” 

        ลอร์ดแดรกคิวล่าเอามือทั้งสองข้างขยี้ผมตัวเองจนฟู 

        “ก็มันเบื่อ!  ไม่มีอะไรที่มัน...มัน...น่าตื่นเต้นเลยหรือไง” 

        “นายเลยไม่เล่นเกมนี้กับฉันเพราะ...เรื่องนี้เนี่ยนะ  โคตรเหตุผลเลยเพื่อน” 

        “ชีวิตฉันขาดความตื่นเต้นไม่ได้” 

        “บ้านนายไงออกจะตื่นเต้น” 

        “เออเนอะ...เฮ้...บ้านส่วนบ้าน  งานส่วนงานเว้ย” 

        “ตลกจัง” 

        “อาฮ่า...นึกถึงเรื่องตลก  ได้ยินข่าวที่น่าสนใจข่าวหนึ่งเป็นข่าวที่นายอยากรู้อยากเห็นชัวร์”  ลอร์ดแดรกคิวล่ายิ้มยิงฟัน 

        “เหรอไม่เห็นสนเลย” 

        “ว่าไปนั้น”  เขาเอี้ยวตัวไปข้างหน้าให้ได้ยินแค่สองคน  “น้องชายนาย...แชนนอล” 

        “เขาทำไมอีกล่ะ”  พูดถึงเจ้านั้นน้ำเสียงเขาก็แข็งกระด้างขึ้น  ถึงเป็นน้องใช่ว่าจะทำอะไรล่วงเกินได้  เป็นหนึ่งในน้องที่สร้างปัญหามากที่สุด 

        ลอร์ดแดรกคิวล่าพิงพนักเก้าอี้  “สัญญาก่อนถ้าได้ข่าวนี้จะสงบสติไว้ก่อน” 

        “ฉันจะคิดเอง”  เขาลุกขึ้นไปรินน้ำใส่แก้ว 

        “ไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน  ดูเหมือนเขาจะไปหาครอบครัวเขาบ่อยนะ” 

        “นึกว่าอะไรเขาคงแค่กลับบ้าน...” 

        “บ้านที่มีผู้หญิงมากหน้าหลายตามาหาทุกคืนน่ะเหรอ” 

        เขาหยุดเทน้ำ 

        “สุดแสนเจ็บช้ำแทนว่าที่น้องเขยคนนั้นนะ  อยู่ด้วยกันถึงสิบปีสุดท้ายก็รั้งไม่อยู่  ที่เจ็บกว่าคือรู้ว่าเขาเป็นพ่อของเด็กในท้องแอนโทนี่  เฮ้อ...ดูเหมือนนายมีเรื่องดราม่าในครอบครัวที่ต้องจัดการนะ” 

        สิ้นคำพูดแก้วในมือนายท่านแตกกระจายคามือ  เลือดในแก้วนองเต็มพื้น 

        “ตั้งแต่เมื่อไหร่” 

        “วันสองวัน” 

        เขาหันกลับไปหาลอร์ดแดรกคิวล่า  “นี่คือเหตุผลที่นายมาใช่ไหม” 

        “นายอาจบังคับพวกเขาได้แต่มิอาจควบคุมได้”  แผ่นดินไหวที่สั่นหน่อย ๆ ลอร์ดแดรกคิวล่าจึงเงียบ  ขืนพูดต่อมีหวังได้งานศพตัวเองเป็นของฝากกลับบ้านแน่  “พูดไปหยก ๆ” 

        รอบตัวนายท่านระลอกคลื่นสีดำก่อตัวขึ้น 

        “เหมือนฉันมีเรื่องน่าตื่นเต้นให้จัดการต่อแล้วล่ะ” 

ความคิดเห็น