ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 11 ; แมวเป็นสัตว์หลอกง่าย(?) 100%

ชื่อตอน : บทที่ 11 ; แมวเป็นสัตว์หลอกง่าย(?) 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 67.8k

ความคิดเห็น : 257

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ม.ค. 2559 14:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11 ; แมวเป็นสัตว์หลอกง่าย(?) 100%
แบบอักษร

 

THE CAT 

 

บทที่ 11

แมวเป็นสัตว์หลอกง่าย(?)

 

 

•KORN’s PART•

          นี่ผมทำอะไรลงไป

            มือหนาเสยผมขึ้นลวกพลางนั่งลงข้างเตียงนุ่มที่มีร่างเล็กๆนอนหลับอยู่ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ สายตาคมกริบทอดมองคนตัวเล็กกว่าที่ขดตัวได้น่ารักก่อนถอนใจยาว

            จิเวลเป็นแมว

            เรื่องนี้ผมรู้ดี เป็นแมวที่กลายเป็นคนได้ และผม... ก็เป็นเจ้าของลูกแมวตัวนี้

            ถึงอย่างนั้นเมื่อครู่ อารมณ์ใคร่หน้ามืดตามัวทำให้ผมเผลอทำอะไรโดยไม่ยั้งคิดลงไป ใช่ ผมเป็นเจ้าของจิเวล แต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะสามารถทำอะไรอย่างนั้นลงไปได้โดยไม่มีสำนึกอะไรเลย ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพียงแค่เห็นจิเวลในภสาพเปลือยทั้งร่าง อารมณ์บางอย่างในร่างกายก็ส่งผลให้เลือดวิ่งพล่าน จิตใจด้านมืดเข้าครอบงำและเห็นคนตรงหน้าเหมือนเป็นเหยื่อตัวเล็กที่ทั้งหอมทั้งหวาน ดวงตาสีฟ้าที่เอ่อคลอด้วยน้ำตายังเรียกสติผมไว้ได้บ้าง ไม่ให้ผมทำรุนแรงไปกว่านี้เป็น

            ผมเกลี่ยปอยผมสีน้ำตาลทองออกจากใบหน้าสวยที่สุดเท่าที่เคยเห็นออกให้อย่างแผ่วเบา คนตัวเล็กหลับไม่รู้เรื่องเลย คงจะเพลียและตกใจมากสินะ

            “กูขอโทษ...” ได้แต่เอ่ยเบาๆแค่นี้ หากย้อนเวลากลับไปได้ ผมก็คงทำเหมือนเดิม ยังไงผมก็เป็นผู้ชายคนหนึ่ง เมื่อเลิกกับแฟนก็ไม่ได้ไปทำอะไรกับใครที่ไหนอีกเลย ใช้เวลาในแต่ละวันดูแลลูกแมว แล้วการที่จิเวลน่ารักขนาดนี้ ใครอดใจไหว... แม่งก็ไม่ใช่คนแล้วล่ะวะ

            “กร...” ดวงตาสีฟ้าลืมขึ้นเล็กน้อย เสียงงัวเงียของเจ้าตัวเรียกชื่อผมเบาๆ

            “กูทำมึงตื่นเหรอ”

            “ป... เปล่าครับ กร... จะมานอนกับผม... ใช่ไหม”

            แม่งเอ๊ย... หน้าอ้อนชิบหาย

            “อืม กูทำการบ้านเสร็จแล้ว”

            “งั้นผมแบ่งผ้าห่มให้กรนะ” เจ้าลูกแมวดึงผ้าห่มที่ยึดไว้แบ่งให้ผมครึ่งหนึ่ง ก่อนจะล้มตัวลงนอนเหมือนเดิม ไม่วายทอดสายตาหวานๆมองผมที่กำลังสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มตาม ตาสีฟ้าคู่นี้สวยและดึงดูดเสมอ ถึงจิเวลจะไม่ได้เข้ามาอ้อนอะไรมาก แต่ตาของเจ้าตัวก็ฉายแววหวานสดใสตลอดเวลา

            “นอนได้แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นมาส่งกูไปเรียนด้วย เข้าใจไหม”

            “ครับกร”

            รับปากแล้วไม่นานก็หลับ ผมลืมตาโพลงในความมืด ในใจคิดหาคำตอบของเรื่องนี้พลางถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            เรื่องของจิเวลไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ผมจะปิดบังไปได้อีกนานแค่ไหนกัน

 

 

            “กร...”

            “...” ผมหันไปอีกทาง ดึงเอาผ้าห่มคลุมครึ่งหน้าเมื่อได้ยินอะไรงุ้งงิ้งข้างหู

            “กร...~

            “...” ไม่รู้ว่ากี่โมงแล้ว คงจะเช้าแล้ว เพราะแสงแดดที่ทะลุผ่านม่านทำให้ผมต้องหันไปอีกทาง อะไรหนักๆกดทับช่วงตัว ขยับยุกยิกไปมา

            “กรครับ...” ตามด้วยอะไรชื้นๆไล่ไปทั่วแก้มสากเบาๆ สัมผัสจั๊กจี้ทำให้คราวนี้ผมลืมตาขึ้นเต็มๆตาก่อนหันไปที่ต้นเหตุก็เจอกับลิ้นเล็กๆสีชมพูที่ตวัดเลียใบหน้าผมอยู่ เจ้าตัวหลับตาพริ้มพร้อมกับเอามือวางที่ตัวผมแล้วเขย่าเบาๆ

            “แมว...”

            “กร... ตื่นแล้วเหรอครับ ^O^

            “อืม...” ผมค่อยปรับสายตามองไปรอบห้องจนหยุดอยู่ที่ใบหน้าหวานสวย รอยยิ้มน่ารักผุดขึ้นบนใบหน้านั้นกำลังถูกส่งมาให้ผม เหมือนมีแสงสว่างในตอนเช้าและอะไรที่กระตุ้นให้ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง “จะปลุกมันต้องแบบนี้”

            ไม่ว่าเปล่า ผมสาธิตด้วยการโน้มคอคนด้านบนเข้าหา ประกบจูบที่ริมฝีปากสีกุหลาบระเรื่อ ขบเม้มเบาๆที่กลีบนุ่มแล้วผละออก “ทำแบบนี้เข้าใจไหม”

            จุ๊บ...

            จิเวลยื่นหน้าเข้ามาจูบผมอีกครั้งแล้วหัวเราะคิกคัก “เข้าใจครับ”

            หลอกง่ายดีแท้

                       แมวใครวะ หึๆๆ

            ผมอมยิ้มนิดๆแล้วลูบหัวจิเวล ก่อนไปอาบน้ำแต่งตัวไปเรียน ผมโทรไปถามปลาทูว่าวันนี้มีเรียนหรือเปล่า ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มี เลยจะฝากจิเวลให้ทางนั้นช่วยดูแล อันที่จริงผมอาจจะต้องบอกความจริงกับปลาทู เราเป็นเพื่อนบ้านกันมาสี่ปีแล้ว ตั้งแต่ผมเข้ามหาวิทยาลัยมา ก็ย้ายมาอยู่ที่นี่ ส่วนปลาทูอยู่ที่นี่มาตั้งแต่มัธยมต้นแล้ว

            “จิเวล มึงไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าไป ถุงนั่น... เสื้อผ้าที่ปลาทูให้ยืมใช่ไหม” ผมชี้ไปที่ถุงตรงมุมห้อง เห็นมาตั้งแต่เมื่อวาน

            “ครับ”

            “อืม งั้นรีบๆอาบ เดี๋ยวกูไปเรียนไม่ทัน” เจ้าแมวเหมียววิ่งเข้าห้องน้ำไปพร้อมถุงใบโต ไม่นานก็ออกมาจริงๆ แป๊บเดียวอย่างที่ผมบอก

แต่ผมสิแม่งตะลึงตาแทบถลนออกมานอกเบ้า!!!

            เหี้ยย...!!!

            ผมอดอุทานคำหยาบในใจอย่างรุนแรงไม่ได้!

            แม้จะคิดว่าตัวเองอาจตาฝาดแต่ก็ไม่ใช่ ร่างเล็กบางค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ผมที่กำลังทำตาค้างด้วยความช็อค

            “ชุดอะไรวะ!!

            นี่แมวหรือโคโยตี้!!!

            เสื้อก็คอกว้างแถมยังเอวลอยนิดๆ ส่วนกางเกงไม่ต้องพูดถึง มันไม่ใช่กางเกงยีส์ขาดสั้นธรรมดา แต่เป็นขาสั้นชนิดที่พอหันหลังแล้วมีลักษณะคล้ายกางเกงยีนส์ผสมจีสตริงที่ทำให้เห็นขอบชั้นในที่รัดต้นขาอวบขาวชัดเจน!!!

            ว่าง่ายๆคือ กางเกงตัวนี้มันเลิดขึ้นไปบนแก้มก้นขาวมากกว่าชั้นในของเจ้าตัวเสียอีก!!!

            ผมกุมขมับ พอเข้าใจรสนิยมของปลาทูเพราะเจ้าตัวก็ช่างเซ็กซี่เหลือร้าย แต่ไม่คิดว่าจะหยิบชุดแบบนั้นมาให้จิเวลใส่ด้วย

            หมดกันแมวกู...

            นี่มันชุดโชว์ก้นชัดๆ!!

            “กร... ข้างหลัง... มันแปลกๆ”

            ก็แน่ล่ะวะ เล่นโชว์เนื้อหนังมังสาขนาดนั้น ปลาทูนะปลาทู

            “เดี๋ยวเอาเสื้อกูไปใส่ทับ แล้วพอเข้าบ้านปลาทูไปแล้วเปลี่ยนชุดใหม่ด้วย ทางที่ดีอย่าไปเดินข้างนอกรู้ไหม”

            “มันน่าเกลียดใช่ไหมครับ...” ถ้ามีหูกับหางอยู่คงลู่ตกน่าดู ผมส่ายหน้ายิ้มๆ

            “ไม่... ตรงกันข้ามต่างหาก” พูดไปผมก็รู้สึกว่ากลางกายมันร้อนผ่าวพิกล เลยได้แต่ยิ้มบางให้คนตัวเล็กที่ก้มหน้างุดแก้มแดงเหมือนมะเขือเทศ ทว่าสายตาก็อดไม่ได้ที่จะมองไปยังสะโพกกลมกลึงเนียนสวยน่าขย้ำของอีกฝ่าย

            จิตใจฝ่ายดีกับเลวตีกันมั่วไปหมด

            ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆที่กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ในหัวคิดว่าอยากจะทำแบบเมื่อคืนอีกครั้ง...

            ไม่...

            อยากทำมากกว่านั้น

            ดวงตาสีฟ้ามองผมด้วยความสงสัย ก่อนจะเอ่ยปากเรียกเบาๆ “กร...”

            ผมได้สติ “อืม ไปกินข้าวกัน”

            อาหารเช้าวันนี้ไม่มีอะไรมาก ผมปิ้งขนมปัง หยิบแยมหลายรสออกมาให้จิเวลเลือกทามันลงบนแผ่นสีเหลี่ยมที่มีกลิ่นหอมจากเตาปิ้งพร้อมชงโกโก้ให้แก้วหนึ่ง ดูเหมือนคนตัวเล็กกว่าจะสนอกสนใจทาแยมหลายสีลงบนขนมปังแผ่นเดียวเสียเหลือเกิน ผมบอกแล้วว่าระวังกินไมได้ แต่สุดท้ายจิเวลก็กินอย่างเอร็ดอร่อยจนผมได้แต่หัวเราะเบาๆ พยายามมองการกระทำน่ารักแทนการเลื่อนสายตาลงต่ำมองอะไรบางอย่างที่ล่อตาล่อใจอย่างหนัก

            สาบานเลยถ้านี่ไม่ใช่จิเวล คงต้องมีการลากขึ้นเตียงกันสักตั้งล่ะวะ

            ก็ดูสิ ก้นงอนๆน่าตีกำลังแอ่นโค้งไปด้านหลังยามเจ้าตัวเอื้อมหยิบกล่องเนย แล้วยังลูกไม้ลายสวยของชั้นในตัวบางนั่นก็ช่างยั่วอารมณ์ผมดีจริงๆ!

            นี่ขนาดใส่เสื้อของผมแล้วแต่ก็ยังมีโผล่ให้เห็นบ้าง เห็นทีจะต้องทำความเข้าใจกับปลาทูซะใหม่

            “มานี่สิจิเวล”

            “ครับ~” ผมคว้าเอวเล็กมาใกล้ ให้นั่งลงบนตัก เหมือนจิเวลจะนั่งไม่ถนัดเพราะเบียดก้นแน่นๆสองข้างบนตักผมไปมาก่อนเกาะผมไว้เพื่อกันตก ดวงตาสวยเงยมอง ใจผมสั่นขึ้นมาอย่างไม่อาจห้าม มองสภาพคนบนตักด้วยความรู้สึกหวามไหวในอก

            “วันนี้อยู่กับปลาทู อย่าดื้อนะ กูไปเรียนไม่นาน เดี๋ยวตอนเย็นจะรีบกลับมา”

            “ผมเข้าใจแล้วครับกร ^O^ ผมจะไม่ดื้อ จะเป็นเด็กดีรอกรนะครับ”

            “ดีมาก” ผมประคองจิเวลที่ตัวเบากว่าที่คิดไว้ หอมแก้มใสอย่างอดไม่ได้ก่อนอะไรบางอย่างในตัวขาดผึง

            “อ๊ะ!!!

            ผมอุ้มจิเวลขึ้นให้หมอบบนโต๊ะ ขยับจานไปอีกด้านพร้อมรั้งตัวร่างบางที่ตกใจให้อยู่นิ่งๆโดยหันสะโพกมาทางผม กดเอวให้ลดลงต่ำพอกับระดับอกแกร่งและจับให้วางเข่าลงบนตักทำให้เนื้อเนียนอยู่ระดับพอดีมือ  ก่อนขย้ำเนื้อบั้นท้ายอวบอัดของอีกฝ่ายอย่างเมามัน

            เพียะ!

            ตีเบาๆด้วยความหมั่นเขี้ยวสุดๆ

            “จิเวล มึงนี่แม่ง...”

            แล้วชั้นในลูกไม้แม่งก็เร้าใจชิบ ผมใช้นิ้วสอดเข้าไปที่ขอบก่อนไล้ไปตามเนื้อนวลพลางใช้มืออีกข้างบีบเค้นคลึงไปมา ยังไม่พอแค่นั้น ผมสอดมือสากทั้งสองข้างเขาไปในชั้นใน จับก้นอวบๆไว้เต็มมือแล้วขย้ำหนักๆจนร่างเล็กร้องเสียงสั่น

            “อึกก... กร อะ... อ๊า...! กร... ทำอะไร อื้อ...”

            “อยู่นิ่งๆ” ผมสั่ง ขยำเนื้อนิ่มเล่นเหมือนคนบ้าโรคจิตจนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าดังขึ้นจึงหยุดการกระทำทั้งหมด

            ผมรับโทรศัพท์เพื่อคุยกับเจ้าของชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอสองสามประโยค “เพื่อนกูโทรตาม คงต้องรีบไปแล้ว”

            จิเวลกระถดตัวไปนั่งที่เก้าอี้ตัวถัดไป ดวงตาคู่สวยมองผมแบบหวาดๆนิดหน่อย แต่พอผมดึงจิเวลมากอด คนในอ้อมแขนก็อ้อนด้วยการเอาแก้มถูกับต้นแขนผมไปมา

            “กรชอบก้นผมเหรอ”

            ผมชะงักไปกับคำถามที่จี้ใจดำอย่างจัง

            ถ้าไม่ให้โกหกเลย ผมก็จะตอบอย่างไม่ลังเลว่า...

            กูโคตรชอบก้นใหญ่ๆนิ่มๆของมึงเลยจิเวล

            แต่ผมกลับตัดสินใจพูดเพียงแค่...

            “อืม น่ารักดี”

            แค่นี้ร่างบางก็บิดตัวแก้มแดงจนสุกอีกครั้งแล้ว ขยันทำให้กูหลงไปถึงไหนวะแมว!

            เมื่อเสร็จมื้อเช้า ผมก็พาจิเวลไปกดออดหน้าบ้านข้างๆก่อนเจ้าของบ้านจะวิ่งออกมารับหน้าด้วยรอยยิ้มสดใส

            “มากันเร็วจัง”

            “อื้ม พี่ฝากด้วยนะ ดูแลน้องดีๆ... ส่วนเย็นนี้ มาทานข้าวบ้านพี่นะ มีเรื่องจะคุยด้วยนิดหน่อย” ผมนัดแนะ ปลาทูพยักหน้ารับก่อนจูงจิเวลเข้าไปในบ้าน

            “ตั้งใจเรียนนะพี่กร ไม่ต้องห่วง จะดูแลให้ดีเชียวล่ะ” ขยิบตาให้ผมทีหนึ่งพร้อมรอยยิ้มเซ็กซี่ตามแบบฉบับของเจ้าตัว ผมส่ายหัวยิ้มนิดๆก่อนโบกมือให้แล้วขับบิ๊กไบค์ไปเรียนเช่นเคย

            ผมเชื่อว่าปลาทูจะต้องเชื่อในสิ่งที่ผมจะบอก และจะไม่มีวันแพร่งพรายมันออกไปแน่นอน

            และที่สำคัญ...

            “กูไม่รู้ว่ากูจะทนได้อีกนานแค่ไหนนะจิเวล”

KORN’s PART END

 

           

            ผมอยู่บ้านพี่ปลาทูทั้งวัน กรบอกว่ากรจะกลับมาตอนเย็นๆ เวลาปกติตอนที่ผมเป็นแมว ผมก็จะใช้เวลาทั้งวันไปกับการนอนหลับ หรือไม่ก็กินแล้วก็เล่นของเล่นที่กรซื้อมาให้อยู่ในบ้าน บางครั้งจากัวร์ก็จะแวะมาหา ทำให้ผมไม่เหงาจนเกินไป แต่กลับกัน พอผมเป็นคนแล้ว ผมต้องมาอยู่บ้านพี่ปลาทูแทน พี่ปลาทูเอาขนมมาให้ผมเยอะแยะเลย แล้ววันนี้พี่ปลาทูก็แต่งตัวคล้ายๆผมด้วย ก็คือใส่กางเกงสั้นๆแล้วก็เสื้อเห็นสะดือ พอพี่ปลาทูนอนหงายที เสื้อก็แทบจะเลิกขึ้นไปจนเห็นหน้าอก

            ผมกัดขนมคำหนึ่ง หันไปมองคนที่นอนหนุนหมอนสีชมพูด้วยท่าทางสบายอยู่อย่างอารมณ์ดี พี่ปลาทูใจดีทีสุดเลย

            “ท่าทางพี่กรจะหวงนะ ดูสิ เอาเสื้อมาคลุมบังชุดที่พี่เลือกให้ซะงั้น” เขาหัวเราะเบาๆ ผมก้มมองตัวเอง

            “กรบอกว่าผมใส่แล้วน่ารัก ^O^ แล้วกรก็ตีก้นผมด้วย” ผมยังจำได้อยู่เลย กรเอามือมาบีบก้นผม ขยำไปขยำมาแล้วก็ตีเบาๆพร้อมกับบอกว่าชอบ

            “หือ?!

            “ขอบคุณที่ให้ผมใส่ชุดของพี่ปลาทูนะครับ~

            “เราก้นใหญ่กว่าพี่อีกนะเนี่ย ใส่กางเกงพี่คับติ้วเลย” ผมที่นั่งอยู่เลยหันหลังมองไปที่บั้นท้ายของตัวเอง พบว่าชั้นในมันรัดจริงๆเพราะก้นผมแทบจะล้นออกมาอยู่แล้ว “ให้พี่กรซื้อใหม่ให้ก็แล้วกันนะ คิกๆ”

            ผมทำหน้างงกับท่าทางแปลกๆของพี่ปลาทู แต่แล้วก็ต้องสลัดความคิดที่ไม่เข้าใจออกไป ตั้งหน้าตั้งตากินขนมกินอาหารฝีมือพี่ปลาทูอย่างเอร็ดอร่อย จากนั้นพี่ปลาทูก็สอนผมรดน้ำต้นไม้ในสวน บ้านนี้มีต้นไม้เยอะมากๆเลยล่ะครับ มีดอกไม้สวยๆที่ผมชอบเยอะด้วย แล้วตรงมุมนั้นยังมีห้องน้ำกลางแจ้งที่พี่ปลาทูบอกว่าทำไว้อาบเวลาร้อน แต่ผมกลับทำชุดเลอะน้ำเต็มไปหมดเพราะทำไม่เป็นในตอนแรก เลยต้องเปลี่ยนชุดใหม่ โดยใช้ชุดของพี่ปลาทูอีก

            สรุปว่าวันนี้ทั้งวันพี่ปลาทูสอนอะไรผมเยอะแยะเลย ผมได้เรียนรู้หลายอย่างที่คนเขาทำกัน ซึ่งมันแตกต่างกับแมวอย่างสิ้นเชิง จนเวลาผ่านไปกระทั่งพระอาทิตย์เป็นสีส้มอ่อนก็มีเสียงกริ่งกุ๊งกิ๊งดัง พี่ปลาทูเลยออกไปข้างนอก ผมชะเงื้อคอออกไปก็มองไม่เห็นอะไรจนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามา เงยหน้าขึ้นก็ยิ้มกว้างแล้วรีบวิ่งเข้าไปหาผู้ที่เข้ามาใหม่ทันที

            “กร~!

            ผมกอดกรแน่น น่าแปลกนะครับ กรไปเรียนแค่ไม่ถึงวัน แต่ผมกลับรู้สึกคิดถึงเขามากๆเลย  

            ตอนนั้นเองที่ผมนึกได้ว่าพี่ปลาทูสอนไว้ว่าอะไร เลยเบียดร่างเข้าหากรแล้วใช้ต้นขาอวบเสียดสีกับหน้าขาของกร แอ่นหน้าอกที่ใส่ชุดอะไรก็ไม่รู้แต่มันแทบมองทะลุจนเห็นเม็ดสีเชอร์รีทั้งสองข้างเข้าหากร ถูไถมันกับต้นแขนกำยำไปมาพร้อมยิ้มหวานนิดๆ พี่ปลาทูบอกว่าห้ามยิ้มมาก เอาแค่นิดเดียวแล้วก็ช้อนตาหวานๆมองกรก็พอ กรจะชอบมากๆ

            “กร... คิดถึงผมไหมครับ” วางมือบนแผ่นอกหนา ไล้เบาๆแล้วเอนลงซบ

            “จิเวล!

            ผมสะดุ้งเมื่อเขาเรียกชื่อผมเสียงดัง

            ผ... ผมทำอะไรผิดล่ะครับ

            ผมเริ่มเลิกลั่ก หันไปมองหาพี่ปลาทูแต่ก็ยังไม่ปล่อยมือจากเอวหนาๆของกร พี่ปลาทูก็ยิ้มบางๆแล้วพูดเบาๆ

            “ถูกใจไหมพี่กร เอากลับบ้านไปได้เลยนะ ให้ข้าวให้น้ำน้องแล้ว น้องมีแรงเหลือแน่ๆ”

            “ใช่ครับ พี่ปลาทูทำอาหารอร่อยมากๆเลยล่ะครับ ให้ผมตั้งเยอะแน่ะ ผมอิ่มมากๆเลย”

            “เห็นไหม น้องพร้อมรบมากเลยนะพี่กร คิกๆ”

            “รบอะไรเหรอครับ” ผมเริ่มทำหน้างง เพราะไม่เข้าใจที่พี่ปลาทูพูดเลยสักนิดเดียว

            “ขอบคุณมากนะที่ช่วยดูแลจิเวล วันนี้พี่แวะซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารแล้ว รอไม่นานหรอก เดี๋ยวเสร็จแล้วพี่จะโทรเรียกนะ”

            “อ๊ะ ไม่เป็นไรหรอกพี่กร เดี๋ยวผมไปช่วยทำ น่าจะเร็วกว่ากันเยอะ วันนี้เล็งเมนูอะไรไว้ล่ะครับ”

            “ไข่เจียวฟูปู ต้มจืดสาหร่าย ปลานึ่ง แล้วก็ทอดมันปลากราย” กรบอก

            “หูย มีแต่ของน่ากินทั้งนั้นเลย โอเค ขอเวลาสิบนาที เดี๋ยวผมตามไปนะ”

กรพาผมกลับบ้านหลังจากที่พี่ปลาทูวิ่งเข้าไปด้านใน ผมเดินตามกรที่เงียบมาตลอดทางกระทั่งเข้าบ้าน เขาไม่พูดอะไรกับผมเลยจนผมทำตัวไม่ถูก ได้แต่ส่งสายตาอ้อนๆไปให้

“กร...~

เขาไม่ตอบ

กร... ~”

ผมเรียกอีกครั้ง ครางนี้ร่างหนาหันมาทำหน้าดุใส่พร้อมกับจับตัวผมพลิกไปพลิกมา

“ใส่ชุดยั่วๆอีกแล้ว ปลาทูจับเปลี่ยนเป็นว่าเล่นเลยนะ แล้วมึงก็ชอบใช่ไหม ใส่ชุดแบบนี้เดินไปเดินมาน่ะห๊ะ!

“ผมเปล่า...” ผมตกใจกับท่าทางของกรที่ดูเหมือนจะโกรธ รีบปฏิเสธยกใหญ่ “ผมรดน้ำต้นไม้ แล้วทำเสื้อเปียก พี่ปลาทูเลยให้ชุดใหม่มา” ผมอธิบายความจริง กรทำหน้านิ่งๆครู่หนึ่งซึ่งผมกลัวมาก เพราะเวลากรทำหน้าแบบนั้นเขาจะดุผม แต่สุดท้ายกรก็ถอนหายใจแล้วดึงตัวผมไปปะทะอกแกร่ง

“อ๊ะ!!

“มานี่เลยมึง”

“อ๊ะ...!! กร... ท... ทำอะไรครับ!” ผมตกใจเมื่อมือหนาพยายามเลิกเสื้อผมขึ้น ผมดิ้นแต่กรก็จับเอวไว้แน่นพลางใช้มืออีกข้างดึงเสื้อออกไปทางศีรษะจนสำเร็จ ทำให้ตอนนี้ผมไม่มีเสื้อใส่ “กร!!

“เห็นหมดแล้วหน้าอกมึงน่ะ!” ไม่ว่าเปล่า เขาดีดยอดอกที่แข็งเป็นไตของผมเบาๆจนสะดุ้งสะท้าน ผมหลับตาปี๋ เม้มปากแน่น รู้สึกร้อนผ่าวที่ตาจนน้ำตาจะไหลแต่ก็ไม่กล้าร้องไห้ออกมา กลัวว่ากรจะดุผมอีก เลยได้แต่ก้มมองพื้น

“เอ้านี่” เสื้อตัวใหญ่ถูกคลุมลงมา ผมเบิกตาขึ้นเมื่อเห็นว่ากรถอดออกมาจากตัวเขาแล้วคลุมให้ผมแทนเสื้อตัวเดิม มือหนาติดกระดุมให้ครบทุกเม็ดก่อนดึงผมไปกอดหลวมๆ “อย่าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้สิวะแมว ที่กูดุไม่ใช่ว่ามึงไม่น่ารัก แต่กู... กู... โว้ยยย! กูหวง!

ผมเงยหน้าขึ้นทันที ท่าทางของกรตอนนี้เหมือนจะสับสนอะไรบางอย่าง

หวง...??

กรหวงผมเหรอ??

อ๊า... ใช่แบบที่ผมหวงสร้อยหรือเปล่านะ??

ไม่อยากให้ใครมายุ่ง ไม่อยากให้ใครมาจับของชิ้นนั้น...

“กร...”

ผมดีใจ ยิ้มออกมาเมื่อได้ยินแบบนั้น โผเข้ากอดร่างสูงทันที เอาใบหน้าถูกับอกแน่นเปลือยเปล่าที่มีมัดกล้ามเรียงตัวกันสวย แต่จังหวะนั้นเองที่ผมได้กลิ่นไม่คุ้นเคยออกมาจากตัวของกร

“เอ๊ะ...”

มันแปลกๆ

กรไม่เคยมีกลิ่นนี้ติด...

แต่พอดมดีๆ กลิ่นนั้นมันติดอยู่ที่เสื้อที่ผมใส่อยู่ด้วย!

            ผมก้มมองก่อนจะเห็นอะไรบางอย่างที่ติดมากับเสื้อของกร ทันทีที่หยิบมันมาดูใกล้ๆก็ต้องเบิกตากว้าง หัวใจเหมือนถูกกระชากออกจากอกในคราวเดียว!

นี่มัน...

“กร...!

นี่มัน... ขนแมวสีส้ม!!

ไม่รู้ทำไมใจผมถึงได้หล่นลงไปอยู่ที่เท้าชั่ววูบที่ผมคิดอะไรขึ้นได้

กรต้องไปเล่นกับน้องแมวสีส้มแน่ๆเลย

          อ๊ะ! ไม่ใช่นะครับ! คือผมไม่ได้หมายความว่ากรจะเล่นกับแมวตัวอื่นไม่ได้ แต่ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน แค่ผมลองนึกภาพกรเล่นกับแมวตัวอื่นเหมือนที่เล่นกับผมก็รู้สึกแปลกๆขึ้นมา

          มันเจ็บๆตรงหน้าอกข้างซ้าย แล้วก็รู้สึกไม่อยากให้กรทำแบบนั้นเลย

          ผมรู้ว่าไม่สมควรที่จะคิดแบบนั้น แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ

          “ฮึกก...”

          ผมไม่อยากให้กรอุ้มแมวตัวอื่น ไม่อยากให้เขาจูบแมวตัวอื่น ไม่อยากให้เขาหอมแก้มหรือว่าทำอะไรแบบที่เขาทำกับผมให้แมวที่ไม่ใช่ผม...

          ผม...

ผมเป็นแมวที่ใช้ไม่ได้เลยใช่ไหมครับ...

          “ฮึก... ก... กร...”

          “เป็นอะไรจิเวล”

          กรทำหน้าตกใจทันทีเมื่อเห็นผมน้ำตาร่วง สะอื้นนิดๆขณะจิกอกแกร่งไว้เพื่อยึด ผมร้องไห้ออกมา ในหัวใจรู้สึกเจ็บจี๊ด

          “จิเวล”

          “กร... ผมไม่ยอม... ฮึกกก... ผมไม่ยอมจริงๆด้วย...”

          “เป็นอะไรไปวะแมว หืมม...”

          “ฮึก... นี่... นี่กรพาใครมาด้วยล่ะครับ” ผมยื่นขนแมวสีส้มให้กรดู เขานิ่งไปพักหนึ่งแล้วถอนหายใจออกมา

          “แล้วทำไม”

          “กร...”

          เขาหน้านิ่ง แถมยังมองผมด้วยสายตาเรียบเมื่อเห็นว่าผมกำลังแสดงท่าทีแข็งกร้าวขึ้น ซึ่งผมเองก็ตกใจเหมือนกันที่ตัวเองเป็นขนาดนี้ ผมไม่เคยรู้สึกหายใจไม่ออกแล้วก็น้อยใจกรขนาดนี้มาก่อนเลย

          “กรอุ้มแมวสีส้มมาใช่ไหมครับ” ผมถามต่อ ต้องการคำตอบ

          “ใช่ กูไปเจอลูกแมวสีส้มกำลังร้องอยู่ในพุ่มไม้ที่มหาลัย เลยไปช่วยออกมา หานมให้กิน มึงจะไม่ให้กูช่วยแล้วยืนอยู่เฉยๆงั้นเหรอ”

          “มะ... ไม่ใช่นะครับ! ผมไม่ได้หมายความแบบนั้นเลย...” รีบส่ายหน้าปฏิเสธ

          “แล้วมึงถามทำไม ร้องไห้ทำไมวะ”

          “ก... กรจะให้น้องแมวสีส้มมาอยู่ด้วยเหรอครับ” ผมเอามือขยี้ตาที่รู้สึกแสบนิดๆ รู้สึกหัวใจหดลงเหลือสองนิ้วเมื่อคิดว่าน้องแมวตัวนั้นอาจจะมานอนบนเตียงด้วยกันกับกร มาให้กรลูบหัว มาให้กรกอด มาให้กรจูบ...

          ไม่เอา...!!!

          ไม่เอาแบบนั้นเด็ดขาด...!!!

          ผมคงเป็นแมวที่ใจแคบมากๆ แต่ผมไม่อยากแบ่งกรให้ใครเลยจริงๆนะครับ ผมทนไม่ได้ที่จะต้องเห็นกรไปกอดไปจูบคนอื่น ไม่อยากให้เขาแบ่งความรักไปให้ใคร...

          “ทำไม ให้มาอยู่ด้วยไม่ได้เหรอ ที่นอนเก่ามึงก็ว่าง”

          !!!!

          “กร...!” ผมเบิกตาขึ้น โลกเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ มือเท้าเย็นเฉียบเมื่อได้ยินประโยคที่ผมกลัว ห้ามไม่ได้กับน้ำตาที่ค่อยๆทะลักออกมามากขึ้นจนเสียงสะอื้นดังไม่หยุด ผมร้องไห้ ส่ายหัวไปมา

          “อย่าบอกนะว่าไม่อยากให้มาอยู่”

          “กร... ผม...” ผมยิ่งร้องไห้เมื่อเห็นแววตาของกรที่มองผมแบบตำหนิ ผมชะงักนิ่งก่อนจะได้ยินเสียงกริ่งดังขึ้น พี่ปลาทูมายืนรออยู่หน้าบ้านพร้อมชุดผ้ากันเปื้อนและวัตถุดิบบางอย่างสำหรับทำอาหาร กรออกไปเปิดประตูให้ ส่วนผมไม่รู้จะทำยังไงนอกจากวิ่งไปที่สวนแล้วทรุดนั่งลงกับพื้นหญ้า

          ผมเสียใจที่คิดแบบนี้...

          แต่ผมห้ามความคิดของตัวเองไม่ได้จริงๆ...

          ตอนนั้นเองที่ผมได้ยินเสียงคำรามต่ำๆดังขึ้นใกล้ๆ ลืมตาที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยดน้ำขึ้นมอง แมวดำตัวใหญ่กำลังมองผมอยู่ตรงหน้า ไม่รู้เขามาเมื่อไหร่ ฝีเท้าเบามากจนผมไม่รู้สึกตัว ผมคว้ามากอดทันที

          “ฮึกก... จากัวร์...”

          เขาครางรับเบาๆ ผมนึกได้ว่าตัวเองเป็นคนแล้ว แต่จากัวร์ยังเป็นแมวดำอยู่ ก็เลยรีบวางเขาลงแล้วอธิบาย “จากัวร์... นี่ฉันเองนะ จิเวล...” ผมพูดทั้งน้ำตา สะอึกสะอื้น “นายเป็นยังไงบ้าง ไม่เจอกันนานเลยนะ... สบายดีไหม”

          เขาครางรับอีก ผมรู้ว่าจากัวร์เข้าใจที่ผมพูด พอผมรู้สึกไม่สบายใจทุกครั้งเป็นต้องเห็นร่างสูงมาปรากฏกายใกล้ๆ อาจะเป็นเพราะผมมีเพื่อนแค่คนเดียวคือเขา และเขาเข้าใจผมในทุกๆเรื่องเสมอมา

          “จากัวร์ นายเป็นคนได้หรือเปล่า... ฉันขอคุณพระจันทร์แล้วก็ได้เป็นคนด้วยล่ะ” ผมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เขาฟัง เราไม่ได้เจอกันเกือบเดือน ยกเว้นตอนที่ไปบ้านพี่ปลาทูตอนนั้น แต่เราก็ไม่ได้คุยกันเลย

          จากัวร์เปลี่ยนมานอนราบลงกับพื้นหญ้าพลางเอาหัวหนุนตักผมไว้ ผมลูบตัวเขาเบาๆเหมือนแบบที่กรเคยทำให้ประจำ ขนสีดำให้ความรู้สึกเรียบลื่น แต่จากัวร์ตัวใหญ่กว่าแมวทั่วไปมาก นั่งนานๆผมเลยต้องขยับเปลี่ยนท่าใหม่ แต่คราวนี้ผมเสียหลักหงายท้องล้มลงไปนอนแผ่ ส่วนจากัวร์ก็อยู่ด้านบนเกือบจะทับผมลงมาแต่โชคดีที่เขายั้งตัวทัน

          “อ๊ะ...!!

          ผมเลยไม่โดนทับ แต่หลายเป็นว่าตอนนี้ร่างหนาคร่อมอยู่บนร่างผมพอดี ใบหน้าของเราใกล้กันแค่คืบจนลมหายใจของเขาเป่ารดเบาๆที่แก้ม

          “จากัวร์...” ใบหน้าคมโน้มลง ดวงตาสีทองมองผมนิ่ง ผมจะขยับตัวออกแต่สู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้เลยได้แต่นอนแบบนั้น “ลุกเถอะ...”

          เขาไม่ขยับออก ผมเอียงคอมองนิดๆก่อนเบิกตากว้างเมื่อลิ้นชื้นของอีกฝ่ายแตะลงที่ลำคอ

          “อ๊ะ...”

          ผมเบี่ยงหน้าไปอีกทาง หลับตาปี๋อีกทั้งตกใจที่จู่ๆจากัวร์ทำอะไรแบบนั้น แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรต่อ เสียงเข้มก็ตวาดขึ้นขัดจังหวะ

          “จิเวล!!!

          “กร!

          พรึบ!!

          ร่างของจากัวร์กระโดดขึ้นกำแพงไปอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่ากรตะโกนเรียกผม ร่างสูงเดินตรงเข้ามาหา มือใหญ่กระชากผมขึ้นมาก่อนจะบีบแขนผมไว้แน่นด้วยมือข้างเดียว

          “มึงทำอะไร!!

          “กร... เจ็บ... ผมเจ็บ...”

          “เมื่อกี๊ใคร...”

          “เจ็บ...” ผมร้อง

          “กูถามว่าไอ้เหี้ยเมื่อกี๊คือใคร!!!

          เฮือก!!!

          ผมสะดุ้งสุดตัว มือเริ่มสั่นด้วยความตกใจ ดวงตาสีฟ้าของผมมองกรอย่างตระหนก สีหน้าอีกฝ่ายดุดัน แววตาคมจ้องมาที่ผมแบบน่ากลัวจนผมรู้สึกพูดไม่ค่อยออก

          “จ...” กำลังจะบอกว่านั่นคือจากัวร์ เพื่อนของผมเอง พี่ปลาทูที่ยืนอยู่ข้างหลังกรก็รีบเข้ามาจับร่างหนาออกไป

          “พี่กร เกิดอะไรขึ้น ทำไมดุน้อง”

          “ก็เมื่อกี๊พี่เห็นจิเวลกำลัง... โธ่เว้ยยย!!” มือหนาเสยผมขึ้นไปด้านหลัง ดูท่าทางกรจะโกรธมากๆ แต่ผมไม่เข้าใจว่าผมทำผิดอะไร กรเดินกลับเข้าไปในบ้าน พี่ปลาทูเอื้อมมือมาจับมือผมไว้ ลูบเบาๆก่อนช่วยซับน้ำตาให้แล้วยิ้มกว้าง

          “อย่าร้องไห้สิ มีอะไรก็คุยกับพี่กรดีๆ พี่ก็เพิ่งเคยเห็นพี่กรเป็นแบบนี้ครั้งแรกเหมือนกัน ยังไงก็ไปกินข้าวก่อนเถอะนะ พี่ทำเสร็จแล้ว”

          ผมพยักหน้าแต่ก็ยังร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หยุด เข้าไปถึงห้องทานข้าว ขาก็ก้าวไม่ออกเลยเพียงแค่เห็นสายตาของกร เหมือนกับว่าน้ำแข็งมาเกาะที่เท้าเต็มไปหมดจนรู้สึกเย็นเฉียบ ผมถอยไปหลบหลังพี่ปลาทูที่จับมือผมแล้วพยายามจูงให้ไปนั่งที่โต๊ะ ปกติผมนั่งติดกับกร กรนั่งหัวโต๊ะ และผมนั่งเก้าอี้ตัวถัดมา แต่ตอนนี้ผมกลับอยากไปนั่งอีกฝั่งหนึ่งมากกว่า

          “จิเวล มากินข้าวเถอะ” เสียงหวานๆของพี่ปลาทูเรียก ผมยังคงเกาะประตูไว้แน่น ไม่กล้าเข้าไป

          “จิเวล” จนกระทั่งเสียงต่ำเอ่ยชื่อผม ผมสะดุ้งแล้วเงยหน้ามองคนพูดด้วยท่าทางหวาดๆ “มานั่งนี่”

          “กร...”

          “มากินข้าวเถอะแมว” กรพูดเสียงอ่อนลง เขาดูใจเย็นลง ไม่ดุเหมือนเมื่อกี๊แล้ว แต่สายตายังน่ากลัวอยู่ “แมว... อย่าให้กูเรียกซ้ำ”

ผมใจกล้าๆกลัวๆ ค่อยๆเดินตัวลีบไปนั่งข้างๆกร ก้มหน้าลงมองแต่ตักของตัวเอง

          “...”

          “จิเวล นี่ปลานึ่งนะ” พี่ปลาทูตักเนื้อปลาใส่จานผม “พี่กรก็คุยกับน้องดีๆ จิเวลร้องไห้เลยเห็นไหม”

          “ขอบคุณครับพี่ปลาทู...” เสียงผมยังคงอื้อในลำคอ ขนาดเห็นปลาที่ชอบอยู่ตรงหน้าก็ยังไม่ค่อยอยากกินในตอนนี้

          “อืม” กรพยักหน้าแล้วเราก็ลงมือทานข้าวเย็นกัน ไม่ค่อยมีใครพูดอะไรนอกจากพี่ปลาทูที่พยายามชวนผมคุยเรื่องนั้นบ้างเรื่องนี้บ้าง ผมคุยไปก็มองหน้ากรไป เขาไม่พูดอะไรเลยจริงๆ จนกระทั่งกินเสร็จ กรก็เดินไปล้างจาน ผมนั่งกอดตุ๊กตาหนูอยู่บนโซฟาโดยมีพี่ปลาทูนั่งดูทีวีอยู่ข้างๆ

          “จิเวล”

          “ครับ”

          “แมวเนี่ย... เป็นคนได้ทุกตัวหรือเปล่า”

          “เอ๊ะ...?” พี่ปลาทูถามแปลกๆ แต่ถ้าลองทวนคำถามอีกครั้งผมก็พอจะเข้าใจ

          “ผมไม่รู้เหมือนกัน”

พี่ปลาทูรู้แล้วเหรอ ว่าผมกลายเป็นคนได้

“อ่า... โอเคๆ ไม่มีอะไรแล้วล่ะ เล่นต่อเถอะ” เสียงใสบอกพลางเอื้อมมือมาลูบหางเจ้าตุ๊กตาแสนรักของผมเบาๆ

          ไม่นานกรก็เดินออกมาจากห้องครัว พี่ปลาทูเลยบอกว่าจะกลับบ้านแล้ว ผมเดินไปส่งพี่เขาที่หน้าประตู ขอบคุณที่มาทำอาหารอร่อยๆให้

          ตอนนี้เหลือผมกับกรสองคน เราเดินกลับเข้าไปในบ้านโดยที่ผมเดินตามหลังกรห่างออกไปหายช่วงแขน ผมไม่พูดไม่จา เอาแต่เดินคอตกตามร่างหนาไปถึงห้องรับแขก

          “มันเป็นใคร” นั่งลงที่โซฟา เอาแขนพาดพนักพิง คาดคั้นถามผมเสียงต่ำลึก

          “ใครครับ”

          “จิเวล!

          เฮือก!!

          “กูจะถามอีกครั้ง มัน-เป็น       -ใคร”

          “อ๋อ... นั่นเพื่อนผมเองครับกร” ผมไม่เข้าใจว่าทำไมกรต้องโกรธผมด้วย ผมก็เล่นกับจากัวร์บ่อยๆ

          “เพื่อน? มึงไปมีเพื่อนตอนไหน ไปรู้จักกันได้ยังไง แล้วเพื่อนที่ไหนแม่งนอนคร่อมกันวะ!!

          “จ... จากัวร์เป็นเพื่อนผมจริงๆ”

          “รู้จักชื่อด้วย ไหนมึงบอกซิ ว่าไปรู้จักตั้งแต่เมื่อไหร่” ถึงกรจะถามเสียงไม่ดังมากนัก แต่ท่าทางเขาตอนนี้น่ากลัวมาก ผมไม่กล้าเข้าไปนั่งด้วย เลยยืนอยู่ข้างโซฟาห่างออกไปนิดหน่อยแทน

          “นานแล้วครับ อ๊ะ...!” ผมสะดุ้งอีกเมื่อจู่ๆเขาก็ลุกขึ้น คว้าต้นแขนผม บีบแน่นแล้วก้มหน้าลงถาม

          “มึงชอบมันหรือเปล่า”

          เหมือนทุกอย่างจะหยุดนิ่งชั่วขณะ ผมมองเข้าไปในดวงตาสีเข้มของกรที่สะท้อนเงาของผม

          ผมชอบจากัวร์...

          แต่ชอบเพราะเขาเป็นเพื่อนที่ใจดี เหมือนกับที่ผมชอบพี่ปลาทู

          แต่สำหรับกร... ผม...

          ผม...

          ผมชอบมากกว่าใครๆ

          ผมรักกร!

          “มันหล่อขนาดนั้น มึงไม่ได้ไปหลงไปรักมันใช่ไหมจิเวล” แววตาเขาเปลี่ยนเป็นอ่อนลง ขัดกับการกระทำสิ้นเชิง ผมนิ่ง ส่ายหน้าไปมาช้าๆพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม

          “ผมชอบจากัวร์แบบเพื่อน”

          ไม่เคยเอาใครมาแทนที่กรเลย...

          “จริงนะแมว”

          “ครับ” ผมพยักหน้า เท่านี้กรก็ดึงผมไปกอดแน่น ผมซุกหน้าลงกับอกแกร่งที่ได้ยินเสียงหัวใจเต้นรัว

 

          “ดีแล้ว... ดีมาก...”

          “กรไม่โกรธผมแล้วใช่ไหมครับ” ถามเสียงอู้อี้

          “ไม่ กูแค่... แค่... กู...”

          “แค่อะไรเหรอครับ”

          “ช่างเถอะ ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว มึงเป็นแมวกูนะ ห้ามไปทำแบบนั้นอีกเข้าใจไหม กับใครก็ไม่ได้ เพื่อนก็ไม่ได้”

          “แต่ว่า...”

          “ไม่มีแต่ จิเวล กูอนุญาตให้มึงมีเพื่อนได้ แต่ไม่อนุญาตให้กอดกับเพื่อนแบบนั้น แล้วก็ห้ามไปชอบเพื่อนมึงคนนั้นด้วย เห็นแล้วแม่ง...”

          “คนนั้น?” ผมงง

          “ก็ไอ้ผู้ชายผิวสีแทนตัวใหญ่ๆเมื่อตอนเย็นไง” เสียงกรหงุดหงิดขึ้นมาทันที

          “จากัวร์เหรอครับ”

          แต่จากัวร์เป็นแมวนี่นา...

          “ช่างแม่ง เลิกพูดดีกว่าว่ะ อารมณ์เสียชิบ” กรตัดบท ผมทำตาปริบๆ แต่ถ้ากรไม่โมโหแล้วผมก็ดีใจ เพราะผมกลัวมากจริงๆ ที่กลัวที่สุดคงกลัวว่ากรจะไม่รักแล้ว

          “แล้วน้องแมวสีส้มล่ะครับ”

          มือหนาวางบนหัวผมแล้วลูบสองสามที “ไอ้แบงค์เอาไปเลี้ยงแล้ว มันโคตรดีใจที่ได้แมว”

          “แบงค์?”

          “ก็เพื่อนกูคนนั้นไง คนที่แกล้งมึงเมื่อคราวที่แล้ว”

          “อ๋อ...” คนนั้นนี่เอง ชื่อแบงค์...

          “มันแม่งเพ้ออะไรของมันก็ไม่รู้ บอกน่ารักๆอยู่ทั้งวัน แถมยังบอกด้วยว่าถ้าตัวผู้จะรับเลี้ยง แต่ตัวเมียขอคิดดูก่อน โชคดีที่เป็นตัวผู้ ตอนแรกก็กังวลว่าจะทำยังไง แต่มันเอาไปก็ดี เพราะกูคงเลี้ยงอีกตัวไม่ไหว”

          “น้องแมวไม่ได้มาอยู่บ้านเราใช่ไหมครับ” ผมจับใจความอื่นไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ เลยถามแค่เรื่องที่อยากรู้ ผมคิดแล้ว ว่าถ้าน้องแมวสีส้มมาอยู่ด้วย ผมก็คงไม่ห้ามกร เพราะผมเองก็เป็นแมวที่ถูกทิ้งมา และกรก็ใจดีเก็บผมมาเลี้ยงเหมือนกัน แต่คำตอบที่ได้รับทำให้ผมยิ้มกว้างออกมาแล้วเข้าไปกอดร่างหนาแน่น

          “อื้ม มีมึงตัวเดียวก็พอแล้ว”

          “กร...”

ผมก็มีกรคนเดียวเหมือนกัน

          “ไปอาบน้ำกันเถอะ”

          “ครับ ^O^” ผมเดินตามกรขึ้นห้องไป พอจะถอดเสื้อผ้าก็กลายเป็นว่ากรเดินเข้ามาช่วยผมถอดทีละชิ้นๆจนหมด ผมบิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย ขึ้นสีชมพูไปหมดทั้งร่าง แต่กรก็ไม่หยุดแค่นั้น เขาหัวเราะเบาๆในลำคอแล้วมองผมด้วยสายตาที่ทำให้ร้อนวูบวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมพยายามจะหันตัวไปอีกด้าน แต่มือหนาก็จับไว้ไม่ให้ทำอะไรได้ แถมยังจูบเบาๆที่ซอกคอขาว ไล่เรื่อยมาถึงหน้าอกเล็ก ลงไปยังท้องจนผมแทบยืนไม่อยู่

          “ก... กร อ๊า...”

          เขายึดร่างผมไว้ ก่อนใช้ลิ้นสากชื้นเลียไปทั่ว ผมร้องครางออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ขาสั่นระริกอย่างน่าอาย

          “ผมจะ... อาบน้ำ อ๊า...”

          “เดี๋ยวนี้มีรู้จักเล่นตัวนะแมว... เล่นตัวกับกูงั้นเหรอ...” ไม่ว่าเปล่า ยังหอมแก้มผมหลายๆฟอดติดกันเป็นการลงโทษจนผมหน้าร้อนเหมือนถูกแซลมอนร้อนๆมานาบ กรว่าเสียงทุ้มพร่าข้างหูทำให้ผมได้แต่บิดหน้าไปมา

          “ผมเปล่า...”

          “ห้ามเล่นตัวกับกูนะจิเวล เข้าใจไหม หืม...”

          “ครับ~” ผมพยักหน้า ผมเข้าใจที่กรพูด ไม่เคยจะห้ามกรเลย จากนั้น เขาก็ให้ผมเข้าไปอาบน้ำ แล้วตัวเองก็ค่อยเข้าไปอาบต่อจากผม เขาทำการบ้านนิดหน่อย ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ แล้วค่อยมานอนข้างๆผมที่กอดตุ๊กตาหนูไว้ตาปรือเต็มที

          วงแขนหนาโอบเข้ามาหลวมๆ กระซิบว่าฝันดีข้างหู

          เป็นแบบนี้ทุกคืน

          นี่แหละครับ ชีวิตในหนึ่งวันของผม ^O^

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น