ฮะนะชิ

พลังสมาร์ทโฟนอ่านใจจะช่วยไขคดีให้ฟุยุกะรู้ตัวคนร้ายที่กำความลับดำมืดได้หรือไม่ แล้วเมื่อไหร่เธอจะยอมเปิดใจให้โอคิตะเสียที มาลุ้นกันค่ะ :-) <อัพวันละตอนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ชื่อตอน : ตอนที่ 25

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 126

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ย. 2562 10:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 25
แบบอักษร

ระบบนำทางในรถยนต์แจ้งว่าถึงที่หมายแล้ว  

บริเวณนี้มีต้นไม้สูงตระหง่านขนาบสองฝั่งถนน รอบด้านจึงเต็มไปด้วยสิ่งบดบังทัศนวิสัย  

เธอจอดรถตรงจุดจอดใกล้ๆ ซึ่งเป็นภาพเดียวกับที่ขึ้นแสดงบนหน้าจอที่เธอเห็นในความทรงจำทุกประการ  

ต้องเป็นที่นี่แน่นอน  

เธอสวมเสื้อกันฝนและเปลี่ยนเป็นใส่รองเท้าบู๊ตยาวตั้งแต่ยังอยู่ในรถ ก่อนจะคว้าพลั่วออกไปข้างนอก  

ฟุยุกะออกเดินทางตั้งแต่เช้า ทว่าความมืดมิดดั่งราตรีและสายฝนที่ตกลงมากลับทำให้สถานการณ์ดูเหมือนภาพเคลื่อนไหวที่เธอเห็นไม่ผิดเพี้ยน  

แต่ก็เพราะสภาพการณ์แบบนี้เองที่ทำให้เธอเดินตามเส้นทางเดียวกับอุริโนะโดยไม่รู้สึกติดขัด  

เธอเดินขึ้นไปตามทางลาดบนพื้นดินเปียกชื้น ผ่านหมู่ไม้และกอหญ้า  

ได้แต่หวังว่าร่องรอยคล้ายบางอย่างถูกลากไปกับพื้นที่เห็นอยู่นี้เป็นเรื่องที่เธอคิดไปเอง 

หนึ่งก้าว สองก้าว สามก้าว เธอเลียนแบบระยะก้าวของอุริโนะ  

แม้จะเป็นฤดูร้อน แต่บนภูเขาท่ามกลางสายฝนที่ไร้วี่แววผู้คนนั้นเงียบสงัดเสียจนใจฝ่อ  

ทำไมเธอถึงมาที่นี่คนเดียว...ทำไมไม่ชวนโอคิตะมาด้วย  

หากเธอบอกว่าอยากเช่ารถขับเล่น เขาน่าจะกระตือรือร้นตอบรับคำชวนของเธอ กระนั้นเธอก็นึกข้ออ้างที่จะชวนเขาขึ้นไปขุดศพบนภูเขาไม่ออก 

ในไม่ช้าเธอก็หยุดยืนในป่าแล้วค่อยๆ หันมองไปรอบๆ บริเวณ  

ต้นไม้ที่เรียงเป็นทิวแถวตัดกับมุมของพื้นดิน เสียงฝนที่ดังสะท้อนทาบทับกับฉากในภาพเคลื่อนไหว  

บนพื้นดินมีหญ้าขึ้นหนาทึบ แต่ดินดูยุบตัวเล็กน้อยเมื่อเทียบกับบริเวณอื่น  

คงเพราะเคยมีคนขุดแล้วกลบใหม่ 

เมื่อมั่นใจเรื่องตำแหน่งแล้ว เธอก็แทงพลั่วลงไปแล้วเริ่มขุดดิน  

ขั้นแรกเธอขุดหญ้าออกไปจนหมด พอเริ่มเห็นดินเปลี่ยนเป็นสีดำก็ขุดลึกลงไปเรื่อยๆ ด้วยความระมัดระวัง  

สาเหตุที่ดินอ่อนนุ่มและขุดง่ายคงไม่ได้เป็นเพราะฝนตกอย่างเดียว  

นาทีนี้หูเธอได้ยินแค่เสียงดังฉึก ฉึก ฉึก จากมือที่จับด้ามพลั่วเท่านั้น 

สาเหตุที่เธอต้องพิสูจน์จนกว่าจะแน่ใจนั้น ส่วนหนึ่งคงเพราะคิดว่าตนอาจอนุมานผิดไปเอง  

เธออาจเข้าใจผิดว่าอุริโนะสังหารภรรยาชื่อโทชิเอะแล้วเอาศพมาทิ้ง  

อาจแค่เห็นภาพเคลื่อนไหวนั้นเพราะความบังเอิญของภาพซ้อน แล้วก็เผลอปักใจเชื่อตามสิ่งที่เห็น 

ฟุยุกะมีเหตุผลที่คิดอย่างนั้น 

หากอุริโนะก่ออาชญากรรมอย่างที่ว่าจริง แล้วเขาทำให้เรื่องนี้เงียบได้อย่างไร  

ถึงบุคคลดังกล่าวจะเป็นภรรยาของเขาเอง แต่หากคนคนหนึ่งหายตัวไปแบบปัจจุบันทันด่วน คนรอบข้างก็น่าจะเกิดความสงสัย  

ต่อให้จัดงานศพ แต่จะประกอบพิธีให้ลุล่วงได้โดยไม่ให้ใครเห็นศพเลยเชียวหรือ  

เป็นไปได้อย่างไรที่จะแสร้งบรรจุศพลงโลง ฌาปนกิจ เก็บกระดูกใส่โกฐ แล้วนำไปไว้ที่สุสานได้โดยไม่ให้ญาติๆ เห็นใบหน้าของโทชิเอะผู้ล่วงลับเลย 

ถ้าเป็นอย่างที่โอคิตะเล่าคืออุริโนะบอกว่าภรรยาเสียชีวิตเพราะมีคนขับรถชนแล้วหนี เขาอาจปิดบังเรื่องจริงได้ตลอดรอดฝั่งโดยอ้างเหตุผลว่าไม่อยากให้ใครเห็นบาดแผลบนตัวศพ ถ้าเป็นกรณีนั้น อย่างน้อยตำรวจหรือเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยก็น่าจะได้เห็นศพบ้าง  

แล้วเขาจะขนศพมาฝังบนภูเขาภายหลังได้อย่างไร  

เธอไม่เข้าใจเหตุผลที่อุริโนะนำศพของภรรยามาทิ้งเลยแม้แต่นิดเดียว 

หลายวันมานี้เธอเอาแต่ครุ่นคิดเรื่องนั้น และข้อสรุปที่ได้ก็คืออันที่จริงอุริโนะอาจไม่ได้ก่ออาชญากรรม แต่ภาพเคลื่อนไหวที่เธอเห็นนั้นผิดพลาด…           

สัมผัสของดินที่ถูกพลั่วขุดเริ่มเปลี่ยนแปลงไป            

ฟุยุกะตัวแข็งทื่อ ความคิดถูกดึงกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงภายในเสี้ยววินาที 

มีบางอย่างอยู่ใต้ดิน 

วัตถุที่มีสัมผัสแตกต่างจากหญ้าและใบไม้แห้งถูกฝังอยู่ในนี้ 

มีอะไรบางอย่างกระทบเข้ากับปลายพลั่ว เป็นผ้าเปรอะสีดิน เดิมทีคงเป็นสีที่สว่างกว่านี้  

เธอสังเกตเห็นว่าวัตถุทรงกลมที่ติดอยู่บนผ้าคือกระดุม จึงรู้ทันทีว่าสิ่งนี้คือเสื้อนั่นเอง 

ฟุยุกะกำด้ามพลั่วด้วยสองมือที่สั่นระริก ก่อนจะค่อยๆ ใช้มันปัดผิวหน้าดินออกไปอย่างระมัดระวัง  

เสื้อผ้าที่ฝังอยู่ใต้ดินถูกน้ำฝนชะล้างจนเริ่มมองเห็นรูปทรงชัดเจนขึ้นตามลำดับ  

น่าจะเป็นชุดของผู้หญิงที่ตกแต่งด้วยจีบซึ่งเคยเป็นสีชมพู  

เส้นสีน้ำตาลบริเวณไหล่คือเส้นผมหรือเปล่า  

เธอพยายามใช้พลั่วปัดกิ่งไม้ท่อนหนาออกจากบริเวณที่สันนิษฐานว่าเป็นหน้าอกด้วยความระมัดระวัง 

สิ่งที่ปักอยู่ตรงบริเวณหน้าอกนั้นไม่ใช่กิ่งไม้ธรรมดาๆ แต่เป็นด้ามของมีดทำครัว         

เรื่องที่คาดคะเนไว้ก้าวข้ามจินตนาการจนเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ  

เธอรู้สึกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก 

มันคืออะไรกันแน่…           

เธอได้กลิ่นแปลกๆ ทำให้ต้องกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว  

นอกจากกลิ่นต้นไม้และกลิ่นดินชื้นฝน ยังมีกลิ่นเน่าเหม็นที่คละคลุ้งขึ้นมากะทันหัน  

กลิ่นดินที่อบอ้าวเพราะความชื้นในฤดูร้อนลอยอบอวล 

ร่างของฟุยุกะแข็งเป็นหินในสภาพที่ยังกอดด้ามพลั่วไว้แนบอก สายตาจ้องเขม็งไปยังจุดๆ เดียว  

เธอใช้พลั่วโกยดินบริเวณนั้นออกไปเกือบหมดแล้ว จากนั้นสายฝนซึ่งเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักก็ช่วยชะดินออกไป   

จากส่วนของไหล่ไล่ไปจนถึงรูปร่างเริ่มถูกเผยให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับตอบรับความปรารถนาของเธอ            

เพราะอะไรเธอถึงทำเรื่องแบบนี้ 

เธอไม่ควรขุดมันขึ้นมา ไม่ควรเห็นมันด้วยซ้ำ 

กระนั้นก็สายเกินแก้แล้ว 

หัวกะโหลกที่เน่าเฟะมีโคลนเกาะของผู้หญิงคนนั้นหันมองมาที่เธอ  

 

*** 

 

“รุ่นพี่ฟุยุกะ ตกลงว่าศพนั่นมีสภาพเหมือนซอมบี้หรือโครงกระดูกกันแน่คะ” 

ระหว่างทางกลับบ้านในวันรุ่งขึ้น โทโมเอะที่เดินอยู่ข้างกันเอ่ยถามโดยไม่รอช้า 

วันนี้งานยุ่งประจวบกับเวลาพักกลางวันไม่ตรงกัน ทั้งสองจึงยังไม่มีโอกาสได้พูดคุย  

พอถึงเวลาเลิกงาน โทโมเอะจึงเร่งรีบปิดงานให้เร็วกว่าปกติ จากนั้นก็รีบพุ่งมาหาฟุยุกะที่โต๊ะเพื่อชวนให้กลับด้วยกันโดยไม่รีรอ  

แน่อยู่แล้วว่าเหตุผลคืออยากถามเรื่องคดีที่ฟุยุกะไปเจอเข้าเมื่อวานนี้  

ใบหน้าของรุ่นน้องแดงระเรื่อด้วยความอยากรู้อยากเห็นระคนตื่นเต้น     

ความคิดเห็น