ฮะนะชิ

พลังสมาร์ทโฟนอ่านใจจะช่วยไขคดีให้ฟุยุกะรู้ตัวคนร้ายที่กำความลับดำมืดได้หรือไม่ แล้วเมื่อไหร่เธอจะยอมเปิดใจให้โอคิตะเสียที มาลุ้นกันค่ะ :-) <อัพวันละตอนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ชื่อตอน : ตอนที่ 24

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 157

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ย. 2562 10:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 24
แบบอักษร

ในวันหยุดต่อมา ฟุยุกะเช่ารถแถวบ้านตั้งแต่เช้า  

เธอกำพวงมาลัยด้วยความไม่คุ้นเคย แล้วขับมันไปตามถนนเลี่ยงเมืองที่มีจราจรคับคั่ง 

ท้องฟ้ามีเมฆเล็กน้อย แสงแดดยังคงจัดจ้า รังสีอัลตราไวโอเลตจึงส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาแผดเผาแขนขวาที่ทาครีมกันแดดเอาไว้แล้วของเธอ  

ภายในห้องโดยสารที่คับแคบไม่มีเสียงเพลงจากวิทยุ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์และเสียงลมจากเครื่องปรับอากาศเท่านั้น 

ฟุยุกะเพ่งมองผ่านกระจกรถยนต์ไปเบื้องหน้า สีหน้าที่เคร่งเครียดก่อให้เกิดรอยย่นบางๆ ระหว่างคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน  

ความรู้สึกอึดอัดกระวนกระวายปรากฏบนสีหน้า ต่างจากตอนทำหน้าเฉยเมยและริมฝีปากที่ฉีกยิ้มเฉพาะเวลาปฏิบัติงานโอเปอเรเตอร์  

เธอไม่ได้รู้สึกกดดันด้วยเหตุว่าต้องขับรถหลังจากที่ไม่ได้ขับมานานเท่านั้น 

เมืองยัตสึงะโมริตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองคุซาฟุเนะที่ฟุยุกะอาศัยอยู่ โดยคั่นกลางด้วยสามเมือง  

เมืองนี้กว้างใหญ่แต่จำนวนประชากรน้อย พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขากับป่า ที่อยู่อาศัยตั้งอยู่อย่างกระจัดกระจายตามตีนเขาและมีหมู่บ้านจำนวนหนึ่งตั้งอยู่กลางหุบเขา ทางหลวงแคบและลาดชันเป็นตัวเชื่อมระหว่างย่านที่อยู่อาศัยเหล่านั้น 

นอกเหนือจากทัศนียภาพทางธรรมชาติอย่างใบไม้เปลี่ยนสีแล้วก็ไม่มีสิ่งอื่นใดน่าสนใจ อีกทั้งยังไม่มีการทำเส้นทางสำหรับปีนเขาหรือเดินสำรวจเอาไว้ น้อยครั้งจึงจะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในฐานะแหล่งท่องเที่ยว  

ฟุยุกะเองก็ไม่เคยมาเที่ยวเมืองนี้เลยเหมือนกัน 

ภาพเคลื่อนไหวของระบบนำทางรถยนต์ที่เห็นตอนอ่านใจอุริโนะนั้น นอกจากชื่อเมืองก็มองเห็นเพียงถนนคดเคี้ยวสายหนึ่ง แต่ยิ่งมีข้อมูลน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะพอกรอกเงื่อนไขลงในแอพพลิเคชั่นแผนที่ในสมาร์ทโฟนว่าเป็นถนนบนเขาสายเดียวในเมืองนี้และรอบข้างไร้สิ่งปลูกสร้าง ข้อมูลก็ปรากฏขึ้นมาทันที 

ขณะนี้เธอตั้งตำแหน่งดังกล่าวไว้เป็นจุดหมายปลายทางในระบบนำทางของรถเช่าที่กำลังขับอยู่ ซึ่งหน้าจอแจ้งเตือนว่าอีกราวหนึ่งชั่วโมงสี่สิบนาทีก็จะถึงที่หมาย          

ในไม่ช้าเลนถนนก็ค่อยๆ แคบลงจากฝั่งละสองเลนเหลือฝั่งละเลนเดียว เริ่มมองเห็นนาข้าวและสีเขียวของป่าชัดเจนมากขึ้น  

เธอแวะซื้อพลั่วเล่มใหญ่ เสื้อกันฝนราคาถูก และรองเท้าบู๊ตยาวจากโฮมเซ็นเตอร์ระหว่างทาง 

เหลือบไปเห็นชั้นวางสินค้าสำหรับกิจกรรมทางน้ำและกิจกรรมกลางแจ้งที่จัดไว้เป็นพิเศษใกล้เครื่องคิดเงินก็ให้รู้สึกร้อนใจอย่างประหลาด เหมือนกับว่ากิจกรรมเหล่านั้นอยู่ห่างไกลกับชีวิตเธอแบบคนละโลก 

นับตั้งแต่เห็นภาพเคลื่อนไหวตอนผู้หญิงคนนั้นถูกฝังบนภูเขา วันเวลาแห่งความว้าวุ่นใจก็ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง  

ฟุยุกะปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายตามปกติ แต่สถานการณ์แบบนั้นทำให้รู้สึกว่าตัวเองหน้าไม่อายอย่างไรชอบกล 

ความรู้สึกปล่อยวางไม่ได้ทวีความรุนแรงขึ้นทุกครั้งที่ไปทำงาน 

โทโมเอะคงสบายใจแล้วหลังจากปัญหาเรื่องสตอล์กเกอร์คลี่คลาย จึงขยันขันแข็งกับการทำงานด้วยความสดใส แต่ก็ยังมีความผิดพลาดบ้างเพราะใช้เวลาในการให้บริการทางโทรศัพท์นานเกินจำเป็น  

โอคิตะปฏิบัติตัวกับฟุยุกะและทุกคนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คงเพราะพวกเธอให้สัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องนั้นกับใครกระมัง 

ส่วนอุริโนะก็ยังทำงานต่อไปเรื่อยๆ โดยรักษาระยะห่างจากฟุยุกะกับโทโมเอะ  

เดิมทีเขาก็ไม่ใช่ผู้บังคับบัญชาที่พวกเธอต้องข้องแวะด้วยบ่อยๆ อยู่แล้ว พนักงานคนอื่นๆ จึงไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องผิดปกติ  

ไม่ว่าจะในหรือนอกเวลางานเขาก็ไม่เข้ามายุ่งวุ่นวายกับโทโมเอะอีก แถมเท่าที่จับตาดู เธอเห็นว่าเขาควบคุมตัวเองไม่ให้ทำตัวเป็นสตอล์กเกอร์ได้ด้วยเช่นกัน  

แม้แต่ตอนที่ฟุยุกะไหว้วานให้เขารับช่วงต่อในการดูแลลูกค้า เขาก็รับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและท่าทีพึ่งพาได้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ไม่มีอาการรังเกียจหรือว่าเกรงกลัวเธอแต่อย่างใด        

ชีวิตประจำวันแบบเดิมๆ หวนคืนมาราวกับไม่เคยเกิดอะไรขึ้น แต่มันกลับทำให้ฟุยุกะหวาดวิตกจนทนไม่ไหว 

รถเริ่มออกห่างจากตัวเมืองแล้วแล่นขึ้นไปตามเนินลาดชัน ถนนเริ่มแคบลง รถรอบๆ ตัวที่มองเห็นมีเพียงไม่กี่คัน 

บ้านเรือนที่เรียงรายเป็นแนวหายไปจากสายตาประหนึ่งถูกป่ากลืนกิน บนไหล่ทางไม่มีใครเดินไปมาแม้แต่คนเดียว  

จากจุดนี้ไปคือทางขึ้นภูเขาของแท้ 

ฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อยๆ แต่ยังไม่ถึงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน กระทั่งเห็นหยาดน้ำกระทบลงบนกระจกหน้า เธอจึงรู้ว่าฝนเริ่มลงเม็ดแล้ว 

ฟุยุกะเปิดที่ปัดน้ำฝนแล้วเปิดไฟหน้า ตั้งใจจะขับรถด้วยความระมัดระวัง ทว่าต่อให้เหยียบคันเร่งเต็มแรงเพียงใด ระดับความเร็วก็ไม่เพิ่มขึ้นเลยแม้แต่น้อย  

เธอไม่เชี่ยวชาญเรื่องรถยนต์ ที่เช่ารถคันเล็กมาก็เพราะขับง่ายและค่าเช่าถูกหน่อย แต่การเลือกรถยนต์ขนาดเล็กที่มีน้ำหนักเบาเป็นการตัดสินที่ผิดพลาด ด้วยความที่แรงม้าต่ำ เธอจึงรับรู้ถึงความลาดเอียงของถนนได้อย่างชัดเจน          

แม่เตือนเธอไว้ว่าอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้  

ทั้งที่เธออุตส่าห์ไปถามวิธีแก้ปัญหาในฐานะที่อีกฝ่ายอ่านใจคนได้เหมือนกัน แต่แม่บอกเพียงว่าให้ปล่อยวาง  

ผู้ก่อเหตุคือผู้บังคับบัญชา มิหนำซ้ำเหตุการณ์นี้ยังไม่เกี่ยวข้องกับฟุยุกะเลยแม้แต่น้อย  

แม่ถึงกับใช้คำว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่มีค่าอะไรเลย เธอควรทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น  

นั่นคือเคล็ดลับของแม่ในการใช้พลังพิเศษที่ตัวเองเรียกว่าคำสาปเพื่อหาเงินดำรงชีพ 

ทว่าฟุยุกะตัดสินใจเด็ดขาดแบบนั้นไม่ได้  

ในเมื่อเห็นภาพเคลื่อนไหวชัดเจนแล้ว เธอก็ไม่สามารถแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นได้อีก  

เธอไม่ได้คิดจะเปิดโปงอาชญากรรมของอุริโนะเพราะความถูกต้องหรอก เธอแค่ไม่สามารถสลัดเรื่องนี้ออกจากหัวและกลับมาใช้ชีวิตประจำวันเหมือนเดิมได้จนกว่าจะได้พิสูจน์ความจริงเท่านั้นเอง          

ความคิดเห็น