ฮะนะชิ

พลังสมาร์ทโฟนอ่านใจจะช่วยไขคดีให้ฟุยุกะรู้ตัวคนร้ายที่กำความลับดำมืดได้หรือไม่ แล้วเมื่อไหร่เธอจะยอมเปิดใจให้โอคิตะเสียที มาลุ้นกันค่ะ :-) <อัพวันละตอนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ชื่อตอน : ตอนที่ 22

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 126

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2562 10:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22
แบบอักษร

“แม่พูดถึงหนูอยู่รึเปล่าเนี่ย” 

“แต่ถ้าชี้แนะแนวทางพร้อมกับแสดงความเห็นใจว่าฉันเข้าใจความรู้สึกของคุณดี รวมทั้งตรวจสอบเรื่องกลัดกลุ้มและความสับสนลังเลไปพร้อมๆ กัน อีกฝ่ายก็จะเกิดความเชื่อมั่นว่าอย่างนี้นี่เอง เป็นอย่างนี้จริงๆ ด้วย ความรู้สึกลังเลอาจดูเหมือนสองจิตสองใจนะ แต่ยังไงซะปกติก็มักจะมีความเอนเอียงไปทางใดทางหนึ่งมากกว่าอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าแม่เอ่ยถึงทางเลือกใดทางเลือกหนึ่ง อีกฝ่ายก็จะเริ่มมีความตั้งใจแน่วแน่ขึ้นมา แบบที่เรียกว่าตาสว่างไงล่ะ” 

มารดาจ้องตาฟุยุกะนิ่งๆ พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน  

สีหน้านั้นดูราวกับพระแม่ผู้โอบอุ้มทุกสรรพสิ่งด้วยความอบอุ่น มีเพียงลูกสาวแท้ๆ เท่านั้นที่รู้ว่านั่นคือรอยยิ้มทางการค้าของนักทำนายดวงชะตา 

“สุดท้ายทุกคนก็มีคำตอบในใจอยู่แล้วทั้งนั้น แต่ไม่มีความมั่นใจก็เลยมาปรึกษาแม่ ฉะนั้นแม่ก็แค่พูดว่าแบบนั้นดีแล้วละ ทำตามที่คุณตัดสินใจเถอะ พอทำอย่างนั้น อีกฝ่ายก็จะมั่นใจว่าอาจารย์ริวซุยก็บอกแบบนั้นเหมือนกัน ที่เราคิดไม่ผิดหรอก จากนั้นก็จะก้าวต่อไปได้” 

“แต่ถ้าล้มเหลวขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ บางทีเส้นทางที่เลือกเองมันก็ผิดพลาดได้เหมือนกันนี่นา” 

“แม่จะไปรู้ด้วยเหรอ” 

มารดาตอบกลับอย่างง่ายดายพร้อมกับยิ้มเยาะ  

ฟุยุกะรู้ดีว่านี่ต่างหากคือโฉมหน้าที่แท้จริง 

“แต่ปัจจัยที่จะวัดได้ว่าสำเร็จหรือล้มเหลวก็คือความรู้สึกของตัวเราเองใช่ไหมล่ะ ไม่มีใครรู้หรอกว่าถ้าเลือกอีกเส้นทางแล้วจะดีกว่าจริงรึเปล่า แม่ก็เลยเคารพความคิดเห็นของอีกฝ่ายและสนับสนุนให้คนคนนั้นเลือกเส้นทางชีวิตด้วยตัวเอง คนกำหนดอนาคตไม่ใช่แม่ แต่เป็นตัวเขาเองต่างหาก ต้องทำให้เจ้าตัวคิดว่าถึงล้มเหลวก็จะไม่เสียใจภายหลัง แล้วก็คิดว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ไม่ดีพอ ไม่ใช่ความผิดของแม่” 

“ขี้โกง แบบนั้นปรึกษาแม่ไปก็ไร้ความหมายน่ะสิ” 

“แม่ก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ถ้าคนคนนั้นประสบความสำเร็จขึ้นมาต่างหากล่ะที่จะกลายเป็นเรื่องวุ่นวาย เจ้าตัวอาจคิดว่าเป็นอย่างที่อาจารย์ริวซุยบอกเป๊ะเลย! คิดถูกเผงที่ไปปรึกษาอาจารย์! อาจารย์ริวซุยคือพระเจ้า! อาจารย์ริวซุยคือเจ้าแม่กวนอิม! อะไรทำนองนั้น ลุงแก่ๆ สักคนที่ร่ำรวยและมีตำแหน่งน่ายกย่องในสังคมคงได้พนมมือหลั่งน้ำตาให้แม่หมอแถบชานเมืองคนนี้แน่เลย ฉะนั้นแม่จะร้องไห้ไปกับเขาด้วย แล้วบอกว่าไม่หรอกค่ะ ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย คุณเป็นคนเลือกและประสบความสำเร็จเพราะความตั้งใจของตัวเองล้วนๆ ก็มันเป็นเรื่องจริงนี่นา เวลาทำงานแม่จะไม่พูดโกหกเด็ดขาด” 

ฟุยุกะทำไม่รู้ไม่ชี้กับสีหน้าภาคภูมิใจของมารดา  

กระทั่งกลิ่นหอมๆ ที่อบอวลอยู่ในห้องเธอยังรู้สึกเลยว่าไม่น่าไว้วางใจ จึงเจตนาบีบจมูกให้อีกฝ่ายเห็น 

“…ไม่เข้าใจเลยสักนิด ทำไมทุกคนถึงมาปรึกษาคนพรรค์นี้กันนะ” 

“เพราะฟุยุกะยังสาวอยู่น่ะสิ ลูกน่ะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายรู้ไหม” 

“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย” 

“แต่ลูกก็เข้าใจเหตุผลแล้วใช่ไหมล่ะว่า ทำไมแม่ถึงทำงานเป็นหมอดูได้ทั้งที่มองไม่เห็นอนาคตหรือโชคชะตา รวมถึงเรื่องที่ว่าทักษะการอ่านใจคนอื่นมีประโยชน์อย่างที่สุดด้วย” 

“…หนูมาทำงานเป็นหมอดูบ้างดีไหมนะ” 

“ลูกทำไม่ได้หรอก เพราะลูกเป็นคนตื้นเขินและขาดความลึกซึ้ง” 

มารดาโบกมือหยอยๆ ขณะที่ฟุยุกะผละนิ้วที่บีบจมูกออกแล้วพ่นลมหายใจ  

“ตกลงอยากคุยอะไรกับแม่ล่ะฟุยุกะ” 

มารดาเปลี่ยนจากการสนทนาสัพเพเหระมาเป็นตั้งคำถาม  

ห้องนี้อยู่ห่างทางเข้าร้านมากที่สุดจึงแทบไม่ได้ยินเสียงจากภายนอก มันเงียบสงบจนลืมไปเลยว่าอยู่ในย่านการค้า ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่รับลมจากเครื่องปรับอากาศมากที่สุดด้วยเช่นกัน  

ฟุยุกะรู้สึกหนาวเล็กน้อย เธอนิ่งเงียบ ยกมือขวาลูบต้นแขนเย็นเฉียบของตัวเองเบาๆ  

“ลูกคงไม่ได้มาเพื่อจะบอกว่าอยากเป็นหมอดูใช่ไหมล่ะ มีคนจองคิวต่อจากลูกด้วย รีบพูดเข้าประเด็นสักทีดีกว่า” 

“…หนูเห็นภาพคนเอาศพไปฝัง” 

“ตายจริง น่ากลัว” 

ฟุยุกะรวบรวมความกล้าอย่างเต็มกำลังในการเปิดปากพูด แต่มารดากลับตอบเหมือนเป็นเรื่องไม่สลักสำคัญอะไร 

“ถ้าอย่างนั้นลูกน่าจะไปหาตำรวจมากกว่าแม่นะ” 

“ถึงจะบอกว่าเห็น แต่เห็นจากการอ่านใจน่ะสิคะ” 

“อ๊ะ แบบนั้นก็แจ้งตำรวจไม่ได้สินะ ใช้เป็นหลักฐานอะไรไม่ได้เลย” 

มารดาไม่เคลือบแคลงเรื่องความสามารถในการอ่านใจคนของฟุยุกะ  

เธอคิดมาตลอดว่านิสัยของตัวเองเข้ากับมารดาไม่ได้ แต่เฉพาะเรื่องนี้เท่านั้นที่มารดาคือคนคนเดียวที่เธอปรึกษาได้ 

“…มีคนขับรถอยู่คนเดียวในคืนฝนตก” 

“นั่นคือภาพที่ลูกเห็นจากการอ่านใจเหรอ” 

“ใช่ค่ะ คนคนนั้นจอดรถไว้บนภูเขาในเมืองยัตสึงะโมริ แล้วเดินเข้าไปในป่า เอาพลั่วขุดดินเป็นหลุมใหญ่ ต่อจากนั้นก็เดินกลับมาที่รถ ขนสัมภาระชิ้นโตที่ห่อในผ้าใบสีน้ำเงินจากกระโปรงท้ายรถไปที่หลุมนั้น เสร็จแล้วก็แกะสัมภาระ เอาของที่อยู่ข้างในใส่ลงไปในหลุม และของที่ว่าก็ดูเหมือนศพผู้หญิง” 

ฟุยุกะตัวสั่นจนต้องโอบไหล่ทั้งสองข้างของตัวเอง เธอไม่ได้หนาวเพราะเครื่องปรับอากาศแน่  

ภาพเคลื่อนไหวที่หลงเหลือในความทรงจำของมนุษย์เป็นภาพซึ่งสะท้อนจากมุมมองของผู้อยู่ในเหตุการณ์  

เวลาอ่านใจใครสักคน เธอจึงเกิดภาพหลอนเสมือนหนึ่งว่าตนเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์เอง  

ความรู้สึกนั้นพูดได้ว่าสมจริงเหมือนภาพยนตร์สยองขวัญหรือเกมสามมิติที่ถ่ายทำจากมุมมองของตัวเอก แต่สิ่งที่แตกต่างคือภาพที่เธอเห็นไม่ใช่ผลงานที่ถูกสร้างขึ้น แต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในอดีต 

“ไปอ่านใจคนที่ทำให้รู้สึกแย่เข้าสินะ” 

มารดาทำหน้าเบ้แล้วส่ายหัวเบาๆ 

“ตกลงใครเป็นคนคิดเรื่องนั้นขึ้นมากันแน่ เพื่อนลูกเหรอ หรือว่าลูกรู้จักคนที่เป็นศพด้วย” 

“หนูอ่านใจผู้ชายที่บริษัท เขาเป็นหัวหน้าแผนกที่อยู่คนละแผนกกับหนู แต่ก็ถือว่าเป็นผู้บังคับบัญชาของหนูด้วย หนูไม่รู้จักคนที่เป็นศพ แต่คิดว่าน่าจะเป็นภรรยาเขา”           

ความคิดเห็น