ฮะนะชิ

พลังสมาร์ทโฟนอ่านใจจะช่วยไขคดีให้ฟุยุกะรู้ตัวคนร้ายที่กำความลับดำมืดได้หรือไม่ แล้วเมื่อไหร่เธอจะยอมเปิดใจให้โอคิตะเสียที มาลุ้นกันค่ะ :-) <อัพวันละตอนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ชื่อตอน : ตอนที่ 19

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 175

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ย. 2562 10:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19
แบบอักษร

โอคิตะส่งสายตาแข็งกร้าวให้อีกฝ่ายพลางเกาคอซ้ำๆ บริเวณที่โดนยุงกัด        

ฟุยุกะปรากฏตัวขึ้นหลังโอคิตะ ส่วนโทโมเอะอาศัยจังหวะนี้ผละหนีจากอุริโนะ  

“รุ่นพี่ฟุยุกะ! ฉันกำลังกลัวอยู่เลยว่าถ้ารุ่นพี่ไม่อยู่แถวนี้จะทำยังไงดี” 

ฟุยุกะพยักหน้ารับรู้ ส่วนอุริโนะทำหน้างงงวยจ้องมองทั้งสามคน 

“คุณมิชิมะก็อยู่ด้วยเหรอ…อย่างนี้นี่เอง นี่พวกเธอซ่อนตัวอยู่ตลอดเลยเหรอ” 

“หัวหน้าอุริโนะ พอเถอะครับ หัวหน้าเข้าใจความรู้สึกของคุณอานันแล้วไม่ใช่เหรอ ผู้ชายขี้ตื๊อน่าสมเพชออกนะครับ” 

โอคิตะกล่าวด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน แม้กระนั้นเขาก็ไม่เบือนหน้าหนี กลับแสดงท่าทีผึ่งผายเหมือนไม่มีเรื่องให้ต้องละอาย 

“หัวหน้าอุริโนะ ขอโทษนะคะที่แอบตามมา” 

ฟุยุกะค้อมศีรษะอยู่ด้านหลังโอคิตะ 

“ฉันลองคิดหาวิธีแก้ปัญหาแบบละมุนละม่อมด้วยตัวเอง ก็เลยตัดสินใจทำแบบนี้ค่ะ ฉันเล่าให้โอคิตะคุงที่เข้าทำงานรุ่นเดียวกันฟังแค่คนเดียว แล้วก็ขอให้เขามาด้วยกัน ไม่ได้บอกคนอื่นนอกจากนี้เลยค่ะ” 

“เหรอ…อย่างนี้นี่เอง” 

อุริโนะกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง จากนั้นก็ก้มหน้าส่ายหัว 

“…ผมนี่น่าสมเพชจริง งอแงเหมือนเด็กๆ แล้วยังสร้างความเดือดร้อนให้พวกคุณอีกด้วย” 

ฟุยุกะจินตนาการว่ายื่นนิ้วชี้ไปแตะบนศีรษะของอุริโนะเพื่อให้สมาร์ทโฟนอ่านใจเริ่มทำงาน หน้าต่างใสผุดขึ้นมากลางอากาศ ไทม์ไลน์ปรากฏข้อความพรั่งพรูออกมาทันที 

 

อย่างนี้นี่เอง เรื่องมันเป็นอย่างนี้หรอกเหรอ ฝีมือ มิชิมะ ฟุยุกะ อย่างที่คิดไว้เลยสินะ อานัน โทโมเอะถึงได้ใจแข็งและไม่ยอมเห็นใจเราบ้างเลย 

เรียก โอคิตะ ยูโตะ มาด้วยเหรอนี่ เจ้าหมอนี่เป็นคนคิดอะไรไม่ซับซ้อน แต่รักความยุติธรรมมาก  

ถ้าแค่โทโมเอะกับมิชิมะ เราอาจจะพอหลอกล่อได้ แต่อยู่กันทั้งสามคนแบบนี้ เราคงไม่มีวิธีกลบเกลื่อน 

แต่ไม่เป็นไรหรอก ดูแล้วเจ้าพวกนี้ไม่คิดจะกระจายข่าวให้คนอื่นรู้ เรายังได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจอยู่ ถ้าเราพูดให้ดูดี ต้องฝ่าฟันเรื่องนี้ไปได้แน่ 

 

“…โทโมเอะกลัวอยู่นะคะว่าการถูกหัวหน้าอุริโนะคอยตามตื๊อแบบนี้ สักวันจะโดนหัวหน้าทำอะไรรึเปล่า” 

“ผมน่ะเหรอจะทำอะไรคุณอานัน บ้าน่า ผมไม่ได้คิดจะทำอันตรายเธอเลยนะ ที่คว้าข้อมือก็เพราะไม่รู้จะทำยังไงเท่านั้นเอง ไม่เคยคิดจะทำร้ายร่างกายเธอเลยด้วย” 

 

งั้นเหรอ โทโมเอะคิดว่าเราจะจู่โจมเหรอ แล้วก็เลยไปปรึกษามิชิมะสินะ คิดไม่ถึงเลย 

อะไรของยายนี่ก็ไม่รู้ ตัวเองเป็นคนเข้าหาเรา แล้วคราวนี้กลับมาบอกว่ากลัวจะโดนเราจู่โจม คิดว่าเป็นความผิดของใครกันที่ทำให้เราต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ 

ใจเย็นๆ สิ เราต้องอดทน อย่าพูดแก้ตัว ขืนพูดแสดงความไม่พอใจออกไปตอนนี้ เราจะดูเป็นคนเลวทันที 

 

สิ่งที่อุริโนะคิดถูกส่งเข้าไทม์ไลน์อย่างต่อเนื่อง 

ถ้าเกิดว่าอุริโนะคิดจะจู่โจมโทโมเอะจริงๆ ย่อมไม่มีทางเห็นความคิดที่บ่งบอกว่าเขาคิดไม่ถึงในสิ่งที่ทำอยู่  

คำพูดที่ว่าเขาไม่เคยคิดทำร้ายร่างกายโทโมเอะจึงไม่ใช่เรื่องโป้ปด 

“…ไม่นึกเลยว่าผมจะทำให้คุณอานันกลัวขนาดนั้น ผมทำอะไรลงไปก็ไม่รู้ ขอโทษจริงๆ ผมจะไม่เข้าใกล้คุณด้วยเรื่องส่วนตัวอีกเป็นอันขาด” 

“พวกเราเชื่อถือคำพูดนี้ได้ใช่ไหมคะ” 

“ผมอยากให้พวกคุณเชื่อ เพราะผมสำนึกผิดแล้ว ปีที่แล้วผมเสียภรรยาไป เพราะความเหงาก็เลยทำให้ขาดสติ พวกคุณคงคิดว่าผมไม่มีจุดยืน แต่ตอนนั้นผมควบคุมตัวเองไม่อยู่จริงๆ” 

 

ภาพหญิงร่างเล็กที่มีผมดำยาวและหน้าผากกว้างปรากฏขึ้น เธอหันมามองด้วยนัยน์ตาเรียวภายใต้คิ้วบาง 

รูปโฉมที่ปรากฏชวนให้นึกถึงหน้ากากละครโนห์อย่างประหลาด เวลายิ้มคงดูอ่อนโยนมีอัธยาศัย แต่ตอนนี้โทสะอันเย็นเยียบผุดขึ้นบนใบหน้านั้น 

คุณพ่อเคยบอกฉันว่าคนนิสัยดีอย่างเดียวใช่ว่าจะทำงานเก่ง แล้วก็บอกด้วยว่ามิจิทากะคุงเป็นคนโลเล 

ทำไมวิศวกรอย่างคุณถึงถูกมอบหมายให้ทำหน้าที่รับโทรศัพท์ล่ะ ที่บอกว่าเพื่อบุกเบิกธุรกิจใหม่เนี่ย ในอนาคตคงได้กลับไปทำงานที่บริษัทแม่ใช่ไหม 

ขยะพวกนั้นราคาเท่าไหร่นะ จะมีของเล่นเป็นเครื่องยนต์กลไกฉันก็ไม่ว่าหรอก แต่ตอนนี้เราอยู่ในสถานะที่ใช้จ่ายสิ้นเปลืองได้เหรอ 

ผู้หญิงคนนั้นยังพูดบางอย่างต่อ แต่ว่าเสียงแผ่วลงจนไม่ได้ยินอีกต่อไป ในไม่ช้าก็ได้ยินเสียงเธอเดินจากไปพร้อมกับเสียงถอนหายใจ 

ชิ้นส่วนเล็กๆ อย่างตัวฐานและหลอดไฟวางกระจัดกระจายอยู่บนมือผู้ชายที่สั่นระริก 

 

ฟุยุกะเหลือบมองภาพเคลื่อนไหวบนไทม์ไลน์  

ผู้หญิงที่ต่อว่าอุริโนะคงเป็นโทชิเอะ ภรรยาของเขา  

ฟังจากที่โอคิตะเล่า บิดาของเธอเคยเป็นกรรมการผู้จัดการของคลาริสที่เป็นบริษัทแม่ แล้วอุริโนะก็เคยเป็นพนักงานของคลาริสมาก่อน หลังจากนั้นเขาได้รับตำแหน่งหัวหน้าแผนกที่บริษัทลูกซึ่งก็คือบริษัทศูนย์บริการข้อมูลซีอาร์  

แต่ภรรยาของเขาคงไม่ชอบใจเรื่องนั้น  

ขนาดงานอดิเรกที่คาดว่าเป็นการประกอบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ยังโดนหาว่าเป็นขยะ นั่นคงเป็นเหตุผลให้เขาโกรธจนตัวสั่น 

ท่าทางความสัมพันธ์ระหว่างสามี-ภรรยาอุริโนะจะไม่ค่อยดี ผิดจากข้อแก้ตัวที่เขาพูด เพราะฉะนั้นการตกหลุมรักโทโมเอะทันทีหลังภรรยาตายจากอุบัติเหตุคงเป็นความรู้สึกที่แท้จริงของเขา  

กระนั้นเขาก็ไม่มีทางเอ่ยได้ว่าในเมื่อภรรยาตายไปแล้ว เขาจึงตั้งใจจะคบหากับโทโมเอะอย่างเปิดเผยโดยไม่ต้องเกรงใจใคร  

แม้แต่ในเวลาแบบนี้คนเราก็ยังโกหก 

“…ทราบแล้วค่ะ พวกเราก็ไม่ได้คิดจะไล่ต้อนหัวหน้าอุริโนะหรือว่าร้องเรียนกับทางบริษัทอยู่แล้ว ถ้าหัวหน้ายอมหยุดพฤติกรรมสตอล์กเกอร์และปฏิบัติกับพวกเราเหมือนที่ผ่านมาตามปกติ พวกเราก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องทำให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่ก็ได้ หัวหน้าคิดว่ายังไงคะ” 

“จริงเหรอ ผมสาบานว่าจะรักษาคำพูดแน่นอน จะไม่สะกดรอยตามคุณอานันอีก เพราะฉะนั้นพวกคุณอย่าฟ้องบริษัทหรือแจ้งตำรวจเลยนะ” 

“โทโมเอะโอเคไหม” 

ความคิดเห็น