ฮะนะชิ

พลังสมาร์ทโฟนอ่านใจจะช่วยไขคดีให้ฟุยุกะรู้ตัวคนร้ายที่กำความลับดำมืดได้หรือไม่ แล้วเมื่อไหร่เธอจะยอมเปิดใจให้โอคิตะเสียที มาลุ้นกันค่ะ :-) <อัพวันละตอนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ชื่อตอน : ตอนที่ 18

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 181

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ย. 2562 10:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18
แบบอักษร

“คุณมิชิมะ ยุงมันเยอะนะ…” 

โอคิตะที่นั่งยองๆ อยู่ข้างๆ พึมพำ  

พอชายร่างใหญ่มานั่งขดตัวแบบนี้ทำให้ดูทรงพลังดุจหินผา 

“ก็หน้าร้อนนี่นา โดนยุงกัดเหรอ” 

“เท่าที่รู้โดนกัดไปห้ารอยแล้วเนี่ย” 

“เอ๊ะ จริงเหรอ ฉันไม่เห็นโดนกัดเลย” 

เธอหันไปมองด้วยความประหลาดใจ มองเห็นโอคิตะทำหน้ามุ่ย โบกมือสองข้างไปมา 

“ผมเป็นพวกถูกปากยุงซะด้วย เลือดข้นหรือไงก็ไม่รู้” 

“ได้ยินว่าคนเลือดกรุ๊ปโอมักจะโดนยุงกัดใช่ไหม อีกอย่างคือถ้าใส่เสื้อสีดำยุงจะรุม” 

“ผมเลือดกรุ๊ปเอ แล้วก็ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวด้วย  น่าจะเป็นเพราะฟ้ามืดแล้วต่างหาก” 

“สงสัยเพราะมีพื้นที่ให้กัดเยอะรึเปล่า ยุงไม่เห็นมากัดฉันเลย” 

“นี่เรียกผมมาเพราะเหตุผลนี้น่ะเหรอ” 

“โอคิตะคุงเป็นคนบอกว่าจะมาด้วยไม่ใช่รึไง อีกเดี๋ยวเดียวเอง ทนหน่อยนะ” 

“ช่วยรีบจัดการให้เสร็จๆ ก่อนผมจะเป็นโลหิตจางเหอะ” 

โอคิตะบ่นอุบอิบพลางเกาต้นคอไปด้วย ฟังดูเหมือนกำลังไม่พอใจ แต่ความจริงเขาแค่ลดเสียงพูดลงเพื่อไม่ให้ใครผิดสังเกตต่างหาก  

ที่เขายอมมาด้วยอย่างง่ายดายจะเป็นเพราะเห็นว่าพวกเธอเป็นเพื่อนร่วมงานกันหรือเป็นห่วงว่าเธอจะประสบอันตรายก็ไม่อาจรู้ได้  

บางทีเขาอาจสนใจโทโมเอะอยู่ ถ้าใช้สมาร์ทโฟนอ่านใจก็จะรู้ความรู้สึกของเขาได้ แต่เธอไม่คิดจะใช้ความสามารถนั้นเพื่อวัตถุประสงค์ไร้สาระ  

อีกอย่างต่อให้อ่านใจเขาตอนนี้ก็คงมีแต่คำว่า ‘คัน’ ส่งเข้ามาในไทม์ไลน์เท่านั้นแหละ 

ทั้งสองคนหดตัวให้เล็กลงกว่าเดิมเมื่อเห็นเงาคนตรงทางเดินที่อยู่ห่างออกไป  

ในไม่ช้าก็เห็นโทโมเอะที่สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้ากับกางเกงสีเบจเดินออกมาด้วยฝีเท้าระดับปกติ ก่อนจะหยุดยืนแล้วหันหลังกลับตรงใกล้ๆ เสาไฟ 

“…ออกมาเถอะค่ะ หัวหน้าอุริโนะ” 

เธอเรียกเสียงดังฟังชัดประหนึ่งยืนอยู่บนเวที ช่วงเวลาแห่งความเงียบงันผ่านไปหลายวินาที ในที่สุดอุริโนะก็ปรากฏตัวออกจากหมู่ไม้ที่เรียงรายเงียบๆ 

“อ๊ะ คุณอานัน…”  

อุริโนะตอบด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกชนิดปิดไม่มิด เขาใส่สูทชุดเดียวกับที่เห็นตอนอยู่บริษัท แต่ใบหน้ากลับเคร่งเครียดผิดจากเวลาทำงาน 

“คุณรู้ด้วยเหรอว่าผมตามมา ตั้งแต่เมื่อไหร่” 

“ฉันเห็นตั้งแต่ตอนเดินเข้าสถานีแล้วค่ะ ที่ผ่านมาฉันแกล้งทำเป็นไม่รู้ว่าคุณตามฉันมาหลายครั้งแล้ว” 

โทโมเอะตอบอย่างลื่นไหล แต่ที่บอกว่าวันนี้สังเกตเห็นเขาเป็นเรื่องโกหก  

ความจริงแล้วฟุยุกะเห็นอุริโนะสะกดรอยตามตอนโทโมเอะออกจากบริษัทเหมือนครั้งก่อนๆ ก็เลยส่งเมลไปบอกล่วงหน้าและแจ้งว่าจะลงมือปฏิบัติการตามแผน ต่อจากนั้นฟุยุกะกับโอคิตะก็นั่งแท็กซี่มาดักรอล่วงหน้า 

“ฉันคิดว่าถ้าคุยกันต่อหน้าคนอื่นก็คงอึดอัด เลยรอให้มาถึงที่นี่ก่อนแล้วค่อยเรียกค่ะ หัวหน้าอุริโนะเลิกตามตอแยฉันสักทีเถอะนะคะ” 

“ขอโทษด้วย ความจริงผมก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้ แต่พอเห็นคุณหลบหน้า ผมก็เลย…” 

“ฉันไม่ได้หลบหน้านะคะ ถ้าเรื่องงานเราคุยกันที่บริษัทก็ได้ แล้วฉันก็รู้สึกขอบคุณหัวหน้าอุริโนะด้วยที่คอยช่วยเหลืออยู่เสมอ” 

“ไม่ใช่เรื่องงานสิ ผมหมายถึงเรื่องส่วนตัวต่างหาก นี่ คุณอานัน คุณเป็นอะไรกันแน่ ผมเคยพูดจาไม่ดีใส่คุณเหรอ” 

“เปล่าค่ะ ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันคิดว่าหัวหน้าอุริโนะเป็นคนดีมาก แต่ เอ่อ ฉันผิดเองค่ะที่เข้าไปวุ่นวายกับหัวหน้าก่อน ขอโทษด้วยนะคะ” 

โทโมเอะกล่าวขอโทษด้วยสีหน้าสงบเสงี่ยมเหมือนเวลาทำงานผิดพลาด ไม่ใช่แต่อุริโนะ แต่ท่าทีจริงจังผิดวิสัยของเธอเล่นเอาฟุยุกะที่แอบดูอยู่พลอยเครียดไปด้วย  

“กะ...ก็ใช่น่ะสิ คุณเป็นคนเข้ามาชวนผมคุยเองไม่ใช่เหรอ” 

อุริโนะขมวดคิ้วพูดเสียงสั่น ท่าทีของเขาเรียกได้ว่าตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงกับท่าทีเด็ดขาดของโทโมเอะ  

เขายื่นมือทั้งสองข้างออกไปเล็กน้อยแล้ววาดมือไปมาในอากาศ 

“ทำไมต้องขอโทษเรื่องนั้นด้วยล่ะ ผมดีใจออกนะ ทีแรกก็สงสัยอยู่หรอกว่าคุณแกล้งหยอกผมเล่นรึเปล่า แต่คุณอานันเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์จริงๆ พอผมรู้ว่าคุณเอาจริงถึงได้คิดว่าตัวเองควรตอบรับความรู้สึกของคุณด้วยความจริงใจ…” 

“แต่หัวหน้าอุริโนะมีภรรยาแล้วนะคะ” 

“ภะ ภรรยา อ้อ…เอ่อ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังหรอกนะ” 

“ค่ะ ฉันได้ยินมาว่าภรรยาของหัวหน้าเสียชีวิตไปเมื่อปีที่แล้ว แต่เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาหรอกค่ะ ฉันแค่รู้สึกว่าไปต่อไม่ไหวเท่านั้นเอง ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้วุ่นวาย” 

“มะ ไม่เอาน่า อย่าทำตัวมีพิธีรีตองขนาดนั้นสิ ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณดี แค่คิดว่ามันน่าจะมีเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อย เพราะฉะนั้นคุณอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจจะดีกว่า เราลองคุยกันอีกสักนิดไหม ช่วยเข้าใจความรู้สึกของผมหน่อยเถอะ” 

“คนแบบหัวหน้าอุริโนะต้องเจอคนอื่นที่ดีกว่าฉันแน่นอนค่ะ เพราะฉะนั้นเราจบกันแต่เพียงเท่านี้เถอะนะคะ” 

โทโมเอะค้อมศีรษะลงต่ำ  

แผ่นหลังของอุริโนะงองุ้ม แขนทั้งสองข้างตกห้อย 

“…คุณมิชิมะ ผมกลับได้รึยัง ดูแล้วมันทรมานนะ” 

“รออีกเดี๋ยวสิ เราจะออกจากตรงนี้ตอนนี้ได้ยังไงเล่า” 

ฟุยุกะกับโอคิตะกระซิบกระซาบ รู้สึกทนไม่ไหวที่ต้องมาเห็นภาพผู้บังคับบัญชากับรุ่นน้องทะเลาะกันด้วยเรื่องรักๆ ใคร่ๆ  

ยิ่งไปกว่านั้นภาพที่ชายอายุมากกว่าพูดวิงวอนก็เป็นภาพที่น่าเวทนาเกินไป  

โทโมเอะถอยหลัง แต่อุริโนะกลับยิ่งเดินเข้าใกล้จนเธอไม่ทันตั้งตัว 

“หัวหน้าอุริโนะ เราคุยกันพอรึยังคะ หลังจากนี้เราคุยกันเฉพาะในบริษัทเถอะค่ะ” 

“ขอร้องละ คุณอานัน ให้โอกาสผมอีกครั้งไม่ได้เหรอ” 

“จะอีกกี่ครั้งฉันก็ขอพูดเหมือนเดิมนะคะว่ามันเป็นไปไม่ได้จริงๆ แค่ที่เราคุยกันอยู่ตอนนี้ ฉันก็เข้าใจแล้วว่าเราเข้ากันไม่ได้ ยกโทษให้ฉันเถอะนะคะ ขอตัวก่อนค่ะ” 

“ผมไม่ยอม! รอก่อน!” 

อุริโนะขึ้นเสียงแล้วคว้าข้อมือโทโมเอะผู้ตั้งท่าจะเดินจากไป 

“อย่านะคะ! หัวหน้าอุริโนะ!” 

“คุณอานัน!” 

“โอคิตะคุง!” 

โอคิตะกระโจนออกจากพุ่มไม้เร็วจนฟุยุกะห้ามไม่ทัน 

“หัวหน้าอุริโนะ! น่าจะพอได้แล้วนะครับ!” 

“เอ๊ะ โอคิตะคุง” 

ทันทีที่หันมาเห็น อุริโนะก็ตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ 

ความคิดเห็น