ฮะนะชิ

พลังสมาร์ทโฟนอ่านใจจะช่วยไขคดีให้ฟุยุกะรู้ตัวคนร้ายที่กำความลับดำมืดได้หรือไม่ แล้วเมื่อไหร่เธอจะยอมเปิดใจให้โอคิตะเสียที มาลุ้นกันค่ะ :-) <อัพวันละตอนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ชื่อตอน : ตอนที่ 15

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 189

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ย. 2562 11:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15
แบบอักษร

“แกล้งไปเจอที่บาร์โดยบังเอิญ?” 

“คืออย่างนี้ค่ะ พอหัวหน้าอุริโนะออกจากบริษัทตอนกลางคืน ฉันก็สะกดรอยตามเขาไป เห็นเขาแวะบาร์คนเดียว ฉันก็เลยเข้าไปด้วย แล้วก็บอกว่า อุ๊ย หัวหน้าอุริโนะ! แหม บังเอิญจังเลยนะคะ! ทำนองนั้นน่ะค่ะ” 

“โทโมเอะ แบบนั้นเขาเรียกว่าอะไรรู้ไหม” 

“เลิฟซิกหรือเปล่าคะ” 

“สตอล์กเกอร์ต่างหากล่ะ” 

“นั่นสินะคะ…แต่ตอนนั้นฉันไม่ได้คิดอย่างนั้นเลยค่ะ! คิดแค่ว่าเป็นกลยุทธ์ใหม่ที่ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นพรหมลิขิต!” 

โทโมเอะแก้ตัวเสียงดัง  

ฟุยุกะอยากถามอีกฝ่ายว่าคิดอะไรอยู่กันแน่ แต่อีกใจก็อดคิดไม่ได้ว่าสมกับเป็นโทโมเอะ  

รุ่นน้องเธอคนนี้แสวงหาโชคและปาฏิหาริย์ในเรื่องความรักมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย ถ้าเป็นไปได้ก็แทบอยากจะทำให้มันเกิดขึ้นเองเลยด้วยซ้ำ เช่นว่าเธอเคยตื่นแต่เช้าตรู่ไปดักรออีกฝ่ายตรงหัวมุมถนนเพื่อสร้างสถานการณ์ให้เหมือนเป็นการพบกันโดยบังเอิญระหว่างทางไปโรงเรียน เป็นต้น  

ในสายตาของคนอื่นอาจมองว่าเป็นเรื่องบ้าบอ แต่บางครั้งโทโมเอะก็ประสบความสำเร็จกับเรื่องพวกนี้ ซึ่งอาจเป็นเพราะเธอเป็นคนมีอัธยาศัยและรูปร่างหน้าตาดีเป็นทุนเดิมก็ได้  

ทว่าโชคชะตาที่มาจากการวางแผนย่อมไม่ยืนยาวอยู่แล้ว  

“แล้วกลยุทธ์การสร้างโชคชะตาครั้งนี้ก็ประสบความสำเร็จงั้นเหรอ” 

“เปล่าค่ะ มันผิดธรรมชาติเกินไปหน่อยจริงๆ นั่นแหละ ร้านนั้นดูโบราณๆ แล้วลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ชาย ไม่ใช่ร้านที่มีบรรยากาศแบบที่ฉันจะบังเอิญเข้าไปเลยค่ะ” 

“ร้านชื่ออะไร” 

“ไม่รู้ค่ะ อ๊ะ เหมือนจะมีป้ายเขียนว่าไลออนบอร์ดหรืออะไรทำนองนั้นนะคะ ความหมายคืออะไรก็ไม่รู้” 

ไลออนบอร์ด...ภาพเคลื่อนไหวในไทม์ไลน์ของอุริโนะก็มีป้ายที่เขียนว่า ‘L…B…’ อยู่  

ทั้งสองคนพบกันที่ร้านนั้นจริงๆ  

พอฟุยุกะย้อนนึกถึงบรรยาภาศภายในร้าน คนอย่างโทโมเอะก็ไม่น่าแวะไปที่แบบนั้นคนเดียวจริงดังว่า 

“แต่หัวหน้าอุริโนะก็ไม่ใส่ใจเรื่องนั้น แถมยังเรียกฉันไปนั่งด้วยกัน แล้วก็เลี้ยงเหล้าฉันด้วยค่ะ เขาเป็นคนดี เป็นผู้ใหญ่ เป็นสุภาพบุรุษ” 

“เขาสงสารเธอละมั้ง จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ก็ไม่ได้จริงไหม แล้วหลังจากนั้นเป็นยังไงต่อล่ะ” 

“หลังจากนั้น เอ๋…ถ้าเล่าให้รุ่นพี่ฟุยุกะฟังถึงขั้นนั้นจะดีเหรอคะ” 

“เอ๊ะ เปล่านะๆ! ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์หลังจากนั้นสิ หมายถึงหลังจากวันนั้นต่างหากล่ะ!” 

“ฉันรู้ค่ะ ล้อเล่นน่ะ วันนั้นฉันก็ตรงกลับบ้านเลยเหมือนกัน ต่อให้เป็นฉันก็ไม่บุ่มบ่ามทำอะไรแบบที่รุ่นพี่คิดหรอกนะคะ” 

“อะไรกัน! ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย!” 

“รุ่นพี่ไร้เดียงสากับเรื่องทำนองนี้จริงๆ นะคะเนี่ย น่ารักจัง” 

“ถ้าขืนยังพูดบ้าๆ อีก ฉันจะกลับบ้านแล้วนะ!” 

“ขอโทษค่ะ อย่ากลับเลย เอ่อ หลังจากนั้นไม่มีอะไรแล้วจริงๆ ค่ะ” 

โทโมเอะคว้ามือฟุยุกะที่ตั้งท่าจะลุกขึ้นแล้วเล่าต่อ 

“จะว่าความรู้สึกมันจืดจางไปแล้วหรือยังไงดี พอรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ฉันก็ตัดใจทันทีเลยค่ะ” 

“รู้ว่าเป็นไปไม่ได้นี่หมายความว่ายังไง เขามีน้ำใจกับเธอแท้ๆ เธอไม่ชอบเหรอ” 

“ก็ฉันไปรู้มาว่าหัวหน้าอุริโนะมีภรรยาแล้วนี่คะ” 

“อ้าว แล้วเธอไม่รู้มาก่อนเหรอ” 

“ตอนนั้นฉันเห็นเขาสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้าย ก็อย่างที่รุ่นพี่พูดนั่นละค่ะ พวกเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น ไม่จำเป็นต้องถามถึงเรื่องนั้นเป็นพิเศษหรอกใช่ไหมล่ะคะ” 

“อ้อ อย่างนี้นี่เอง ฉันก็แค่บังเอิญไปได้ยินเข้าเหมือนกัน” 

ฟุยุกะทรุดตัวลงนั่งพลางพยักหน้า  

หากไม่ได้สนิทสนมกันขนาดนั้น ลูกน้องย่อมไม่รู้ถึงสถานะในครอบครัวของเจ้านายอยู่แล้ว  

ฟุยุกะแค่ได้ฟังมาจากพนักงานชายในวาระใดก็จำไม่ได้เหมือนกัน 

“แต่หลังจากฉันคิดได้แบบนั้น คราวนี้หัวหน้าอุริโนะกลับเป็นฝ่ายมาชวนฉันคุยค่ะ” 

โทโมเอะแสดงสีหน้ากระอักกระอ่วน ในที่สุดก็เริ่มรู้แก่นสำคัญของเรื่องราวแล้ว 

“…เขามาคอยถามไถ่ว่ามีปัญหาเรื่องงานบ้างไหม ถ้ามีลูกค้าร้องเรียนเรื่องยุ่งยาก จะโอนสายไปให้เขาจัดการก็ได้ เป็นเรื่องน่าขอบคุณอยู่หรอกนะคะ แต่ทีนี้เขาเริ่มมาชวนไปกินข้าวหลังเลิกงาน แล้วก็ถามว่าทำอะไรวันหยุดด้วยค่ะ” 

“กลายเป็นหัวหน้าอุริโนะเป็นฝ่ายหลงเสน่ห์โทโมเอะเสียเอง” 

“แต่ฉันจะไปนัดเจอผู้ชายที่มีภรรยาอยู่แล้วในวันหยุดก็ไม่ได้หรอกจริงไหมคะ ฉันก็เลยอ้างเหตุผลมั่วซั่วปฏิเสธเขาไป แล้วเหตุการณ์ก็เลยกลายเป็นแบบนี้” 

โทโมเอะเล่าจบก็ก้มหน้า ฟุยุกะถอนหายใจใส่กระหม่อมของอีกฝ่าย 

“เธอปิดบังเรื่องราวได้เก่งน่าดูเลยนะ ฉันไม่เคยรู้เลยว่ามีเบื้องหลังแบบนั้นด้วย” 

“ก็ฉันคิดว่าถ้าเล่าเรื่องนั้นให้รุ่นพี่ฟัง มันจะยุ่งเหยิงหนักกว่าเดิม…แล้วรุ่นพี่ฟุยุกะก็ชอบบอกฉันด้วยว่าให้อธิบายแบบสรุปเฉพาะประเด็นสำคัญก็พอ” 

“อันนั้นมันเรื่องงาน! สรุปแล้วเพราะโทโมเอะทำเรื่องพิลึกๆ หัวหน้าอุริโนะถึงได้กลายเป็นสตอล์กเกอร์ไม่ใช่รึไง ทั้งที่เป็นอย่างนั้น เธอกลับหาว่าหัวหน้าอุริโนะเป็นวายร้ายอยู่คนเดียวแล้วมาบอกให้ฉันช่วย มันไม่ถูกนะ” 

ฟุยุกะเอ็ดรุ่นน้อง  

แน่นอนว่าเพราะอีกฝ่ายเป็นโทโมเอะ เธอถึงกล้าพูดขนาดนั้น  

สรุปว่าโทโมเอะไม่ได้พูดปดเพื่อหลอกลวงเธอ แต่โกหกเพื่อรักษาภาพพจน์ของตัวเองต่างหาก  

ต่อให้อ่านใจคนอื่นได้ก็ใช่ว่าจะเข้าใจทุกอย่าง แต่ยิ่งไม่อ่านใจ สถานการณ์คงยิ่งยุ่งยากกว่าเดิม 

“ขอโทษค่ะ ฉันสำนึกผิดแล้ว” 

โทโมเอะตบมือทั้งสองข้างลงกับโต๊ะแล้วก้มศีรษะ 

“…ทีนี้ฉันควรทำยังไงดีคะ” 

“ฉันก็บอกไปเมื่อกี้แล้วนี่ว่าแล้วแต่เธอเลย” 

“อะไรกัน รุ่นพี่ฟุยุกะ อย่าทอดทิ้งฉันสิค้า...” 

“ฉันเกลียดคนโกหกนี่นา”     

“อ๊ะ ข้าวสุกแล้วค่ะ! ฉันจะไปยกมาให้ เดี๋ยวเรากินด้วยกันนะคะ วันนี้ฉันทำแกงเขียวหวานรสอ่อนๆ สำหรับรุ่นพี่โดยเฉพาะเลย มีไข่ต้มให้ทานกับสลัดด้วยนะคะ!” 

โทโมเอะลุกขึ้นยืนอย่างร่าเริงแล้วเดินเข้าครัวไป  

เธอรู้ดีว่าฟุยุกะเกลียดคนที่ขอโทษแต่ปาก แต่เมื่อได้ฟังเรื่องราวโดยละเอียดแล้ว เธอจะทอดทิ้งอีกฝ่ายก็ไม่ได้  

ระหว่างที่คิดว่าควรทำอย่างไรดี เธอก็ยกสะโพกอันหนักอึ้งขึ้นแล้วเดินไปช่วยรุ่นน้องเตรียมมื้อเย็น 

ความคิดเห็น