ฮะนะชิ

พลังสมาร์ทโฟนอ่านใจจะช่วยไขคดีให้ฟุยุกะรู้ตัวคนร้ายที่กำความลับดำมืดได้หรือไม่ แล้วเมื่อไหร่เธอจะยอมเปิดใจให้โอคิตะเสียที มาลุ้นกันค่ะ :-) <อัพวันละตอนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ชื่อตอน : ตอนที่ 14

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 228

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ย. 2562 09:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14
แบบอักษร

“เป็นอะไรไป คุณมิชิมะ” 

“อ๊ะ เปล่าค่ะ…” 

ฟุยุกะงุนงงเมื่ออุริโนะในความเป็นจริงส่งเสียงเรียก  

ในภาพเคลื่อนไหวนั้นเธอเห็นโทโมเอะพูดคุยกับเขาด้วยสีหน้าเขินอาย แต่จับใจความไม่ค่อยได้ อาจเป็นเพราะเสียงจอแจรอบๆ บริเวณ  

อีกสาเหตุคงเป็นเพราะอุริโนะจำไม่ได้หรือไม่ก็นึกไม่ออกกระมัง หากไม่ใช่เนื้อหาที่สร้างความประทับใจขนาดนั้น ก็ไม่น่าจะมีใครจดจำบทสนทนาได้ถูกต้อง  

ประเด็นอยู่ที่ภาพเคลื่อนไหวนี้คือทัศนียภาพที่อุริโนะเคยเห็นไม่ผิดแน่ 

“อ้อ ขอโทษที ผมต้องไปแล้วละ” 

“งะ งั้นเหรอคะ ถ้าอย่างนั้น…” 

“ขอโทษที่มาปรึกษาอะไรแปลกๆ เรื่องคุณอานันน่ะ ถ้าคุณลำบากใจที่จะเอ่ยปาก ผมก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ” 

“…ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะฉันกับโทโมเอะคุยกันได้แบบไม่ต้องเกรงใจกันอยู่แล้ว” 

“เหรอ พวกคุณเป็นเพื่อนกันนี่นะ งั้นก็ฝากด้วย กลับบ้านระวังๆ ละ” 

“ขอบคุณค่ะ วันนี้เหนื่อยหน่อยนะคะ” 

ต่างฝ่ายต่างค้อมศีรษะให้กันก่อนที่อุริโนะจะวิ่งเหยาะๆ จากไป  

เธอไม่รู้ว่าเขาไปไหน แต่คืนนี้เขาคงไม่สามารถสะกดรอยตามโทโมเอะไปจนถึงแมนชั่นได้อีกแล้ว 

ฟุยุกะมองตามอุริโนะจนกระทั่งเขาหายลับไปจากทัศนวิสัย แล้วจึงเดินไปในทิศทางตรงกันข้ามซึ่งเป็นทางกลับบ้านของเธอ  

เธอไม่มีหลักฐาน อีกทั้งยังถ่ายรูปเก็บไว้ไม่ได้ แต่ก็ช่างเถอะ เพราะในที่สุดอุริโนะก็สารภาพออกมาเองแล้วว่าทำตัวเป็นสตอล์กเกอร์จริงๆ จึงไม่น่ามีปัญหา 

ระหว่างเดิน เธอนึกถึงภาพเคลื่อนไหวที่ผุดขึ้นมาในสมาร์ทโฟนอ่านใจ 

นึกถึงใบหน้ายิ้มแย้มของโทโมเอะผู้นั่งอยู่ในบาร์มืดสลัว 

เหตุที่แก้มของรุ่นน้องแดงระเรื่อเป็นเพราะแสงหรือว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ไม่อาจรู้ได้ 

แต่สิ่งที่เธอเห็นก็คือทั้งคู่เคยคบหากันนอกสถานที่ทำงาน 

และโทโมเอะโกหกเธอ 

ฟุยุกะถอนหายใจเพื่อระบายความผิดหวังระคนหงุดหงิด 

ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายแต่อย่างใด  

เวลาอ่านใจคนอื่น เธอมักประสบกับเหตุการณ์ทำนองนี้เป็นประจำ แต่จิตใจของเธอไม่ได้ละเอียดอ่อนขนาดที่จะรู้สึกเจ็บช้ำ 

อย่างไรก็แล้วแต่ ในเมื่อทั้งสองคนมาปรึกษา เธอก็คงจะปล่อยมันไว้เฉยๆ ไม่ได้ 

 

*** 

 

วันรุ่งขึ้น ฟุยุกะออกจากบริษัทแล้วกลับบ้านพร้อมโทโมเอะ  

โทโมเอะเชิญเธอไปที่บ้าน เพราะอยากเลี้ยงมื้อเย็นเป็นการขอบคุณพร้อมๆ กับฟังรายงานผลการติดตามสตอล์กเกอร์ 

“ถึงจะใช้คำว่าดินเนอร์ แต่ก็เป็นแค่กับข้าวธรรมดานะคะ ฉันเตรียมของเอาไว้แล้วตั้งแต่เมื่อวาน ทำแป๊บเดียวก็เสร็จแล้วค่ะ” 

โทโมเอะสวมผ้ากันเปื้อนลายจุดทำอาหารอย่างเริงร่าอยู่ในครัว ปกติฟุยุกะไม่ทำอาหารจึงได้แต่นั่งรออยู่ในห้องวันรูม 

เธอเคยมาห้องโทโมเอะหลายครั้งแล้ว ภายในห้องมีโต๊ะเขียนหนังสือ โต๊ะเตี้ย และเตียงที่ทำจากไม้ พรมและผ้าปูที่นอนมีสีสันสดใสของรุ้งกินน้ำ  

การตกแต่งห้องน่ารักสมกับเป็นผู้หญิง แต่เสื้อผ้าที่ถอดทิ้งไว้เกลื่อนกลาด กล่องเครื่องสำอางเปล่าๆ ที่พอกพูน รวมถึงอุปกรณ์บริหารกล้ามท้องและตุ๊กตายัดนุ่นที่กลิ้งอยู่บนพื้นทำลายความน่ารักของห้องไปเสียหมด  

เจ้าตัวเรียกมันว่าสไตล์ยุโรปเหนือที่เรียบง่ายแต่ก็โก้เก๋ในเวลาเดียวกัน  

ทว่าสภาพที่เห็นอยู่นี้กลับทำให้ฟุยุกะนึกถึงห้องของเด็กหนุ่มชาวอเมริกันที่มีแนวคิดวัตถุนิยมเสียมากกว่า 

ระหว่างที่รอให้ข้าวสุก ฟุยุกะเล่าถึงบทสนทนาเมื่อวานให้โทโมเอะฟัง โดยไม่ลืมบอกด้วยว่าอุริโนะขอพบ  

โทโมเอะเงี่ยหูฟังอย่างกระตือรือร้น แต่ในไม่ช้าก็ขมวดคิ้วมองฟุยุกะด้วยแววตาเคลือบแคลง 

“แบบนั้นมันแปลกๆ ไหมคะ รุ่นพี่ฟุยุกะอุตส่าห์บอกว่าจะเป็นคนพูดกับฉันให้แท้ๆ แต่เขากลับบอกว่าอยากคุยกับฉันโดยตรง” 

“ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน แต่อีกฝ่ายคือหัวหน้าอุริโนะ ฉันก็เลยซักไซ้มากไม่ได้ เห็นเขาบอกว่าอยากคุยกับเธอให้รู้เรื่อง” 

“ค่ะ ฉันเข้าใจแล้วว่าตัวเองเข้าใจผิด ฉะนั้นก็ไม่จำเป็นต้องกลัวหัวหน้าอุริโนะแล้ว จากนี้ไปก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ มันก็เท่านั้นเองใช่ไหมล่ะคะ ไม่เห็นจำเป็นต้องเจอหน้ากันเลย” 

“งั้นก็เอาแบบนั้นก็ได้นี่ เพราะคนตัดสินใจคือโทโมเอะ ฉันแค่บอกเธอตามที่หัวหน้าอุริโนะไหว้วานมา แต่เธอจะทำยังไงต่อก็แล้วแต่เธอเลย” 

“รุ่นพี่ฟุยุกะโกรธอะไรอยู่รึเปล่าคะเนี่ย” 

“ทำไมฉันต้องโกรธด้วยล่ะ” 

ฟุยุกะส่งสายตาเย็นชาให้โทโมเอะ ขณะที่อีกฝ่ายถูมืออย่างประจบประแจง 

“โกรธอยู่ใช่ไหมล่ะคะ เพราะฉันปรึกษาเรื่องพิลึกๆ เหรอ” 

“…โทโมเอะ เธอมีเรื่องอะไรปิดบังฉันใช่รึเปล่า” 

“เอ๋…อะไรกันคะ หัวหน้าอุริโนะบอกอะไรมาเหรอ” 

“ก็ไม่ได้บอกอะไรหรอก แต่ถ้าเขาแค่มาชวนคุยระหว่างทางกลับบ้าน โทโมเอะจะรังเกียจและกังวลจนหาว่าหัวหน้าอุริโนะเป็นสตอล์กเกอร์ แล้วก็กลัวจนถึงกับมาปรึกษาฉันเชียวเหรอ มันผิดธรรมชาติจริงๆ นั่นแหละ อีกอย่างฉันว่าพวกเราไม่ได้สนิทกับหัวหน้าอุริโนะขนาดนั้นด้วย” 

“ก็เพราะไม่ได้สนิทกัน เขาถึงต้องตามฉันไม่ใช่เหรอคะ ถ้าเป็นเพื่อนกันก็คงไม่ทำเรื่องแบบนั้นหรอกค่ะ” 

“ไม่เกี่ยวหรอกว่าจะเป็นเพื่อนกันหรือไม่ ยังไงก็แล้วแต่ ฉันหมายถึงว่าถ้าไม่มีเหตุการณ์ก่อนหน้า แล้วจู่ๆ เขาก็มาเป็นสตอล์กเกอร์แบบนี้ มันก็แปลกนะ ยิ่งเขามีภรรยาอยู่แล้วด้วย จะคอยตามตื๊อจนถึงกับทำให้พนักงานหญิงในบริษัทรังเกียจเลยเหรอ” 

ฟุยุกะชี้แจงต่อหน้าโทโมเอะ  

น้ำเสียงของเธอบ่งบอกว่าหากยังแก้ตัวอีกจะไม่ให้อภัยแล้ว  

โทโมเอะห่อไหล่แล้วก้มหน้า ก่อนจะช้อนสายตามองมาโดยยังขมวดคิ้ว 

“…มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ” 

“เคยเกิดอะไรขึ้นจริงๆ ด้วยสินะ” 

“ฉันควรจะเริ่มเล่าจากตรงไหนก่อนดี…” 

“ก็ต้องตั้งแต่แรกอยู่แล้วสิ เอ้า เงยหน้าขึ้นมาพูดกันดีๆ” 

“ทีแรกฉันคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายเข้าหาเขาน่ะค่ะ” 

โทโมเอะสารภาพอย่างหวาดๆ โดยที่ยังก้มหน้า ฟุยุกะจงใจถอนหายใจแรงๆ แล้วเร่งให้อีกฝ่ายเล่าต่อ 

“…ฉันเริ่มสนใจเขานิดหน่อยตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิปีนี้ค่ะ หัวหน้าอุริโนะใจดีเสมอ แล้วก็เป็นคนหัวดี เรื่องให้บริการลูกค้าก็พึ่งพาได้ด้วย แถมยังตัวสูงและมีกล้ามเนื้อแบบลีนๆ ผิดคาด ฉันก็เลยหาจังหวะชวนคุยบ้าง ปรึกษาเรื่องงานบ้าง แกล้งไปเจอเขาที่บาร์โดยบังเอิญบ้าง เพื่อสร้างความสนิทสนมกันน่ะค่ะ” 

ความคิดเห็น