ฮะนะชิ

พลังสมาร์ทโฟนอ่านใจจะช่วยไขคดีให้ฟุยุกะรู้ตัวคนร้ายที่กำความลับดำมืดได้หรือไม่ แล้วเมื่อไหร่เธอจะยอมเปิดใจให้โอคิตะเสียที มาลุ้นกันค่ะ :-) <อัพวันละตอนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ชื่อตอน : ตอนที่ 11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 230

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ย. 2562 11:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11
แบบอักษร

“หัวหน้าอุริโนะ…” 

“คุณมิชิมะจริงด้วย ผมเห็นคนท่าทางคล้ายคุณเดินอยู่ข้างหน้าก็เลยลองทักดู” 

อุริโนะพูดจานุ่มนวลไม่ต่างจากเวลาอยู่บริษัท แต่ฟุยุกะกลับตกใจจนเปล่งเสียงไม่ออก ทำได้เพียงพยักหน้า 

“บังเอิญจังเลยนะที่มาเจอกันในที่แบบนี้ กำลังกลับบ้านเหรอ” 

“ค่ะ เอ่อ ก็ทำนองนั้นค่ะ…” 

ฝูงชนพากันเดินหลบทั้งคู่ที่หยุดยืนอยู่กับที่  

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอก ผู้ชายที่เธอกำลังสะกดรอยตามอยู่ส่งเสียงทักเธอมาจากด้านหลัง เขาอาจรู้ตัวแล้ว  

สรุปว่าแผนการหาหลักฐานมัดตัวด้วยการสะกดรอยตามสตอล์กเกอร์สิ้นสุดลงด้วยความล้มเหลว 

“ทำไมหัวหน้าอุริโนะถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะคะ” 

“บริษัทคู่ค้าของเราอยู่แถวนี้น่ะสิ เขาดันเรียกให้ผมไปพบเอาป่านนี้ ผมก็เลยต้องไป” 

อุริโนะตอบอย่างไม่ลังเล ก่อนจะยิ้มเจื่อน แต่รอยยิ้มนั้นกลับดูเหมือนปีศาจที่กำลังยิ้มเยาะในสายตาของฟุยุกะ  

โชคดีที่ภายในสถานีเต็มไปด้วยฝูงชน จึงไม่ต้องกังวลว่าอีกฝ่ายจะจู่โจมกะทันหัน  

เธอพยายามยืนอย่างมั่นคงเพื่อข่มความรู้สึกอยากหนีไปจากตรงนี้ 

“เหนื่อยแย่เลยนะคะ งั้นไว้เจอกันพรุ่งนี้…” 

“อืม อ๊ะ ผมขอเวลาคุณสักครู่ได้ไหม คุณมิชิมะ” 

“เอ๊ะ มีอะไรเหรอคะ” 

“มาทางนี้เดี๋ยวสิ” 

“จะ…จะไปไหนคะ” 

“เอ่อ ถ้าเรายืนกันตรงนี้ มันจะขวางทางคนที่เดินผ่านไปมานะ…” 

อุริโนะกล่าวก่อนจะย้ายไปยืนติดผนังซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว  

ฟุยุกะเกรงจะแสดงพิรุธมากเกินไป จึงจำต้องแอบซ่อนความวิตกแล้วเดินตามหลังเขาไป 

“ไหนๆ ก็เจอกันแล้ว ฉันเลยว่าจะบอกเธอเอาไว้หน่อย ยังจำได้ใช่ไหมว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนเธอเป็นคนรับโทรศัพท์จากบริษัทวีเซิลซอฟต์” 

“อ๊ะ ค่ะ…บริษัทซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยใช่ไหมคะ” 

ฟุยุกะรีบสลัดความคิดเพื่อเข้าสู่โหมดการทำงาน  

พอทำอย่างนั้น ความหวาดกลัวเมื่อครู่ก็อันตรธานไปภายในชั่วอึดใจ ทำให้เธอสามารถเรียกความเยือกเย็นกลับคืนมาได้ 

“ฉันได้ยินมาว่าบริษัทนั้นกำลังพิจารณาเรื่องใช้คลาริโฟนเป็นโทรศัพท์มือถือให้พนักงานพกติดตัว ฉันก็เลยขอให้คุณโอคิตะช่วยดูแลบริษัทนั้นค่ะ” 

“เหรอ เมื่อวานโอคิตะคุงไปอธิบายเรื่องสินค้าของเราให้ทางนั้นฟังแล้วนะ เห็นว่ายังอยู่ระหว่างพิจารณา คงยังไม่ได้ใช้บริการของเราทันที แต่ดูเหมือนทางนั้นจะพอใจมากทีเดียว ถ้าไปได้สวย เราอาจได้ยอดสั่งซื้อโทรศัพท์จากทางนั้นสักสองร้อยห้าสิบหรือไม่ก็สามร้อยเครื่องเลย” 

“เยี่ยมเลย ถ้าทางนั้นตัดสินใจใช้สินค้าของเราก็คงจะดีนะคะ” 

“อืม ถ้าได้ลูกค้ารายใหม่ แผนกผมก็คงรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ต้องขอบคุณคุณจริงๆ เพราะคุณมิชิมะช่วยเอาไว้แท้ๆ” 

“ฉันไม่ได้ช่วยอะไรเลยค่ะ น่าจะเพราะความพยายามของคุณโอคิตะต่างหาก” 

“บริษัทนั้นบอกโอคิตะคุงมานะว่าโอเปอเรเตอร์ผู้หญิงที่รับโทรศัพท์เป็นคนแรกให้บริการอย่างสุภาพและละเอียดลออมาก ทางนั้นก็เลยรู้สึกวางใจ แล้วก็ฝากขอบคุณเธอมาด้วย” 

“ขอบคุณมากค่ะที่อุตส่าห์เล่าให้ฟัง ฉันคิดว่าตอนนั้นตัวเองก็ให้บริการไปตามปกติเหมือนทุกครั้ง แต่ได้ยินแบบนั้นก็ดีใจค่ะ" 

ฟุยุกะค้อมศีรษะอย่างเขินอายเล็กน้อย ด้วยความที่การทำงานที่นี่ไม่ค่อยมีโอกาสได้รับคำชมเชยเท่าใดนัก เวลาได้รับคำขอบคุณจึงรู้สึกเก้อเขินเป็นพิเศษ อุริโนะเองก็ผงกศีรษะอย่างพึงพอใจเช่นกัน 

“การสร้างความประทับใจตั้งแต่ให้บริการครั้งแรกสำคัญนะ ผมจะพูดแบบนี้ก็กระไรอยู่ แต่สมัยนี้สมาร์ทโฟนของผู้ผลิตแต่ละรายมันก็มีคุณสมบัติคล้ายๆ กันไปหมด ถึงจะใช้คำว่าสมาร์ทโฟนราคาย่อมเยา แต่ขืนแข่งขันกันด้วยราคา มีหวังบริษัทในแวดวงนี้ก็คงได้ล่มสลายไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นท้ายที่สุดแล้วคุณสมบัติของบุคคลต่างหากเป็นปัจจัยสำคัญ ไม่ว่าจะนิติบุคคลหรือบุคคลทั่วไปก็เหมือนกันนั่นแหละ ผมเลยคิดว่าคนที่รับโทรศัพท์เป็นคนแรกและคำพูดประโยคแรกจะเป็นตัวตัดสินทุกอย่าง” 

“จริงด้วย ฉันจะจำเอาไว้ค่ะ” 

“อ๊ะ แล้วทีนี้ ผมมีอีกเรื่องที่อยากคุยกับคุณมิชิมะด้วย” 

“ค่ะ เรื่องอะไรคะ” 

“…คุณอานันบอกอะไรคุณบ้างรึเปล่า” 

เธอปั้นหน้าไม่ถูกเมื่ออีกฝ่ายยิงคำถามมาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว  

อุริโนะยังมีสีหน้าอ่อนโยนดังเดิม เขาจ้องมาทางเธอด้วยหางตาตกผ่านแว่นตากรอบดำ บริเวณข้อพับของแว่นตาตกแต่งด้วยนกสีทองตัวเล็กๆ ที่มีหางแฉกเหมือนนกนางแอ่น พิจารณาจากงานฝีมืออันประณีตบรรจงระดับนี้คาดว่าน่าจะมีราคาแพง  

ฟุยุกะไม่เชี่ยวชาญเรื่องแว่นตา จึงเดาไม่ถูกว่าจะเป็นอย่างที่คิดหรือเปล่า  

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาคิดเรื่องอื่น 

“ว่าไงล่ะ คุณมิชิมะ” 

“คุณอานันนี่หมายถึงโทโมเอะน่ะเหรอคะ เรื่องอะไรคะ” 

“ถามแบบนี้ ผมก็ลำบากใจนะ…” 

“ฉันจบมัธยมปลายที่เดียวกับโทโมเอะก็เลยคุยกันบ่อยค่ะ เอ่อ เราสองคนเคยเข้าชมรมแบดมินตันด้วยกัน…” 

“ต้องหมายถึงเรื่องของผมอยู่แล้วสิ” 

อุริโนะคาดคั้นต่อ  

จนมุมแล้ว เธอจินตนาการว่าตัวเองยื่นนิ้วชี้ไปแตะหน้าผากของอีกฝ่าย สมาร์ทโฟนอ่านใจเริ่มทำงาน ไทม์ไลน์ในจิตใจของเขาผุดขึ้นมา 

เธอรู้สึกต่อต้านการอ่านใจผู้ชายยิ่งกว่าผู้หญิง สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะเคยช็อกอย่างรุนแรงตอนที่ใช้ทักษะสมาร์ทโฟนอ่านใจเพื่อนชายสมัยมัธยมปลาย 

จิตใจของเด็กผู้ชายวัยมัธยมปลายนั้นตรงไปตรงมา ก้าวร้าว และไร้เสถียรภาพมากกว่านักเรียนหญิง  

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน กีฬา หรือว่าการเที่ยวเล่น พวกเขาจะทุ่มเทกับสิ่งต่างๆ อย่างสุดพลังและไม่มีกะจิตกะใจนึกถึงเรื่องอื่น 

เมื่อจดจ่ออยู่กับสิ่งใด พวกเขาก็จะแสดงพลังงานออกมาเหมือนระเบิด แต่ในทางกลับกัน หากออกนอกลู่นอกทางเมื่อใดก็มีความเสี่ยงสูงที่จะตกลงสู่ก้นบึ้งแห่งความเสื่อมถอย  

เธอหวาดกลัวการอ่านจิตใจของคนแบบนั้น 

นอกจากนี้ เด็กหนุ่มส่วนใหญ่ยังถูกครอบงำด้วยความปรารถนาทางเพศอย่างน่าสะพรึง  

ความปรารถนานั้นก้าวข้ามสิ่งที่เด็กสาวทั้งหลายจินตนาการไปไกลกว่าแค่ความเชื่อที่ว่า ‘พวกหนุ่มๆ น่ะลามก’ มากนัก  

มันไปไกลถึงขนาดที่ฟุยุกะรู้สึกตกใจว่าพวกเขาใช้ชีวิตในแต่ละวันโดยควบคุมอารมณ์เหล่านั้นไม่ให้ระเบิดออกมาได้อย่างไร      

ความคิดเห็น