ฮะนะชิ

พลังสมาร์ทโฟนอ่านใจจะช่วยไขคดีให้ฟุยุกะรู้ตัวคนร้ายที่กำความลับดำมืดได้หรือไม่ มาลุ้นกันค่ะ :-) <อัพวันละตอนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ชื่อตอน : ตอนที่ 10

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 236

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ย. 2562 11:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10
แบบอักษร

ฟุยุกะรีบก้มหน้า แต่แล้วกลับเปลี่ยนใจ  

ที่จริงถึงโทโมเอะจะเห็นเธอก็ไม่น่ามีปัญหา แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายไม่มีทีท่าว่าจะสังเกตเห็น 

ร้านค้าเริ่มมีผู้คนเนืองแน่น เหล่าชายร่างอ้วนในชุดสูทสีดำช่วยพรางตัวเธอไว้ได้เป็นอย่างดี  

สตอล์กเกอร์จะทิ้งระยะห่างเวลาเดินตามเป้าหมายแค่ไหนก็ไม่รู้ ต่อให้ทิ้งช่วงแค่หลักวินาทีก็น่าจะมีระยะห่างมากพอดู  

ฟุยุกะยังคงก้มหน้าก้มตา พร้อมกับพยายามใช้สายตาชำเลืองมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาบนทางเท้าอย่างสุดกำลัง 

อุริโนะ มิจิทากะ เดินผ่านไปพร้อมกับใบหน้าที่เรียบเฉย 

ทันทีที่เห็นเขา ฟุยุกะก็หลบหลีกผู้คนด้วยความปราดเปรียวออกไปจนถึงทางเท้า  

ระหว่างนั้นอุริโนะเดินทิ้งช่วงห่างไปอีกราวสิบเมตร จนเธอต้องเพ่งสายตามองหา 

เขาสวมชุดสูทสำหรับฤดูร้อน สัมผัสความน่าเคลือบแคลงใดๆ ไม่ได้เลยจากชายผู้เดินเป็นจังหวะคงที่ กลับกลายเป็นฟุยุกะเสียอีกที่เดินเงอะงะตามการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายจนดูเหมือนบุคคลน่าสงสัย                 

ไม่ผิดแน่ เขาคืออุริโนะ!  

การที่หัวหน้าแผนกนิติบุคคลแบบเขาจะออกจากบริษัทได้เร็วขนาดนี้เป็นเรื่องที่เห็นได้ยาก  

เขาคงเห็นโทโมเอะออกจากบริษัทคนเดียวก็เลยตัดสินใจว่าจะสะกดรอยตามกระมัง 

เขาติดกับเข้าเต็มเปา แผนการขั้นแรกสำเร็จแล้ว ที่เหลือแค่รอให้อุริโนะเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับโทโมเอะที่ไหนสักแห่ง  

ทีนี้เขาก็จะบ่ายเบี่ยงไม่ได้ว่าตัวเองไม่ได้เป็นสตอล์กเกอร์  

หรือไม่ก็รอดูจนกว่าเขาจะตามไปหย่อนจดหมายลงตู้รับจดหมายที่บ้านโทโมเอะอีกครั้ง  

ถ้าถ่ายรูปเอาไว้ได้ทันก็คงได้หลักฐานมัดตัวแน่นหนา 

สิ่งที่ฟุยุกะกับโทโมเอะต้องการก็คือ อยากให้อุริโนะรู้ตัวว่ากำลังกระทำความผิดโทษฐานสตอล์กเกอร์และควรเลิกพฤติกรรมนั้นเสีย  

สตอล์กเกอร์มักไม่คิดว่าตัวเองเป็นสตอล์กเกอร์ เพราะมันไม่ใช่การกลั่นแกล้งโดยมีเหตุจูงใจว่าต้องการให้อีกฝ่ายลำบาก แต่มักเป็นวิธีเข้าหาด้วยความรู้สึกดีๆ ที่มีให้จนเลยเถิด  

พวกเธอจึงคิดว่ายังพอมีช่องทางหว่านล้อมเขาได้อยู่ 

อันที่จริงจะแจ้งตำรวจก็ได้ แต่มันอาจเป็นการไล่ต้อนเขามากจนเกินไป เพราะอีกฝ่ายเป็นผู้บังคับบัญชา อีกทั้งยังเป็นผู้ชายที่มีภรรยาแล้ว เหตุการณ์ในครั้งนี้คงเป็นแค่ความหลงผิดนิดๆ หน่อยๆ และถูกครอบงำโดยสิ่งยั่วยุเท่านั้นเอง  

พวกเธอจึงเชื่อมั่นว่าถ้าได้คุยกันสักครั้งเขาน่าจะเข้าใจ 

แต่ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องหาหลักฐานให้ได้ก่อน เพราะต่อให้อ่านใจเขาออกก็ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้  

ฟุยุกะเรียนรู้จากประสบการณ์แล้วว่าเวลาที่ใครสักคนไม่อยากถูกคนอื่นเปิดโปง บุคคลนั้นจะยิ่งดื้อดึงและอยากปฏิเสธ  

อีกเหตุผลหนึ่งคือเธอไม่อยากให้ใครล่วงรู้ว่าเธอสามารถอ่านใจคนได้ 

อุริโนะเดินลงทางเข้ารถไฟใต้ดินที่อยู่ติดถนน จากสถานีนี้ต้องนั่งรถไฟใต้ดินไปสามสถานี ก่อนจะเดินขึ้นสู่ถนนแล้วเปลี่ยนสายรถไฟไปอีกสองสถานี จึงจะถึงสถานีในละแวกบ้านของโทโมเอะ  

ผู้คนเริ่มพลุกพล่านขึ้นกว่าเดิม แต่อุริโนะตัวสูงกว่าคนรอบข้างจึงหาง่าย อีกประการหนึ่งคือฟุยุกะรู้จุดหมายปลายทางของเขา จึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะคลาดสายตา 

เมื่อรถไฟมาถึงและมองจนแน่ใจแล้วว่าอุริโนะขึ้นรถไฟขบวนดังกล่าว เธอก็เข้าขบวนถัดไปแล้วขยับลึกเข้าไปจนถึงส่วนเชื่อมต่อระหว่างโบกี้  

มองผ่านกระจกหน้าต่าง เธอเห็นใบหน้าด้านข้างของอุริโนะอยู่ใกล้กว่าที่คิดจึงรีบเบือนหน้าหนีโดยอัตโนมัติ แต่เนื่องจากอยู่ในขบวนรถไฟซึ่งมีผู้โดยสารแน่นขนัดเพราะเป็นช่วงเวลาเร่งด่วน อีกฝ่ายจึงไม่มีท่าทีจะสังเกตเห็นความผิดปกติ อีกทั้งตัวอุริโนะเองก็น่าจะพะวงถึงโทโมเอะซึ่งอยู่ที่ไหนสักแห่งบนรถไฟขบวนเดียวกันมากกว่าจะสนใจผู้โดยสารรอบข้าง 

ฟุยุกะหยิบสมาร์ทโฟนออกจากกระเป๋า แสร้งทำเป็นมองหน้าจอขณะลอบจับจ้องใบหน้าด้านข้างของอุริโนะ       

ใบหน้ารูปไข่ที่สวมแว่นตากรอบดำหันออกไปทางหน้าต่าง มองเห็นใบหน้าของเขาสะท้อนกลับมาจากกระจกหน้าต่างรถไฟที่กำลังแล่นไปตามราง  

รูปลักษณ์ของเขาสัมผัสได้ถึงความฉลาดและความซื่อตรง เขาอาจไม่ใช่หนุ่มหล่อถึงขั้นต้องมองเหลียวหลัง แต่ก็ไม่ได้อัปลักษณ์เสียจนน่ารังเกียจ  

เขาอาจดูสุขุมเกินวัยสามสิบกลางๆ ไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้เป็นผู้ชายประเภทที่ปล่อยปละละเลยการดูแลรักษาผิวพรรณและรูปร่าง จึงไม่มีพุงยื่นย้อยออกมาให้เห็น  

อาจเพราะหน้าที่การงานทำให้ต้องออกไปพบปะผู้คนข้างนอกบ่อยกระมัง อากัปกิริยาถึงได้ดูดีเพียงนี้  

ชุดสูทไร้รอยยับย่นที่เขาสวมใส่ดูมีสไตล์ให้ความรู้สึกว่าเป็นคนสะอาดสะอ้าน ฟุยุกะประทับใจในตัวเขาเพราะสิ่งเหล่านี้มากกว่ารูปร่างหน้าตาเสียอีก 

มองเผินๆ เขาอาจดูเป็นผู้ชายธรรมดาที่เห็นกันได้ดาษดื่น แต่ที่จริงอาจเป็นแบบอย่างของผู้ชายในอุดมคติที่หาได้ยากก็เป็นได้  

ยิ่งเป็นแบบนั้นก็ยิ่งน่าผิดหวังที่เขาดันมาทำตัวเป็นสตอล์กเกอร์  

ฝ่ามือของฟุยุกะที่กำห่วงจับรถไฟชื้นไปด้วยเหงื่อ ใบหน้าด้านข้างที่ดูเฉยเมยไม่แม้แต่หยิบสมาร์ทโฟนหรือบุงโกะ*ออกมาอ่านชวนให้สงสัยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่  

หากไม่มีโอกาสได้สนทนากันแบบซึ่งๆ หน้า ฟุยุกะก็หมดปัญญาในการอ่านใจอีกฝ่ายได้  

ถ้าแค่มองใครสักคนเฉยๆ แล้วอ่านใจได้ก็คงสะดวกดี แต่หากคิดจะทำเรื่องแบบนั้นในรถไฟที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน ความคิดจากฝูงชนนับไม่ถ้วนก็คงจะถาโถมเข้าใส่จนจับใจความไม่ได้            

เมื่อเห็นอุริโนะขยับตัวตอนถึงสถานีที่สาม ฟุยุกะก็ลงจากรถไฟไปที่ชานชาลา  

เขาลงจากรถไฟโบกี้ข้างๆ ตามที่คาดไว้จริงๆ  

เธอเห็นแผ่นหลังของผู้หญิงที่คาดว่าเป็นโทโมเอะอยู่หลัดๆ  

หลังจากนี้ต้องขึ้นบันไดเลื่อนไปสู่ถนน แล้วเดินต่อเพื่อเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟอีกสาย  

ทว่าตอนนี้ฟุยุกะกำลังตามอุริโนะที่ตามโทโมเอะอีกที เธอจึงบุ่มบ่ามไม่ได้  

เธอเลือกเดินรั้งท้ายแถวของผู้โดยสารคนอื่นๆ อย่างไม่เร่งร้อน จนกระทั่งมองไม่เห็นสองคนนั้นแล้ว เธอจึงค่อยเดินขึ้นบันไดเลื่อน 

แต่พอลงจากบันไดเลื่อนแล้วกลับหาอุริโนะไม่เจอ  

บริเวณนี้มีผู้โดยสารหนาแน่น ทัศนวิสัยย่อมถูกบดบังเป็นเรื่องธรรมดา  

ถ้าเดินหาก็อาจจะสะดุดตาเกินไป เธอจึงเดินอย่างใจเย็นไปตามกระแสผู้คน  

ต่อให้ไม่รีบร้อนอุริโนะก็คงไปไหนได้ไม่ไกลอยู่แล้ว หากเธอยังคงเดินไปตามเส้นทางกลับบ้านของโทโมเอะเดี๋ยวก็คงจะเห็นเขาเอง 

“คุณมิชิมะ?” 

“เอ๊ะ?” 

จู่ๆ ก็มีคนเรียกมาจากด้านหลัง  

เธอหันไปมอง สิ่งที่ปรากฏสู่สายตาคือใบหน้าของอุริโนะ 

 

      

*บุงโกะคือหนังสือขนาด 105 มม. x 148 มม. พกพาง่าย ราคาถูก และน้ำหนักเบา คนญี่ปุ่นจึงนิยมถือไปอ่านระหว่างโดยสารรถไฟ 

ความคิดเห็น